เว็บบอร์ด
ตุลาคม 01, 2014, 05:12:11 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: หนังสือสุขภาพของ อ.สุทธิวัสส์ คำภา ทุกเล่ม สั่งซื้อได้ที่ arunsaku@yahoo.com หรือ โทร.081-350-0371
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] |   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอสนทนาเรื่อง ไรฝุ่น อีกสักครั้ง  (อ่าน 5992 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
thanithachaidee
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2012, 02:49:13 PM »

ข้อความต่อไปนี้ เขียนโดยคุณ Lee ไว้ในหัวข้อ ไรฝุ่น เอขออนุญาต คัดลอก เพื่อนำมาเกริ่นนำ ถึงเรื่องนี้ สักนิดค่ะ... Cheesy

+++++
การจะทดสอบว่าเรามีไรฝุ่น หรือ ไม่มี การทานขมิ้นชัน ก็พอจะเป็นตัวทดสอบได้
ถ้าทานขมิ้นชันแล้ว เริ่มคันมากขึ้น มีผื่นขึ้น ก็ใช่เลย แสดงว่าเรามีไรฝุ่นอยู่แล้ว

เพราะไรฝุ่น เมื่อเจออะไรที่เขาไม่ชอบ เขาจะฉี่รด
ฉี่ของไรฝุ่น จะทำให้เราคัน

ไรฝุ่นไม่ชอบขมิ้นชัน และ ไม่ชอบเอสโตรเจน
เวลาเขาเจอขมิ้นชัน เขาจะหนี ก่อนหนีก็ฉี่รดก่อน ทำให้คัน
แต่ขมิ้นชัน ไม่ได้ทำให้ไรฝุ่นตายเร็ว แต่ค่อย ๆ หนีไปเอง
คนบางคน ทานขมิ้นชันแล้วเป็นผื่น  ก็เลยหยุดทาน เพราะทนไม่ไหว

แต่อ.สุทธิวัสส์ บอกให้ทานต่อไปเรื่อย ๆ  ไรฝุ่นจะหนีไปเอง
ก็แล้วแต่ว่า ทนคันต่อไหวหรือไม่

วิธีกำจัดไรฝุ่นที่ดีคือ การให้เอสโตรเจนซะเลยโดย
1. ให้กับผิวโดยตรง คือ พวกโลชั่นผลไม้ โลชั่นมะเฟือง หรือ การ detox ผิว
2. ให้ภายใน โดยการทานน้ำมะม่วงปั่น, น้ำมะเฟือง, น้ำมะพร้าวอ่อน หรือ มุกสกัด
ไรฝุ่นจะหมดเร็วกว่าการทานขมิ้นชัน

นี่ยังไม่รวมวิธีดูแลห้องนอน เตียง เสื้อผ้า ให้สะอาด มีอากาศถ่ายเท
เช็ดปัดกวาด ซักล้าง ตากแดด  อย่าปล่อยให้อับ  ไรฝุ่นจะชอบที่อับ และ ชื้น

คำแนะนำคือ หาสถานที่ประเมินสุขภาพที่ใกล้ที่สุด แล้วให้นักประเมินสุขภาพเขาบอกดีกว่า
ระหว่างนี้ จะทานขมิ้นชัน หรือ หาน้ำมะพร้าวอ่อนทาน และ ชะโลมผิวไปก่อน ก็ไม่เสียหาย
แต่อย่าทานเนื้อมะพร้าวนะครับ
ขมิ้นชันทานได้ทุกเวลา กี่เม็ดก็ได้ ตามแต่กระเป๋าจะอำนวย ไม่มีโทษใด ๆ
(หากมีโทษ อ.สุทธิวัสส์ ท่านคงไป สุดที่วัด ไปแล้ว เพราะท่านเคยลองถึงวันละ 100 เม็ด
ก็ยังไม่สุดที่วัดซะที)
++++++

เอ ขอ แบ่งปันประสบการณ์เรื่องไรฝุ่น ของตนเอง ต่อไปจากข้อความนี้ นะคะ.... Wink
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 13, 2012, 02:49:43 PM โดย thanithachaidee » บันทึกการเข้า
thanithachaidee
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2012, 03:24:51 PM »

