เว็บบอร์ด
กรกฎาคม 23, 2018, 04:35:49 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: คลิป นพ.ทัศนัย พูดถึงอาการปวดเมื่อย เพราะเชื้อราในลำไส้ ดูได้ที่นี่ http://youtu.be/MbCICkddYLU
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 |   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอเชิญแสดงความคิดเห็นต่อตอนเปิดตัวหมอเถื่อน "ผมไม่ใช่หมอ"  (อ่าน 10681 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
lee
assist admin
Hero Member
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 553
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3925


ไม่มีหนี้นับว่ามีโชค ไม่มีโรค มีโชคมากกว่า


« เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2010, 09:38:07 PM »

ขอเชิญแสดงความคิดเห็นต่อ หมอเถื่อน ตอน เปิดตัว "ผมไม่ใช่หมอ"
โดยกด "ตอบ" ข้างล่างขวามือ

ยังไม่เคยอ่านตอนนี้ อ่านได้ที่ http://www.pendulumthai.com/article_doctorpilotx.html


โหวตลือกตัวละครที่ชอบที่สุดที่ http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?topic=1116.0


ผู้ที่ต้องการแสดงความคิดเห็น และ โหวต ขอให้สมัครสมาชิกเว๊บบอร์ด ฟรี click ที่นี่
http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?action=register
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 25, 2010, 09:58:20 PM โดย lee » บันทึกการเข้า
lee
assist admin
Hero Member
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 553
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3925


ไม่มีหนี้นับว่ามีโชค ไม่มีโรค มีโชคมากกว่า


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2010, 09:54:47 PM »

เดือนสิงหาคมปี 2551 ต้นฉบับหมอเถื่อนได้มากองอยู่ที่จนท.เว๊บ ฯ

หมอเถื่อนตอนแรก ชื่อตอน 'ผมไม่ใช่หมอ' จะเป็นตอนเปิดตัว (pilot)  ละครซีรี่ต่างประเทศที่จะมีตอนแรกเพื่อวัดเรทติ้ง ซึ่งศัพท์ในวงการเรียกว่า Pilot Episode (ตอนเปิดตัว)
ตอนที่ 2 คือ ไม่ใช่ขี้ ๆ ฯ
แต่ในที่สุด ก็ตัดตอน 'ผมไม่ใช่หมอ' ทิ้งไป เพราะอ่านแล้วคิดไปเองว่ามันไม่เข้าเรื่อง ไม่ได้เหมาะกับเว๊บสุขภาพ   แล้วเอาตอน 'ไม่ใช่ขี้ ๆ ฯ' มาขึ้นเป็นตอนแรกแทน
แต่คนตัดทิ้ง ไม่ได้ละเอียดพอจะดูว่า คนแต่งนั้น ได้บอกสาระอะไรในตอนต้นเรื่องของ 'ผมไม่ใช่หมอ' เอาไว้  ถ้าตัดไปหมด ก็จะทำให้ขาดใจความสำคัญไป

ล่วงเลยจนมาถึงตอนนี้ เกือบสองปี  ที่คิดไว้ก็ผิด คือ คนกลับเข้าใจและยอมรับในเนื้อหาที่มีบรรยากาศแบบนี้ ซึ่งหากตอนนั้นได้นำตอน pilot มาลงไว้เป็นตอนแรก เนื้อหาจะครบสมบูรณ์กว่านี้  ขนาดไม่มีตอนเปิดตัว ก็มีคนติดตามอ่านกันมาถึงขนาดนี้
แต่หากปล่อยให้อ่านต่อไป จะมีปมที่ต้องคลายจากตอนเปิดตัว คนอ่านจะงงถ้าไม่ได้อ่านตอนเปิดตัว ฉะนั้นยังไงก็ต้องเอาตอนเปิดตัวมาลงอยู่ดี

ก็จึงขอนำมาลงย้อนหลัง ให้งง ๆ ประมาณว่า คนทำเว๊บเองแหละ ที่ไปซี้ซั้วตัดของเค้าทิ้ง  ของเค้ามาดี ๆ ไปทำให้ขาด ๆ วิ่น ๆ 

ขอเชิญท่านอ่านตอนเปิดตัว (ที่ความจริงควรจะได้อ่านตั้งแต่สิงหาคม 2551)  ขอให้มีความสุขกับการอ่านย้อนหลังครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 21, 2011, 12:21:27 PM โดย lee » บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 361
ออฟไลน์

กระทู้: 4185



« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2010, 10:40:42 PM »

*โห! เจ้าประคุณเอ๋ย   ดองจนได้ที่ ดองเป็นปี เกือบ 2 ปี   ทำแบบหนังเลยไง  ฉายไปก่อน พอดังก็ค่อยเอา pilot episode มาให้อ่านทีหลังน่ะ

*แต่ถ้ามีไคร  สมองใส  มาเอาไปทำแบบ เขาเรียกว่าไรนะ  เป็นซีรี่ส์   ก็ดีอะดิ ฉายอาทิตย์ละครั้งก็ยังดีนะ
ไว้ถูกรางวัลที่ 1 สัก 20 ใบ จะ มาลงทุนเอง  ไม่รู้พอหรือเปล่า 555

