
ขอเพิ่มเติมอีกนิดนะครับ ..... พอดีนึกถึงประโยคที่ได้ยินจากคุณครูผมมา ชอบมากๆ เลยมา share เพิ่มครับ

ตามหลักการวิทยาศาสตร์ และตำราฝรั่ง "การที่จะทำให้งานสำเร็จได้สิ่งสำคัญที่สุดคือ จินตนาการ หรือภาพของความสำเร็จ ประกอบกับความมั่นคงและแน่วแน่ในเป้าหมายแห่งความสำเร็จในภาพจินตนาการนั้น และวิธีการต่างๆ จะตามมาเอง" ..... "ศรัทธา" คือ ความเชื่อ คือจินตนาการ คือภาพแห่งความคิดที่เราสร้างขึ้นมาว่าเราจะทำสิ่งนั้นได้จริงๆ จนเกิดเป็นจินตภาพขึ้น เช่น เราศรัทธาในนักประเมินสุขภาพท่านนี้มาก เราก็จะเกิดศรัทธา เกิด "ความรู้สึก" ว่าท่านนี้จะสามารถช่วยเราให้หายจากความทุกข์ที่มีได้จริงๆ ... เมื่อ "ศรัทธา" มีการ "ย้ำคิด" บ่อยมากขึ้น จะเกิด "ศรัทธาที่แรงกล้า" และเกิด จินภาพที่สมบูณ์ขึ้นมาตามศรัทธาโดยที่เราไม่รู้ตัว ......เวลานี้ "สมองซีกขวา" ของเรากำลังทำงาน และก่อให้เกิดการเชื่อมโยงหาวิธีการให้เกิดสิ่งที่คิดขึ้นได้จริงด้วยการทำงานตามหลักตรรกะของ "สมองซีกซ้าย" ..... จิตที่เป็นสมาธิที่แน่วแน่จะเกิดขึ้นตอนนี้ครับ

เราจะเชื่อมั่นว่าท่านนี้สามารถช่วยเราได้จริง ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดๆ ก็จะทำตามอย่าง "ไม่ลังเลสงสัย" จนเกิดวิธีการที่ทำให้จินตภาพนั้นสำเร็จได้จริงๆ!!! ..... เพราะถ้าปราศจาก "ศรัทธา" หรือมีไม่มากพอ จะเกิดความ "ลังเลสงสัย" .... ทำให้สมาธิขาดกำลัง จนไม่สามารถทำอะไรให้สำเร็จได้ (ตอนนี้สำคัญครับ นอกจากจะไม่สำเร็จแล้ว หากคิดหลบหลู่ผู้ที่มีบุญบารมีสูงกว่าก็จะเป็นผลร้ายต่อตัวเองครับ

) ..... "ความคิด / จิต" มีพลังมากกว่าที่เราคิด ถ้าเราสามารถ "เข้าใจ" และ "ควบคุม" ได้ ..... "ความคิด" ก่อให้เกิด "การกระทำ" การกระทำก่อให้เกิด "พฤติกรรม" พฤติกรรมก่อให้เกิด นิสัย/สันดาน คือ การกระทำซ้ำโดยความเคยชินอัตโนมัติ หรือ "ฌาน" ..... และเมื่อรวมกับสมาธิบริสุทธิ์จะพัฒนาเป็น "ญาณ"

..... ทั้งหมดคือ "แก่น" ของ "ความสำเร็จ" หรือ "การบรรลุ" เป้าหมาย ....... ทั้งหมดนี้ถูกสอนมากว่า 2553 ปี .... หลัก "อิทธิบาท4"
๑. ฉันทะ ความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น ----- "ศรัทธา" ---- สมองซีกขวา
๒. วิริยะ ความพากเพียรในสิ่งนั้น
๓. จิตตะ ความเอาใจใส่ฝักใฝ่ในสิ่งนั้น
๔. วิมังสา ความหมั่นสอดส่องในเหตุผลของสิ่งนั้น ----- หลักเหตุผล ตรรหฅกะ ----- สมองซีกซ้าย
ธรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมเนื่องกัน แต่ละอย่างๆ มีหน้าที่เฉพาะของตน
ฉันทะ คือความพอใจ ในฐานะเป็นสิ่งที่ ตนถือว่า ดีที่สุด ที่มนุษย์เรา ควรจะได้ ข้อนี้ เป็นกำลังใจ อันแรก ที่ทำให้เกิด คุณธรรม ข้อต่อไป ทุกข้อ
วิริยะ คือความพากเพียร หมายถึง การการะทำที่ติดต่อ ไม่ขาดตอน เป็นระยะยาว จนประสบ ความสำเร็จ คำนี้ มีความหมายของ ความกล้าหาญ เจืออยู่ด้วย ส่วนหนึ่ง
จิตตะ หมายถึงความไม่ทอดทิ้ง สิ่งนั้น ไปจากความรู้สึก ของตัว ทำสิ่งซึ่งเป็น วัตถุประสงค์ นั้นให้เด่นชัด อยู่ในใจเสมอ คำนี้ รวมความหมาย ของคำว่า สมาธิ อยู่ด้วยอย่างเต็มที่
วิมังสา หมายถึงความสอดส่องใน เหตุและผล แห่งความสำเร็จ เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ให้ลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดเวลา คำนี้ รวมความหมาย ของคำว่า ปัญญา ไว้อย่างเต็มที่

.......