เว็บบอร์ด
สิงหาคม 17, 2018, 04:48:34 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: สอบถามเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับ สูตรอาหาร, สมุนไพร โทร 085-2469547 หรือ LINE ID : annazhang21
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] |   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โรคเก๊าท์-การบำบัดด้วยแพทย์ผสมผสาน  (อ่าน 5978 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
นพ.ทัศนัย เผือกพิพัฒน์
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 309
ออฟไลน์

กระทู้: 686


คิดบวก ชีวิตเป็นต่อ


« เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2013, 12:36:33 PM »

ผู้ป่วยชายอายุ 52 ปี
20 วันที่แล้วมาตรวจด้วยเรื่อง  1 เดือนเดินไม่ได้จนต้องใช้รถเข็น  มีก้อนปูดตามข้อ และผลึกเหมือนถุงหนองที่ส้นซ้าย   lab:  uric acid 10 mg% ทานยา  allopurinol วันละเม็ด(เพื่อลดการผลิตเก๊าท์)
ที่ประเมินได้ด้วยลูกดิ่ง  พบ ติดเชื้อพยาธิใบไม้ในลำไส้  พยาธิใบไม้ในเนื่อเยื่อ  พิษไขข้อในเลือด 
การบำบัดที่ได้  1 แช่เท้า footdetox(บำบัดพยาธิในเนื้อเยื่อ  ดูดพิษในร่างกาย)     2 folic acid 1x1  (ลดการสร้างสารpurineซึ่งจะผลิตuric acid)
                       3 colchicine 1x3 <ลดการอักเสบข้อ>  4 albendazole 2x1x5วัน(กำจัดพยาธิใบไม้ในเลือด)
                       5 งดยาallopurinolไว้ก่อนในช่วงอักเสบข้อ  6 ต้มรางจืด-ใบเตย เพื่อขับพิษในข้อออก       7 ทานน้ำให้มากกว่า 3 ลิตรต่อวัน(ลำไ้ส้ต้องล้างก่อน)   8 ลดของหวาน

วันนี้ (ผ่านไป20วัน)   ผป.เดินได้เอง อาการปวดลดลงมากๆ  ปวดเฉพาะที่ข้อโตเท่านั้น  lab:  uric acid 3.7 mg%  creatinine 1.2 mg%  เกลือแร่ในเลือดอยู่ในเกณท์ปกติ(na k cl co2)
ที่ประเมินด้วยลูกดิ่ง ยังพบ พยาธิในเนื้อเยิ่อ  ไม่พบพยาธิในลำไส้  พิษไขข้อในเลือด
การบำบัดที่ได้รับ  1 footdetox ซ้ำ   2 folic 1x1 + colchicine 1x1 + allopurinol 1x1
                           2 enzymeผลไม้รวม เำพื่อละลายผลึกจากเนื้อเยื่อ  ช่วยขับออกทางไต     3  ทานน้ำมากกว่า 3 ลิตรต่อวัน (สำคัญมากเพราะภาวะผลึกที่สูงในไตมีผลต่อการเป็นนิ่วได้)
                           4 ทานน้ำต้มลูกเดือยบ่อยๆ ตามสูตรอ.สุทธิวัสส์    5 คุมอาหาร: ยอดผัก แตงโม แตงกวา เครื่องในสัตว์  สัตว์ปีก กาแฟ เหล้า  น้ำกระดูกสัตว์
                         (แนะนำทำน้ำยานางปั่นร่วมด้วย  แต่ยังไม่ได้ทำ)
เพื่อนท่านใดมีข้อเสนอแนะอะไรอีกเพื่อผป.รายนี้ ขอช่วยกันเพิ่มเติมได้นะครับ




                               
   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 25, 2013, 02:18:51 PM โดย นพ.ทัศนัย เผือกพิพัฒน์ » บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 361
ออฟไลน์

กระทู้: 4185



« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2013, 02:12:11 PM »

