แก่นตะวัน

(1/9) > >>

Ammy:
ได้มีโอกาสไปเจอพืชผล ที่น่าสนใจมาจากเมืองโคราชชนิดหนึ่งซึ่งมีความแปลก ( เนื่องจากไม่เคยได้ยินมาก่อน )
ให้ได้รู้จักกันน่ะค่ะ ( อันนี้เป็นเก็บตก ที่บอกว่าจะมาเล่าให้ฟังทีหลังจากกลับมา กทม. )

    แก่นตะวัน  (Jerusalem artichoke หรือ sunchoke)
เป็นพืชตระกูลเดียวกันกับทานตะวัน  เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า " ทานตะวันหัว " ต้นและดอกเหมือนดอกทานตะวัน และดอกบัวตองมาก
แต่มีขนาดเล็กกว่า มีหัวใต้ดินคล้ายมันฝรั่ง เพื่อเก็บสะสมอาหาร ซึ่งเป็นน้ำตาล Inulin ประกอบด้วยน้ำตาล fructose ต่อกันเป็นโมเลกุลยาว
พืชนี้มีถิ่นกำเนิดในเขตหนาวของประเทศสหรัฐอเมริกา แต่สามารถปลูก และปรับตัวได้ดีในสภาพเพาะปลูกของประเทศไทย
การใช้ประโยชน์โดยใช้หัวเป็นอาหารคน และอาหารสัตว์ รวมทั้งการใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตแอลกอฮอล์

จากรายงานการวิจัยของต่างประเทศ พบว่า การบริโภค แก่นตะวันจะไม่ถูกย่อยในกระเพาะ เป็นสารเยื่อใยอาหาร
ที่ให้แคลลอรี่ต่ำ ช่วยลดความอ้วน ไม่เพิ่มปริมาณน้ำตาลในเลือด จึงไม่เป็นปัญหากับผู้เป็นโรคเบาหวาน ช่วยลด Cholesterol Triglyceride และ LD ในร่ายกาย
จึงลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ได้
นอกจากนี้ยังพบว่าเป็นประโยชน์ต่อแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
เช่น Bifidobacteria และ Lactobacilli แต่ลดกิจกรรมของแบคทีเรีย ก่อโรค เช่น Coliforms และ E. Coli จึงเป็นที่ยอมรับกันว่าแก่นตะวันเป็น Prebiotic
ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายดีขึ้น

การบริโภค
แก่นตะวันทานได้ทั้งสด และสุก หัวสุกจึงมีรสชาติคล้ายแห้ว มันแกว แต่ไม่มีรสหวาน
สามารถนำมาประกอบ อาหารคาว-หวาน ได้หลายชนิด เช่นแกงเผ็ด ผัด ไข่ตุ๋น สลัด ยำ เป็นต้น
ถ้าเอมาสับสดๆๆ ใช้ทำส้มตำแทนมะละกอ ก็ได้ แต่ถ้าเอาแก่นๆไปลวกจะนุ่มกว่า เหมาะกับการนำมาทำยำ

สาระน่ารู้:-
จากการทดลองปลูก แก่นตะวันเป็นพืชที่ปลูกง่าย ชอบดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี เพราะจะลงหัวได้ง่าย
หากมีน้ำขังแฉะจะทำให้หัวเน่า การปลูกสามารถปลูกได้ในฤดูฝน ในพื้นที่ไร่เหมือนกับพืชไร่ทั่วไป
การปลูกในฤดูแล้งต้องมีระบบน้ำชลประทาน เช่น การปลูกหลังเก็บเกี่ยวข้าวในนาดินร่วนทรายเขตชลประทาน
การปลูกโดยใช้หัวปลูกต้องตัดหัวให้เป็นท่อน ๆ ยาวท่อนละประมาณ 2- 3 เซนติเมตร บ่มหัวที่หั่นแล้วในถังมีความชื้น
จะกระตุ้นให้เกิดต้นอ่อนบนหัวท่อนพันธุ์ แล้วจึงนำไปปลูก การปลูกในฤดูฝนต้องใช้ระยะปลูกห่าง ประมาณ 70 x 50 เซ็นติเมตร แต่ฤดูแล้ง
อาจจะใช้ระยะปลูกแคบขึ้น เนื่องจากจะมีการเจริญเติบโตน้อยกว่าฤดูฝน 50 x 30 เซนติเมตร การปลูกจากหัวที่มีต้นอ่อน ดินต้องมี
ความชื้นดีมาก หลังปลูกดายหญ้ากำจัดวัชพืช 1-2 ครั้ง ตามความจำเป็น การใส่ปุ๋ย
ใส่ปุ๋ยพืชไร่ สูตร 15-15-15 อัตรา 25 กิโลกรัม/ไร่ เมื่อมีอายุ 20-30 วันหลังปลูก ปัจจุบันยังไม่พบโรค และแมลงที่สำคัญของพืชนี้

