ตอน 14 (หน้า3)

วันลายสก็อต (2)

รุ่งเดินอย่างเร็วฝ่าสายฝนพรำ มุ่งหน้าไปยังหอพัก

ที่พักรอรถชัตเทิ่ลหน้าหอพัก... ชายหนุ่มรูปร่างใหญ่กำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ใต้ชายคา

"พี่สกล !"

รุ่งวิ่งหลบฝนเข้ามาใต้ชายคา

"พี่มานั่งทำไมคนเดียวที่นี่ ? ติดฝนเหรอครับ ?"

สกลยังอยู่ในชุดเสื้อชุดทำงานลำลองของฟันปาร์ค เขาพยักหน้า

"อือ ! ติดฝนด้วย แล้วก็ ไม่อยากไปไหน อยากนั่งอยู่ตรงนี้แหละ"

รุ่งก้มตัวลงมามองหน้า

"พี่เป็นอะไร ? มีอะไรหรือเปล่า ?"

สกลเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนร่วมงานรุ่นน้อง

"รุ่งจะรีบไปไหนหรือเปล่า ? นั่งก่อนสิ !"

คำพูดเชิญชวนแบบนี้ ทำให้เขารู้ทันทีว่า รุ่นพี่คนนี้มีเรื่องที่อยากจะคุยด้วย

เขาทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวติดกัน

"พี่นี่มันบ้าไปแล้วแน่ ๆ ไม่น่าจะไปอินอะไรมากมายขนาดนั้น แล้วถึงเวลา ก็ต้องมาเป็นแบบนี้ รู้ทั้งรู้"

รุ่งพยักหน้าช้า ๆ

"เรื่องอะไรเหรอพี่ ? ถ้าเล่าได้ พี่เล่ามาเถอะ"

สกลมองหน้ารุ่ง

"ก็ถ้าไม่ใช่รุ่ง ก็คงไม่เหลือใครให้เล่าแล้วมั้ง วันนี้พี่เพิ่งรู้ข่าวว่า ซูจะหมดหน้าที่ที่นี่ แล้วกลับไปอเมริกา วันพุธหน้า"

รุ่งผงะหัว

"อ้าว ! หมดเทอมแล้วเหรอ ? ซูเค้ามากับตัวไหนน่ะ ?"

เจ้าหน้าที่ซีดาร์ฟันปาร์ค จากสหรัฐ ฯ ปกติจะได้รับมอบหมายให้มาดูแลผลิตภัณฑ์แต่ละส่วนต่างกัน มีเทอมการทำงานในแต่ละประเทศต่างวาระกัน

"จริง ๆ ซูรับผิดชอบฟันเฮาส์"

รุ่งพยักหน้าเข้าใจ

"อือ...! ถ้าเป็นฟันเฮาส์ ก็พ้นระยะส่งมอบมาตั้งนานแล้ว ถึงเวลากลับประเทศแล้วสินะ"

สกลพยักหน้า

"พอถึงตอนนี้แล้ว พี่ไม่อยากให้ซูกลับเลย แต่มันจะทำอะไรได้ ได้เห็นกันบ่อย ๆ พอคิดว่า ต่อไปนี้จะไม่เจอเค้าอีกแล้ว หัวใจมันก็เหี่ยวไปเลย เค้าจะต้องไปอยู่อีกที่นึง ที่ห่างจากที่นี่หนึ่งหมื่นห้าพันกิโลเมตร"

รุ่งหัวเราะเบา ๆ

"อเมริกาเหรอ ห่างจากเมืองไทยหนึ่งหมื่นห้าพันกิโลเมตร ? ผมเพิ่งรู้"

"อือ ! พี่ไปถามกูเกิ้ล ประมาณแปดพันไมล์น่ะ"

"นี่ขนาดสื่อสารภาษากันยังไม่ค่อยได้ พี่ยังอินขนาดนี้เลย แล้วซูเค้าว่ายังไงล่ะพี่ ? เค้ามาลาพี่ด้วยตัวเองหรือเปล่า ?"

