เว็บบอร์ด
เมษายน 20, 2014, 08:27:40 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
สอบถามเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับ สูตรอาหาร, สมุนไพร โทร 089-642-3821
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 |   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: "เก็บตก กระจุ๊กกระจิ๊ก มาฝาก"  (อ่าน 81441 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 4 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
arunsaku
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 389
ออฟไลน์

กระทู้: 3283



« ตอบ #90 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 03:48:41 AM »

ลูกเดือยผง  หรือผงลูกเดือย  มีขายเป็นซอง  ราคายุติธรรม    Grin

ขอฝากซื้อ สัก 10 ซอง จะได้ผอม สวย  Grin

นั่นสินะ ฒ ขายลูกเดือยผง รึไงเนี่ย อ่านแล้วตีความได้หลายแบบ    Grin
บันทึกการเข้า
v and v
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 300
ออฟไลน์

กระทู้: 1573


ก็ แค่ แมว


« ตอบ #91 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 10:18:00 AM »

5555  ไม่ได้ขายหรอก  แต่เห็นที่ร้านพวกที่ขายของแบบธรรมชาติบำบัดมี   ที่บอกว่าราคายุติธรรม
เพราะว่าจำราคาไม่ได้  จำได้แค่ความรู้สึกของตัวเอง เมื่อหยิบขึ้นมาดูราคา   รู้สึกว่า เออ ไม่ก็ไม่แพงอะไร
เรื่องมันก็แค่นี่แหละ   Grin Grin Grin
บันทึกการเข้า
Ammy
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 289
ออฟไลน์

กระทู้: 3503


The Great Way


« ตอบ #92 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 10:24:36 AM »

อ่ะนะ  Grin Grin Grin น่ากินเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 341
ออฟไลน์

กระทู้: 4136



« ตอบ #93 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2012, 07:34:23 AM »

Save your Life by Herbs โดยศิษย์ อ.สุทธิวัสส์ คำภา

เรทติ้งกระฉูดจนต้องเพิ่มวันเพิ่มเวลา รายการอโรคยา ทางช่อง MV News ( iNews)
ที่มีสองขิงแก่ อ.เก่งกาจ จงใจพระ กับ อ.ประสาน ศิลป์จารุ พร้อมแขกรับเชิญ (ขาประจำ) อ.สุทธิวัสส์ คำภา
ให้ความรู้เรื่องสุขภาพธรรมชาติบำบัด ออนแอร์ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 16.30-17.30 น. เจ้าค่ะ
บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 341
ออฟไลน์

กระทู้: 4136



« ตอบ #94 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2012, 07:46:55 AM »

นอนให้หลับ ในท่ามกลางความมืด...

ความมืดเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคมะเร็ง และช่วยลดน้ำหนักตัวได้ด้วย
นักวิทยาศาสตร์บอกว่า
การได้รับแสงสว่างมากเกินไปในเวลากลางคืน มีความเชื่อมโยงกับมะเร็งเต้านม ซึ่งจากรายงานวิจัยของสถาบันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐระบุว่า
การได้รับแสงสว่างจากไฟฟ้ามากไปในเวลากลางคืนก็สามารถลดภูมิต้านทานของคนเราต่อโรคนี้ด้วย

แสงสว่างในตอนกลางคืนจะรบกวนการผลิต "ฮอร์โมนความมืด" นั่นคือ เมลาโทนิน
ซึ่งเป็นสารตามธรรมชาติชนิดหนึ่งที่ช่วยต้านมะเร็ง ผลิตจากต่อมไพเนียล หรือต่อมใต้สมอง
เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิดได้ โดยเฉพาะเมื่อทำงานร่วมกับยาต้านมะเร็งบางชนิด
นอกจากนี้ เมลาโทนินยังช่วยกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง ซึ่งคอยโจมตีเนื้องอกด้วย

ความมืดไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อมะเร็งเต้านมเท่านั้น นักวิจัยของมหาวิทยาลัยไฮฟาในอิสราเอล ยังพบว่า ในประเทศที่ติดไฟส่องสว่างตามท้องถนนอย่างมากมาย จะมีคนเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากในอัตราสูง
ซึ่งแสงสว่างจากไฟฟ้าไม่เพียงยับยั้งการผลิตเมลาโทนิน หากยังบั่นทอนระบบภูมิคุ้มกัน และรบกวนนาฬิกาชีวภาพในร่างกายด้วย ทั้งหมดนี้จะลดการต่อต้านมะเร็งต่อมลูกหมากตามธรรมชาติ

"นี่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องย้อนเวลากลับไปในยุคกลาง ปิดไฟให้มืดหมด" ศาสตราจารย์อับราฮัม อาอิม บอก "แต่เราต้องคำนึงถึงเรื่องนี้เมื่อกำหนดนโยบายพลังงาน"

เขาพบว่า ผู้ชายในกลุ่มประเทศที่ได้รับไฟส่องสว่างตอนกลางคืนสูงที่สุด จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 80% ต่อโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เมื่อเทียบกับผู้ชายในกลุ่มที่ได้รับแสงสว่างตอนกลางคืนน้อยที่สุด

นอกจากนั้นแล้ว ความมืดยังส่งผลดีดังนี้

ช่วยให้อารมณ์ดี
แสงสีฟ้าจากจอโทรทัศน์ได้ยับยั้งฮอร์โมนเมลาโทนินซึ่งช่วยให้อารมณ์ดี ดังนั้นการดูทีวีจนดึกดื่นจึงทำให้อารมณ์ไม่แจ่มใส "อัตราการเป็นโรคซึมเศร้าที่เพิ่มขึ้น มีความสัมพันธ์กับการใช้แสงสว่างเพิ่มขึ้นในเวลากลางคืนของสังคมสมัยใหม่" ศาสตราจารย์แรนดีบอก

ช่วยให้นอนหลับ
ผลวิจัยแสดงให้เห็นว่า คนงานระบบกะที่ได้นอนหลับในห้องที่มีการดับไฟหรือม่านบังแสง จะนอนหลับได้ดีกว่าคนที่นอนในห้องที่สว่าง
การใส่ผ้าปิดตาในตอนกลางคืนจะช่วยให้คนที่นอนไม่ค่อยหลับสามารถหลับได้ดีขึ้น ในช่วงพักผ่อนตอนกลางคืนนั้น สมองจะเปลี่ยนสิ่งที่ได้ประสบพบเห็นเป็นความทรงจำ และพัฒนาขีดความสามารถในการเรียนรู้ ขณะที่ร่างกายจะผลิตเซลล์ใหม่ขึ้นทดแทนเซลล์เก่า และเติมพลังแก่อวัยวะและกล้ามเนื้อช่วยลดน้ำหนัก

ช่วยลดน้ำหนัก
เมื่อถึงยามกลางคืน การดับไฟอยู่ในที่มืดจะช่วยลดการกินจุบกินจิบในตอนดึก คนที่ใช้ชีวิตในแสงสว่างมากๆ มักไม่สามารถลดน้ำหนักตัวได้
การกินในยามค่ำคืนยังรบกวนการทำงานของฮอร์โมนต่าง ๆ เช่น เลปติน, คอร์ติโซล, และอินซูลิน ที่ควบคุมความอยากอาหารและระดับน้ำตาลในเลือด ถ้าฮอร์โมนเหล่านี้ถูกรบกวนเพราะเราไม่ยอมนอนเมื่อถึงเวลากลางคืน เมื่อเวลาผ่านไปการเผาผลาญอาหารจะช้าลง ความอยากอาหารจะเพิ่มขึ้น สถิติบ่งชี้ว่า ผู้หญิงที่กินตอนกลางคืน จะกินอาหารประเภทน้ำตาลและไขมันมากกว่าผู้หญิงที่นอนหลับตามความจำเป็นถึง 33% เลยทีเดียว