เมื่อ เดือน ก่อน เอ ดิ่งเช็ค สุขภาพ ของเอ ชุดใหญ่ ไม่ท้าวความล่ะว่า เป็นอะไรบ้าง แต่ 1 ในนั้น คือ ไรฝุ่น (ขณะนั้น ไม่มีอาการบ่งชี้อะไรนะคะ) และ อีก 1 ในนั้น คือ ไขมันเกาะตับ และอื่นๆ

เมื่อสอบถามการรักษา ได้คำตอบว่า ทาน ขมิ้นชัน วันละ 7 เม็ด ตามเวลาต่างๆได้ ก็เริ่มทานไป

2 วัน ให้หลัง เกิดผื่นปื้นแดง แบบ เละเทะ บนตัว และคันอย่างมาก ทรมานสุดๆเลยค่ะ รอยโรคของตุ่มคัน ไม่เข้าเค้าเลยกับตุ่มคัน ที่เอเคยโพสต์เอาไว้เกี่ยวกับเรื่อง "เกาให้ถูกที่คันฯ" ในขณะนั้น ยังไม่ทราบว่า เป็นผลอันเนื่องมาจากการทานขมิ้นชันรักษาเรื่องอื่นแล้วไรฝุ่นเขาหนี ฯลฯ ก็งงไปหมด เพราะดิ่งถามอะไรๆที่จะมีผลเรื่องคัน ก็ไม่ใช่ไปหมด จนกระทั่งเข้ามาค้นหากระทู้ในเวบบอร์ด จึงได้ถึง "บางอ๋อ"....

รอยโรคของผื่นคัน จาก ไรฝุ่น ขอแบ่งปันไว้ เผื่อมีประโยชน์

1. หลังจากทานขมิ้นชัน (ระยะเวลาไม่แน่นอน ขึ้นกับว่า แต่ละท่านทานมาก หรือน้อย อย่างของเอ วันละ 7 เม็ด ก็ 2 วันให้หลัง เท่านั้น) จะเกิดอาการคัน บริเวณข้อพับ และที่อับชื้น ของเอ เริ่มต้นที่ ข้อพับแขนก่อนค่ะ แล้วลามปามไปบริเวณอับชื้น เช่น (ขออนุญาตกล่าวตรงๆนะคะ ไม่ได้มีเจตนาทะลึ่ง) ...รอบวงแขน สายเสื้อยกทรง ใต้ราวนม ข้อมือบริเวณข้อพับ หน้าขา บริเวณขอบกางเกงใน ข้อพับขา และบริเวณสะบัก...แม้กระทั่ง คันตา (หัวตา) ตาเปื่อยเลยค่ะ บนศีรษะ ก็มีตุ่มคันค่ะ  ถ้าท่านใด รับขมิ้นชันไปแล้ว เกิดอาการเยี่ยงนี้ แสดงว่า ท่านโดนไรฝุ่นซุ่มโจมตีอยู่แล้วนะคะ...