สกลสั่นหัว

"พี่มองไม่ออกหรอก ว่าฝรั่งเค้าคิดยังไง ภาษาพี่ก็ไม่ค่อยดี พี่รู้อย่างเดียวว่าพี่รู้สึกยังไง ถึงพี่อยากรู้ว่าซูเค้ารู้สึกยังไง เค้าจะคิดถึงที่นี่หรือเปล่า แต่พี่ก็ไม่รู้จะถามยังไง เพราะคิดภาษาอังกฤษไม่ออก ภาษาพี่มันไม่ลึกซึ้งน่ะ ถามได้แต่งู ๆ ปลา ๆ มันไม่ได้สื่ออะไรกันมากมายเหมือนพูดภาษาไทย"

รุ่งผงกหัว

"ก็นั่นน่ะดิ ! ในเมื่อภาษามันสื่อสิ่งที่อยู่ในใจพี่ไม่ได้ ทำไมพี่ไม่ไปชอบผู้หญิงที่สื่อภาษาเดียวกับพี่ล่ะ ?"

คำตอบตรง ๆ ของรุ่ง ทำให้อีกฝ่ายหันมามองหน้า

รุ่งผงกหัวซ้ำ

"ผมหมายถึงยังงั้นจริง ๆ นะ ถ้ามันสื่อสารกันไม่เข้าใจ มันจะกลายเป็นว่า ในโลกของพี่ มีแต่ซู แต่ในโลกของซู มีอะไร พี่ไม่มีทางรู้ ถึงอยู่ใกล้กันขนาดไหน ถ้าสื่อสารกันไม่ได้ มันคือคนละจักรวาลกันเลยนะ"

สกลยกมือตบลงที่เข่าของรุ่ง

"เฮ่ย ! ไอ้นี่พูดตรงดีว่ะ ! ขอบใจที่พูดตรง ๆ มันก็ตรงกับใจที่พี่คิดเหมือนกัน เรามันก็บ้า เห็นเค้าน่ารักก็ยกใจให้เค้าไปหมด ทั้ง ๆ ที่คุยกับเค้าก็ไม่รู้เรื่อง เรานี่มันบ้าจริง ๆ ถ้าซูยังอยู่ต่อ พี่อาจจะแย่กว่านี้ก็ได้"

รุ่งพยักหน้า

"ใช่ ! พี่พูดถูกต้อง ถ้ามันผ่านไปเป็นปี พี่ยิ่งถลำลึก แล้ววันนึง ซูก็ต้องกลับอยู่ดี ป่านนั้นพี่อาจจะต้องโดดฟลอร์เลสลงมาตาย สู้ให้วันนี้เค้ากลับไปเลยดีกว่า มีสาวไทยน่ารัก ๆ รอพี่อยู่เพียบ จะได้ไม่เสียเวลา"

สกลเริ่มมีรอยยิ้ม เขาค่อย ๆ นึกถึงสิ่งที่รุ่งพูด มันย้ำความจริงที่เขาเคยนึกถึงอยู่ตลอดเวลาที่อยู่ใกล้กับสาวผมบลอนด์คนนั้น ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาไม่มีวันที่จะสื่อสารกับเธอได้

"อือ... ! นั่นน่ะสิ ! พี่ไม่ใช่รุ่ง ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง เวลาเห็นรุ่งพูดกับแคลร์แล้ว เหมือนกับรุ่งกำลังพูดภาษาไทย"

รุ่งพยักหน้า

"ถ้าพี่สามารถสื่อสารกับซูได้ ผมจะยุให้พี่ทำตรงกันข้าม"

"ทำตรงกันข้าม ?"

"ถ้าพี่เข้าใจภาษาของซู ซูเข้าใจภาษาพี่ ผมจะยุให้พี่บอกซูไปเลยว่าพี่ชอบเค้าขนาดไหน รู้สึกยังไงก็บอกไปให้หมด

แต่ก่อนนี้ผมคิดว่า ถ้าเค้าไม่ชอบเรา เราก็ไม่ควรไปสารภาพความในใจกับเค้า เพราะเค้าจะไม่เห็นค่าของเราหรอก แล้วเราก็จะหน้าแตก เสียเวลาเปล่า ๆ

แต่วันนี้ ผมรู้แล้วว่า เวลาได้ยินคนมาบอกเราว่าชอบเรา มันทำให้เรารู้สึกดี ถึงแม้เราจะไม่ได้ชอบเค้าแบบนั้นก็ตาม