*อ่านแล้วดีจะตา ย ไปนะ  ขอบคุณ ๆๆๆที่เอามาลงให้อ่านกัน  รู้สึกดีใจที่ได้อ่านตอนนี้ ไม่งั้น เหมือนอะไรขาดหายไป......
ไม่รู้สึกว่างง  เพราะรู้ว่า มันเป็น pilot  จะทำให้หายสงสัยไปเสียทีว่า  จับพลัดจับผลู อยู่ดีดี รุ่งผู้น่ารัก จอมกวน  แต่ใจดี  โผล่มาตอนแรกยังไง
นี่ถือว่า ทำให้ หมอเถื่อน สมบูรณ์ขึ้นนะ  ในคห.ของเรา

*"ผมจึงขอทำการเปิดสถาบันเป็นทางการในวันนี้  ใช้ชื่อสถาบันชั่วคราวว่า 'อภิญญาฆราวาส'...
ถึงแม้วันนี้สถาบันจะเปิดโดยยังไม่มีผู้บริหาร  แต่ภายในไม่ถึงสองปีนับจากนี้  จะมีฆราวาสผู้ทรงอภิญญามาเป็นผู้นำ ตั้งชื่อสถาบันใหม่ "
อ่านประโยคนี้แล้วให้ นึกถึงคนบางคนแถวนี้เลย ว่า  คือคนที่มีอภิญญาคนหนึ่ง แต่ก็ถ่อมตนว่าไม่มี
คนดีดีมีอภิญญาส่วนมาก เขามักจะไม ่ค่อยโม้หรอก ว่าเขามี    เพราะคนโม้ คือคนไม่มีจริง

*เพลงเพราะเหมือนเคยนะ    ฟังแล้วตอนแรก นึ กถึงภาพนายรุ่งได้เลยว่าเ ป็นไง
 
* เมื่ออ่านคำนำแล้วทำให้ได้  คิดทบทวน ดูเรื่องราวที่ผ่านมา ที่ได้พบ ก็เห็นว่า อืม ! มันก็ใช่นะ  เพราะบางครั้งเราสงสัยว่า  ทำไมเป็นงี้  ทำไมคนนี้ .....
บางคน จะไม่รู้จักว่า อภิญญา คืออะไร
บางคนจะยังไม่รู้ว่า ตัวเองมี ไหม อภิญญา
คราวนี้ก็จะเริ่มรู้ และสังเกต แล้วล่ะ

*ส่วนคำที่ยาก ๆ น่ะ   ทำเป็น หมายเหตุ หรือวงเล็บ   ว่า แปลว่าอะไร ก็จะดีนะ  คนไม่รู้จะได้ไม่งง
จะได้เข้าใจได้หมด อย่างคนที่ไม่ได้ศึกษา หรือไม่ได้สนใจ เรื่องทางนี้นัก จะได้เข้าใจ
(ไม่ได้บังคับให้ทำ  แค่เสนอความคิดเห็นค่ะ)
แต่คงเป็นเทคนิค ให้คนติดตาม  โอเค เข้าใจ

ขอบคุณคุณลี ที่เอามาให้ได้อ่าน/  ขอบคุณคุณวีรยาติผู้แต่ง "หมอเถื่อน"
จากแฟนหมอเถื่อน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 25, 2010, 10:54:49 PM โดย Israel » บันทึกการเข้า
v and v
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 305
ออฟไลน์

กระทู้: 1609


ฉันอาจหลงผิดได้ แต่ไม่อาจโกหก


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2010, 09:26:11 AM »

   ขอบคุณคร้าบบบบบ   ท่านคนทำเว็ป ที่เอาตอนเปิดตัวมาลง  กระผมหายอึดอัดแล้วขอรับบบบบ  ไม่อย่างนั้นมันอย่างไงไม่รู้ อ่านตอนสองไม่ใช่ขี้ ที่เอามาเป็นตอนแรก มันให้รู้สึกอึดอัด เหมือนว่ามันทะลุกลางบ้องขึ้นมา  ให้รู้สึกค้างคาเหมือนอุจจาระตกค้างที่ลำไส้ใหญ่   อ่านอย่างไงก็ว่ามันน่าจะมีตอนก่อนหน้านี้  เพื่อให้อ่านแล้วมันไม่อุจจาระตกค้าง    แต่ก็คิดว่าเอาเถอะ สมัยนี้คนคงชอบแบบนี้  กระผมเชยเอง   ดีมากขอรับกระผม  ขอบคุณมากขอรับกระผม    ไอ้กระผมก็แฟนคุณวีรติยานะขอรับ  แอบเป็นแฟนมาตั้งนานแล้ว (ว่าจะให้แม่ไปขอ)  แต่ไม่ได้โผล่หัวกระบาลมาเม้นท์  เพราะไอ้กระผมมันคนเม้าท์ไม่เก่ง เลยเม้นท์ไม่เป็น
   เห็นด้วยกับท่าน เอน ในข้อความนี้

