เว็บบอร์ด
กรกฎาคม 23, 2018, 04:44:25 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: เชิญอ่านนิยาย "หมอเถื่อน" ที่กำลังฮือฮา อ่านฟรีได้ กดที่นี่ http://goo.gl/c0ly0I
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] |   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอเชิญแสดงความคิดเห็นต่อ หมอเถื่อน ตอน 60 "วัดนาคโขง"  (อ่าน 4271 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
lee
assist admin
Hero Member
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 553
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3925


ไม่มีหนี้นับว่ามีโชค ไม่มีโรค มีโชคมากกว่า


« เมื่อ: เมษายน 08, 2012, 07:42:47 PM »

ขอเชิญแสดงความคิดเห็นต่อ หมอเถื่อน 60 "วัดนาคโขง"
โดยกด "ตอบ" ข้างล่างขวามือ

ยังไม่เคยอ่านตอนนี้ อ่านได้ที่ http://www.pendulumthai.com/article_doctor60x.html


โหวตลือกตัวละครที่ชอบที่สุดที่ http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?topic=1116.0

ผู้ที่ต้องการแสดงความคิดเห็น และ โหวต ขอให้สมัครสมาชิกเว๊บบอร์ด ฟรี click ที่นี่
http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?action=register
บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 361
ออฟไลน์

กระทู้: 4185



« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 08, 2012, 09:38:08 PM »

ไม่ได้อยากเป็นคนเม้นท์คนแรกเลย  แต่อ่านแล้ว กลัวลืมก็เลยจำเป็นน่ะค่ะ

ไปปากช่องมา......มาเปิดเว็บ โห ดีใจหมอเถื่อนตอนใหม่ออกแล้ว  หายเหนื่อยเลย Smiley

** ก่อนอื่นขอบคุณวีรยาติ หลังจากปล่อยให้คิดถึงแอนดี้แทบแย่ คราวนี้ก็จัดเต็มมาเลย หุหุ ไม่รัก วีรยาติ แล้วจะรักใครเนี่ย

** อ่านตอนนี้เพิ่งรู้สึกขำถึงขีดกับคำว่า “ไอ้ลูกแมว”  แหม  อย่าง สิงห์ หรือ แอนดี้ เนี่ย  เป็น “ไอ้ลูกแมว”  ตรงไหนนะท่านลุง
ฝากวีรยาติถามท่านลุงให้หน่อยนะคะ สงสัยจริงจริ๊ง

**"พ่อของคุณ มาฝากคุณให้กับฉัน ฉันยินดีต้อนรับ" 
บิดาของไอ้ลูกแมวนี่คือผู้ใดหนอ ถ้าในชาติโยนก คงต้องกลับไปพลิกหนังสือดูอีกทีแล้ว ใครจำได้ช่วยบอกถี

** แหม  วัดนาคโขง  เอาของจริงมาประกอบด้วย เหมือนสารคดีประวัติศาสตร์เลยเยี่ยม ๆ

** "เชียงใหม่เคยเป็นของพม่า ? อือ...! เพิ่งรู้นะเนี่ย"  …..เพิ่งรู้เหมือนกัน

** "อย่าว่าแต่แกที่เป็นคนจีนจะมารู้ประวัติศาสตร์ไทยเลย เดี๋ยวนี้เด็กไทยก็ไม่ค่อยรู้ประวัติศาสตร์กันเท่าไหร่แล้ว"……มีกัดเล็ก ๆ ด้วยแฮะ

** ท่านลุงโมโหร้ายจัง น่ากลัวแฮะ..... แต่ก็สมควรแหละ เล่นหลอกกันซะเหมือนจริงเลย

** “….. แต่เขาเริ่มต้นด้วยการมีศีล ถึงแม้เขาไม่มีโอกาสบวช แต่เขาได้สัมผัสถึงรสธรรมะของพระจอมไตร นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าคนที่บวชแล้วแต่ไม่ได้เข้าถึงอะไรเลย"
ประทับใจประโยคนี้มาก ๆๆๆ  เป็นสากลเลยค่ะ  อ่านแล้วรู้สึกปิติในฐานะคนธรรมดาคนนึง

