เว็บบอร์ด
ตุลาคม 31, 2014, 11:45:53 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: สอบถามเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับ สูตรอาหาร, สมุนไพร โทร 089-642-3821 หรือ LINE ID : annazhang21
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] |   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์, น้ำมันงาดำบริสุทธิ์ 100 % บีบเย็น  (อ่าน 7013 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Israel
สมาชิก PMC
Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 352
ออฟไลน์

กระทู้: 4193



« เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2011, 02:16:06 PM »

น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ของ ภูมิดิน 

ผลการตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบ "น้ำมันมะพร้าว" ภูมิดิน
พบว่ามีกรดลอริค สูงมากถึง = 54.61%
(ค่านี้เป็นตัววัดคุณภาพของน้ำมันมะพร้าวยิ่งสูงยิ่งดี)กรดลอลิคเป็นตัวที่ทำให้น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติดีเด่นกว่าน้ำมันชนิดอื่นๆ แต่จะทำให้น้ำมันมะพร้าวเป็นไขเร็วขึ้นเมื่ออยู่ในสภาวะอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซ็นเซียส

ค่า Peroxide value (meg/kg) = 0.29 (ค่านี้ยึ่งต่ำยิ่งดี เนื่องจากไม่เกิดการ Oxidation เป็นค่าสมมูลย์เพอร์ออกไซด์ออกซิเจน น้ำมันมะพร้าวภูมิดินจึงสามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่มีกลิ่นหืน และสามารถใช้ได้โดยตรงกับผิวเพื่อเพื่อต้านอนุมูลอิสระ)

ค่า Free Fatty Acid (% as Lauric acid)เป็นการวัดค่ากรดไขมันอิสระซึ่งของ "ภูมิดิน" พบว่ามีค่ากรดไขมันอิสระเพียง 0.11% ถือเป็นค่ามาตรฐานของ VCNO โอกาสที่จะถูกเติมอ๊อกซิเจนนั้นน้อยมาก ดังนั้นจึงสามารถรักษาคุณภาพได้คงที่อยู่ได้นาน ไม่ว่าจะบรรจุในภาชนะทึบแสงหรือไม่ 

ค่า Moisture and volatile matter (%)= 0.12 (ค่าความชื้นที่อยู่ในน้ำมันของภูมิดินไม่สูง ได้มาตรฐาน ทำให้น้ำมันมะพร้าวไม่มีจุรินทรีย์ และสามารถเก็บได้นานโดยไม่มีกลิ่นหืน)

 



ดูสินค้าอื่นได้ที่ http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?board=82.0  หรือ  www.israelpmc17.com

วิธีสั่งสินค้า
โทร.  080 9930663,  086 5610226
หรือ  email  :   israelpmc17@gmail.com
หรือ  เว็บร้านไอสระเอน  http://www.israelpmc17.com

วิธีการชำระเงิน
1. ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาจรัญ 48  ชื่อ สนธิยา  ศรีอุทัย  121-2-20136-7
2. ธ. กสิกรไทย  สาขาเซนทรัลปิ่นเกล้า  ชื่อ  สนธิยา  ศรีอุทัย   047-2-24856-3
3.  ธ.กรุงไทย สาขาบางยี่ขัน  ชื่อ สนธิยา  ศรีอุทัย  090-0-08523-1

ตรวจสอบสถานะการส่งของได้ที่  http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?topic=4579.0

**************************************************

 1.  น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์บีบเย็น

2.  น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์บีบเย็นแบบแคปซูลชนิดเจลาตินนิ่ม ขวดละ 120 แคปซูล ราคาขวดละ  590.-  บาท

รับประทานวันละ 4-8 แคปซูลชนิดเจลาตินนิ่ม สามารถรับประทาน เช้า หรือก่อนนอน ช่วงเวลาไหนก็ได้ หรือ 2 เวลาก็ดี เด็กๆก็สามารถรับประทานได้ เพราะเจลาตินเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง วิธีรับประทานคือกัดแคปซูลให้แตกแล้วค่อยๆเคี้ยวเปลือกเจลาตินจะค่อยๆละลายรสชาดหอมอร่อยแถมยังมีประโยชน์