" ส่วนคำที่ยาก ๆ น่ะ   ทำเป็น หมายเหตุ หรือวงเล็บ   ว่า แปลว่าอะไร ก็จะดีนะ  คนไม่รู้จะได้ไม่งง
จะได้เข้าใจได้หมด อย่างคนที่ไม่ได้ศึกษา หรือไม่ได้สนใจ เรื่องทางนี้นัก จะได้เข้าใจ
(ไม่ได้บังคับให้ทำ  แค่เสนอความคิดเห็นค่ะ)
แต่คงเป็นเทคนิค ให้คนติดตาม  โอเค เข้าใจ "

ช่วยทำเป็นหมายเหตุ เถอะนะ แม่คูณณณณ....แม่คนงามทรามวัยใจโสภา   ไอ้กระผมคนปัญญาน้อย  ไร้อภิญญา ไม่เข้าใจภาษาบาลี   จะได้ไม่อุจจาระตกค้าง
   [size=1ขอบพระเดชพระคุณขอรับท่านpt][/size]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 26, 2010, 09:32:30 AM โดย v and v » บันทึกการเข้า
Yoon
สมาชิก PMC
Pendulum Club
PMC Senior
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 44
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 149



« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2010, 11:05:12 AM »

 Cheesy 'อภิญญาฆราวาส' ...... ชอบชื่อนี้ครับ ชัดเจน ตรงจุดและกระชับดีครับ  Cheesy

ขอบคุณมากๆ ครับกับสิ่งดีๆ จากพี่ lee พี่วีรยาติ และพี่ๆ ทุกๆ ท่านที่มาแบ่งปันกัน .... จากจุดเล็กๆ จะกลายเป็นสิ่งที่มีคุณมหาศาลได้ในอนาคต .... ขอบพระคุณหลวงพ่อฯ ครับ  Smiley
บันทึกการเข้า
lookplanoi
Full Member
***

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 15
ออฟไลน์

กระทู้: 59


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2010, 01:51:22 PM »

[อ่านดีทุกคอนครับ ได้ความสนุก ธรรมะ และธรรมชาติบำบัด  Smiley สุดยอดครับ
บันทึกการเข้า
bird
Full Member
Full Member
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 69
ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2010, 08:24:52 PM »

arunsaku....  ท่านพลาดหรือไง หรือว่า ท่านรออ่านของคนอื่น  ชั้นเชิงท่านเหลือเกิน

israel... คำวิจารณ์ของคุณนี่น่าคิดตามมาก ๆ

เสียดายจัง ถ้าตอนนี้ได้ออกเป็นตอนแรก เรทติ้งจะสูงแน่ ๆ  เพราะอ่านแล้วขึ้นเรื่องได้น่าติดตาม ในส่วนคำเปิดสถาบัน น่าสนใจมาก ๆ

กำลังนึกกลับไปว่า ถ้าเราไม่เคยอ่านตอนอื่นมาก่อน อ่านตอนนี้ตอนแรก คงติดเลยเหมือนกัน  ผมว่า เป็นตอนเปิดตัวที่ใช้ได้เลย นึกถึงหนังซีรี่ที่มีการเปิดตัวพระเอกในตอนแรก  ประมาณว่าหนังญี่ปุ่นสมัยก่อนชอบมีแบบนี้  เปิดให้คนสงสัยนิด ๆ  ความกวน ๆ ของเขา ทำให้คนอยากติดตามตอนต่อไปว่า ไม่ใช่หมอ แล้วเป็นอะไรกันแน่ 
คำว่า 'ผมไม่ใช่หมอ' มาใช้เป็นชื่อตอนได้เหมาะสมมาก  เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง  แล้วตอนตัวเอกพูดคำว่า 'ผมไม่ใช่หมอ' นี่   ใช่เลย... เข้าใจเลยว่าทำไมถึงตั้งชื่อตอนนี้แบบนี้  แล้วทำไมตอนแรก ต้องตั้งชื่อว่า 'ผมไม่ใช่หมอ'  เพราะมันเปิดตัว มันเปิดเลยว่า นิยายที่ท่านจะอ่านต่อไปนี้ ไม่ใช่หมอจากโรงพยาบาลเลย  แล้วมันก็บอกได้เลยว่า จะได้อ่านเรื่องสนุก ๆ กวน ๆ ปนสาระ   ตอนเปิดตัวบอกได้มาก  ทำไมถึงตัดทิ้ง ?

