เพลงพัฒนาสมองขวา

(1/1)

arunsaku:
อยากทราบเกี่ยวกับที่มาที่ไปของเพลงพัฒนาสมองขวาครับ มีหลักเกณฑ์ยังไง และมีการทำงานยังไง ใครพอทราบข้อมูลอะไรบ้าง เอามาแชร์กันหน่อยนะครับ

วันก่อน ผมไปเปิดเพลงคลาสสิคฟัง มีความรู้สึกอารมณ์เดียวกับเพลงพัฒนาสมองขวาทั้งหลายของคุณ  Lee เลย

a) การฟังเพลงพัฒนาสมองขวา เป็นเรื่องที่ควรตั้งใจฟังแล้วปล่อยอารมณ์ไปตามเพลง หรือเปิดเป็นแบ็คกราวนด์ แล้วก็ทำอะไรไปเรื่อยๆ

b) เพลงที่มีคำร้อง ไม่พัฒนาสมองขวาเหรอครับ

c) เพลงที่มีเครื่องให้จังหวะแบบกลอง ตุบ ตุบ ตุบ ไม่พัฒนาสมองขวาใช่ไหมครับ

d) เพลงที่มีเป็นเสียงธรรมชาติ เช่น น้ำไหล นกร้อง เข้าเกณฑ์ไหมครับ

ถามแค่นี้ก่อน

lee:
ตอบคุณ arunsaku

a) การฟังเพลงพัฒนาสมองขวา เป็นเรื่องที่ควรตั้งใจฟังแล้วปล่อยอารมณ์ไปตามเพลง หรือเปิดเป็นแบ็คกราวนด์ แล้วก็ทำอะไรไปเรื่อยๆ
สมองด้านขวา คือ จินตนาการ  คำตอบ ก็คือคำถามกลับไปว่า ตอนตั้งใจฟังนั้น จินตนาการตามไปเรื่อย ๆ ไม่มีกรอบ หรือ ไปเกาะติดอยู่กับคำร้องที่จำกัดให้คิดอยู่เฉพาะเรื่องรัก ใคร่ ความแค้น ความหดหู่ ฯลฯ  พอเข้าใจคำตอบแล้วใช่มั้ยครับ
การเปิดเพลงเป็นแบ็คกราวน์ ทำให้อารมณ์เปลี่ยน ?  กินอาหาร เปิดเพลงร้อง ได้อารมณ์แบบนึง พอเปลี่นเป็นเพลงบรรเลง ได้อารมณ์แบบนึง  ทำให้อารมณ์เปลี่ยนได้ถือว่าพัฒนาสมองด้านขวาครับ  เพราะสมองด้านขวา คือ ใช้อารมณ์เป็นหลัก  ส่วนเพลงร้องจิตจะคิดเหตุผลของเนื้อเพลง ใช้สมองด้านซ้ายมาร่วมเยอะหน่อย
พัฒนาสมองด้านขวา นี่ความหมายคือ พัฒนาขึ้น ไม่ใช่พัฒนาลง  ฉะนั้น จินตนาการนั้น ต้องเพิ่มประจุลบให้เรา

b) เพลงที่มีคำร้อง ไม่พัฒนาสมองขวาเหรอครับ
คำตอบตามข้อ a) คือ สมมุติว่าฟังเพลงชาติไทย มีคำร้อง  แต่จิตก็จินตนาการไปได้เรื่อย ๆ  ถึงแม้คำร้องจะกำหนดว่า กรอบคือเรื่องความรักชาติ รักความเป็นไท  แต่ในกรอบกว้าง ๆ นี้  เราก็จินตนาการไปถึงความรักชาติได้หลายแบบ  พอฟังเพลงจบ กลับได้ความคิดอื่น ๆ เพิ่มขึ้นมาอีกเยอะ บานตะไท ทำให้มีชีวิตชีวา มีกำลังใจ ฮึกเหิม เม็ดเลือดแดงแข็งแรง  อย่างนี้ถือว่าพัฒนาสมองข้างขวาแน่นอน
แต่... คนส่วนใหญ่ เมื่อฟังเพลงร้อง มีความหมาย จิตก็จะนำความหมายนั้น ไปผูกกับประสบการณ์ตัวเองที่มี แล้วก็ติดอยู่ตรงนั้นไปลย เช่น ฟังเพลงอกหัก จิตนาการคุณจะไปไหนรอด นอกจากเพิ่มประจุบวกให้กับร่างกาย