ตั้งนาฬิกาชีวภาพใหม่
ความมืดเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาความเที่ยงตรงของนาฬิกาในตัวเรา แต่ขณะที่บรรพบุรุษของเราเข้านอนเมื่อมืดลง และนอนเร็วขึ้นในฤดูหนาวนั้น พวกเรากลับตื่นอยู่จนดึกดื่นค่อนคืน บางคนยังคงช็อปปิ้ง ทำงาน ใช้คอมพิวเตอร์ ดูทีวี หรือนอนหลับก็ยังเปิดไฟ การรบกวนวงจรเวลาของร่างกายเช่นนี้ ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายอย่าง


(ที่มา: mthai.com
บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 341
ออฟไลน์

กระทู้: 4136



« ตอบ #95 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2012, 09:13:36 AM »

หมอ สารภี

ลูกใต้ใบ...หมอจีนเชื่อว่า การรับประทานลูกใต้ใบติดต่อกันนาน 1 สัปดาห์ จะช่วยกำจัดพิษออกจากตับ รักษาอาการดีซ่าน และช่วยบำรุงตับให้ดีขึ้น
โดยจะนำลูกใต้ใบนี้ไปต้มกินเป็นยารักษาอาการดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง
เนื่องจากมีผลวิจัยว่า สารสกัดจากลูกใต้ใบมีฤทธิ์ป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลายจากสารพิษ เช่น เหล้า
ช่วยรักษาอาการอักเสบของตับทั้งประเภทเฉียบพลันและเรื้อรัง เช่น ไวรัสตับอักเสบบี
นอกจากนี้ยังช่วยปรับไขมันในตับให้เป็นปกติ และยังช่วยให้เซลล์มะเร็งตับเติบโตช้าลง
แต่ไม่ได้ฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรง

http://health.kapook.com/view16177.html?state=0f3f363ee2a26ac534a6e3c9b721c8ed&code=AQDPtvfoBef61EAd5t29bHgXhmXiVjkWDHJ252BkR6RthPJBvc8A-7i1v9Oh0s4Jxesml249_Tnq533SWIk-qovAlyaEXAW7bDx10n1atBFPukSNhtgc6-awb2GT1FRbeg8obHE3c19kSqJ1mXHRIgkCUyy4mCzQvery4ErXfBs33NtFqEOC7hGHVjcCIwDPJSePqnculTBZXnZ6BNKT_TYL#_=_
บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 341
ออฟไลน์

กระทู้: 4136



« ตอบ #96 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2012, 08:18:29 AM »

*ข้าวหมาก
มีสังกะสีมาก ลดการเกิดสิวลงได้....ข้อมูลจาก รพ เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์

**ข้าวแก้ผดผื่นคัน...
ใช้แป้งข้าวจ้าวผสมผงขมิ้นผสมน้ำเล็กน้อยทาที่ตุ่มคัน....

***ข้าว...ยาสร่างเมา
สูตร. ข้าวสารคั่วให้เหลืองแล้วตำสักหน่อยพอละเอียด จัดการชงกับน้ำร้อนแบบชงชา เอาให้คนเมาดื่ม. จะค่อยๆสร่างเมา...(จากหนังสือ ข้าวความลับสุขภาพและความงาม ของมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์)

****น้ำซาวข้าว. ล้างผัก ล้างพิษยาฆ่าแมลง
เด็ดผักลงแช่น้ำซาวข้าวที่ใช้เป็นน้ำจากการซาวข้าวครั้งที่2 แช่นาน10-15นาที จากนั้นนำมาล้างน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง...