** "...เธออย่าทำให้คนที่เป็นบริวารของเธอผิดหวังนะ บริวารของเธอบางคน เขาอาจจะมีความฉลาดน้อยกว่าเธอ
 ....คุณณรงค์...  เค้าก็แค่มังกรตัวเล็ก ๆ ตัวนึง เธอรู้จักบ้างมั้ยล่ะ ? มังกรตัวเล็ก ๆ..."
อ่านถึงตอนนี้เแล้วคิดถึงมังกรตัวเล็กขึ้นมาจังเลย .... ต้องกลับไปเยี่ยมเยียนเสียแล้ว

ขอบคุณวีรยาติ....ตอนนี้สนุกมากกกกกกกกกกค่ะ  ลุ้นโน่น  ลุ้นนี่  (ความจริงคือ "เดา") ว่าที่เราคิดตามนั่นถูกไหม?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 08, 2012, 09:38:38 PM โดย Israel » บันทึกการเข้า
cholboy
Full Member
PMC Senior
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 69
ออฟไลน์

กระทู้: 119


« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 09, 2012, 08:40:26 AM »

ผลจากการไปตามล่าหาความจริง มีดังนี้

google หากหาคำว่า พระเจ้าอินทวิชยานนท์ มีขึ้นมามากมาย แต่ wikipedia ให้คำอธิบายประมาณนี้

พระเจ้าอินทวิชยานนท์ (? - พ.ศ. 2440 ขึ้นครองนครเชียงใหม่ พ.ศ. 2461 - พ.ศ. 2440) ทรงเป็นพระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นพระเจ้าเมืองประเทศราชองค์สุดท้าย ที่ทรงครองพระราชอำนาจเหนือล้านนาอย่างแท้จริง เพราะใน 2 รัชสมัยต่อมา พระราชอำนาจในฐานะเจ้าผู้ครองนครได้ถูกลดลง และได้ถูกยกเลิกในที่สุดเมื่อครั้งเปลี่ยนแปลงการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 7 นับจากพลตรี เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 9 พระราชโอรสได้เสด็จถึงพิราลัย

ด้วยความจงรักภักดีที่ทรงถวายต่อ พระบรมราชวงศ์จักรี อย่างไม่สั่นคลอน กอปรกับทรงเป็นพระราชบิดาในพระราชชายา เจ้าดารารัศมี พระราชชายาใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ซึ่งนับว่าเป็นการถวายพระเกียรตินับเนื่องเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ในพระบรมราชวงศ์จักรี และพระเจ้าเมืองประเทศราช เพียงพระองค์เดียวในประวัติศาสตร์ ที่ได้รับพระราชทานและยกย่องพระเกียรติยศดังกล่าว


เจ้าดารารัศมี wikipedia อธิบายว่า

หลังจาก อังกฤษ ได้ขยายอิทธิพลเข้าครอบครอง พม่าแล้ว อังกฤษได้พยายามขยายอิทธิพลเข้ามายังนครเชียงใหม่และอาณาจักรหัวเมืองฝ่ายเหนือ โดย สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร ได้ส่งราชทูตมาทูลขอ เจ้าหญิงดารารัศมี พระราชธิดาพระองค์เล็กอันประสูติแต่แม่เจ้าเทพไกรสรมหาเทวีใน พระเจ้าอินทวิชยานนท์ ไปเป็นพระราชธิดาบุญธรรม ในเวลานั้นไม่ปรากฏหลักฐานว่า พระเจ้าอินทวิชยานนท์ ทรงมีรับสั่งกราบทูลตอบกลับไปว่าอย่างไร โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระองค์นั้นได้พระราชทานเงื่อนไขว่า หากยกเจ้าหญิงดารารัศมีให้เป็นพระราชธิดาบุญธรรมในสมเด็จพระนางเจ้าฯ แล้วไซร้ เจ้าหญิงดารารัศมีจะได้ทรงครองพระอิสริยยศในทางราชการเป็นภาษาอังกฤษว่า "Princess Of Siam" เทียบเท่ากับพระราชโอรส-พระราชธิดาของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงสยามทุกประการและเวียงพิงค์เชียงใหม่จะได้มีอำนาจมากกว่าเดิมอีกด้วย แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกลว่า หากเจ้าหญิงดารารัศมีได้เป็นพระราชธิดาบุญธรรมในสมเด็จพระบรมราชินีนาถแห่งอังกฤษแล้ว นครเชียงใหม่อาจจะต้องกลายเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษไป เนื่องจากในสมัยนั้นมีการล่าอาณานิคมเป็นเมืองขึ้นตามประเทศต่างๆ แม้ว่าจะเป็นข้อเสนอที่ดูผิวเผินเพียงแค่เจรจาไมตรี หากมองดูลงไปให้ลึกซึ้งอังกฤษต้องการนครเชียงใหม่เป็นเมืองขึ้นเช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง (พม่า แล รัฐฉานหรือ เมิงไต นั่นเอง)
บันทึกการเข้า
underwater
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Full Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 54
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 77



« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 09, 2012, 08:44:09 AM »

ตอนที่ 60 นี้สนุกถูกใจผม   อย่างแรกคือ ตอนนี้อ่านแล้วทึ่งกับการเตรียมข้อมูลของทีมงาน
หลักฐานต่างๆ รูปภาพ เรื่องราว รูปปั้น ถ้าผมเดาไม่ผิด ทีมงานได้เอาไปข้อมูลจริง มีตัวตนจริง มานำเสนอ

ส่วนเนื้อหาของตอนที่ 60 นี้ อ่านแล้วเพลิน พอรู้สึกตัวอีกครั้งเหมือนหลุดออกมาจากภวังค์ ก็จบหน้า 3 เรียบร้อย    

ส่วนเรื่องความสามารถพิเศษ หรือความเมตตาครูบาอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถพิเศษ
ยุคปัจจุบันก็ยังมีอยู่ ส่วนใหญ่ผมรู้จักเพียงในแวดวงวัดป่า แต่เชื่อว่าท่านเหล่านี้มีอยู่ทั่วประเทศ
บันทึกการเข้า
saab
commentator หมอเถื่อน
Full Member
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 31
ออฟไลน์

กระทู้: 73


« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 09, 2012, 10:35:37 AM »

เห็นด้วยกับ underwater ทุกประการ  ผู้มีวิชาทั้งหลาย มีจำนวนมาก เพียงแต่เราจะรู้หรือไม่

ตอนที่60แล้ว ก็ยังสนุกไปเรื่อยๆ กับข้อมูลที่ไม่รู้ว่าอันไหนจริง อันไหนแต่ง เพราะเหมือนกับเอาชีวิตจริงมาเล่า  ถ้าไม่เห็นรูปภาพ ผมก็ยังไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริง อ่านนิยายเรื่องนี้แล้ว สับสนเป็นประจำ แต่ก็ยินดีสับสน เพราะเนื้อเรื่องสนุกทุกตอน
บันทึกการเข้า
arunsaku
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 404
ออฟไลน์

กระทู้: 3365



« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 10, 2012, 02:02:52 PM »

ชอบใจที่คุณ cholboy ไปตามล่าหาความจริง
ผมก็ไปตามหาวัดนาคโขงเหมือนกัน
ทั้งๆที่มีป้ายชื่อหน้าวัดมาโชว์ในนิยาย แต่กลับ search หาไม่เจอ
ขนาด search หารายชื่อวัดในเชียงใหม่ ก็ไม่เจอ
ไม่เจอ ก็ไม่เจอ อาจมีข้อผิดพลาดในการแจ้งรายชื่อ รึว่าผู้แต่งทำเนียน หลอกเราอีกแล้วก็ไม่รู้ หลอกกันจนชิน
เห็นจริงกับคุณ saab เลย เอาข้อมูลจริง กับข้อมูลแต่ง มาผสมผสานกัน จนเราไม่รู้ว่าอันไหนแท้ อันไหนเทียม ซึ่งสนุกในเนื้อเรื่องนั่นสนุกอยู่แล้ว ยังแถมสนุกในการตามล่าหาความจริงอีก
บันทึกการเข้า
bird
Full Member
Full Member
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 69
ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #6 เมื่อ: เมษายน 11, 2012, 08:57:42 AM »

คุณณรงค์ ทำให้เหวอได้ ตกเก้าอี้ไปเลย   จู่ ๆ คุณณรงค์ก็ออกมาวาดลวดลายตอนท้ายเรื่อง  ย้อนกลับไปคิดดู ก็เขานี่แหละ ที่เริ่มแนะนำธรรมะให้สิงห์ต้าลู่เป็นคนแรก  นั่นคือต้นเรื่องเลย วันนี้สิงห์ถึงได้มาบวชได้
เงื่อนงำที่ต้องไขต่อคือ คุณณรงค์ไปทำอะไรเกี่ยวพันกับหลวงพ่อสอนได้