c) เพลงที่มีเครื่องให้จังหวะแบบกลอง ตุบ ตุบ ตุบ ไม่พัฒนาสมองขวาใช่ไหมครับ
ตอบว่า มีขอบเขตแคบกว่า เพลงไม่มีจังหวะ    เพลงไร้จังหวะ ขอบเขตในการจินตนาการกว้างกว่า
เพลง New Age สำหรับจินตนาการหลาย ๆ เพลง มีจังหวะ สนุกสนาน นั่งไปแล้วก็กระดิกเท้าไปได้  จินตนาการได้  แต่แน่นอนว่าต้องตัดอารมณ์ซึ้งลึก ออกไป  Percussion (เครื่องให้จังหวะ) เกือบทุกชนิด ทำเพื่อให้ร่าเริง ตื่นเต้น มีอารมณ์ฉาบฉวยขึ้น เป็นสีสรร  แต่จะลดความลึก เรียบ ซึ้ง ไป   ยกเว้น percussion ชนิด รูดท่อนเหล็ก หรือ triangle (สามเหลี่ยม เคาะดังปิ๊ง) ซึ่งยังให้อารมณ์ล่องลอยได้
สรุป เพลงมีจังหวะ ก็พัฒนาได้

d) เพลงที่มีเป็นเสียงธรรมชาติ เช่น น้ำไหล นกร้อง เข้าเกณฑ์ไหมครับ
เข้าเต็ม ๆ ครับ

เพลงคลาสสิคนั่นแหละครับ โคตรจะพัฒนา  ใครที่ฟังเพลงคลาสสิคแล้วเบื่อ นั่นคือ ไม่เคลิบเคลิ้มไปกับจินตนาการ ขาดจินตนาการ
เพลงคลาสสิค ส่วนใหญ่จะไม่มีเครื่องให้จังหวะ  บางเพลงที่ตั้งใจให้มีจังหวะ เพราะคนประพันธ์ตั้งใจให้ช่วงนั้นมีอารมณ์เปลี่ยนตามที่ต้องการ

arunsaku:
อ้างจาก: lee ที่ มีนาคม 16, 2010, 12:06:03 PM

b) เพลงที่มีคำร้อง ไม่พัฒนาสมองขวาเหรอครับ
คำตอบตามข้อ a) คือ สมมุติว่าฟังเพลงชาติไทย มีคำร้อง  แต่จิตก็จินตนาการไปได้เรื่อย ๆ  ถึงแม้คำร้องจะกำหนดว่า กรอบคือเรื่องความรักชาติ รักความเป็นไท  แต่ในกรอบกว้าง ๆ นี้  เราก็จินตนาการไปถึงความรักชาติได้หลายแบบ  พอฟังเพลงจบ กลับได้ความคิดอื่น ๆ เพิ่มขึ้นมาอีกเยอะ บานตะไท ทำให้มีชีวิตชีวา มีกำลังใจ ฮึกเหิม เม็ดเลือดแดงแข็งแรง  อย่างนี้ถือว่าพัฒนาสมองข้างขวาแน่นอน
แต่... คนส่วนใหญ่ เมื่อฟังเพลงร้อง มีความหมาย จิตก็จะนำความหมายนั้น ไปผูกกับประสบการณ์ตัวเองที่มี แล้วก็ติดอยู่ตรงนั้นไปลย เช่น ฟังเพลงอกหัก จิตนาการคุณจะไปไหนรอด นอกจากเพิ่มประจุบวกให้กับร่างกาย

ฮ่อ ฮ่อ ฮ่อ แจ่มแล้วแจ่มแล้ว แปลว่าขอให้คิดกว้างๆ คิดไกลๆ และไปในทิศที่เป็นบวก (ประจุลบ)
ตอบแบบมือ'ชีพเลย
เจ๋งมั่กๆ




นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