เว็บบอร์ด
พฤศจิกายน 01, 2014, 02:52:38 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: สอบถามเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับ สูตรอาหาร, สมุนไพร โทร 089-642-3821 หรือ LINE ID : annazhang21
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] |   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้าวบูด !  (อ่าน 5941 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
v and v
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 305
ออฟไลน์

กระทู้: 1617


ฉันอาจหลงผิดได้ แต่ไม่อาจโกหก


« เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2010, 11:26:52 AM »

    เฮ้อ ... ข้าวบูด  อีกแระ.......   คิดว่าท่านที่มีหน้าที่เป็นผู้จัดการข้าวสุก  คงเคยเจอกันบ้าง   
กรณีหม้อหุงข้าวไฟฟ้า  มีเรื่องแปลกที่คิดไม่ออกอยู่อย่างหนึ่ง  หลายคนเคยเจอเหมือนกัน   ถ้าเราเคยปล่อยให้ข้าวบูดคาหม้อสักครั้งหนึ่ง ต่อไปข้าวจะบูดเสมอๆ  ทั้งๆ ที่เปิดไฟอยู่ในโหมดอุ่น  หุงตอนเช้า พอตกเย็น ข้าวเริ่มอารมณ์ไม่ดีแล้ว  เริ่มจะมีกลิ่น อยากจะบูดขึ้นมา  ล้างหม้ออย่างไรก็ไม่หาย หุงทีไรก็เป็นอีก  ทำไมข้าวในหม้อนั้นอารมณ์เสียง่ายจัง สงกะสัยว่าหม้อจะนิสัยเสีย   
   ฒ ก็เจอปัญหานี้     มันน่าเบื่อ  เสียดายของ (พอข้าวมีกลิ่นแมวก็ไม่กินแล้วข้าวคลุกปลาทู  ร้องจะกินปลาทูอย่างเดียวไม่เอาข้าว  เปลืองตายเลย)
   ทำไงดี   ฒ เลยทดลอง   พอล้างหม้อข้าวสะอาดแล้ว  ก็เอาน้ำแช่ไว้ให้เต็ม  แล้วก็เอา " น้ำ EM " มาผสมลงไป แช่ไว้อย่างนั้น 1 ชั่วโมง  แล้วจึงเอามาล้างน้ำสะอาดอีกที  แล้วก็เอาไปหุงข้าว    ล้า ลา ล่า ล้า ลา ล๊า   ได้ผลคับพี่น้อง  ข้าวไม่บูดอีกเลย  เย้.....  ข้าวอารมณ์ดีแล้ว หม้อข้าวนิสัยดีขึ้นแล้วกระมัง ไม่กวนบาทาข้าวให้อารมณ์เสียหน้าบูด (แช่แค่ครั้งเดียวนะคะ ไม่ใช่แช่ทุกครั้งที่จะหุง  ไว้เมื่อไรเกิดมีอาการอีกค่อยแช่อีก)
   ผู้จัดการข้าวสุกท่านอื่นน่าจะลองทำดูบ้างนะคะ จะทำแบบไหน  ได้ผลอย่างไร ก็เอามาเล่าสู่กันฟังบ้าง Cheesy Grin Cheesy Grin
บันทึกการเข้า
นพ.ทัศนัย เผือกพิพัฒน์
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 306
ออฟไลน์

กระทู้: 687


คิดบวก ชีวิตเป็นต่อ


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2010, 12:13:38 PM »

ขอบคุณที่แนะนำ
บันทึกการเข้า
catdrink
(=^_^=)
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 246
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1164


แมวเมามาเมามาย


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2010, 12:19:13 PM »

    เป็นวิธีแก้ปัญหาแบบหนึ่งที่น่าสนใจมาก
เพียงแต่ยังไม่ค่อยเข้ากันกับยุคสมัยนี้
สมัยนี้ต้องหาวิธีแก้ปัญหา ข้าวสารไม่พอใส่หม้อมากกว่า
(ข้าวสารไม่พอกรอกหม้อ)
  Smiley    Smiley    Smiley
บันทึกการเข้า
arunsaku
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 395
ออฟไลน์

กระทู้: 3357



« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2010, 01:15:46 PM »