หมอสารภี


(ปล.ไม่ควรใช้น้ำประปาที่เปิดจากก๊อกโดยตรงซาวข้าว ควรเปิดน้ำประปาทิ้งไว้ในภาชนะเพื่อให้คลอรีนระเหยไปเสียก่อน  เพราะ...ข้าวจะดูดซับคลอรีนในน้ำประปาเข้าไปจนหมดสิ้น)

บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 341
ออฟไลน์

กระทู้: 4136



« ตอบ #97 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2012, 09:29:26 PM »


“ต้อยติ่ง” วัชพืชดอกสวย ลดอักเสบ แก้ปวดเมื่อย

ต้อยติ่งเป็นวัชพืชดอกสวยที่คนส่วนใหญ่คุ้นตา โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน ต้อยติ่งจะออกดอกสีม่วงบานสะพรั่งริมข้างทาง หรือริมสระน้ำ ใบสีเขียวเข้มของต้อยติ่งช่วยขับให้ดอกสีม่วงดูโดดเด่นยิ่งนัก เราอาจชมความงามของต้อยติ่งในฐานะวัชพืช แต่รู้ไหมว่าวัชพืชอย่างต้อยติ่งนี้ไม่ใช่วัชพืชที่เปล่าประโยชน์
"ต้อยติ่ง"เป็นวัชพืชที่มีประโยชน์สามารถนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาโรคได้
หมอยากลางบ้านจะใช้.....

ต้อยติ่งทั้งต้นเลือกเอาชนิดที่ไม่แก่ ดอกยังไม่โรย ถอนเอาทั้งรากอย่าให้รากขาด อย่าให้เมล็ดแตก สัก 4-5 ต้น นำไปล้างให้สะอาด แล้วโขลก คั้นเอาแต่น้ำดื่ม
แก้ปวดเข่า ชาลงขา ร้าวลงแขน ใช้เวลาประมาณ 7 วันก็หาย

เมล็ด มีสรรพคุณทำให้แผลหายเร็ว พอกฝีช่วยดูดหนองละลดการอักเสบ พอกแผลที่เรื้อรัง มีฝ้ามีหนอง สมานแผล ช่วยเรียกเนื้อ

รากของต้อยติ่ง  มีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ แก้ปัสสวะพิการ ดับพิษ ทำให้อาเจียน


ปัจจุบันการใช้ยาสมุนไพรรักษาโรคฝีหนอง มักไม่ค่อยนิยมนำเอาสมุนไพรมาใช้
อาจเพราะไม่รู้ว่าจะใช้อย่างไร จะเอาอะไรมาใช้ และมองในเรื่องของความยุ่งยากไม่ปลอดภัย
แต่ในความเป็นจริงการใช้ยาสมุนไพรแม้จะมีปัญหาในเรื่องดังกล่าวมา แต่ในระยะยาวกลับพบว่าได้ผลดี
แม้จะออกฤทธิ์ช้าแต่ใช้ไปเรื่อยๆ จะทำให้ไม่มีรอยแผลเป็น และช่วยเรียกเนื้อหรือรูที่เป็นร่องลึกให้ตื้นขึ้นได้



* 527621_238405382944093_1684425326_n.jpg (30.79 KB, 300x354 - ดู 616 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 21, 2012, 09:36:46 PM โดย Israel » บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 341
ออฟไลน์

กระทู้: 4136



« ตอบ #98 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2012, 03:12:48 PM »

เคล็ดลับ 12 ข้อ จากแพทย์จีน

1. หวีผมบ่อยๆ: หวีผมเบาๆ บ่อยหน่อย
ช่วยให้ตาสว่าง และรากผมแข็งแรง (ใช้หวีซี่ห่างหน่อย แปรงเบาหน่อย เพื่อกันผมหลุด)

2. ถูใบหน้าบ่อยๆ: ล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ให้สะอาดก่อน หลังจากนั้นใช้ฝ่ามือ 2 ข้างถู หน้าเบาๆ บ่อยหน่อย
เพื่อกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ใบหน้าเปล่งปลั่ง