ยังไงก็ขอบคุณที่นำมาลง เพราะคำเปิดสถาบัน สำคัญกับคนอ่านมาก ๆ   อยากให้ท่านอ่านคำเปิด
ถึงแม้วันนี้สถาบันจะเปิดโดยยังไม่มีผู้บริหาร  แต่ภายในไม่ถึงสองปีนับจากนี้  จะมีฆราวาสผู้ทรงอภิญญามาเป็นผู้นำ ตั้งชื่อสถาบันใหม่ และ ดำเนินการพัฒนาสถาบัน อนาคตจะ มีประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์จากสถาบันนี้เพื่อดับทุกข์ได้อย่างมากมาย

ผมเดาอะไรได้มากมายเลย ถูกไม่ถูกไม่รู้  แต่มันสนุกที่ได้คาดเดา เพราะเราอ่านตัวละครไปแล้ว  เราน่าจะพอเดาได้  คุณ aru ครับ คิดยังไง ?

ฆราวาสผู้ทรงอภิญญามาเป็นผู้นำ .... ใครล่ะ ?   น่าสนุกมั้ย  จะเดาว่าเป็นรุ่ง... แต่ไม่คิดว่าจะง่ายขนาดนั้น แต่ ก็มีแวว เพราะเปิดตัวก็เป็นรุ่งเลย   แต่คิดอีกที คนแต่งเจ้าเล่ห์ และ ไม่น้ำเน่า  ไม่น่าจะโจ่งแจ้งขนาดเอารุ่งมาอยู่ในตอนเดียวกับคำเปิดตัวสถาบัน  ถ้าไม่ใช่รุ่ง แล้วเป็นใคร ?  ผมสงสัยอีกคนนึง  แต่... รอคุณ aru ก่อนดีกว่า

แล้วใครล่ะ เป็นคนกล่าวคำเปิดสถาบัน ?....  โห... คิดแล้วสนุกล่ะสิ

หลวงพ่อ ฯ... นี่คือใคร  ชักอยากรู้แล้ว เพราะตอนสิบกว่า รุ่งก็พูดถึง  องค์เดียวกันหรือเปล่า ?  ยิ่งคิดยิ่งสนุก.... ใช่มั้ยคุณ vandv
บันทึกการเข้า
arunsaku
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 404
ออฟไลน์

กระทู้: 3365



« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2010, 07:14:14 PM »

arunsaku....  ท่านพลาดหรือไง หรือว่า ท่านรออ่านของคนอื่น  ชั้นเชิงท่านเหลือเกิน
ผมโพสต์สั้นๆไปรอบหนึ่งแล้วครับ พอดีเน็ตเสีย เลยไม่ขึ้น
แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรไกล อย่างคุณเบิร์ด
แค่รู้สึกว่าเปิดตัวรุ่งแบบ กวนได้ใจ
เป็นคนที่มีความกวนอยู่ในเลือด เนื้อ และกระดูกจริงๆ
ขนาดเล่นบาสกะเด็กๆ ก็ยังออกลีลา "กวน" ได้เจ็บ


ฆราวาสผู้ทรงอภิญญามาเป็นผู้นำ .... ใครล่ะ ?   น่าสนุกมั้ย  จะเดาว่าเป็นรุ่ง... แต่ไม่คิดว่าจะง่ายขนาดนั้น แต่ ก็มีแวว เพราะเปิดตัวก็เป็นรุ่งเลย   แต่คิดอีกที คนแต่งเจ้าเล่ห์ และ ไม่น้ำเน่า  ไม่น่าจะโจ่งแจ้งขนาดเอารุ่งมาอยู่ในตอนเดียวกับคำเปิดตัวสถาบัน  ถ้าไม่ใช่รุ่ง แล้วเป็นใคร ?  ผมสงสัยอีกคนนึง  แต่... รอคุณ aru ก่อนดีกว่า

แล้วใครล่ะ เป็นคนกล่าวคำเปิดสถาบัน ?....  โห... คิดแล้วสนุกล่ะสิ

หลวงพ่อ ฯ... นี่คือใคร  ชักอยากรู้แล้ว เพราะตอนสิบกว่า รุ่งก็พูดถึง  องค์เดียวกันหรือเปล่า ?  ยิ่งคิดยิ่งสนุก.... ใช่มั้ยคุณ vandv
ตรงนี้ ผมอ่านแล้วกลับไม่คิดเดามากนะครับ
ผมยังรู้สึกว่าไกล แล้วยังไม่รู้สึกเชื่อมโยงเท่าไหร่ กับเรื่องที่อ่านมา
หลวงพ่อฯ ผมคิด (เดา) ว่าเป็นพระราชพรหมยาน  วัดท่าซุงครับ
ท่านจะเล่าเกี่ยวกับเรื่องในทางลับ ที่รู้ได้ยาก เอาไว้เยอะเหมือนกัน

ถ้าจะให้ผมร่วมสนุกเดากะคุณเบิร์ดนะครับ
ผมเดาว่า คนกล่าวคำเปิดสถาบัน ก็คือคุณ Lee แห่งเวบไซต์ pendulumthai คับ
ส่วนผู้บริหารที่เป็นฆราวาสผู้ทรงอภิญญา ก็หาจาก pendulumthai นี่แหละครับ คุณเบิร์ดจะสมัครไหมล่ะครับ เหอ เหอ เหอ  Cheesy Cheesy Cheesy Cheesy Cheesy Cheesy
บันทึกการเข้า
benjamas
Full Member
Full Member
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 5
ออฟไลน์