แล้วไอ้ความรู้สึกดี ๆ นี่ มันทำให้โลกนี้มันเปลี่ยนได้.... อือ ! ผมคิดงั้นนะ"

สกลพยักหน้าเห็นด้วย

"อือ ! ถ้าซูฟังภาษาไทยเป็น พี่คงทำตามที่รุ่งว่าไปแล้ว"

รุ่งมองลงไปยังพื้นถนนที่นองไปด้วยน้ำ สายฝนยังพรมลงมาจากเบื้องบนไม่ขาดสาย

"แปลกจัง ! ทำไมวันนี้มีแต่เรื่องการลาจากกัน ? แปลกมาก ๆ เลย !"

"รุ่ง ! พี่ถามอะไรบ้าง ?"

รุ่งหันหน้ามามองรุ่นพี่

"ครับ ! ถามอะไรครับ ?"

"แล้วรุ่งคิดจะบอกแคลร์บ้างหรือเปล่า ว่าเราคิดยังไงกับเค้า ? อีกไม่นาน แคลร์ก็ต้องกลับไปเหมือนกันนะ"

รุ่งผุดลุกขึ้นยืน

"โอ้ย ! ผมลืมไปเลยว่า มีคนรอผมอยู่ เดี๋ยวผมต้องไปก่อนนะพี่"

สกลยกมือขึ้นโบก

"ไปเถอะ ! ขอบใจมากนะรุ่ง"

รุ่งผงกหัว แล้วเดินผละออกมา ยกซองพัสดุขึ้นกันฝน

แนะนำคนอื่นอย่างกับเป็นผู้เชี่ยวชาญ เรื่องของตัวเองกลับไม่ชำนาญอะไรซักอย่าง

ภาพใบหน้าของแคลร์ปรากฏขึ้นในใจเขา

ซูถึงเวลากลับประเทศแล้ว ! อีกไม่นาน ก็คงต้องถึงเวลาที่แคลร์ต้องกลับประเทศเหมือนกัน

เขาค่อย ๆ เดินขึ้นบันไดหอพัก

รอยยิ้มของแคลร์เริ่มปรากฏเป็นภาพชัดเจนขึ้นในใจของเขา

'ผู้หญิงอะไรวะ ยิ้มทีเดียว ทำเอาเสียวสันหลังวาบ !'

แต่ คนที่อยู่กันคนละซีกโลก มันไม่ควรที่จะเริ่มต้นก่อวงจรที่จบไม่ได้ สุดท้าย มันก็จะกลายเป็นวงจรอุบาทว์เหมือนที่ตัวเองเคยเกลียด

แล้วคำพูดที่เพิ่งแนะนำเพื่อนร่วมงานไปล่ะ !... เขาก็กลายเป็นเพียงแค่ ดีแต่ใช้คำพูดแนะนำชาวบ้าน แต่ไม่มีความกล้าที่จะทำเอง

ความกล้าน่ะเหรอ ?... รุ่งโรจน์... ตั้งแต่เกิดมาเคยกลัวใครเหรอ ?

ถึงหน้าห้องพักแล้ว เขารีบไขกุญแจเข้าห้องพัก

เปิดไฟในห้อง แล้วกลับยืนนิ่ง... นี่เขาขึ้นมาห้องพักทำไม ? เขาขึ้นมาเพื่อเอาอะไรนะ... ? ทำไมนึกไม่ออก ?

ทำไมมีแต่ภาพใบหน้าของแคลร์ที่โผล่เข้ามาในความทรงจำ ?

ดวงตาที่กลมโตของแคลร์ เป็นส่วนที่จดจำง่ายมาเป็นอันดับสองรองจากรอยยิ้ม

สิ่งดี ๆ ที่พบเจอได้ยาก เมื่อผ่านเข้ามาในชีวิตแล้ว ไม่นานก็ต้องจากไป มันก็เป็นธรรมชาติเช่นนี้เอง

ก็แค่ปล่อยให้มันเลยผ่านไป !