2. ตุ่มที่เกิด ไม่มีรูปทรงแน่นอน ไม่มียอดหัวขาวๆ (จึงไม่ใช่ตุ่มแบบที่เกิดจากหินปูนเกาะผิวหนัง) ไม่ใช่เกิดตุ่มยกนูน แล้วเป็นทางยาวเหมือนสายสร้อย รวมทั้งเกิดจ้ำเลือด (จึงไม่ใช่เกิดจากพยาธิตัวตืด) ไม่ได้คันเลื้อยไปตามตัวแบบพยาธิตัวกลมและตัวตืด ไม่ได้คันเป็นกระจุกจนเกิดตุ่มน้ำใส และรอยแผลเป็น (จึงไม่ใช่พยาธิผิวหนัง) และไม่เป็นแผ่นปื้นยกหนาเห่อ แบบคนที่แพ้ฟอร์มาลีน แต่เป็นตุ่มลักษณะขนาดเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ไม่แน่นอน ขอบไม่ชัดเจน ไม่มียอด และที่สำคัญคือ ยกตัวหนาเป็นปื้น กระจายแบบสุ่ม เละเทะ เกาแล้วเลือดออกกระเจิดกระเจิง และเกิดเฉพาะที่อับชื้นเท่านั้น ไม่ได้เกิดเลื้อยไปทั่วตัว อีกทั้งไม่กระจุกเป็นหย่อมๆ แต่บอกได้คำเดียวว่า เละเป็นโจ๊ก!!! สิ่งที่ตามมาคือ ผิวหนังบริเวณนั้นจะแดง อักเสบ ปวดแสบปวดร้อนหากมีการอักเสบ และเวลาเหงื่อออก จะแสบมาก ทรมานสุดๆ และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ หากหยุดเกาไม่ได้ แล้วเล็บยาว หรือเล็บไม่สะอาด อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และลุกลามไปใหญ่โตได้ ซึ่งสมัยที่เอยังไม่ได้เรียนเพนดูลั่ม แล้วเอทานขมิ้นชันเพื่อรักษาแผลในกระเพาะอาหาร (หลายปีมาแล้ว) ก็เกิดอาการแบบนี้ จนต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะผิวติดเชื้อจากการเกา หมอต้องให้ยาแอนตี้ฮิสตามีน บวกยาฆ่าเชื้อ แบบฉีดเลยค่ะ จะตายเอา...

แนวทางรักษา แบบ เอ-เอ อีกแล้ว (เอาตัวเข้าแลก ทุกงาน)

1. เอลองลงน้ำมันงา ปรากฏว่า ไม่หาย
2. เอลอง ใช้สารส้ม ถูตัวหลังอาบน้ำ ปรากฏว่า แสบมากๆ และไม่หาย
3. เอลองใช้ พญายอ ทั้งแบบน้ำ และแบบครีม (ของอภัยภูเบศ) ปรากฏว่า ระงับอาการคันได้ แต่ไม่ยุบ ไม่หาย
4. เอลองใช้ โลชั่นมะเฟืองที่เป็นครีมผสมกับว่านหางจระเข้ และขมิ้นชัน ปรากฏว่า ระงับการคันได้ ตุ่มยุบลงบ้าง แต่ไม่หาย

โมโห.... Angry ...เพราะ ทรมาน มา 2 อาทิตย์ แล้ว  Angry Angry Angry Angry

เอเลยไปซื้อ น้ำมะเฟือง ที่เขียนข้างขวดว่า โลชั่นมะเฟือง เป็นน้ำเหลวๆ ชุบสำลี ทาที่เป็นผื่น วันละ 2 ครั้ง หลังอาบน้ำ กลิ่นสุดบรรยาย เพราะเดินไปไหน เหมือนไข่ดองน้ำส้มหมัก ของน้าแมวไม่มีผิด... Tongue

ได้ผลเว่ยยยยยย.......มันยุบ มันหยุดคัน ภายใน 2 วัน แต่ มันร้ายมาก...มันย้ายที่ไปค่ะ  Angry Angry Angry คือตอนแรก เป็นแค่ที่ข้อพับแขน กับวงแขน พอเอใช้ไม้แข็งด้วยโลชั่นมะเฟือง...มันดันย้ายที่ไปคันที่อื่น ที่เป็นที่อับชื้น บนหัวก-บาลก็มี

ตอนนี้ ก็ เป็น โปลิศ จับขโมย กันไปกับไรฝุ่นค่ะ ...แต่ขอบอกเลยว่า มัน ทรมาน จริงๆ ... และไม่หายง่ายๆเลย เพราะเราต้องอยู่กับมัน แต่ว่า ระหว่างเวลาที่ทรมานนี้ เอไม่หยุดทานขมิ้นชันเลยนะคะ เพราะการรักษายังไม่จบค่ะ มันเลยทั้งอาละวาด ทั้งโจมตี จนบางที เหนื่อยเลย ...หมดสมาธิในการทำงาน เพราะมัวแต่...คัน...

ก็เลยต้องใช้โลชั่นมะเฟือง ตามล้างตามเช็ด กันไปก่อน...แล้วจะลองเอสโตรเจนภายในกันต่อไปด้วยค่ะ...