กระทู้: 76


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2010, 07:43:00 PM »

เยี่ยมมาก  เปิดตัวได้เยี่ยม  ประทับใจในความกวนถึงกระดูก

ข้อสังเกตุอีกอย่างหนึ่งคือ  ตั้งแต่ตอนแรก รุ่งไม่ใส่นาฬิกา เพราะถามเวลากับแก้ว  เปิดตัวก็ไม่มีนาฬิกาเลย

อ่านคำเปิดสถาบันแล้วขลังจังค่ะ  arunsaku กะ bird  สองยอดวิทยายุทธ เม้นได้สนุกมาก
บันทึกการเข้า
iamnuk
สมาชิก PMC
Pendulum Club
PMC Senior
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 28
ออฟไลน์

กระทู้: 222



« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2010, 09:24:32 AM »

ขอบคุณที่ออกตอน pilot มา ทำให้เป้าหมายของเรื่องชัดเจนขึ้น อิอิ
แล้วก็ทำให้คนอ่านอยากรู้ว่า ผู้บริหารสถาบันนี้เป็นใครกันหว่า Huh? ถ้าไม่ซับซ้อนก็คงเป็นรุ่งอ่ะนะ ชิมิ
ชอบ ๆ ในความกวนของรุ่ง แถมยังชอบแกล้งเด็กอีก หุหุ
ชอบเพลงประกอบ ฟังแล้วรู้สึก fantasy นิดๆ เข้ากะเรื่องดีค่ะ
บันทึกการเข้า
cholboy
Full Member
PMC Senior
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 69
ออฟไลน์

กระทู้: 119


« ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2010, 02:11:58 PM »

อ่านหลายตอนแล้ว  ขอถามว่า นี่เป็นเรื่องจริงใช่หรือไม่ ?

หมายถึงว่า เป็นเรื่องที่มีคนแบบนี้จริง ๆ ทำได้แบบนี้จริง ?  มีองค์กรสถาบันแบบนี้จริง   มีคนตรวจโรคแล้วรักษาได้แบบนี้จริง ?

ถ้าจริง  นิยายเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก  อ่านแล้วขนลุกว่าวิชาความรู้คนไทยทำได้ขนาดนี้ ทำไมไม่เผยแพร่นิยายนี้ให้มากกว่านี้  เรื่องแฮรี่พอตเตอร์ไม่มีความจริงอยู่ แต่ขายได้ทั่วโลก    หากเรื่องทั้งหมดนี้ อิงจากสิ่งที่เป็นจริง ก็ต้องบอกว่ายิ่งใหญ่กว่าแฮรี่พอตเตอร์

มีวิธีการอื่นจะเผยแพร่นิยายนี้ หรือ มีลิขสิทธิ์เฉพาะเว๊บนี้เท่านั้น ?  วิธีการเล่าเรื่องนั้น ดึงดูดได้มากกว่าจะเป็นแค่เรื่องสั้นประจำเว๊บ

จำนวนคนอ่านยังน้อยมากนัก ดูจากตัวเลข visit ในแต่ละตอน  ความจริงควรขึ้นเป็นหลักหมื่นด้วยซ้ำ ถ้ามองจากเนื้อหา แล้วก็ปมของเรื่อง  อาจจะเป็นเพราะเว๊บนี้มีคนรู้จักน้อย  ทำไมไม่นำเรื่องนี้ไปลงในเว๊บอื่น ๆ บ้าง หรือ รวมเล่มออกจำหน่าย ? เพราะกลุ่มคนที่อ่านหนังสือจะมีมากกว่าเข้ามาที่เว๊บนี้

คนน่ะมีจริง ๆ  ลูกศิษย์อาจารย์สุทธิวัสส์ ทำได้แบบนี้จริง เยอะแยะครับ  ส่วนสถาบัน ผมว่าน่าจะเป็นการแต่ง

ใช่ครับ เรื่องนี้ควรได้รับการเผยแพร่ เพราะมีความเป็นจริงอิงอยู่เยอะมาก ทั้งเรื่องสมุนไพร ลูกดิ่ง การใช้มโนมยิทธิ การทรงเจ้า   ถือว่าคนไทยอ่านแล้วสัมผัสได้มากกว่าแฮรี่พอตเตอร์  ไม่ทราบว่าคนอื่นเห็นด้วยหรือไม่
บันทึกการเข้า
arunsaku
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 404
ออฟไลน์

กระทู้: 3365



« ตอบ #11 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2010, 03:08:52 PM »

ความเห็นส่วนตัวนะครับ สมาชิกท่านอื่นๆ หรือแม้แต่ผู้ฝึกลูกดิ่ง อาจไม่เห็นด้วยกับผมก็ได้
โลกเรากำลังเคลื่อนไปในกระแสทุนนิยม
วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ที่ว่าด้วยเหตุผล การทดลอง และการบันทึกผลอย่างเป็นระบบ ทำให้คนไม่ค่อยยอมรับอะไรง่ายๆ
การที่โรคภัยไข้เจ็บหายได้โดยไม่ได้ใช้การแพทย์แผนปัจจุบัน ถูกมองว่าเป็น เหตุบังเอิญบ้าง ฟลุคบ้าง หรือ ยังไงโรคก็ต้องหายเองอยู่แล้วบ้าง