1.ตำแหน่งผู้จัดการข้าวสุกนี่มันโก้มากๆเลย ดูเหมือนมันต้องบริหาร และตัดสินใจอะไรต่อมิอะไรมากมาย ซึ่งก็จริงเนาะ เพราะการดูแลข้าวสุกที่อารมณ์เสียง่ายนี่ก็เหมือนการดูแลบุคลากรขี้หงุดหงิด ฝ่ายจัดการต้องมีฝีมือมากมาก
2.ใครมีน้ำหมัก หรือน้ำเอนไซม์อะไรก็น่าจะใช้ได้เหมือนกันสิครับ คาดว่าจะเป็นกระบวนการล้อมจุลินทรีย์ตัวทำเหม็นบูดด้วยจุลินทรีย์ดี เสร็จแล้วก็ล้างจุลินทรีย์ดีลงท่อไปเลย (รึไม่งั้นก็เป็นการให้จุลินทรีย์ดีไปขจัดข้าวเก่าติดหม้อที่ล้างไม่หมดด้วย)
3.ขอมอบตำแหน่งให้ ฒ เป็นผู้จัดการแมวเหมียวอีกตำแหน่งให้สมศักดิ์ศรีผู้นำพาผองแมวผ่านอุทกภัยครั้งใหญ่ของปากช่องมาได้อย่างปลอดภัย
4.แล้วผมจะลองใช้น้ำหมักประดามีที่บ้านครับ เพราะที่บ้านไม่มี EM หวังว่าจะได้ผลเช่นเดียวกัน
ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลจากการทดลองด้วยตนเองของ ฒ และแบ่งปันให้พวกเราครับ
บันทึกการเข้า
rattanachai
สมาชิก PMC
Pendulum Club
PMC Senior
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 101
ออฟไลน์

กระทู้: 177



« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2010, 01:42:20 PM »

ส่วนบ้านที่ไม่มี EM  มีวิธีง่ายๆ ตามคนโบราณเขาใช้กันมา คือให้เอาหม้อที่หุงข้าวใบนั้นไปอังไฟโดยวิธีคว่ำเอาด้านในไว้ที่หัวเตาไฟถ่านหุงข้าว หรือ เตาแก๊สก็ได้
นานประมาณ 1-2 นาทีเท่านั้น ใช้ได้ครับ ที่บ้านผมใช้วิธีครับ
บันทึกการเข้า
v and v
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 305
ออฟไลน์

กระทู้: 1617


ฉันอาจหลงผิดได้ แต่ไม่อาจโกหก


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2010, 02:24:08 PM »


4.แล้วผมจะลองใช้น้ำหมักประดามีที่บ้านครับ เพราะที่บ้านไม่มี EM หวังว่าจะได้ผลเช่นเดียวกัน
ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลจากการทดลองด้วยตนเองของ ฒ และแบ่งปันให้พวกเราครับ

อ้าว  น้ำ EM กับ น้ำหมักไม่เหมือนกันรึ  ที่ ฒ ใช้ก็คือ น้ำที่ ใช้ถูบ้านได้ ใช้ฉีดใส่ที่ๆมีกลิ่นเหม็นได้ เช่น ฉี่แมว ชะงักดดีนัก  ใช้ใส่ต้นไม้ก็ได้  แต่กินไม่ได้นะอันนี้  ได้มาจากท่านอิสราเอล  เดี๋ยวถ้าเธอมาอ่าน ก็ให้เธอมาบอกแล้วกันว่า ที่ ฒ มีมันใช่น้ำ EM หรือป่าว หรือเรียกอย่างอื่น  อ้าว  แล้ว น้ำอีเอ็ม ไม่ใช่น้ำหมักหรือ  แล้วน้ำหมักที่ใช้กินได้เรียกอะไร  เอ๊ะ แล้วน้ำเอ็นไซด์  ใช่น้ำหมักหรือไม่ อ๊าว อ๊าว  ฒ งง ใหญ่แล้วนี้ ตกลงมันมีกี่น้ำ  งง  งงมากมาย  โหทำไมเรื่องของน้ำหมักมันซับซ้อนอย่างนี้ โธ่ โธ่ โธ่ โถ
บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 352
ออฟไลน์

กระทู้: 4193



« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2010, 03:24:50 PM »


4.แล้วผมจะลองใช้น้ำหมักประดามีที่บ้านครับ เพราะที่บ้านไม่มี EM หวังว่าจะได้ผลเช่นเดียวกัน
ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลจากการทดลองด้วยตนเองของ ฒ และแบ่งปันให้พวกเราครับ

อ้าว  น้ำ EM กับ น้ำหมักไม่เหมือนกันรึ  ที่ ฒ ใช้ก็คือ น้ำที่ ใช้ถูบ้านได้ ใช้ฉีดใส่ที่ๆมีกลิ่นเหม็นได้ เช่น ฉี่แมว ชะงักดดีนัก  ใช้ใส่ต้นไม้ก็ได้  แต่กินไม่ได้นะอันนี้  ได้มาจากท่านอิสราเอล  เดี๋ยวถ้าเธอมาอ่าน ก็ให้เธอมาบอกแล้วกันว่า ที่ ฒ มีมันใช่น้ำ EM หรือป่าว หรือเรียกอย่างอื่น  อ้าว  แล้ว น้ำอีเอ็ม ไม่ใช่น้ำหมักหรือ  แล้วน้ำหมักที่ใช้กินได้เรียกอะไร  เอ๊ะ แล้วน้ำเอ็นไซด์  ใช่น้ำหมักหรือไม่ อ๊าว อ๊าว  ฒ งง ใหญ่แล้วนี้ ตกลงมันมีกี่น้ำ  งง  งงมากมาย  โหทำไมเรื่องของน้ำหมักมันซับซ้อนอย่างนี้ โธ่ โธ่ โธ่ โถ