ประโยชน์ของเจลาติน : - เนื่องจากเป็นโปรตีนหรือกลุ่มกรดอะมิโนที่ได้จากโปรตีนคอลลาเจนของสัตว์อีกทีหนึ่ง ดังนั้นประโยชน์หลักๆ ของเจลาตินก็คือเป็นแหล่งโปรตีนที่ร่างกายนำไปสร้างคอลลาเจนได้ทันที หรือเป็นส่วนประกอบหลักของอวัยวะที่มีโปรตีนคอลลาเจนเป็นองค์ประกอบหลัก อันได้แก่อวัยวะต่างๆ ดังนี้
    1. เล็บ ทำให้เล็บแข็งแรงเป็นเงามัน ไม่แตก หรือเปราะหักง่าย
    2. เส้นผม ทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม โทนสีสม่ำเสมอ เส้นผมยาวเหยียดตรง และมีน้ำหนัก
    3. ผิวพรรณ ทำให้ผิวหนังไม่เหี่ยวย่นเกินวัย ผิวพรรณชุ่มชื่น นุ่มนวลผ่องใส ทำให้สุขภาพผิวแข็งแรงทนทานต่อสภาพแวดล้อมและเชื้อโรคได้
    4. กระดูกอ่อน เอ็น และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ( connective tissues)

การรับประทานอาหารเสริมที่มีเจลาติน เหมาะกับบุคคลดังต่อไปนี้
    1.ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวพรรณ เส้นผม และเล็บ โดยเฉพาะสตรีที่ให้นมบุตร สตรีในระยะที่มีประจำเดือน หรือวัยหมดประจำเดือน เพราะในสตรีกลุ่มนี้มักจะบกพร่องในเรื่องสารอาหารหลายชนิด ทำให้อาจบกพร่องในการสร้างคอลลาเจนด้วย
    2. ผู้สูงอายุ ที่มักเกิดจากความเสื่อมของกระดูก โดยการรับประทานเพื่อเสริมเจลาตินที่เสื่อมสภาพไป ให้ฟื้นฟูสภาพได้ ดังเดิม หรือป้องกันไม่ให้กระดูกเสื่อมถอยมากขึ้น
    3. นักกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนัก เพราะในกลุ่มนี้จะต้องการให้กระดูก ข้อต่อ เส้นเอ็นแข็งแรง เพื่อรองรับ การทำงานที่หนักหน่วง
    4. ใช้ลดน้ำหนักในโปรแกรมอาหารเสริมลดน้ำหนักได้ เนื่องจากมีคุณสมบัติในการพองตัวและเกิดความหนืดเมื่อละลายน้ำ

3.  น้ำมันงาดำสดบีบเย็น  [/size][/font][/color]



* p6o.jpg (66.19 KB, 500x337 - ดู 2885 ครั้ง.)

* P12.jpg (194.47 KB, 600x746 - ดู 2936 ครั้ง.)

* P11o1.jpg (66.74 KB, 500x432 - ดู 3122 ครั้ง.)

* P11o2.jpg (30.33 KB, 300x243 - ดู 2771 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 10, 2013, 10:48:32 AM โดย Israel » บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 352
ออฟไลน์

กระทู้: 4193



« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2011, 02:38:51 AM »

ชิญชวนอ่าน
1.  ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ สกัดเย็น


ได้ที่นี่ http://www.dtam.moph.go.th/alternative/viewstory.php?id=360



2.  ประโยชน์ของงา และน้ำมันงา
งา (Sesame)
มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Sesamum indicum L.
วงศ์ Pedaliaceae