ผู้ที่มีความรู้ที่อาจจะทำให้โรคหายได้ มีความเสี่ยงที่จะถูกผลักเข้าไปเป็นเป้าโจมตีของกระแสทุนนิยมอันเชี่ยวกราก
เนื่องเพราะความสามารถของเขา ไปขัดผลประโยชน์ของกระแสดังกล่าว
ท่านลองสังเกตดูสิครับ ยกตัวอย่าง การรักษาโรคมะเร็งแล้วกัน
อย่างน้อยท่านต้องเคยได้ยินมาสักครั้งหนึ่งว่า ผู้ป่วยบางคนที่หมอแผนปัจจุบันฟันธงแล้วว่าอยู่ได้ไม่เกิน X เดือน
พอไปรักษาด้วยวิธีการอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่วิธีของแพทย์แผนปัจจุบัน ปรากฏว่า หายขาด จากมะเร็ง
ทำไมวิธีดังกล่าวถึงไม่ดัง
ทำไมถึงไม่มีใครเอาวิธีดังกล่าวไปจดสิทธิบัตรแล้วขยายวงกว้างไปทั่วโลก

ถ้าคิดดูเล่นๆ จะเห็นหลายปัจจัยเลยที่ทำให้การรักษาที่ทำให้หายจากโรคมะเร็งดังกล่าว ไม่เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง จนทดแทนการรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบันเสียที
1.การบันทึกผลความสำเร็จในเชิงสถิติอย่างเป็นทางการ ยังไม่เป็นได้ทำกันอย่างกว้างขวาง
2.การรักษาต้องใช้ความเชื่อ และวินัยของผู้ป่วยอย่างมาก (ถึงได้กล้าฉีกแนวไปจากการแพทย์แผนปัจจุบันที่คุ้นเคยกว่า)
3.การเลือกที่จะอธิบายการหายดังกล่าว ด้วยสาเหตุอื่นๆ เช่น บังเอิญ ฟลุค
4.ผู้ที่มีความสามารถในการรักษา ไม่ต้องการหาเรื่องยุ่งยากใส่ตัว  ที่ทำอยู่ก็ต้องการช่วยคนมากกว่า จึงไม่อยากประชาสัมพันธ์โดยใช้กระบวนการทางการตลาดสมัยใหม่ โดยมากคนที่เข้ามารอรับการรักษาก็มากมายจนทำไม่ทันอยู่แล้ว
5.ความไม่แน่นอนในการรักษาให้หายได้ 100% เป็นตัวหนึ่งที่สามารถยกมาเป็นข้อโจมตีได้ (ซึ่งจริงๆ ก็เป็นปกติของการรักษา เพราะย่อมมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อยู่บ้าง เช่น สภาพจิตใจของผู้ป่วย)
6.ความชำนาญของผู้ที่ทำหน้าที่รักษาในศาสตร์ของแพทย์ทางเลือกก็มีส่วนในการที่ทำให้การรักษา หาย หรือ ไม่หาย (ซึ่งก็ไม่ต่างจากแพทย์แผนปัจจุบัน)
7.พวก 18 มงกุฏ หลอกลวง เข้ามาปะปน ทำให้ความน่าเชื่อถือต่ำลง
8.การศึกษาวิทยาศาตร์ในปัจจุบัน ทำให้คนมีแนวโน้มที่จะไม่เชื่อไว้ก่อน สำหรับเรื่องที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่เพียงพอ แทนที่จะวางความเห็นไว้กลางๆ แต่กลับไปลงความเห็นในเชิงปฏิเสธเสียแล้ว ซึ่งบางครั้งก็เป็นการปิดโอกาสการเรียนรู้ไปอย่างน่าเสียดาย
9. ขำๆ นะครับ คนชอบฟังเรื่องโกหก มากกว่าเรื่องจริง เพราะเรื่องโกหกฟังแล้วสนุกกว่า
10. โลกเราอาจจะเข้าสู่ยุคเสื่อมจริงๆ อะไรที่เป็นทางรอดของมนุษยชาติ มักถูกละเลย เช่น ใครๆ ก็รู้ว่าการมีป่าไม้น้อย หรือมีการใช้พลังงานที่มากเกินไป จะทำให้โลกเสียสมดุลย์ และจะเกิดภัยพิบัติร้ายแรงตามมาได้ แต่ก็ไม่เห็นมีใครจะเอาจริงเอาจังกันสักเท่าไหร่ กับการหยุดยั้งสาเหตุเหล่านี้ ทำเป็นไม่เชื่อไปอย่างนั้น รึว่าภัยภิบัติร้ายแรงจนทำให้จำนวนมนุษย์ลดลงไปเป็นจำนวนมากจะต้องเกิดขึ้นจริงๆ เพื่อรักษาสมดุลย์โลกเอาไว้