ความรู้สึกดี ๆ จากคำพูดของนิลกาญจน์ จะยังคงอยู่อีกนานมั้ยนะ ?.... รุ่งคิดทบทวนในใจ

เสียงฟ้าคำรามครืนใหญ่ดังมาจากเบื้องบน

ถ้าแคลร์มายืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ เขาก็อาจจะบอกเธอไปง่าย ๆ ก็แค่เขาชอบรอยยิ้มของเธอ ชอบดวงตาของเธอ

แต่ป่านนี้... ฝนตก แคลร์คงอยู่ในห้องพักที่หอพักหญิง ซึ่งห่างจากตึกนี้ไปประมาณห้าสิบเมตร

แต่หากเป็นเดือนหน้า หรือ สองเดือนหน้า แคลร์อาจจะอยู่ห่างกับเขา 15,000 กิโลเมตร

คำพูดของเขา มันจะต้องอยู่ในใจแคลร์ไปตราบนานเท่านาน !

เขาเปิดประตูห้องพักออกมา พร้อมซองใส่พัสดุ วิ่งลงบันไดหอพักมาจนถึงข้างล่าง

ยกซองพัสดุขึ้นบนหัวกันฝน แล้วเริ่มเดินออกพ้นชายคาหอพัก

มันก็แค่เรื่องง่าย ๆ เจอหน้าเธอ แล้วก็บอกเธอไป มันง่ายเหมือนกับที่นิลกาญจน์กระซิบข้างหูเขา

มันง่ายขนาดนั้นจริง ๆ นะ รุ่งเอ๋ย ! มันก็แค่เดินตากฝน ข้ามตึกนี้ไป จะไกลสักแค่ไหนเชียว แค่ห้าสิบเมตร มันไม่ใช่หนึ่งหมื่นห้าพันกิโลเมตร

เขาพาร่างที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน มาถึงหอพักพนักงานหญิง

'หอพักพนักงานหญิง' ... ห้ามผู้ชายขึ้น.... นึกว่าเขากลัวหรือยังไง ? ก็แค่ก้าวเท้าขึ้นไป เรามันก็คนคนเดิม นายรุ่งโรจน์ที่ไม่เคยกลัวใคร

รุ่งพาสังขารตัวเองที่ชุ่มไปด้วยน้ำฝน มายืนอยู่ที่หน้าห้องของแคลร์ ใจเขาเต้นตึ๊กตั๊กเหมือนกระเดื่องของกลองชุด

เขาเคาะประตูห้อง

เสียงแคลร์ตะโกนออกมาเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน

"ค่ะ ! ใครคะ ? "

ถ้าเธอเปิดประตูออกมา แค่พูดว่า 'I like you very much !' สั้น ๆ ง่าย ๆ.... รุ่งบอกกับตัวเอง

เขาตะโกน

"นี่ฉันเอง รุ่ง ! "

เสียงแคร์ดังลอดออกมาจากห้อง

"โอว พระเจ้า ! เธอขึ้นมาได้ไง ? นี่มันหอพักหญิงนะ !"

ประตูถูกกระชากเปิดออก แคลร์อยู่ในชุดเสื้อแขนกุดลำลองสีดำ กางเกงขาสั้น ผมถูกปล่อยยาวประบ่า

แต่สิ่งที่มันทรมานใจมากที่สุด คือ รอยยิ้ม !

เธอประหลาดใจกับภาพที่เห็น

รุ่งอยู่ในชุดเสื้อยืดที่เปียกโชก มีสีหน้าชอบกล จะยิ้มก็ไม่ยิ้ม จะบึ้งก็ไม่เชิง ยืนหายใจหอบอยู่หน้าห้อง

"เกิดอะไรขึ้น ถึงต้องเดินตากฝนมาถึงนี่ ?"

รอยยิ้มของแคลร์ทำให้รุ่งลืมสิ่งที่คิดไว้ในใจ เขาสั่นหัวแรง ๆ สองสามครั้ง

"ฉันไม่เข้าใจ เธอจะยิ้มทำไม ?" เขาพูดไปหอบไป หายใจดังฟืด

แคลร์ยกมือขึ้นท้าวเอว

"เธอฝ่าสายฝนมาถึงที่หน้าห้องฉัน เพื่อถามแค่นี้เหรอ ?"

รุ่งพยักหน้าติดกันหลาย ๆ ครั้ง

"ใช่ ! ฉันไม่เข้าใจว่า ทำไมเธอชอบยิ้มบ่อย ๆ เธอจะยิ้มไปทำไม ?"