วาทะของท่านลุงกับท่านหลาน อ่านแล้วอมยิ้ม บางทีก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ยั่วกันไปมา น่ารัก

การอ่านจิตคนของหลวงพ่อ เริ่มแสดงออกมาตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน นี่ถ้าแอนดี้ได้บวชที่นี่ คงได้สรรพวิชามาอีกมากมาย

บทสนทนาระหว่างแอนดี้กับลูกน้องเก่า
ฉันได้รู้ว่า ในโลกนี้ ได้เคยมีมนุษย์ที่สามารถเป็นที่พึ่งให้กับคนอื่นได้อย่างมหาศาลอเนกอนันต์ มนุษย์คนนั้นคือสถาบันอันมั่นคงกว่าสถาบันใด ๆ
ใครจะตีความว่ายังไง ? ผมตีความว่า หมายถึงพระพุทธเจ้า หรือ ไม่ก็หมายถึงพระเจ้าพรหมมหาราช ? แต่คิดว่าเป็นอันแรกมากกว่า

ผมช่วยคุณ cholboy ไปขุดความจริงมาบางส่วน

ประวัติเมืองเชียงใหม่ จากเว็บอื่น
ต่อมาในปี พ.ศ.2317 พญาจ่าบ้านและพระเจ้ากาวิละ ได้ร่วมกันต่อต้านพม่า และอัญเชิญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แห่งกรุงธนบุรี ยกทัพขับไล่พม่าพ่ายแพ้ไป ต่อมาสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้ทรงแต่งตั้ง
พระเจ้ากาวิละขึ้นครองเมืองในฐานะเมืองประเทศราช พระเจ้ากาวิละได้ทรงพื้นฟูเมืองเชียงใหม่ จนมีอาณาเขต
กว้างขวาง การค้าขายรุ่งเรือง ขณะเดียวกันก็จัดส่งบรรณาการ ส่วยสิ่งของและอื่นๆ ให้แก่กรุงรัตนโกสินทร์ซึ่งยังมีอำนาจในการแต่งตั้งตำแหน่งเจ้าเมืองและขุนนางระดับ
เชียงใหม่ ปัจจุบัน

ล่วงมาถึงสมัยราชการที่5 เมื่ออิทธิพลตะวันตกแผ่เข้ามาในเมืองไทย
มีการปฏิรูปการปกครอง โดยผนวกดินแดนล้านนาเข้ากับมณฑลพายัพ แต่ก็ยังเป็นเมืองประเทศราชในอาณัติราชอาณาจักรสยาม ตรงกับสมัยของ
เจ้าอินทวิชยานนท์ และราชการที่5ได้ทรงขอเจ้าดารารัศมี ธิดาของเจ้าอินทวิชยานนท์ไปเป็นชายา เจ้าดารารัศมีเป็น
ผู้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองอาณาจักรใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น
เมื่อมีการสร้างทางรถไฟขึ้นในเวลาต่อมา ส่งผลให้ตัวเมืองเชียงใหม่
ขยายตัวยิ่งขึ้นและใกล้ชิดกรุงเทพฯ มากขึ้น ในปี พ.ศ.2475
เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มณฑลเทศภิบาลถูกยกเลิก
เชียงใหม่มีฐานะเป็นจังหวัดหนึ่ง ของประเทศไทย หลังจากนั้น
เชียงใหม่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นจังหวัดใหญ่ที่สำคัญ
รองลงมาจากกรุงเทพฯเท่านั้น


พระนางจามเทวี จาก วิกิพีเดีย
พระนางจามเทวี เป็นสตรีซึ่งปรากฏพระนามในเอกสารต่างๆ ซึ่งระบุว่าทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรหริภุญชัย อันเป็นอาณาจักรโบราณในภาคเหนือของประเทศไทยปัจจุบัน

ตำนานต่างๆ ที่กล่าวถึงพระองค์ระบุศักราชไว้ไม่ตรงกัน ปรากฏบันทึกและการสอบศักราชโดยบุคคลต่างๆ เช่น[5]

    หนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ ระบุว่าทรงครองราชย์เมื่อ พ.ศ. 1205 อยู่ในราชสมบัติ 7 ปี
    มานิต วัลลิโภดม สอบค้นว่าประสูติเมื่อ พ.ศ. 1166 ครองราชย์ พ.ศ. 1205 ครองราชย์อยู่ 17 ปี สิ้นพระชนม์ พ.ศ. 1258 รวมพระชันษาได้ 92 ปี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 11, 2012, 08:59:51 AM โดย bird » บันทึกการเข้า
TaaChom
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 152
ออฟไลน์

