เว็บบอร์ด
พฤศจิกายน 13, 2018, 11:24:09 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: คลิป นพ.ทัศนัย พูดถึงอาการปวดเมื่อย เพราะเชื้อราในลำไส้ ดูได้ที่นี่ http://youtu.be/MbCICkddYLU
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] |   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอเชิญแสดงความคิดเห็น ต่อ หมอเถื่อน ตอน 33 "เราสู้ !"  (อ่าน 4346 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
lee
assist admin
Hero Member
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 553
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3916


ไม่มีหนี้นับว่ามีโชค ไม่มีโรค มีโชคมากกว่า


« เมื่อ: ตุลาคม 27, 2010, 05:26:48 PM »

ขอเชิญแสดงความคิดเห็นต่อ หมอเถื่อน ตอน 32 "โยนกนคร"
โดยกด "ตอบ" ข้างล่างขวามือ

ยังไม่เคยอ่านตอนนี้ อ่านได้ที่ http://www.pendulumthai.com/article_doctor33x.html


โหวตลือกตัวละครที่ชอบที่สุดที่ http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?topic=1116.0


ผู้ที่ต้องการแสดงความคิดเห็น และ โหวต ขอให้สมัครสมาชิกเว๊บบอร์ด ฟรี click ที่นี่
http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?action=register
บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 361
ออฟไลน์

กระทู้: 4184



« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2010, 09:51:22 PM »

อ่านตอนนี้แล้ว  หงส์น้อย  ไม่ใช่หงส์น้อยอีกต่อไป แต่กำลังจะเป็น  "หงส์เหนือมังกร"  รอดูต่อไป....

ทายว่า ที่หงส์น้อยต้องปวดท้องมากมายในชาตินี้ คงเป็นเพราะผลจากกาสลักตอนเป็นช้อยในชาติชาวโยนกแหง ๆ

ปริศนาเปลือกมะนาว คงใกล้จะเฉลยหรือยังหนอ  who is he... or she....

ชอบประโยคนี้เหลือเกิน    "การย้อนอดีตไปแก้สิ่งที่เคยทำไปแล้วน่ะ มันไม่มีใครทำได้หรอก ............... สิ่งที่ผ่านไปแล้ว มันกลายเป็นกรรมไปแล้ว กลับไปแก้ไม่ได้"

เอาใจช่วยแม่หญิงชื้นใจกล้า  ในการ มอมเหล้า พวก กลอมดำ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ชอบเพลงด้วย  เพลงเพราะมาก   ขอชมค่ะ เปิดฟังตอนฝนกำลังตกนี่ เยี่ยมเลย ถ้าได้นอนบนเตียงฟัง ยิ่งดีใหญ่ คงหลับสบาย

ขอบคุณผู้แต่ง และ ทีมงานค่ะ

**********

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 30, 2010, 08:33:53 AM โดย Israel » บันทึกการเข้า
arunsaku
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 405
ออฟไลน์

กระทู้: 3367



« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2010, 11:14:46 PM »

หอมกลิ่นอารยธรรมเก่าอบอวลชวนระลึกถึง

ยิ่งพอพูดถึงกู้ชาติแล้วยิ่งรู้สึกฮึกเหิม เหมือนดูหนังพระนเรศวร

เด็กๆไม่เล่นอะไร เอาแต่เล่นกู้ชาติ เร้าใจมาก!

จะต่างจากเรื่องของพระนเรศวรตรงที่ว่า ประวัติศาสตร์ยุคนี้หาอ่านยาก

ยิ่งสมัยเด็กๆ เรียน จะไม่นับว่ายุคนี้เป็นไทยเลยล่ะ (คนไทยอพยพมาจากเทือกเขาอันไต มาอยู่จีนตอนใต้ ก่อนเข้ามาสู่แหลมทอง อะไรนั่น)

แต่พอผู้เขียนเอามาใส่ในนิยายเรื่องนี้ กลับก่อให้เกิดความรู้สึกร่วมชาติมาก (ทั้งๆ ที่ไม่รู้เหมือนกันว่าเกี่ยวกับคนไทยปัจจุบันหรือไม่)

เข้มข้นมากครับ

ทั้งต้องเดากันต่อว่าใครจะมาเกิดเป็นใคร และ จับคู่กรรมที่ก่อ กับผลกรรมที่ตามมาสนอง น่าสนุกสนานดีแท้

ดีแล้วครับ ค่อยๆอ่านกันไป ทีละตอนๆ อย่างช้าๆ

เรื่องเข้มข้น ครบรสอย่างนี้ อ่านต่อเนื่องเป็นเล่ม อาจสนุกจนเกินพิกัด เอ๋อไปเลยก็ได้นะครับ!
บันทึกการเข้า
cholboy
Full Member
PMC Senior
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 69
ออฟไลน์