แคลร์แบมือทั้งสองข้าง แล้วยักไหล่

"รุ่ง ! เธอไม่สบายหรือเปล่า ? เธอขึ้นมาที่หอพักหญิง เพื่อถามฉันว่า ฉันยิ้มทำไม เธอจะให้ฉันตอบว่าอะไร ?"

รุ่งกระพริบตาปริบ ๆ ภารกิจนี้กลับไม่เป็นไปตามที่คิดไว้

เขาจ้องหน้าเธอ ดวงตาของเธอก็ยังกลมโตเหมือนทุกวัน เขายกนิ้วชี้ขึ้นชี้

"ยิ้มของเธอน่ะ.... เธอรู้มั้ยว่า.... "

แคลร์ถอนหายใจ ยืนกอดอก ตั้งใจฟัง สีหน้าของเธอเริ่มแสดงออกถึงอารมณ์หงุดหงิด

รุ่งค่อย ๆ พูดช้าลง

"... ยิ้มของเธอน่ะ.... ฉันคิดว่า...."

"ไม่เอาน่า ! จะพูดอะไรก็พูดออกมาเร็ว ๆ"

น้ำเสียงของแคลร์เริ่มบอกถึงความอดทนที่ใกล้จะถึงขีดจำกัด เธออาจจะปิดประตูใส่หน้าเขาได้ทันที หากคำพูดของเขา ไม่เป็นที่พอใจ

".. ยิ้มของเธอ... ฉันคิดว่า.... ฉันชอบ..."

"หา ! ว่าอะไรนะ ?" แคลร์ยื่นหน้าออกมาถามด้วยความฉงน

"...ยิ้มของเธอน่ะ ฉันชอบ"

สาวอินเดียนได้ยินชัดเจน

"ดวงตาของเธอ... ฉันคิดว่า... ฉันชอบ...

แคลร์ !... ห้องเธอนี่ มันอยู่ห่างจากห้องของฉันประมาณห้าสิบเมตร ที่ฉันเดินตากฝนมาห้าสิบเมตร เพื่อทำอะไรโง่ ๆ แบบนี้ ฉันต้องขอโทษด้วย

แต่มันจะโง่กว่านี้ ถ้าฉันรอให้เธอกลับไปในที่ของเธอ ที่อยู่ห่างจากนี้แปดพันไมล์ โดยฉันไม่ได้มีโอกาสได้บอกเธอว่า....

... ฉันชอบเธอ !"

สีหน้าของแคลร์ยังไม่เปลี่ยนแปลง ไม่มีรอยยิ้ม ใบหน้ายังบึ้งตึง

จิตใจของรุ่งเริ่มตกลงทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย เขาพยักหน้ากับตัวเองช้า ๆ รู้ตัวทันทีว่า ทุกอย่างผิดคาดไปหมด

"โอเค ! แคลร์ ! ไม่เป็นไร ขอโทษที่หยาบคายกับเธอ ฉันว่า ฉันต้องขอตัวกลับไปก่อนที่จะเป็นไข้หวัด"

รุ่งหันตัวกลับ

"เดี๋ยวก่อน ! รุ่ง" แคลร์รีบทักขึ้น

รุ่งหมุนตัวกลับมา

"เธอไม่ได้หยาบคายกับฉัน เธอไม่เคยหยาบคายกับฉันเลย ฉันไม่เคยคิดว่าเธอหยาบคาย รวมทั้งที่เธอทำนี่ด้วย"

รุ่งยิ้มแหย ๆ ขาเริ่มสั่นเพราะฤทธิ์ความเจ็บปวดของก้นกบ

"เหรอ ? ขอบคุณนะที่เห็นฉันเป็นคนดี จริง ๆ ฉันก็ไม่ใช่คนน่ารักนักหรอก ถ้าเธอเข้าใจภาษาไทย เธอจะรู้ว่า จริง ๆ ฉันเป็นคนทะลึ่งทีเดียว"

แคลร์หัวเราะหึ ๆ

"ทะลึ่งขนาดไหนกัน ? เธอเป็นคนแบบนั้นไม่ได้หรอก เป็นไปไม่ได้ ภาษาไทยที่เธอพูด อย่างเช่นอะไรล่ะ ที่ถือว่าทะลึ่ง ?"