เอ่อ  อือ เอ้อ โอ้  โอ  อ๋าว  ขึก ๆ
ข้าพเจ้าก็ เงง เหมือนกันน่ะ  ท่าน ฒ  ไอ้เรื่องหมัก ๆ เนี่ย ยิ่งเกี่ยวกับน้ำหมักนี่ ยิ่ง เงง งง ก๊ง เข้าไปใหญ่  ไม่เคยเข้าใจแจ่มแจ้งเสียที ระหว่าง 1.น้ำหมัก   2. น้ำem 3.  น้ำเอนไซม์  แต่ถ้าเรื่องน้ำหมักที่เป็นสุรา ค่อยเข้าใจหน่อย  55
สำหรับเรื่องน้ำหมักนี้  คงต้องให้ ผชช.  (ย่อมาจากผู้เชี่ยวชาญ) เช่น
1. คุณหมอทัศนัย 
2. คุณ nobphorn
3.  คณ arunsaku
หรือผู้รู้ท่านอื่น ๆ ที่มิได้ออกนาม
ช่วยอธิบายด้วย  จักเป็นพระคุณยิ่งนัก
 
ส่วนน้ำที่ ข้าพเจ้าให้ท่าน ฒ ไปนั้น  คนขายเขาเรียกว่าน้ำ em  อะ  กินไม่ได้อย่างเดียว  อย่างอื่นทำได้หมด Wink

ส่วนเรื่องวิธีแก้ไขข้าวบูดนั้น  ขอบคุณ ฒ และ คุณ rattanachai  จะเอามาปฏิบัติดูค่ะ  เพราะเป็นปัญหาโลกแตกมานานพอดู  ซื้อหม้อใหม่ ก็เป็นอีก
บันทึกการเข้า
นพ.ทัศนัย เผือกพิพัฒน์
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 306
ออฟไลน์

กระทู้: 687


คิดบวก ชีวิตเป็นต่อ


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2010, 03:54:09 PM »

น้ำEM  -  effective microorganism  เกิดจากการหมักจุลินทรีย์ กับกากน้ำตาลโมลาส  ซึ่ง จุลินทรีย์ต้นแบบมาจากธรรมชาติในดินเป็นส่วนใหญ๋
น้ำหมัก -  เป็นคำกลาง ที่ใช้เรียก  น้ำที่ได้จากการหมัก พืช ผัก เศษอินทรีย์ กับ น้ำตาลในรูปแบบต่างๆ  +จุลินทรีย์จากอากาศ หรือจากของที่หมักเอง
น้ำเอ็นไซม์ -  เป็นน้ำหมักนั่นแหละ แต่ใช้ชื่อ น้ำเอ็นไซม์ เพราะมุ่งเน้นไปสกัดเอา เอ็นไซม์ที่มาจากการหมักพืช ผัก ผลไม้  ( cold compression) 
(เอ็นไซม์จะถูกทำลายเมื่อความร้อนเกิน 45 องศาเซลเซียส)
สิ่งที่เหมือน กัน ทั้ง 3 อย่าง  1 สภาพความเป็นกรดน้อย กว่า 4     2.จุลินทรีย์ที่ดี    3. ค่าประจุไฟฟ้าสูง  4 มีเอ็นไซม์ช่วยย่อย
สิ่งที่ต่างกัน    น้ำอีเอ็มมุ่งไปทางเกษตรมีเศษเถ้าปูนขาวจากโมลาส    ส่วนน้ำเอ็นไซม์มุ่งไปทางสุขภาพเพราะทานได้
การล้างหม้อหุงข้าวแช่น้ำem  น่าจะใช้คุณสมบัติดีของน้ำหมักดังที่กล่าวมาใช้

สำหรับคนไม่มีน้ำหมัก แนะนำ รมความร้อนก็ได้  แต่อยากหาน้ำหมัก ก็ใช้  น้ำส้มสายชูหมักที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดแทนก็ได้
รายละเอียดดูที่ http://www.siamhealthy.net/ นะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 17, 2010, 03:57:38 PM โดย นพ.ทัศนัย เผือกพิพัฒน์ » บันทึกการเข้า
pala
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 368
ออฟไลน์

กระทู้: 2911



« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2010, 04:43:42 PM »