3. เคลื่อนไหวดวงตาบ่อยๆ: ให้มองไกล-มองใกล้ มองข้างนอก-ข้างใน มองบน-มองล่าง หลีกเลี่ยงการมอง หรือจ้อง อะไรนานๆ โดยเฉพาะคนที่ทำงานคอมพิวเตอร์ควรพักสายตาด้วยการมองไกลอย่างน้อยทุกชั่วโมง

4. กระตุ้นใบหูบ่อยๆ: การดึงหู ดีดหู บีบหู ถูใบหูเบาๆ บ่อยหน่อย
ช่วยบำรุงตานเถียน(จุดฝังเข็ม) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เก็บพลังงานของร่างกาย (ใต้สะดือ) สัมพันธ์กับไต ซึ่งเปิดทวารที่หู ทำให้แรงดี ป้องกันเสียงดังในหู หูตึง และอาการเวียนหัว

5. ขบฟันบ่อยๆ: ขบฟันเบาๆ บ่อยหน่อย(ไม่ใช่ขบแรงดังกรอดๆ)
ช่วยให้ฟันแข็งแรง และกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย

6. ใช้ลิ้นดุนเพดานปากบ่อยๆ: การใช้ปลายลิ้น กระตุ้นเพดานบนด้านหน้าเป็นการกระตุ้นจุดฝังเข็ม เพื่อเชื่อมพลัง ลมปราณตู๋และเยิ่น ซึ่งเป็นเส้นควบคุมแนวกลางลำตัวส่วนหลัง และส่วนหน้าร่างกาย
ทำให้เกิดการกระตุ้นการหลั่งสารน้ำ และน้ำลาย

7. กลืนน้ำลายบ่อยๆ: การกลืนน้ำลายบ่อยๆ
ช่วยกระตุ้นพลังบริเวณคอหอย และกระตุ้นการย่อยอาหาร

8. หมั่นขับของเสีย: หมั่นขับของเสีย โดยเฉพาะดื่มน้ำให้พอ กินอาหารที่มีเส้นใย ออกกำลัง เพื่อ ป้องกันท้องผูก เมื่อปวดปัสสาวะหรืออุจจาระให้ถ่ายทันที อย่ารอโดยไม่จำเป็น
การทิ้งของเสียไว้ในร่างกายนานเกินทำให้เกิดสารพิษ และการดูดซึมสารพิษ ( กลับเข้าสู่ร่างกาย) มากขึ้น ทำให้ป่วยง่าย

9. ถูหรือนวดท้องบ่อยๆ: ให้นวดท้องตามเข็มนาฬิกาเบาๆ
เพื่อช่วยให้การขับถ่ายของเสียดีขึ้น

10. ขมิบก้นบ่อยๆ: การขมิบก้นบ่อยๆ
ช่วยป้องกันริดสีดวงทวาร และท้องผูก

11. เคลื่อนไหวทุกข้อ: การอยู่นิ่งๆ หรืออยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานเกินไป ทำให้เกิดโรคได้ง่าย ควรเคลื่อน ไหวข้อต่างๆ ให้ครบทุกข้อทุกวัน ฝึกฝนการใช้กล้ามเนื้อและข้อให้สมดุล เช่น การฝึกชี่กง ไท ้เก้ก โยคะ ฯลฯ

12. ถูผิวหนังบ่อยๆ: ใช้ฝ่ามือถูตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย คล้ายกับการถูตัวเวลาอาบน้ำ
มีส่วนช่วยให้ เลือดและพลังไหลเวียนดี

เรียนเชิญท่านผู้อ่านลองนำไปปฏิบัติดู เพื่อสุขภาพ พลัง และลมปราณที่ดีไป นานๆ ครับ...