เอวัง...
บันทึกการเข้า
tubtiang
ธรรมะมีอยู่ในใจของทุกคน
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 98
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 538



« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2012, 04:01:46 PM »

ขอบคุณนะครับ อ.เอ สำหรับความเมตตาให้ได้อ่านประสบการณ์ที่พบเจอ อ.เอ สู้ๆนะครับ...มีภาคต่อแน่ๆเลย (แอสโตรเจน)
ผมยังคงรักษาตามที่ อ.เอ บอกอย่างต่อเนื่อง พร้อมฝึกดิ่งแล้วครับ แต่ยังไม่กล้าถามเยอะ... Grin
บันทึกการเข้า

Y.S.
thanithachaidee
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2012, 04:11:30 PM »

ขอบคุณนะครับ อ.เอ สำหรับความเมตตาให้ได้อ่านประสบการณ์ที่พบเจอ อ.เอ สู้ๆนะครับ...มีภาคต่อแน่ๆเลย (แอสโตรเจน)
ผมยังคงรักษาตามที่ อ.เอ บอกอย่างต่อเนื่อง พร้อมฝึกดิ่งแล้วครับ แต่ยังไม่กล้าถามเยอะ... Grin

ลองเริ่มจาก การตรวจสอบตนเองก่อนว่า ตนเองธาตุอะไร ดิน / น้ำ / ลม / ไฟ

แล้ว ชารต์ พลัง ด้วยท่วงท่าที่เหมาะกับธาตุของเรา

หมั่นตรวจสอบ พลัง และเจ้ากรรมนายเวร เสมอๆ หากพบว่า พลังน้อย ให้ชารต์พลัง หากมีเจ้ากรรมนายเวร ก็ต้องอุทิศบุญ

แล้วก็ลองฝึกไปเรื่อยๆ กับตนเองก่อนนะคะ

อีกประการคือ หากรักจะเป็น ผู้ประเมินให้ผู้อื่น สมควร หาลูกดิ่ง ลาพิซลาซูลี ไว้ในครอบครอง สัก 1 ลูก

และสมควรเป็น "ศิษย์มีครู" ค่ะ....ซึ่งหากเป็นไปได้ ควรหาทาง มาเรียนกับ อ.สุทธิวัสส์ ค่ะ

เรียนรู้ จากกระทู้ต่างๆ ในเวบบอร์ด ไปก่อน หากยังไม่ถึงเวลาของคุณ ที่คุณจะมาเรียน โดยเริ่มจาก เรื่องง่ายๆ ใกล้ๆตัวก่อน เช่น พยาธิ์ เชื้อรา สะเก็ดเลือด ...

ส่วนเรื่องยากๆ อย่าเพิ่งไปอ่าน เพราะจะทำให้เกิดความงุนงง สับสน ที่สุด จะดิ่งเพี้ยนไป เพราะ อวิชชา ของตน

เอาใจช่วยค่ะ  Grin
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 13, 2012, 04:12:48 PM โดย thanithachaidee » บันทึกการเข้า
tubtiang
ธรรมะมีอยู่ในใจของทุกคน
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 98
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 538



« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2012, 04:19:19 PM »


ลองเริ่มจาก การตรวจสอบตนเองก่อนว่า ตนเองธาตุอะไร ดิน / น้ำ / ลม / ไฟ

แล้ว ชารต์ พลัง ด้วยท่วงท่าที่เหมาะกับธาตุของเรา

หมั่นตรวจสอบ พลัง และเจ้ากรรมนายเวร เสมอๆ หากพบว่า พลังน้อย ให้ชารต์พลัง หากมีเจ้ากรรมนายเวร ก็ต้องอุทิศบุญ

แล้วก็ลองฝึกไปเรื่อยๆ กับตนเองก่อนนะคะ

อีกประการคือ หากรักจะเป็น ผู้ประเมินให้ผู้อื่น สมควร หาลูกดิ่ง ลาพิซลาซูลี ไว้ในครอบครอง สัก 1 ลูก

และสมควรเป็น "ศิษย์มีครู" ค่ะ....ซึ่งหากเป็นไปได้ ควรหาทาง มาเรียนกับ อ.สุทธิวัสส์ ค่ะ

เรียนรู้ จากกระทู้ต่างๆ ในเวบบอร์ด ไปก่อน หากยังไม่ถึงเวลาของคุณ ที่คุณจะมาเรียน โดยเริ่มจาก เรื่องง่ายๆ ใกล้ๆตัวก่อน เช่น พยาธิ์ เชื้อรา สะเก็ดเลือด ...