งาเป็นไม้ล้มลุกและเป็นไม้พื้นเมืองของประเทศแถบเส้นศูนย์สูตร มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า Sesamum indicum L. แสดงถึงการพบต้นไม้ชนิดว่าอยู่ในแถบดินแดนโอเรียนเต็ลนี้เอง ซึ่งก็หมายถึงประเทศไทยด้วย มีการปลูกงามากที่ประเทศจีน อินเดียไปจนถึงเม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา งาเป็นต้นไม้ขนาดเล็กสูง 1-2 เมตร มีใบบอบบาง ดอกสีขาวหรือชมพู เมื่อผลแก่จัด จะได้เมล็ดงาจำนวนมากในฝักนั้น

เมล็ดงามีประโยชน์ ประกอบด้วยน้ำมันระหว่าง 46.4 – 52.0% มีโปรตีน 19.8 – 24.2% ซึ่งมีสัดส่วนดี จึงเป็นอาหารที่ดี มีสารมีไธโอนีนและทริพโทแฟ็นสูง มีแคลเซี่ยม โปรแตสเซี่ยมฟอสฟอรัส วิตามินบี และเหล็ก น้ำมันงาที่ดีได้มาจากการหีบโดยไม่ใช้ความร้อน (cold pressed) น้ำมันงาชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างของโมเลกุลน้ำมัน และไม่มีสารเคมีตกค้าง

น้ำมันงามีกรดไขมันอิ่มตัวชนิดหลายตำแหน่ง (Polyunsaturated fatty acids) ระหว่าง 40.9 – 42.0% ชนิดไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (Monounsaturated fatty acids) ระหว่าง 42.5 – 43.3% ซึ่งชนิดหลังนี้ เชื่อว่าช่วยป้องกันหลอดเลือดแดงแข็งและโรคหัวใจ

สรรพคุณ

งามีไขมันจำเป็นที่ร่างกายสังเคราะห์เองไม่ได้ คือกรดไลโนเลอิก ร่างกายจะนำกรดไขมันดังกล่าวไปสร้างฮอโมนพรอสต้าแกลนดินฮีกัน ซึ่งทำหน้าที่ที่ทรงคุณค่าต่อร่างกายมากมายหลายด้านด้วยกัน อาทิ
1.  ช่วยขยายหลอดเลือด
2.  ช่วยลดความดันโลหิต
3.  ป้องกันเกล็ดเลือด (Plate Ket) เกาะกันเป็นลิ่ม ถ้าเกาะกันมากอาจอุดตันหลอดเลือดเล็กๆได้
-  ถ้าอุดตันหลอดเลือดหัวใจ ก็จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
-  ถ้าลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือดสมอง ก็จะป่วยเป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ได้
-  ถ้าลิ่มเลือดอุดตันจอตา อาจทำให้ตาบอดได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องระวัง

4.  ยับยั้งไม่ให้ร่างกายสร้างคอเลสเตอรอลมากเกินไป
5.  งามีแคลเซี่ยมสูงทำให้กระดูกแข็งแรงเพิ่มความหนาให้มวลกระดูก
-  งามีแคลเซี่ยมสูงมากกว่าพืชทั่วไปถึง 40 เท่า ทั้งยังมีฟอสฟอรัสมากถึง 20 เท่า สาร 2 ตัวนี้เป็นธาตุสำคัญในการเสริมสร้างกระดูกและฟัน จึงควรให้เด็กกินงาจะได้เจริญเติบโตสูงใหญ่ สตรีวัยหมดประจำเดือนก็ควรกินงามากๆ เพราะวัยนี้จะเกิดภาวะพร่องฮอร์โมนเอสโตเจน ทำให้มีการดึงแคลเซี่ยมาจากกระดูกและฟัน จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน กระดูกเสี่อม
นอกจากนี้ในงายังมีวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็ง และเป็นยาอายุวัฒนะทำให้ร่างกายสดชื่น ดูหนุ่ม - สาวและแก่ช้าลง
    ที่สำคัญ งามีเลซิติน ซึ่งเป็นส่วนประกอบไขมันที่สำคัญมากในเซลล์ประสาท ต่อมไร้ท่อ สมอง หัวใจ ไต ควรรับประทานวันละ 1-2 ช้อนชา แล้วตามด้วยน้ำอุ่น จะทำให้จิตแจ่มใส อารมณ์ดี