กระทู้: 119


« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 03:49:40 PM »

ว่าตามคุณ arunsaku ทุกประการ

มีพวกเราบางคน เฉลยมาแล้วว่า ชื้น คือ แอนดี้นั่นแหละในอดีตชาติ  อันนี้มาคิดดูก็น่าจะเป็นไปได้ รักกันซะขนาดกอดกับน้องสาวทุกวัน แล้วก็สนิทกับนวลเช่นนั้น  ส่วนท่านที่เฉลยมา ผมก็จะปิดบังนามท่านให้ ไม่บอกว่าท่านคือใคร

ส่วนตอนนี้ ลองพิมพ์คำว่า พรหมกุมาร เจอเว๊บนี้เข้า อ่านแล้วตกใจ มันคือเรื่องจริงหรือนี่ ? http://kanchanapisek.or.th/kp8/culture/chr/chr201.html

พระเจ้าพรหมมหาราช


พระเจ้าพรหมเป็นโอรสของพระเจ้าพังคะ หรือพระองค์ฬั่ง (ฬั่ง แปลว่า ไม่นาน,รีบ,ด่วน) กษัตริย์รัชกาลที่ 43 แห่งราชวงศ์สิงหนวัติ ได้ถูกพวกขอมขับไล่จากเมือง โยนกนาคพันธุ์สิงหนวัติเมื่อประมาณ พ.ศ.1460 (ตำนานสิงหนวัติฉบับสอบค้น) จึงได้อพยพราษฎรไปอยู่เมืองเวียงสี่ตวงใกล้แม่น้ำสาย ต่อมามเหสีของพระองค์ไปประสูติโอรส องค์ที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 1464 ได้ขนานนามว่า "พระเจ้าพรหมกุมาร" ต่อมาเมื่อพระเจ้าพรหมกุมารเจริญวัยขึ้นได้ทรงสุบินว่า มีเทพยดามาบอกว่าจะมีช้าง 3 ตัวล่องน้ำโขงมา ให้เจ้าพรหม กุมารไปล้างหน้าที่นั่น ถ้าจับช้างตัวแรกได้จะมีอานุภาพปราบได้ทั้ง 4 ทวีป ถ้าจับได้ตัวที่ 2 จะมีอานุภาพ ปราบได้ชมภูทวีป ถ้าจับได้ตัวที่ 3 จะปราบแว่นแคว้นล้านนาได้ พอรุ่งเช้า เจ้าพรหมกุมารจึงพาบริวารประมาณ 50 คน ไปยังท่าน้ำครั้งแรกเห็นงูเหลือมเลื่อมเป็นมันระยับลอยผ่านไปแล้ว 1 ตัว พอตัวที่ 2 ก็เป็นงูอีก เหมือนกันพอตัวที่ 3 เจ้าพรหมกุมารจึง ทรงนึกถึงเรื่องในสุบินนั้นคงจะเป็นงูนี่เอง จึงได้จับงูพร้อมทั้งสั่งให้บริวารช่วยกันจับงูและได้ว่ายน้ำออกไปจนสามารถขึ้นขี่บนคองูได้ ในทันทีที่เจ้าพรหมกุมารขึ้นขี่งูก็กลายเป็นช้าง ไปในทันที เจ้าพรหมกุมารพยายามขับขี่ขึ้นฝั่ง บริวารจึงเอาพานทองคำ (พานรูปลักษณะคล้างระฆัง แต่แบน เป็นเหลี่ยมปัจจุบันเรียกผางลาง) ตีล่อ ช้างจึงขึ้นจากน้ำ ช้างตัวนี้จึงได้ชื่อว่า "ช้างพานคำ"เมื่อพรหมกุมาร ได้ช้างแล้วจึงได้ขุดคูทดน้ำแม่สายเข้าคูเมือง และเมืองนี้มีชื่อว่า "เวียงพานคำ"" (อยู่ในเขตอำเภอแม่สาย)ต่อมาเมื่อสามารถเตรียมกำลังได้อย่างเต็มที่แล้ว เจ้าพรหมกุมารจึงได้ยกกองทัพไปปราบ ขอม พวกขอมสู้ไม่ได้จึงถอยล่นลงไปทางใต้เรื่อยๆ