ส่วนเรื่องยากๆ อย่าเพิ่งไปอ่าน เพราะจะทำให้เกิดความงุนงง สับสน ที่สุด จะดิ่งเพี้ยนไป เพราะ อวิชชา ของตน

เอาใจช่วยค่ะ  Grin


ขอบคุณนะครับ.. อ.เอ
บันทึกการเข้า

Y.S.
Ammy
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 294
ออฟไลน์

กระทู้: 3565


The Great Way


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2012, 06:54:18 PM »

อ่านแล้วนึกภาพออกเลย เพราะเพิ่งผ่านมาเหมือนกันคะ

รอติดตามอ.เอ ต่ออีกนะคะ ขอบคุณสำหรับประสบการณ์การบำบัดที่นำมาแบ่งปันคะ

บันทึกการเข้า
arunsaku
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 392
ออฟไลน์

กระทู้: 3353



« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2012, 08:21:46 PM »

เสริม อ.เอ เรื่องโลชั่นมะเฟืองนิดหน่อย
มันมีแบบที่ไม่ต้องล้างออก กับที่ต้องล้างออก
ผมลองใช้ดูพบว่า แบบที่ต้องล้างออกสรรพคุณดีกว่า
เข้มข้นดี ทาให้หน้าเหม็นไปเลย ตอนเราอยู่บ้าน  สักชั่วโมงค่อยล้างออกด้วยน้ำเปล่า
รู้สึกโปร่งสบายหายคัน ไพร่ฟ้าหน้าใส

ส่วนแบบที่ไม่ต้องล้างออก เคยใช้อยู่พักหนึ่ง
มีความรู้สึกว่ามันทำให้หน้ามีผื่นคันมากขึ้นด้วยซ้ำ
อันนี้ ต้องลองเอง อาจไม่เหมือนกันก็ได้
บันทึกการเข้า
thanithachaidee
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2012, 08:53:06 AM »

เสริม อ.เอ เรื่องโลชั่นมะเฟืองนิดหน่อย
มันมีแบบที่ไม่ต้องล้างออก กับที่ต้องล้างออก
ผมลองใช้ดูพบว่า แบบที่ต้องล้างออกสรรพคุณดีกว่า
เข้มข้นดี ทาให้หน้าเหม็นไปเลย ตอนเราอยู่บ้าน  สักชั่วโมงค่อยล้างออกด้วยน้ำเปล่า
รู้สึกโปร่งสบายหายคัน ไพร่ฟ้าหน้าใส

ส่วนแบบที่ไม่ต้องล้างออก เคยใช้อยู่พักหนึ่ง
มีความรู้สึกว่ามันทำให้หน้ามีผื่นคันมากขึ้นด้วยซ้ำ
อันนี้ ต้องลองเอง อาจไม่เหมือนกันก็ได้

ที่เอใช้ เป็นแบบ ทูเวย์ค่ะ คือ จะล้างออก หรือไม่ล้างออก ก็ได้ค่ะ

แต่ก็แปลกดีตรงที่ว่า คันขนาดไหนก็ตาม ไม่เคยคันเห่อบนหน้าเลยค่ะ...แต่ตาเปื่อยนะคะ คันตา คันหัวบ้าง

ตาตู่แกเลยตั้งข้อสังเกตว่า เธอใช้อะไรโบ๊ะหน้าเธอไปบ้าง?...ลองเอามาโบ๊ะ ตรงที่เป็นไรฝุ่นดูบ้างสิ อาจจะ ได้ผลนะ แต่ไม่เอาล่ะค่ะ...มันแพง...ฮ่าๆๆๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] |   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
  ลิ้งค์ไปยังปฏิทิน  
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 2.34 วินาที กับ 20 คำสั่ง
Home : www.pendulumthai.com