คุณหมอคะ  ไม่มีอะไรแนะนำเพิ่มเติม  ดอกค่ะ

แค่อยากเรียนถามคุณหมอว่า
เห็นภาพแล้ว โห หินปูนทำให้ข้อที่นิ้วโตได้ขนาดนี้เชียวเหรอ  น่ากลัวจริงๆ

ส่้วนถุงหนองที่ส้นเท้านั้น สาเหตุเกิดจากต้นเหตุตัวไหนคะ พิวรีน หรือ พระยาด  หรือพิษ
มีคนรู้จักหลายคน บ่นว่า ปวดที่้ส้นเท้า  อันนี้เป็นไปได้ไหมว่าต้นเหตุอาจจะมาจากเก๊าหินปูนนี่หรือเปล่าคะ  ที่นอกเหนือไปจากเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนกลางได้น้อย     
อาการ  ง่วงนอนบ่อย  หรือง่วงนอนทั้งวัน  ปวดเมื่อยเนื้อตัว  ปวดส้นเท้า  ขี้โมโห  ท้องอืด  อาหารไม่ย่อย

ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
นพ.ทัศนัย เผือกพิพัฒน์
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 309
ออฟไลน์

กระทู้: 686


คิดบวก ชีวิตเป็นต่อ


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2013, 09:38:48 AM »


ส่้วนถุงหนองที่ส้นเท้านั้น สาเหตุเกิดจากต้นเหตุตัวไหนคะ พิวรีน หรือ พระยาด  หรือพิษ
มีคนรู้จักหลายคน บ่นว่า ปวดที่้ส้นเท้า  อันนี้เป็นไปได้ไหมว่าต้นเหตุอาจจะมาจากเก๊าหินปูนนี่หรือเปล่าคะ  ที่นอกเหนือไปจากเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนกลางได้น้อย     
อาการ  ง่วงนอนบ่อย  หรือง่วงนอนทั้งวัน  ปวดเมื่อยเนื้อตัว  ปวดส้นเท้า  ขี้โมโห  ท้องอืด  อาหารไม่ย่อย
ขอบคุณค่ะ

สิ่งที่เห็นเป็นเหมือนถุงหนองที่ส้น  นี้คือ ผลึกเก๊าท์ มาครั้งที่ 2 (ผ่านไป 20 วัน) มันแตกไม่มีน้ำแต่เป็นเหมือนแป้งขาวๆ (ผลึก urate : เกิดจากการตกตะกอนของ uric acid อีกที)
อาการอื่น ง่วงนอนบ่อย  หรือง่วงนอนทั้งวัน  ปวดเมื่อยเนื้อตัว  ปวดส้นเท้า  ขี้โมโห  ท้องอืด  อาหารไม่ย่อย  น่าจะมาจากพยาธิที่พบร่วมทั้งในลำไส้ ในเนื่อเยื่อ


จากรูป ระยะ egg----------------metacercaria ควรอยู่ในกุ้งหอย ปู ปลา สัตว์น้ำอื่นๆ  แต่ที่นี่  ไข่(ขนาด 1/10 มม) มันมุดเข้าในเลือด ล่องลอยไปตามเนื้อเยื่อ  แล้วพัฒนาจนเป็นระยะสุดท้าย  แล้วมัก็ใช้ วิตะมิน  สารอาหาร  ฮอร์โมน จากเราจนเราป่วยด้วยอาการมากมาย   ซ้ำร้ายมันยังปล่อยสารก่อเนื้องอกให้เราอีก  (2บรรทัดสุดท้าย ไม่มีอ้างอิงทางหลักวิชาการ นะครับ ใช่ดิ่งตรวจจากผู้ป่วย เป็นจริงตามนี้)

หาอ่านที่ผมพูดที่ http://onelight.com/library/Clark,%20Hulda%20-%20The%20Cure%20for%20All%20Cancers.pdf
รูปวงจรพยาธิอยู่ที่หน้า 6 นะครับ
                                                                                  no parasite  no toxin  no cancer
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 27, 2013, 09:53:59 AM โดย นพ.ทัศนัย เผือกพิพัฒน์ » บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 361
ออฟไลน์