เราจะเห็นว่างานั้นมีประโยชน์มากมาย แม้แต่อาหารหลักของชาวมังสวิรัติยังขาดงาไม่ได้ เพราะโปรตีนของคนเราประกอบด้วยกรดอมิโนประมาณ 22 ชนิด แต่กรดอมิโนที่ร่างกายเราสร้างเองไม่ได้มีอยู่ 9 ชนิดด้วยกัน โปรตีนเหล่านี้มีอยู่ในถั่วเกือบครบถ้วน ยกเว้นกรดอมิโนที่ชื่อ เมทไธโอนีน ผMethionine) ซึ่งมีมากในเมล็ดงา

คนโบราณนิยมใช้น้ำมันงาในการรักษาตัวเองมานานหลายพันปีมาแล้ว ทั้งในประเทศอินเดียและจีน สรรพคุณต่างๆที่รวบรวมได้มีดังนี้

มีสรรพคุณต้านแบคทีเรีย รา และไวรัส ลดการอักเสบ ลดการเกิดการอุดตันของหลอดเลือด ใช้กับโรคเรื้อรัง เช่น ตับอักเสบ เบาหวาน และปวดศีรษะเรื้อรัง สกัดการเติบโตของเซลล์มะเร็งผิวหนัง และเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ ต้านอนุมูลอิสระ ใช้กลั้วคอและบ้วนปากจะลดเชื้อที่ทำให้เกิดเหงือกอักเสบ เชื้อก่อโรคเจ็บคอ และเชื้อหวัด ใช้หยอดจมูก (1-2 หยด) เมื่อเป็นไซนัสพบว่าได้ผลดี ใช้ทาผิวผู้เป็นโรคสะเก็ดเงินหรือเรื้อนกวาง (Psoriasis) และผู้มีผิวแห้ง ใช้ทาผิวและเคลือบเส้นผมเพื่อป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดดและลม ช่วยจับสารพิษในกระแสเลือด ช่วยรักษาเหา ลดอาการปวดตามข้อได้ ชาวธิเบตใช้หยดจมูกข้างละ 1 หยดเพื่อช่วยให้นอนหลับ และลดความกระวนกระวาย ช่วยระบายท้อง

เคล็ดลับก้นครัว
ใช้ประกอบอาหารได้ทุกประเภทเนื่องจากอุณหภูมิในการประกอบอาหารประมาณ 100 องศาเซ็นเซียนส ไม่ได้ทำลายคุณค่าทางโภชนาการของน้ำมัน (หากใช้แล้วไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำ) ดังนั้น ทั้ง ผัด ทอด หมักหมู หมักเนื้อ ทำน้ำจิ้มสุกี้
ดับกลิ่นคาวปลาและอาหารทะเล
สำหรับทอดที่ใช้เวลาไม่นานมาก หรือเจียวไข่ ตั้งน้ำมันงาให้ร้อนรอจนฟองหมด แล้วทอดจะทำให้อาหารที่ทอดกรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน อาหารมีรสชาดอร่อยขึ้น โดยไม่มีกลิ่นน้ำมันตกค้างในรสชาดอาหารเลย
ผัดผักกับน้ำ เหยาะเกลือป่นเล็กน้อย ใส่น้ำมันงา 1 ช้อนชา ผักจะหอมและกรอบอร่อย
ผสมในน้ำจิ้มสุกี้ น้ำสลัดเพื่อสุขภาพ
ใส่ในหม้อหุงข้าว 1 ช้อนโต๊ะ ก่อนกดปุ่ม จะช่วยให้ข้าวหอมนุ่ม อร่อย ไม่บูด ไม่เสีย ง่าย