นี่ล่ะครับ อยากให้คุณ petra พิจารณาดู
"ความจริง" ไม่ใช่ทั้งหมดที่จะทำให้คนเชื่อครับ ในโลกสมัยปัจจุบันนี้
เรื่องจริงหลายเรื่องคนไม่ยอมเชื่อกัน
มันมีทั้งเรื่อง กรรม อายุ ประสบการณ์ การเลี้ยงดู การเปิดใจ ฯลฯ ที่มีผลต่อความเชื่อของคนครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 19, 2010, 03:12:01 PM โดย arunsaku » บันทึกการเข้า
bird
Full Member
Full Member
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 69
ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #12 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2010, 07:34:07 PM »

10. โลกเราอาจจะเข้าสู่ยุคเสื่อมจริงๆ อะไรที่เป็นทางรอดของมนุษยชาติ มักถูกละเลย เช่น ใครๆ ก็รู้ว่าการมีป่าไม้น้อย หรือมีการใช้พลังงานที่มากเกินไป จะทำให้โลกเสียสมดุลย์ และจะเกิดภัยพิบัติร้ายแรงตามมาได้ แต่ก็ไม่เห็นมีใครจะเอาจริงเอาจังกันสักเท่าไหร่ กับการหยุดยั้งสาเหตุเหล่านี้ ทำเป็นไม่เชื่อไปอย่างนั้น รึว่าภัยภิบัติร้ายแรงจนทำให้จำนวนมนุษย์ลดลงไปเป็นจำนวนมากจะต้องเกิดขึ้นจริงๆ เพื่อรักษาสมดุลย์โลกเอาไว้
คุณarunsaku เป็นใครหนอ ทำไมถึงมีความคิดกว้างและ ลึกขนาดนี้   ผมเป็นแฟนหมอเถื่อน และยังเป็นแฟนที่อ่านคำวิจารณ์ของคุณ aru ทุกครั้ง  อ่านถึงข้อ 10 แล้ว  มันตรงใจ  คิดได้ไง   ข้อ 10 นี่ ถูกใจมาก เป็นคำตอบของทุกสิ่งทุกอย่าง

โลกเราอาจจะเข้าสู่ยุคเสื่อมจริงๆ อะไรที่เป็นทางรอดของมนุษยชาติ มักถูกละเลย
บันทึกการเข้า
arunsaku
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 404
ออฟไลน์

กระทู้: 3365



« ตอบ #13 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2010, 10:10:25 AM »

ตอบคุณเบิร์ดง่ายๆ เลย
ความคิดเรื่องโลกเข้ายุคเสื่อม ก็อ่านมา แล้วเปรียบเทียบกับหลักฐานต่างๆ ที่มีให้เห็นแต่ละวัน มัน match กันน่ะครับ
เคยได้ยินเรื่องยุค 4 ไหมครับ จากไตรภูมิพระร่วง
ซึ่งระบุว่า ยุคปัจจุบันคือ กลียุค (คนดี1 : คนชั่ว3)
ในคัมภีร์พระเวทของพราหมณ์/ฮินดู ก็กล่าวถึงกลียุคไว้เช่นเดียวกัน
อ่านแล้วให้บรรยากาศที่ตรงกับความเป็นจริงของโลกในปัจจุบันดี
คัดมาให้อ่านข้างล่างละกัน เผื่อท่านอื่นสนใจจะได้อ่านด้วย


การแบ่งยุคตามความเชื่อของคนโบราณที่กล่าวไว้ในหนังสือ  “ไตรภูมิพระร่วง”  หรือ ”เตภูมิกถา”   มีดังนี้ 
          1. กฤดายุค   ยุคนี้มีแต่คนดีมีศีลธรรม  ไม่มีการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน  ไม่อิจฉาพยาบาท เห็นอกเห็นใจกัน  มีแต่ความเกษมสุขสำราญ  มีคนดี 100 %  อายุของยุคนี้ = 4,800 ปีสวรรค์  (1 ปีสวรรค์=360 ปีมนุษย์)   อายุของยุคนี้เท่ากับ  4,800 * 360  =  1,728,000 ปี
         2. ทวาปรยุค  คนดีมีสามส่วน / คนชั่วหนึ่งส่วน  คนเริ่มมีกิเลสครอบงำจิตใจบ้างแล้ว  เริ่มมีเงาของความเดือดร้อน  มีอายุเป็น 3 /4 ของยุคแรก  ตามจำนวนคนดี  คือเท่ากับ  3,600 ปีสวรรค์  หรือ  1,296,000 ปีมนุษย์
         3. ไตรดายุค มีคนดีกับคนชั่วอย่างละครึ่ง  ความวุ่นวายเดือดร้อนทวีมากขึ้นกว่ายุคก่อน มีอายุ 2/3  ของยุคแรก  ตามจำนวนคนดี  คือเท่ากับ  2,400  ปีสวรรค์  864,000  ปีมนุษย์
         4. กลียุค  มีคนชั่วมากมาย  มีคนชั่วสามส่วน คนดีมีเพียงส่วนเดียว มีการฉกชิงวิ่งราว ตีรันฟันแทง ฆ่าแกงกัน  อิจฉาริษยา คดโกงกัน ลูกไม่รู้จักบุญคุณพ่อแม่ ลูกศิษย์ไม่รู้คุณอาจารย์  สับอลหม่านวุ่นวาย เดือดร้อนกันไปทั่วทุกหนทุกแห่ง เรียกว่า  “มิคสัญญียุค”  มีอายุเท่ากับ  4/5 ของยุคแรก  คือ 1,200  ปีสวรรค์  พอหมดยุคนี้แล้ว  โลกก็จะแตกดับ  สิ่งมีชีวิตจะไม่เหลือรอดเลย  (1,200 * 360 = 432,000)
กลียุคเริ่มนับเวลาตั้งแต่  2560 ปี ก่อนพุทธศักราชแล้ว  อายุของกลียุคจึงดำเนินมาเป็นเวลา   2560 + 2541  =  5,100  ปีแล้ว