กระทู้: 4185



« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2013, 11:21:18 AM »


ส่้วนถุงหนองที่ส้นเท้านั้น สาเหตุเกิดจากต้นเหตุตัวไหนคะ พิวรีน หรือ พระยาด  หรือพิษ
มีคนรู้จักหลายคน บ่นว่า ปวดที่้ส้นเท้า  อันนี้เป็นไปได้ไหมว่าต้นเหตุอาจจะมาจากเก๊าหินปูนนี่หรือเปล่าคะ  ที่นอกเหนือไปจากเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนกลางได้น้อย     
อาการ  ง่วงนอนบ่อย  หรือง่วงนอนทั้งวัน  ปวดเมื่อยเนื้อตัว  ปวดส้นเท้า  ขี้โมโห  ท้องอืด  อาหารไม่ย่อย
ขอบคุณค่ะ

สิ่งที่เห็นเป็นเหมือนถุงหนองที่ส้น  นี้คือ ผลึกเก๊าท์ มาครั้งที่ 2 (ผ่านไป 20 วัน) มันแตกไม่มีน้ำแต่เป็นเหมือนแป้งขาวๆ (ผลึก urate : เกิดจากการตกตะกอนของ uric acid อีกที)
อาการอื่น ง่วงนอนบ่อย  หรือง่วงนอนทั้งวัน  ปวดเมื่อยเนื้อตัว  ปวดส้นเท้า  ขี้โมโห  ท้องอืด  อาหารไม่ย่อย  น่าจะมาจากพยาธิที่พบร่วมทั้งในลำไส้ ในเนื่อเยื่อ


จากรูป ระยะ egg----------------metacercaria ควรอยู่ในกุ้งหอย ปู ปลา สัตว์น้ำอื่นๆ  แต่ที่นี่  ไข่(ขนาด 1/10 มม) มันมุดเข้าในเลือด ล่องลอยไปตามเนื้อเยื่อ  แล้วพัฒนาจนเป็นระยะสุดท้าย  แล้วมัก็ใช้ วิตะมิน  สารอาหาร  ฮอร์โมน จากเราจนเราป่วยด้วยอาการมากมาย   ซ้ำร้ายมันยังปล่อยสารก่อเนื้องอกให้เราอีก  (2บรรทัดสุดท้าย ไม่มีอ้างอิงทางหลักวิชาการ นะครับ ใช่ดิ่งตรวจจากผู้ป่วย เป็นจริงตามนี้)

หาอ่านที่ผมพูดที่ http://onelight.com/library/Clark,%20Hulda%20-%20The%20Cure%20for%20All%20Cancers.pdf
รูปวงจรพยาธิอยู่ที่หน้า 6 นะครับ
                                                                                  no parasite  no toxin  no cancer

ขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ  ความรู้+ประสบการณ์จริง จากคุณหมอที่นำมาแบ่งปัน รวมทั้งในกระทู้อื่น ๆนี่เยี่ยมจริง ๆ มีประโยชน์มากหลาย
ขอให้คุณหมอมีความสุขความเจริญยิ่ง ๆ ขึั้นค่ะ Cheesy
บันทึกการเข้า
nopparat244
สมาชิก PMC
Pendulum Club
PMC Senior
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 58
ออฟไลน์

กระทู้: 239



« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2013, 01:59:05 PM »

ขอบคุณ คุณหมอ มาก มาก ค่ะ Smiley
บันทึกการเข้า
TaaChom
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 152
ออฟไลน์

กระทู้: 1342


ชีวิตนี้สั้นนัก ชีวิตนี้สำคัญนัก


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2013, 12:05:48 PM »

+1/262 ขอบคุณคุณหมอครับ  Grin Grin Grin
บันทึกการเข้า
นพ.ทัศนัย เผือกพิพัฒน์
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 309
ออฟไลน์