เคล็ดลับงากับความงาม
1.  ใช้หมักผม จะทำให้เส้นผมดกดำ ไม่หลุดร่างง่าย ผมไม่แห้งแตกปลาย ใช้น้ำมันงาหมักผมไว้ประมาณ 30 นาทีก่อนสระออก

2.  ใช้บำรุงผิวหน้า ผิวกาย นวดตัว คลายกล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง ช่วยให้หลอดเลือดขยาย

3. อมฆ่าเชื้อ และลดกลิ่นปาก ลดคราบบุรี ชากาแฟ อมแล้วกลั้วคอประมาณวันละ 5 นาที หลังแปรงฟัน แล้วบ้วนทิ้ง (Oil Pulling)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 13, 2011, 03:41:41 AM โดย Israel » บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 352
ออฟไลน์

กระทู้: 4193



« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2012, 10:22:13 AM »

Oil Pulling Therapy ออยล์พูลลิ่ง

ออยล์พูลลิ่ง เป็นวิธีบำบัดของอินเดียที่มีมาเป็นเวลาช้านานแล้ว โดยการอมน้ำมันไว้และเคลื่อนน้ำมันไปให้ทั่วช่องปาก ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที จากนั้นจึงบ้วนทิ้งไป ออยล์พูลลิ่งเป็นที่ฮือฮาเมื่อ Dr. F. Karach, M.D., ได้เสนอรายงานต่อที่ประชุมสัมนาบัณฑิตย์ทางด้านวิทยาศาสตร์ในประเทศรัสเซียเมื่อปี 2534-2535 การประชุมมีผู้เชี่ยวชาญในเรื่องมะเร็ง และแบคทีเรียซึ่ง Dr.Karach ได้อธิบายถึงการบำบัดรักษาโรคที่ยอดเยี่ยมไม่เหมือนใคร ด้วยวิธีง่ายๆ โดยใช้การอมน้ำมัน  (ชาวอินเดียนิยมใช้น้ำมันงา แต่ที่สหรัฐฯนิยมใช้น้ำมันมะพร้าว)

วิธีการทำออยล์พูลลิ่ง


ทำขณะที่ท้องว่าง จะดื่มน้ำก่อนหรือไม่ก็ได้
ใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์บีบเย็นประมาณ 2-3 ช้อนชา อมไว้ในปาก
ค่อยๆ ดูด ดัน และดึง ให้น้ำมันไหลผ่านฟันและเหงือก
น้ำมันจะเปลี่ยนเป็นขุ่นหรือมีสีเหลือง
เคลื่อนน้ำมันไปทั่วๆปากอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 15-20 นาที
จากนั้นให้บ้วนน้ำมันทิ้งไป
บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ตามด้วยการดื่มน้ำ

โรคที่ได้รับรายงานว่าตอบสนองต่อการทำออยล์พูลลิ่ง

ผลของการทำออยล์พูลลิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ สุขภาพในช่องปากดีขึ้น ฟันขาวขึ้น แน่นขึ้นไม่โยกคลอน เหงือกเป็นสีชมพูแลดูมีสุขภาพ ลมหายใจสดชื่น นอกจากนี้ ดูเหมือนว่าออยล์พูลลิ่งจะช่วยเยียวยาความเจ็บไข้หรืออาการป่วยเรื้อรังได้อีกหลายชนิด ต่อไปเป็นชื่อของโรคหรืออาการเจ็บป่วยที่มีผู้รายงานเข้ามาว่ามีการตอบสนองที่ดีกับออยล์พูลลิ่ง: สิว ภูมิแพ้ รังแค ไซนัส ปวดหัวไมเกรน น้ำมูกมาก หืด หลอดลมอักเสบ ผิวหนังอักเสบ เรื้อนกวาง ปวดหลังปวดคอ ข้ออักเสบ กลิ่นปาก ฟันผุ ฟันเป็นหนอง เลือดออกตามไรฟัน โรคเหงือก ท้องผูก แผลในกระเพาะ ลำไส้ ลำไส้อักเสบ ริดสีดวงทวาร นอนไม่หลับ อ่อนเพลียเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือน

ส่วนอาการหรือโรคที่การศึกษาทางการแพทย์พบว่าเกี่ยวข้องกับสุขภาพในช่องปากโดยตรงและอาจมีผลตอบสนองกับการทำออยล์พูลลิ่งได้แก่ ปัสสาวะเป็นกรด ปอดอักเสบ(ARDS) ถุงลมโป่งพอง การอุดตันของเส้นเลือดและเส้นเลือดในสมอง ผลเลือดผิดปกติ ฝีในสมอง มะเร็ง เกาท์ ถุงน้ำดี หัวใจ น้ำตาลในเลือดสูง แท้งบุตร ไต ตับ ความผิดปกติของระบบประสาท กระดูกพรุน ปอดบวม ทารกคลอดก่อนกำหนดน้ำหนักตัวน้อย แพ้สารพิษ และโรคติดเชื้ออื่นๆอีกหลายชนิด

ช่วงเวลาที่เหมาะจะทำออยล์พูลลิ่ง

ปริมาณของแบคทีเรียในช่องปากมีการเปลี่ยนแปลงในระหว่างวัน การรับประทานทำให้แบคทีเรียบางส่วนผสมกับอาหารและน้ำลายในที่สุดถูกกลืนลงไป ปริมาณแบคทีเรียมีมากสุดในตอนเช้าก่อนรับประทานอาหาร การแปรงฟันช่วยลดปริมาณแบคทีเรียได้ไม่มากเนื่องจากฟันมีพื้นที่แค่ 10% ของช่องปาก ก่อนอาหารกลางวันปริมาณแบคทีเรียจะเพิ่มสูงขึ้นเกือบเท่าตอนก่อนอาหารเช้า และลดลงมากที่สุดภายหลังรับประทานอาหารเย็น เมื่อคุณหลับแบคทีเรียมีโอกาสกลับมาเพิ่มจำนวนขึ้นใหม่โดยไม่มีสิ่งใดมารบกวน การทำออยล์พูลลิ่งจึงควรทำเป็นสิ่งแรกในตอนเช้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แบคทีเรียในช่องปากมีปริมาณมากที่สุด.

นอกจากแบคทีเรียในช่องปากจะทำให้ร่างกายเกิดโรคร้ายต่างๆแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขอนามัยในช่องปากโดยตรง ส่วนใหญ่กับฟันและเหงือก ผลโดยตรงของแบ็คทีเรียต่อสุขอนามัยในช่องปากมีดังนี้

กลิ่นปาก คนประมาณ 20% มีกลิ่นปาก กลิ่นปากต่างจากกลิ่นเหม็นของอาหารที่รับประทานเข้าไปตรงที่คงอยู่อย่างถาวร เกิดจากแบคทีเรียหลายชนิดที่อาศัยอยู่บริเวณโคนลิ้นด้านบน ซึ่งจะตรวจไม่พบในคนที่ไม่มีกลิ่นปาก การทำออยล์พูลลิ่งเป็นประจำช่วยลดปริมาณแบคทีเรียเหล่านี้ได้และช่วยกำจัดกลิ่นปากอย่างได้ผล (กลิ่นปากอาจเป็นสัญญาณของโรคฟันผุหรือโรคเหงือก)
บันทึกการเข้า
TaaChom
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 152
ออฟไลน์

กระทู้: 1328


ชีวิตนี้สั้นนัก ชีวิตนี้สำคัญนัก


« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2012, 02:05:34 PM »

น้ำมันมะพร้าว มีประโยชน์ มากจริงๆเลย  Grin Grin Grin
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] |   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
  ลิ้งค์ไปยังปฏิทิน  
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.167 วินาที กับ 22 คำสั่ง
Home : www.pendulumthai.com