เจ้าพรหมกุมารยึดเมืองโยนกนาคพันธ์สิงหนวัติคืนได้เมื่อ พ.ศ. 1479 แล้วได้อัญเชิญพระเจ้าพังคราชพระบิดาขึ้นครองราชสมบัติต่อไป และได้เปลี่ยนนาม โยนกนาคพันธ์สิงหวัติเป็นเมืองชัยบุรี เพื่อเป็น สัญลักษณ์แห่งชัยชนะสำหรับช้างพานคำ เมื่อเสร็จสงครามก็ได้หายไปทางดอยลูกหนึ่ง ซึ่งต่อมาเรียกว่า "ดอยช้างงู" เพราะถือว่า เดิมทีนั้นช้างเป็นงูต่อมาพวกข่าก้อ (อีก้อ) ซึ่งอาศัยอยู่บนดอยลูกนี้ออกเสียงไม่ชัด เรียกว่า "ดอยสะโง้" ซึ่งได้เรียกเพี้ยนมาจนถึงปัจจุบัน
ส่วนเจ้าพรหมกุมารเมื่อได้อัญเชิญพระบิดามาครองเมืองชัยบุรีแล้วพระองค์ก็ทรงนำทัพไปขับไล่ขอม จนตีได้เมืองอุมงคลเสลา ไล่ขอมจนถึงเมืองหริภุญไชยและ กำแพงเพชร จนหมดเชื้อชาติของในอาณาจักรโยนก ได้สร้างเมืองใหม่ขึ้นที่เมืองอุมงคลเสลาเก่า เมื่อ พ.ศ. 1480 ขนานนามว่า "เมืองไชยปราการ" (ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่)

พระเจ้าพรหมกุมารครองเมืองไชยปราการจนสวรรคตเมื่อ พ.ศ. 1540 ต่อมาได้ขนานนามพระองค์ว่า "พระเจ้าพรหมมหาราช"

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 30, 2010, 04:00:51 PM โดย cholboy » บันทึกการเข้า
cholboy
Full Member
PMC Senior
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 69
ออฟไลน์

กระทู้: 119


« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 03:58:39 PM »

อันนี้อีกเว๊บ

http://www.lannaworld.com/story/legend/sinhol.htm

ตำนานสิงหนวัติกุมาร

เรื่องนี้เริ่มจากการที่สิงหนวัติกุมาร โอรสพระเจ้าเทวกาลแห่งนครไทยเทศ คือเมืองราชคฤห์ อพยพผู้คนออกจากเมืองราชคฤห์เมื่อ พ.ศ.๔๓๐ เดินทางไปถึงชัยภูมิที่เคยเป็นแคว้นสุวรรณโคมคำมาก่อนไม่ใกล้แม่น้ำโขงนัก
เจ้าชายสิงหนวัติราชกุมารได้พบกับพันธุนาคราช ซึ่งพันธุนาคราชได้แนะนำให้เจ้าชายสิงหนวัติตั้งเมืองอยู่ในที่นั้น แล้วกลับวิสัยเป็นพระยานาคขุดแผ่นดินให้เป็นคูเมือง เจ้าชายสิงหนวัติจึงตั้งเมืองในที่นั้น และตั้งชื่อเมืองว่า เมืองนาคพันธุสิงหนวัตินคร จากนั้นอีก ๓ ปี เจ้าชายสิงหนาวัติก็ได้แผ่อำนาจปราบปรามหัวเมืองต่างๆ ในเขตนั้น และปราบได้ล้านนาไทยทั้งมวล
ถัดจากรัชสมัยของเจ้าสิงหนวัติแล้ว กษัตริย์องค์ต่อมา คือ โอรสของพระเจ้าสิงหนวัติ คือ พระยาพันธนติ ถัดจากพระยาพันธนติ ก็คือ พระยาอชุตราช และเมืองนี้ก็เปลี่ยนชื่อมาเป็นเมืองโยนกนครไชยบุรีราชธานีศรีช้างแส่น พระยาอชุตราชขอนางปทุมวดีจากกัมมโลฤาษี มาเป็นมเหสี ยุคนี้มีการสร้างพระธาตุดอยตุงและพระธาตุดอยกู่แก้ว กษัตริย์องค์ต่อมาคือพระมังรายนราช โอรสของมังรายนราช คือองค์เชืองนั้น ครองเมืองเดิม ส่วนโอรสชื่อไชยนารายณ์ไปตั้งเมืองใหม่ ชื่อไชยนารายณ์เมืองมูล เมืองโยนกนครไชยบุรีราชธานีศรีช้างแสนก็มีกษัตริย์ปกครองต่อๆ กันมาจนถึง จ.ศ.๒๗๙ (พ.ศ.๑๔๖๐)จึงเสียแก่พระยาขอมแห่งเมืองอุโมงค์เสลานคร กษัตริย์ของเมืองโยนกฯถูกขับให้ไปอยู่ที่เวียงสี่ทวง
ที่นั้นพระองค์พังได้โอรสที่เก่งกล้า คือพรหมกุมาร เมื่อพรหมกุมารอายุได้ ๑๖ ปี ก็เสนอให้พระบิดาแข็งข้อต่อขอม และตัวเองเป็นแม่ทัพเข้าต่อสู้กับพวกขอม และสามารถขับไล่ขอมไปทางใต้จนถึงเขตเมืองลวรัฐ พระองค์พังได้กลับเป็นกษัตริย์ในโยนกนครไชยบุรีศรีช้างแสนอีกครั้งหนึ่ง ใน จ.ศ.๒๙๙ (พ.ศ.๑๔๘๐) พรหมกุมารต่อมาได้ตั้งเวียงไชยปราการ และเป็นกษัตริย์ครองเมืองนี้ เมื่อสิ้นพระองค์พรหมราชแล้วโอรส คือพระไชยสิริก็ได้ครองเมืองต่อมา เมื่อถูกทัพมอญคุกคามเข้ามา พระองค์ไชยสิริก็พาชาวเมืองอพยพ เมื่อจ.ศ.๒๖๖ (พ.ศ.๑๕๔๗) ลงไปทางใต้และไปตั้งเมืองอยู่ที่เมืองกำแพงเพชร