กระทู้: 686


คิดบวก ชีวิตเป็นต่อ


« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2013, 10:21:31 AM »

วันนี้ผป.รายเดิมมาตรวจซ้ำ รายงานอาการก้าวหน้าดังนี้
1 ปวดตามข้อน้อยลง  เคยอยู่เฉยๆก็ปวด ตอนนี้แค่ปวดตอนเดิน  ข้อเข่าตึงอยู่
2 ผลึกที่ส้นหายไปแล้ว ไม่มีแผลใดๆ
3 ตรวจด้วยลูกดิ่ง : ลำไส้ปกติ ไม่พบพยาธิในทุกระยะ  ระดับเอ็นไซม์ปกติ  ยังมีพิษในข้ออยู่
4 แนะนำ ทาน colchine 1x1 (ลดอาการอักเสบข้อ)  allopurinol 1x1 (ลดการผลิตuirc เพิ่มการขับกรดuricจากข้อออกสู่กระแสเลือดเพื่อขับออกทางไต)
                      folic 1x1 (ลดการผลิตuric acidในร่างกาย)   
                      ทานน้ำต้มลูกเดือย (ล้างหินปูนในข้อ เส้นเอ็นต่างๆ)  +-
                      น้ำเอ็นไซม์ผลไม้รวม  10 ซีซี  4 เวลาเพื่อเพิ่มการขับพิษในทุกระดับ
                      มะรุมแคปซูล  3 เม็ด  4 เวลา  (ลดอักเสบข้อ  ลดการสร้างuric acidในร่างกาย)
                      แนะนำประคบอุ่น ตามข้อที่ปวด/บวม  (เพิ่มเลือดไหลเวียน เมื่อเลือดไหลเวียนก็เพิ่มการขับuric crystal ออกจากข้อมากขึ้น)
                      ทานน้ำมากกว่า 4 ลิตรต่อวัน  เพราะuric acid ออกทางไต (กันเป็นนิ่ว)
                      ลดของทอด  หวานๆ  คุมอาหารสำหรับเก๊าท์ต่อไป


รูป รอยผลึกที่ส้นเท้า ในช่วงแรก ----------ช่วงปัจจุึบัน

 

สมาชิกท่่านใดมีอะไรเสริมบ้าง เพื่อประโยชน์ต่อไป  ขอแนะนำได้นะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2013, 10:26:19 AM โดย นพ.ทัศนัย เผือกพิพัฒน์ » บันทึกการเข้า
Aoom
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Full Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 43
ออฟไลน์

กระทู้: 77



« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2013, 07:19:27 PM »


ส่้วนถุงหนองที่ส้นเท้านั้น สาเหตุเกิดจากต้นเหตุตัวไหนคะ พิวรีน หรือ พระยาด  หรือพิษ
มีคนรู้จักหลายคน บ่นว่า ปวดที่้ส้นเท้า  อันนี้เป็นไปได้ไหมว่าต้นเหตุอาจจะมาจากเก๊าหินปูนนี่หรือเปล่าคะ  ที่นอกเหนือไปจากเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนกลางได้น้อย     
อาการ  ง่วงนอนบ่อย  หรือง่วงนอนทั้งวัน  ปวดเมื่อยเนื้อตัว  ปวดส้นเท้า  ขี้โมโห  ท้องอืด  อาหารไม่ย่อย
ขอบคุณค่ะ

สิ่งที่เห็นเป็นเหมือนถุงหนองที่ส้น  นี้คือ ผลึกเก๊าท์ มาครั้งที่ 2 (ผ่านไป 20 วัน) มันแตกไม่มีน้ำแต่เป็นเหมือนแป้งขาวๆ (ผลึก urate : เกิดจากการตกตะกอนของ uric acid อีกที)
อาการอื่น ง่วงนอนบ่อย  หรือง่วงนอนทั้งวัน  ปวดเมื่อยเนื้อตัว  ปวดส้นเท้า  ขี้โมโห  ท้องอืด  อาหารไม่ย่อย  น่าจะมาจากพยาธิที่พบร่วมทั้งในลำไส้ ในเนื่อเยื่อ