ท่านอาจารย์นายแพทย์ภาสกิจ(วิทวัส) วัณนาวิบูล อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแพทย์ แผนจีนแนะนำเคล็ดลับการดูแลสุขภาพ ตามศาสตร์แพทย์แผนจีนว่า
อาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรกินมากเกิน นำแนวคิดศาสตร์แพทย์แผนจีนมาวิเคราะห์โดย ใช้หลักแพทย์แผนปัจจุบันประกอบ...


อาหารที่ไม่ควรกินมากเกิน หรือบ่อยเกินได้แก่...
1. ไข่เยี่ยวม้า: ไข่เยี่ยวม้ามีตะกั่วค่อนข้างสูง ตะกั่วทำให้การดูดซึมแคลเซียมน้อยลงกินบ่อยๆ จะเสี่ยงโรคกระดูกโปร่งบาง และอาจได้รับพิษตะกั่วเช่น สมองเสื่อม เป็นหมัน ฯลฯ

2. ปาท่องโก๋: กระบวนการทำปาท่องโก๋มีการใช้สารส้ม ซึ่งมีตะกั่วปน เปื้อน ตะกั่วทำให้ไตทำงานหนักในการขับสารนี้ออกไป นอกจากนั้นยังทำให้คอแห้ง เจ็บคอง่าย โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคร้อนในได้ง่าย

3. เนื้อย่าง: กระบวนการรมไฟ ย่างไฟทำให้เกิดสารเบนโซไพรีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

4. ผักดอง: ผักดอง และของหมักเกลือทำให้ร่างกายได้รับเกลือโซเดียมสูง ถ้ากินบ่อยเกิน หรือมากเกินจะทำให้หัวใจทำงานหนัก เกิดความดันเลือดสูงและโรคหัวใจได้ง่าย นอกจากนั้นกระบวนการหมักดองยังทำให้เกิดสารแอมโมเนียมไนไตรด์ ซึ่งเป็นสาร ก่อมะเร็ง

5. ตับหมู: ตับหมูมีโคเลสเตอรอลสูง การกินตับหมูบ่อยเกิน หรือมากเกินทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจ เส้นเลือดสมอง (อัมพฤกษ์-อัมพาต) และโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น

6. ผักขม ปวยเล้ง: ผักขมและปวยเล้งมีสารอาหารสูง ทว่า... มีกรดออกซาเลตมาก ทำให้เกิดการขับสังกะสีและแคลเซียมออกจากร่างกายมาก การกินบ่อยเกิน หรือมากเกินอาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลเซียม หรือสังกะสีได้

7. บะหมี่สำเร็จรูป: บะหมี่สำเร็จรูปมีสารกัดบูด สารแต่งรสค่อนข้างสูง และมีคุณค่าทางอาหารต่ำ การกินบะหมี่สำเร็จรูปมากเกิน หรือบ่อยเกินอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคขาดอาหารและการสะสมสารพิษได้


ขอขอบคุณที่มา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 24, 2012, 03:13:34 PM โดย Israel » บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 341
ออฟไลน์

กระทู้: 4136



« ตอบ #99 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2012, 10:23:06 PM »

....... ก็มันหิวนะ  เซ็งเลย


* 156148_184214065033391_270736149_n.jpg (46.21 KB, 250x251 - ดู 688 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 341
ออฟไลน์

กระทู้: 4136



« ตอบ #100 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2012, 07:39:42 AM »

สูตรต้านหลอดเลือดหัวใจตีบ
น้ำมะนาว 1 ถ้วย, น้ำขิง 1 ถ้วย, น้ำกระเทียม(น่าจะกระเทียมปั่นนะ) 1 ถ้วย, น้ำส้มสายชูแอปเปิล(apple vinegar) 1 ถ้วย
นำมาผสมกันแล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จนเหลือปริมาณ เท่ากับ 3 ถ้วย (เคี่ยวไฟอ่อนจาก 4 ส่วนให้เหลือ 3 ส่วน) ยกลง
เมื่อเย็นแล้ว แล้วผสมกับน้ำผึ้งธรรมชาติ ปริมาณ 3 ถ้วย บรรจุใส่ขวด
ทานเป็นประจำทุกวัน ก่อนอาหารเช้า วันละ 1 ช้อนโต๊ะ
ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้...
ข้อมูลจากหน้า เพจ Health Remedies (AWHW)