กระทู้: 1342


ชีวิตนี้สั้นนัก ชีวิตนี้สำคัญนัก


« ตอบ #7 เมื่อ: เมษายน 29, 2012, 09:31:10 PM »

คุณพ่อของรุ่ง อยู่วัดนี้ด้วยหรือป่าว ต้องลุ้น  Grin Grin Grin
บันทึกการเข้า
arunsaku
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 404
ออฟไลน์

กระทู้: 3365



« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 07:07:40 PM »

1. คุณ arunsaku  มันจะเกินไปมั้ย ถ้าผมจะบอกว่า จะหานิยายไทยเรื่องอื่น แต่งได้สนุกเท่านิยายเรื่องนี้ มันยากมากแล้ว ใครหาได้บอกด้วยเถิด เอาแค่สนุกสูสีก็ได้ ผมจะได้ไปตามอ่านด้วย
2. ตอนหน้าเป็นตอนสุดท้าย ถ้าตอนหน้ายังสนุกกว่านี้อีก  ผมควรทำไงดี ?

ข้อ 1. ผมตอบไม่ได้ ความเชื่อมโยงที่ละเอียดละออ ของนิยายเรื่องนี้ หาได้ยากจริงๆ plot เรื่องใหญ่มาก ถ้าเขียนแบบนิยายจีน 20-30 เล่ม จบ ก็ทำได้ เพราะมีชาติก่อน ชาตินี้ มีประวัติศาสตร์ของการกู้ชาติเป็นแบ็คกราวด์ ซึ่งเอาไปเขียนขยายความได้สนุกได้อีกมาก หวังว่าคุณวีรยาติ จะติดลม สร้างผลงานระดับชาติออกมา ประวัติศาสตร์สมัยพระเจ้าพรหมมหาราช น่าจะกระตุ้นความอยากรู้ และกระตุ้นความรักในบรรพบุรุษ ของคนที่ได้อ่านอีกไม่น้อย นิยายไทยหลายเรื่องก็สนุก แต่จะหารสชาติที่ละเมียดละไม ตื่นเต้น ตลก สอนธรรมะ มีเรื่องสุขภาพทางเลือก และ ทำให้รู้จักศาสตร์แปลกๆ (ที่เรียกว่าอภิญญาร่วมสมัย) อย่างเรื่องนี้ ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนเลย (ย้ำคำของคุณ buran อีกครั้งว่า ใครเจอก็มาบอกกันด้วย จะรีบตามไป "เสพ" ด้วยเช่นกัน)

ข้อ 2. ข้อนี้ตอบไม่ยาก ถ้าตอน 61 ซึ่งเป็นตอนจบ สนุกกว่านี้ (ซึ่งอ่านแล้วก็แน่นอนครับ สนุกกว่า) คุณ buran ก็ต้องทำอย่างที่ พวกเราทำกันในตอนนี้ คือ "รออย่างใจจดใจจ่อจนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2555" แล้วมาคอยเมนท์กันต่อ ดีใจที่ต่อไปจะได้เห็นคุณ buran มาร่วมเมนท์กันแบบ shot ต่อ shot ตอน ต่อ ตอน นอกเหนือจากแฟนประจำอย่างคุณ bird, cholboy, yoon, saab, israel, lookplanoi, catdrink, srunya, maruko, Taachom, linda, ฯลฯ เราจะได้มีเพื่อนร่วมรอคอยตอนต่อไปเพิ่มขึ้นอีก 1 คน แล้วคุณ buran ก็คอมเมนท์ได้สนุกเสียด้วย พูดแล้วก็อดใจรอให้ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2555 แทบไม่ได้ ต่อไปผมอาจได้เห็นคุณ buran ออกมาประสานเสียง เร่งให้ออกตอนต่อไป (กดดันคุณวีรยาติ) ร่วมกับพวกเราอีกหลายๆคนก็ได้  Cheesy Cheesy Cheesy
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] |   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
  ลิ้งค์ไปยังปฏิทิน  
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.088 วินาที กับ 20 คำสั่ง

กลับหน้า Homepage : www.pendulumthai.com