จากรูป ระยะ egg----------------metacercaria ควรอยู่ในกุ้งหอย ปู ปลา สัตว์น้ำอื่นๆ  แต่ที่นี่  ไข่(ขนาด 1/10 มม) มันมุดเข้าในเลือด ล่องลอยไปตามเนื้อเยื่อ  แล้วพัฒนาจนเป็นระยะสุดท้าย  แล้วมัก็ใช้ วิตะมิน  สารอาหาร  ฮอร์โมน จากเราจนเราป่วยด้วยอาการมากมาย   ซ้ำร้ายมันยังปล่อยสารก่อเนื้องอกให้เราอีก  (2บรรทัดสุดท้าย ไม่มีอ้างอิงทางหลักวิชาการ นะครับ ใช่ดิ่งตรวจจากผู้ป่วย เป็นจริงตามนี้)

หาอ่านที่ผมพูดที่ http://onelight.com/library/Clark,%20Hulda%20-%20The%20Cure%20for%20All%20Cancers.pdf
รูปวงจรพยาธิอยู่ที่หน้า 6 นะครับ
                                                                                  no parasite  no toxin  no cancer

 "ซ้ำร้ายมันยังปล่อยสารก่อเนื้องอกให้เราอีก  (2บรรทัดสุดท้าย ไม่มีอ้างอิงทางหลักวิชาการ นะครับ ใช่ดิ่งตรวจจากผู้ป่วย เป็นจริงตามนี้)"

มีคนไทยศึกษาประเด็นนี้ค่ะ คือเขาอาจไม่ได้พูดถึงพยาธิค่ะ แต่อุ้มขอสรุปกลไกอย่างนี้นะคะ
พยาธิ >> ไข่พยาธิ (อาหารเชื้อรา/แบคทีเรียน) >> เชื้อรา/แบคทีเรียมากเกิน >> ไส้รั่ว/ลำไส้ทำงานบกพร่อง (ดูดซึมวิตามิน บี6 บี12 โฟเลตไม่ได้) + >> ไม่มีบี6 บี12 และโฟเลตเพื่อเผาผลาญ homo cysteine จากการกินโปรตีน >> hyperhomocysteine ในกระแสเลือด >> MTHFR mutations >> DNA methylation >> มะเร็ง
อ่านเพิ่มเติมจาก
ศึกษา DNA methylation (มะเร็งทั่วไป)  : http://www.researchgate.net/publication/39024267_____
ศึกษา MTHFR mutations (มะเร็งท่อน้ำดี) : http://www.smj.ejnal.com/e-journal/showdetail/?show_detail=T&art_id=1741

***แต่ก่อนจะเป็นมะเร็ง  เอาแค่ hyperhomocysteine ก็แย่แล้วววว เพราะนอกจากมันจะทำให้เกิด  MTHFR mutations การกลายพันธุ์ของยีนส์ (ไม่ใช่กางเกงยีนส์นะ แต่เป็นตัวกำหนดลักษณะพันธุกรรม หรือลักษณะของเซลล์ในร่างกาย) มันยังก่อให้เกิดโรคอื่น อาจตายก่อนเป็นมะเร็งก็ไำด้
hyperhomocysteine >> เส้นเลือดแดงอุดตัน >> หัวใจขาดเลือด/ สมองขาดเลือด (อัมพฤกษ์ อัมพาต)
ตรวจเลือดครั้งต่อไป นอกจากตรวจโคเลสเตอรอลแล้ว ตรวจ homocysteine ไปด้วยเลยละกัน ไหนๆ ก็อดข้าวอดน้ำให้เขาดูดเลือดเราไปแล้ว