* 575379_3629225043824_319804115_n.jpg (45.93 KB, 300x406 - ดู 562 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Ammy
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 289
ออฟไลน์

กระทู้: 3503


The Great Way


« ตอบ #101 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2012, 10:24:12 AM »

ขอบคุณพี่เอน น่าชิมจังเยยยย  Grin Grin Grin
บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 341
ออฟไลน์

กระทู้: 4136



« ตอบ #102 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2012, 06:43:26 AM »

มะขามป้อมลดปริมาณตะกั่ว..

ใครอยู่โรงงานอิเล็คทรอนิคส์ ทำงานบัดกรี ดมควันรถบ่อยๆ มาทานมะขามป้อมลดปริมาณตะกั่ว..

สมุนไพรที่น่าจะช่วยลดปริมาณสารตะกั่วในเลือดได้ ก็คือ มะขามป้อม มีรายงานวิจัยว่ามะขามป้อมมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยการไปจับกับโลหะหนัก ซึ่งตะกั่วก็จัดว่าเป็นโลหะหนักชนิดหนึ่ง มะขามป้อมตามความรู้แบบไทยบันทึกไว้ว่ามะขามป้อม ช่วยขับพิษ การรับประทานอาจรับประทานน้ำมะขามป้อม (แต่ต้องระวัง ถ้าเป็นเบาหวาน ไม่ควรดื่มน้ำมะขามป้อมที่มีส่วนผสมของน้ำตาล) หรือรับประทานมะขามป้อมสด วันละ 5-7 ผล

จากคอลัมภ์ "ข้องใจไถ่ถาม" โดย ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว
ของวารสาร "อภัยภูเบศรสาร" ปีที่ 4 ฉบับที่ 40 ประจำเดือน ตุลาคม 2549
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2012, 10:13:02 AM โดย Israel » บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 341
ออฟไลน์

กระทู้: 4136



« ตอบ #103 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2012, 08:29:35 AM »

เนื่องในวันตับอักเสบโลก 28 กรกฎาคม มูลนิธิโรคตับ ร่วมกับ 70 โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำทั่วประเทศ ตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีแก่ประชาชนฟรี จำนวน 12,000 คน ในโครงการ “เรารักตับ” ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 23-27 กรกฎาคม 2555 

ขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจ โดยเฉพาะผู้ที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 และยังไม่เคยตรวจมาก่อนเข้ารับบริการ สอบถามรายละเอียดที่ มูลนิธิโรคตับ โทร.02-255-3051 หรือ

รายชื่อโรงพยาบาลที่ให้บริการ

ภาคกลาง   

กรุงเทพฯ    :    เกษมราษฎร์ บางแค, เกษมราษฎร์ ประชาชื่น, กรุงธน 1, เจ้าพระยา, เซนต์หลุยส์, เมโย, ไทยนครินทร์, ธนบุรี, นวมินทร์ 9, เปาโล เมโมเรียล โชคชัย 4, เปาโล เมโมเรียล นวมินทร์, เปาโล เมโมเรียล พหลโยธิน, บางโพ, บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล, เพชรเวช, พญาไท 1, พญาไท 2, วิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม, วิภาวดี, ศรีวิชัย แยกไฟฉาย, เสรีรักษ์, สมิติเวช สุขุมวิท

นนทบุรี    :    เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์

ปทุมธานี    :    ปทุมเวช, ภัทร-ธนบุรี

สมุทรปราการ    :     เปาโล เมโมเรียล สมุทรปราการ, จุฬารัตน์ 3, จุฬารัตน์ 9, บางปะกอก 3, วิภาราม-ชัยปราการ