บันทึกการเข้า
bird
Full Member
Full Member
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 69
ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 31, 2010, 09:06:36 AM »

ขอบคุณคุณ cholboy มาช่วยเพิ่มอรรถรสในการอ่านมาก  ไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้มาก่อน แต่พออ่านประวัติแล้ว รู้สึกมีส่วนร่วมในอารมณ์

คุณ aru คงเอ๋อมานานแล้ว ถึงได้วิจารณ์ได้ขั้นเทพในทุกตอน

เคยเห็นละครโทรทัศน์ ถ้าจำไม่ผิดช่อง 7  ทำเรื่องพระเจ้าพรหมมหาราช ให้ศรรามเป็นพระเอก ฉายไปเมื่อปีสองปีที่แล้ว  สรุปก็คือ เชื้อชาติไทย บรรพบุรุษเรานี่แหละ ในประวัติศาสตร์คงจะถือว่าพระเจ้าพรหม ฯ เป็นกษัตริย์ไทยองค์แรกที่บันทึกไว้ ก่อนหน้านั้นไม่มีบันทึกหรือไงไม่ทราบ

ชื้นคิดจะฆ่าขอม สงสัยนี่คือแอนดี้  ฆ่าเขาแล้ว ในชาตินี้ก็ต้องมาเจ็บป่วย น่าจะประมาณนี้  แอนดี้จะได้รู้ถึงกฏแห่งกรรมจริง ๆ ซะที

เพลงนี่สุดยอด พอเปิดหน้าสอง เพลงกระหึ่ม ฮึกเหิมจริง ๆ  ตั้งหน้ารอตอนต่อไป หยุดไม่ได้แล้วครับ

เอ้อ...ผมกลับไปดูโพลล์สำรวจ ปรากฏว่าตอนนี้มีคนชอบแอนดี้ถึง 3 เสียงแล้ว  แต่เดิมเป็น 0  เชื่อว่า ถ้าเรื่องแอนดี้ถูกเล่าต่อไปเรื่อยๆ เสียงโหวตให้แอนดี้จะเพิ่มขึ้น
บันทึกการเข้า
Yoon
สมาชิก PMC
Pendulum Club
PMC Senior
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 44
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 149



« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 08:55:33 PM »

ต้นสายปลายเหตุ ..... ที่มาและที่ไปเริ่มชัดเจนมากยิ่งขึ้น ....... "ผู้นำเผยตน ..... บริวารปรากฏ".......กับการเดินทางอันยิ่งใหญ่ยาวไกล....กรรมผูกพันที่สั่งสมร่วมกันมาแต่อดีตชาติ.......นับจากนี้ต่อไปเบื้องหน้าคงมีอะไรๆ ดีๆ ให้ได้ยลได้ประจักษ์กันเป็นแน่แท้ ...... ผมไม่เคยคาดคิดกับเรื่องราวในรูปแบบนี้ ... แต่เรื่องราวที่ออกมากับผลตอบรับต่างๆ ทำให้ผมอึ้ง ทึ่ง และเกิดปิติมากมายอย่างคาดไม่ถึง ..... ไม่ใช่แค่เพียงนิยายจริงๆ ...... ขอบคุณมากครับพี่  Cheesy
บันทึกการเข้า
tangtam
XADC
Full Member
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 0
ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 11:39:29 PM »

คิดได้อย่างลงตัว และเรียบเนียนมาก ๆ (อันหลังเป็นคำชมเนื้อเรื่องนะคะ ไม่ใช่แป้งทาหน้า)  ผู้แต่งทำการบ้านมาอย่างดี ใช้ภาษาได้กลมกลืนกันเนื้อเรื่อง ประหนึ่งว่าเป็นคนเหนือเอง (หรือจะเป็นจริง ๆ) สรุปว่าชอบมากทั้งเนื้อเรื่อง แล้วก็เพลงประกอบค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] |   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
  ลิ้งค์ไปยังปฏิทิน  
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.089 วินาที กับ 20 คำสั่ง

กลับหน้า Homepage : www.pendulumthai.com