พิมพ์ไปทบทวนไปในสมอง นึกขึ้นได้.... Shocked Shocked Shockedแว้กกกก Shocked Shocked Shocked แค่เพื่อนพ้องพยาธิในตัวเรา มันเป็นไปได้ขนาดนี้เลยเร้อ ที่หาวัคซีนป้องกันมะเร็งกันมาตั้งนาน ไปฉีดกันก็แพง กินยาถ่ายพยาธิแผงละ 30 ก็กันมะเร็งได้ จบข่าว Grin

เดี๋ยวเราเอาทฤษฎีนี้ไปชิงรางวัลกันดีกว่าค่ะคุณหมอ Wink
บันทึกการเข้า
Aoom
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Full Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 43
ออฟไลน์

กระทู้: 77



« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2013, 07:37:19 PM »

ลืมถามคุณหมออีกอย่างเรื่องการกินยาถ่ายพยาธิในคนท้องค่ะ ต้องกินยังไง มีข้อควรระวังยังไงไหมคะ เพราะการที่ค่า MTHFR สูงเขาบอกว่าอาจทำให้แท้ง หรือเด็กที่คลอดมาผิดปกติ
บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 361
ออฟไลน์

กระทู้: 4185



« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2013, 08:30:29 PM »

ดีจริง ๆ เลย มี 2 หมอ มาให้ความรู้แบบนี้ ชอบจริง ๆ

ขอบคุณมากค่ะ  รับไป ท่านละ 1 คะแนนนะคะสำหรับวันนี้

***********
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 31, 2013, 08:41:36 PM โดย Israel » บันทึกการเข้า
นพ.ทัศนัย เผือกพิพัฒน์
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 309
ออฟไลน์

กระทู้: 686


คิดบวก ชีวิตเป็นต่อ


« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2013, 09:46:01 AM »

เรื่องการกินยาถ่ายพยาธิในคนท้องค่ะ ต้องกินยังไง มีข้อควรระวังยังไงไหมคะ เพราะการที่ค่า MTHFR สูงเขาบอกว่าอาจทำให้แท้ง หรือเด็กที่คลอดมาผิดปกติ
1เรื่องการถ่ายพยาธิในคนท้อง ปลอดภัยใช้อาหารในธรรมชาติดีกว่า ที่แนะนำ : ใบคนทีสอ และสมุนไพรอื่นที่เวปแนะนำ
ถ้าเพิ่มเติม ยาalbendazole  ห้ามใช้ในคนท้อง   
                  ยา praziquante ห้ามให้ในหญิงให้นมบุตร และ พวกมีเม็ดสาคูจากพยาธิตัวตืดในลูกตา ระวังในพวกเม็ดสาคูในสมองด้วย
                  ยา niclosamide  ยังไม่มีข้อห้ามเพราะยาไม่ดูดซึม
2เรื่อง homocyteine ที่มากเกิน ต้องขอบคุณน้อง aoom ที่มาบอกสมาชิก เพราะทุกวันนี้ แพทย์ไม่ได้ตรวจส่วนใหญ่    สำหรับนักเพนดูลั่มจึงได้เปรียบ ลองดิ่งดู ก็ไม่เสียหลาย  กลไกการเกิดภาวะ homocysteineเกิน นั้นศึกษาเพิ่มเติม (ทางศาสตร์ด้านอาหาร)อีกมาก
สรุปเอาสั้นๆ   ถ้าทานวิตะมินกันสารนี้ ก็ทาน  B 1 6 12 และ FOLIC  วันละ 1 เม็ด ก็ปลอดภัย
                     http://110.164.68.234/news_raja/index.php?mode=topicshow&tp_id=4613
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 01, 2013, 11:24:43 AM โดย นพ.ทัศนัย เผือกพิพัฒน์ » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] |   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
  ลิ้งค์ไปยังปฏิทิน  
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.106 วินาที กับ 22 คำสั่ง

กลับหน้า Homepage : www.pendulumthai.com