ต่ออีกหน่อย ด้วยพุทธทำนาย (พระพุทธเจ้าทรงตรัสกับพระอานนท์ถึงความเป็นไปของโลกในอนาคต)

          “ดูกรอานนท์   สัตว์โลกทั้งหลายที่เกิดมาล้วนแต่ลำบากทุกชาติ ทุกศาสนา  ตามธรรมชาติที่หมุนเวียนของโลก   โลกหมุนเวียนไปใกล้ความแตกทำลาย  จนถึงสมัยที่อาตมานิพพานไปแล้วได้  5,000 ปี   เมื่อโลกไปใกล้กึ่งจำนวนที่อาตมาทำนายไว้ (2,500 ปี)  มนุษย์และสัตว์จะได้รับภัยพิบัติสารพัดทิศเสียครึ่งหนึ่งในระยะ  30  ปี  สิ่งที่ศาสนิกชนไม่เคยพบเห็น

               ยักษ์หินถูกสาปให้หลับ ก็กลับตื่นขึ้นมาอาละวาดยิ่งหนัก  เมื่อใกล้กึ่งศาสนาของอาตมา  ก็ทวีภัยขึ้นทุกทิพาราตรี     และมนุษย์นอกศาสนา  ก็จะมารบราฆ่าฟันกันถึงนองเลือดนองแผ่นดินและแผ่นน้ำ   แม้ในอากาศก็มีอำนาจภัยจากฟ้าทุกทิศานุทิศ  ไฟจะลุกลามเผาผลาญมนุษย์ไม่ขาดระยะ  ต่างฝ่ายต่างทำลายกันย่อยยับ เหมือนยักษ์กระหายเลือด   แผ่นดินแผ่นน้ำจะเดือดเป็นไฟ และตายกันไปฝ่ายละครึ่ง จึงเลิกรา   ต่างฝ่ายต่างหมดกำลังด้วยกันตามวิสัยยักษ์ร้ายนอกศาสนา  ซึ่งกำเนิดมาจากสัตว์ป่าอำมหิต    ส่วนศาสนิกชนผู้ขวนขวายในทางบุญตามวัจนะเดิมของอาตมา  ก็จะสามารถระงับร้อนไม่รุนแรง”


เรื่องพวกนี้อ่านตอนเด็กๆ ก็สนุกดีนะ
แต่พอมีประสบการณ์มากขึ้น
มาคิดให้เข้ากับความเป็นไปของโลก
ชักจะไม่สนุกแล้ว
ณ ตอนนี้ มนุษย์ปุถุชนธรรมดา ไม่มีใครรู้แน่ๆ ว่าโลกเราจะพลิกผันออกไปในทางใด ทว่า ..
อะไรที่สร้างความรู้สึกปลอดภัยให้ได้ เช่น เงินออม, ธรรมชาติบำบัด, การทำความดี, ศาสนา
ก็พึงประพฤติปฏิบัติและรับเอาไว้เป็นความเชื่อครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 21, 2010, 10:18:57 AM โดย arunsaku » บันทึกการเข้า
srunya,j
Full Member
***

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 2
ออฟไลน์

กระทู้: 27


« ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2010, 03:27:51 PM »

มาชมเชยคุณ arunsaku คุณ bird และ คุณ petra

แล้วมาขอตำหนิคุณวีรยาติ  ที่ทำให้พวกเราต้องเผลอใจไปกับนิยายเรื่องนี้ เต็ม ๆ  หากนำตอนเปิดตัวมาลงตั้งแต่แรก คงหัวทิ่มหัวตำไปตั้งนานแล้ว  คนอะไร ทะเล้นตั้งแต่ตอนแรก
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 |   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
  ลิ้งค์ไปยังปฏิทิน  
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.087 วินาที กับ 20 คำสั่ง

กลับหน้า Homepage : www.pendulumthai.com