สมุทรสาคร    :    เอกชัย, มหาชัย, มหาชัย2, วิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล สมุทรสาคร, วิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อ้อมน้อย

นครปฐม    :     กรุงเทพคริสเตียน นครปฐม

ชัยนาท    :    รวมแพทย์ชัยนาท

ปราจีนบุรี    :    โสธรเวช 304

สุพรรณบุรี    :    ศุภมิตร, วิภาวดี-ปิยราษฎร์

ภาคตะวันออก       

ฉะเชิงเทรา    :    จุฬารัตน์ 11

ชลบุรี    :    กรุงเทพพัทยา, พญาไท ศรีราชา, เอกชล 

ระยอง    :    มงกุฏระยอง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   

ขอนแก่น    :    ขอนแก่น ราม, ราชพฤกษ์

ชัยภูมิ    :    ชัยภูมิ-ราม

นครราชสีมา    :    กรุงเทพราชสีมา

บุรีรัมย์    :    เอกชนบุรีรัมย์

ยโสธร    :    นายแพทย์หาญ

อุดรธานี    :    นอร์ทอีสเทอร์น-วัฒนา, เอกอุดร

อุบลราชธานี    :    อุบลรักษ์ ธนบุรี

ภาคเหนือ   

เชียงราย    :    โอเวอร์บรู๊ค

เพชรบูรณ์    :    เพชรรัตน์

แพร่    :    แพร่ คริสเตียน

นครสวรรค์    :    ปากน้ำโพ

พิษณุโลก    :    พิษณุเวช, อินเตอร์เวชการ พิษณุโลก

ภาคใต้       

ตรัง    :    ตรังรวมแพทย์, วัฒนแพทย์ ตรัง

นครศรีธรรมราช  :    นครพัฒน์, นครินทร์

ประจวบคีรีขันธ์    :     ซานเปาโล หัวหิน

ภูเก็ต    :    สิริโรจน์

ยะลา    :    สิโรรส

สงขลา    :    ราษฎร์ยินดี

สุราษฎร์ธานี    :    ทักษิณ
บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 341
ออฟไลน์

กระทู้: 4136



« ตอบ #104 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2012, 09:40:47 PM »

หมอ สารภี
กีวี่แพงไป มาทาน แก้วมังกร ผลไม้ต้านเบาหวานและไขมันกันก็ดีนะครับ
แก้วมังกร (Dragon Fruit)

แก้วมังกร เป็นไม้จำพวกแคนตัส (ตะบองเพชร) เป็นผลไม้ที่มีต้นกำเนิดมาจากอเมริกาใต้ ส่วนไทยนำเข้ามาจากเวียดนาม ที่ได้ชื่อว่า แก้วมังกรนั้น เพราะผลมีลักษณะคล้ายลูกแก้ว อยู่กึ่งกลางระหว่างกิ่ง 2 กิ่ง (คล้ายมังกรกำลังเฝ้าลูกแก้ว) พันธุ์นี้จะมีเนื้อสีขาว ส่วนพันธุ์ที่เนื้อสีแดงจะเป็นสายพันธุ์มาจากไต้หวัน พืชจำพวกกระบองเพชรอย่างแก้วมังกร จะมีสารมิวซิเลจ (Mucilage) จำพวกโปลีแซคคาไรด์เชิงซ้อนอยู่มาก ซึ่งจะช่วยควบคุมน้ำตาลกลูโคสในผู้ที่เป็นเบาหวาน โดยไม่พึ่งอินซูลินและสามารถลดระดับไตรกลีเซอไรด์ และ LDL คอเลสเตอรอลได้

****************

ปล.เป็น 1 ในผลไม้ที่ผู้เป็นเชื้อรา สามารถรับประทานได้ค่ะ Grin
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 |   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
  ลิ้งค์ไปยังปฏิทิน  
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.034 วินาที กับ 20 คำสั่ง
Home : www.pendulumthai.com