ส่วนบ้านที่ไม่มี EM  มีวิธีง่ายๆ ตามคนโบราณเขาใช้กันมา คือให้เอาหม้อที่หุงข้าวใบนั้นไปอังไฟโดยวิธีคว่ำเอาด้านในไว้ที่หัวเตาไฟถ่านหุงข้าว หรือ เตาแก๊สก็ได้
นานประมาณ 1-2 นาทีเท่านั้น ใช้ได้ครับ ที่บ้านผมใช้วิธีครับ



แล้วคนที่บ้านหน้าบูด  ใช้วิธีนี้ได้ไม๊ครับ  ?
บันทึกการเข้า
papada
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 91
ออฟไลน์

กระทู้: 595



« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2010, 05:00:48 PM »

อีกวิธีที่อยากจะเล่าสู่กันฟังคือ เมื่อเวลาเปิดฝาหม้อแล้ว จะมีไอน้ำรวมตัวกันที่ฝาหม้อ ใช่ไหม
ทีนี้ เวลาเราจะปิดหม้อ ให้เอาน้ำที่ค้างอยู่ที่ฝาเนี่ย เททิ้งไปก่อน อย่าปิดทันที มิฉะนั้น
น้ำจากฝาหม้อจะหล่นลงมาที่หม้อข้าว ทีนี้ล่ะ บูดแน่ๆ

ข้อ 2. ให้แซะข้าวที่อยู่รอบๆ หม้อ ให้ห่างมาจากขอบนิดนึง ให้อยู่กลางๆ หน่อย
        เพื่อที่ว่าถ้ามีน้ำหลงเหลือหล่นลงมาจะได้มาไม่ถึงข้าว

ข้อ 3 ถ้าหม้อข้าวบูดเสียแล้วทำไงดี เอางี้ เคยลอง ให้เอาน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำ ผสมรวมกัน
        ลงไปในหม้อข้าวนั้นแหละ และจัดการต้ม บนเตาแก๊ส หลังจากนั้นก็ทำความสะอาดตามปกติ

ข้อ 4. ที่บ้านพี่สาวเคยทำ เมื่อล้างเสร็จ ให้นำหม้อข้าวออกตากแดดบ้าง เมื่อหุงข้าวแล้ว ข้าวจะไม่บูดเลย

ข้อ 5. หากจะเก็บข้าวค้างคืน และอยู่ในช่วงฤดูร้อน ให้จัดการตักออกจากหม้อ ใส่กล่อง และเก็บเข้าตู้เย็นดีกว่า
         มันจะเหมาะมาก สำหรับการทำข้าวผัด...ดีกว่าบูดทิ้ง (เพราะการจะทำข้าวผัด เม็ดข้าวต้องแข็งๆ ห้ามแฉะ)

                   เท็จจริงประการใด ลองดูสักสูตรก็แล้วกัน
บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 352
ออฟไลน์

กระทู้: 4193



« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2010, 06:17:33 PM »

ส่วนบ้านที่ไม่มี EM  มีวิธีง่ายๆ ตามคนโบราณเขาใช้กันมา คือให้เอาหม้อที่หุงข้าวใบนั้นไปอังไฟโดยวิธีคว่ำเอาด้านในไว้ที่หัวเตาไฟถ่านหุงข้าว หรือ เตาแก๊สก็ได้
นานประมาณ 1-2 นาทีเท่านั้น ใช้ได้ครับ ที่บ้านผมใช้วิธีครับ



แล้วคนที่บ้านหน้าบูด  ใช้วิธีนี้ได้ไม๊ครับ  ?

ป๋า ๆๆ  ป๋าลองก่อนดิ   แล้วมาบอกบ้างว่าได้ผลไม๊ Grin Grin
บันทึกการเข้า
termsuk
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Full Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 25
ออฟไลน์

กระทู้: 85



« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2010, 01:49:41 PM »

วิธีง่ายที่แก้ที่ต้นเหตุ  คือถอดเอาฝาหม้อหุ้งข้าว  ไปล้างทำความสะอาด  เพราะเวลาที่เราอุ่นอยู่นั้น  ไอน้ำจะเอาน้ำข้าวไปขังอยู่บนฝาหม้อ  ค้างนานก็จะบูด
และเป็นตัวหัวเชื้อให้ข้าวบูดประจำ  เคยเจอมาแล้ว  แก้ไขตามนี้  ก็ไม่เจอข้าวบูดอีก  และอย่าลืมล้างถ้วยรองเก็บน้ำล้นด้วยนื้ก็เป็นสาเหตุข้าวบูด
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] |   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
  ลิ้งค์ไปยังปฏิทิน  
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.023 วินาที กับ 20 คำสั่ง
Home : www.pendulumthai.com