รุ่งเอียงคอ เขากำลังนึก

"ก็อย่าง ถ้าฉันหยอกเธอด้วยภาษาไทย ฉันอาจจะพูดว่า เธอน่ะน่าจะมีเรื่องที่หนักใจได้อยู่เสมอ เพราะหน้าอกเธอหนัก"

คำพูดนี้กลับเรียกรอยยิ้มจากมุมปากของเธอได้ แคลร์ก้มลงมองหน้าอกของเธอเอง

"เธอชอบหน้าอกฉันเหรอ ?"

รุ่งสะดุ้ง ยกมือขึ้นโบก

"เปล่า ๆ ! ฉันบอกเธอแล้วไง ว่าฉันชอบดวงตา กับ รอยยิ้มของเธอต่างหาก"

แคลร์ไม่สามารถกลั้นยิ้มไว้ได้อีกแล้ว รอยยิ้มเธอกว้างพอที่จะเห็นฟันสีขาว เป็นรอยยิ้มที่น่าประทับใจเหมือนเช่นเคย

"ฉันเกลียดเธอจริง ๆ รุ่ง !"

รุ่งเริ่มแอ่นหลัง แล้วคลำบั้นท้ายตัวเอง ความเจ็บปวดกับความเมื่อยล้าที่เดินมาเป็นระยะทางไกล ทำให้เขาเริ่มทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ

"เธอเป็นอะไรน่ะ ?"

"กลางวันฉันหกล้ม ตอนนี้มันเริ่มปวดมากขึ้น"

"เข้ามาในห้องฉันก่อน นั่งอยู่หน้าห้องไม่ได้ เดี๋ยวคนอื่นเห็น"

รุ่งพยักหน้า แล้วค่อย ๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นเดินเข้าห้อง แคลร์เอื้อมมือไปปิดประตูห้อง

ทันทีที่ประตูถูกปิด รุ่งทรุดตัวลงนั่ง เขาถอนหายใจ แล้วก็เอนตัวนอนหงายหลังลงบนพื้น

แคลร์มีสีหน้าตกใจ

"พระเจ้าช่วย !"

"ฉันปวดหลังมาก !"

ภาพของรุ่งในเสื้อยืดที่เปียกชุ่ม นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นห้อง ทำให้แคลร์เป็นกังวลมากขึ้น

เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดตู้เพื่อค้นหาเสื้อยืดมาให้เขาเปลี่ยน

แคลร์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ หน้าตู้เสื้อผ้า

"ฉันไม่เคยกลั้นหัวเราะได้เลย เมื่อฉันอยู่ต่อหน้าเธอ

เธอเดินฝ่าสายฝนขึ้นมาหอพักสตรี เพื่อมาบอกว่าชอบรอยยิ้มของฉัน เธอช่างเป็นผู้ชายที่สวีทที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอเลย รุ่ง !

แปดพันไมล์จากบ้านของฉันมาที่นี่ ได้เจอเธอแค่คนเดียวก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว"

เสียงรุ่งพูดขึ้นทั้ง ๆ ที่นอนหงาย

"แคลร์ ! ฉันมาคิดดูใหม่แล้ว ฉันชอบหน้าอกของเธอด้วยก็ได้"

เสียงหัวเราะของแคลร์ดังมาจากบริเวณตู้เสื้อผ้า

"หุบปากไปเลย ! นอนเงียบ ๆ อยู่ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวจะหาเสื้อให้เปลี่ยนก่อน"

(ติดตามอ่าน วันลายสก็อต 3 เร็ว ๆ นี้)

__________________________________________________________________________________________

โดย วีรยาติ

1 , 2, <อ่านหน้า

กลับขึ้นด้านบน

 

อ่านตอนต่อไป
อ่านตอนอื่น

สมัครสมาชิก เว๊บบอร์ดที่นี่ (หากไม่สมัครสมาชิก จะโหวต หรือ แสดงความคิดเห็นไม่ได้) และ

อ่าน หรือ แสดงความคิดเห็นที่นี่

เชิญเยี่ยม Facebook หมอเถื่อน

(ให้กำลังใจโดยเข้าไป แล้วกด Like หรือ เขียนคำวิจารณ์)