พืชนี้จะออกดอกสีเหลืองอร่ามเต็มทุ่งจนอาจขนานนามว่า
“ทุ่งแก่นตะวันบาน” นับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดีไม่แพ้ทุ่งทานตะวัน
เลยทีเดียว แต่การปลูกในฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม
อาจไม่มีดอก ถ้าปลูกในฤดูฝน พืชนี้จะเก็บเกี่ยวหัวเมื่ออายุประมาณ
120-140 วัน และสำหรับการปลูกในฤดูแล้งเก็บเกี่ยวผลผลิตที่อายุ
100-110 วัน โดยสังเกตพบว่า หัวขยายเต็มที่ ใช้วิธีขุด หรือถอนเก็บเกี่ยวหัวเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปมีศักยภาพในการให้ผลผลิตสูง
โดยพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงสุดให้ผลผลิต 2.5-2.8 ตันต่อไร่ ใช้เวลาปลูกเพียง 4 เดือน หากเปรียบเทียบกับมันสำปะหลังที่ให้ผลผลิตระดับเท่านี้ต้องให้เวลาการผลิต 10-12 เดือน

“แก่นตะวันนับว่าเป็นพืชชนิดใหม่ของไทย ที่มีโอกาสพัฒนาไปเป็นพืชทางเลือกเป็นการค้าหรืออุตสาหกรรมในอนาคต
 ถึงแม้ว่าพืชแก่นตะวันไม่ใช่พืชพื้นเมืองของประเทศไทย แต่ว่าเรานำเอาเข้ามาพัฒนาด้วยการศึกษาวิจัย ให้ผลผลิตแล้ว
 ก็มาพัฒนาเรื่องพันธุ์ของไทย เพื่อที่จะแนะนำเกษตรกรให้ปลูก สำหรับพืชนี้เป็นพืชที่อยู่ในเขตหนาวแต่ว่าเรานำเข้ามาแล้วทดสอบดูแล้วปรากฏว่า
 มีการปรับตัวได้ดีในเขตร้อน มีอายุสั้น ประมาณ 120 วัน ให้ผลผลิตสูงประมาณ 2 ถึง 3 ตัน ต่อไร่ เป็นพืชหัว เราสามารถนำเอาหัวมาใช้ประโยชน์ เป็นอาหารได้ทั้งคนและสัตว์
จัดว่าเป็นพืชสมุนไพร ทำอาหารได้หลากหลาย เช่น บริโภคสด
ทำเป็นอาหารคาว หวาน เพราะว่าในหัวมีสารสำคัญเรียกว่า อินโนริน เมื่อคนบริโภคเข้าไป จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้น
โดยเฉพาะมีแบคทีเรียที่อยู่ในระบบลำไส้ที่มีประโยชน์ จะเจริญเติบโตดี เช่น แลคโตบาซิลัส ในขณะเดียวกันก็ทำให้แบคทีเรียตัวที่ก่อโรคมีการเจริญเติบโตต่ำ
นอกจากนั้นผลงานวิจัยต่างประเทศชี้ชัดว่า พืชชนิดนี้เมื่อคนบริโภคเข้าไปแล้วจะช่วยลดครอเลสเตอรอล ก็จะลดปัญหาการเสี่ยงเนื่องจากโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด

ในแง่ของการผลิตเป็นอาหารสัตว์ ทีมงานวิจัยของ รศ.เยาวมาลย์
ค้าเจริญ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ศึกษาพบว่า
เมื่อสัตว์บริโภคหัวแก่นตะวันเข้าไปจะทำให้ลดกลิ่นของมูลสัตว์
เหมาะกับในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ เช่น การเลี้ยงไก่ การเลี้ยงสุกร คือตรงนี้ก็จะช่วยลดกลิ่นของการเลี้ยงสัตว์ และจะทำให้ภูมิคุ้มกันของสัตว์ดีขึ้นด้วย
อีกประการหนึ่ง เนื่องจากหัวแก่นตะวันมีปริมาณน้ำตาล
ครุโตสอยู่ค่อนข้างสูง และเราสามารถเอาแก่นตะวันไปหมักเพื่อจะได้
เอทานอล หรือแอลกอฮอล์ออกมาโดยหัวแก่นตะวัน 1 ตัน สามารถให้
เอทานอล ประมาณ 80- 100 ลิตร มากกว่าการผลิตเอทานอลจากอ้อย เพราะฉะนั้น พืชชนิดนี้จึงเป็นพืชที่มีศักยภาพในแง่ของการผลิตพลังงานทดแทนต่อไปในอนาคต
นอกจากนั้น แก่นตะวันมีดอกสีเหลืองเมื่อออกดอกจะออกพร้อม ๆ กันเต็มไร่ ซึ่งมีความสวยงามมาก สามารถส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ เช่นเดียวกับทุ่งทานตะวันของจังหวัดลพบุรี และสระบุรี”[/color]

สนใจขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ รศ.ดร. สนั่น จอกลอย คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40002
e-mail sanun@kku.ac.th โทรศัพท์ 043-364637, 081-3914190

ขอเล่าต่ออีกว่า การที่ไปเจอ " แก่นตะวัน " ด้วยความบังเอิญจริงๆๆ และได้สอบถามถึงการปลุกจากชาวไร่ ที่อ.ปักธงชัย
ซึ่งก็ได้สืบเสาะหาข้อมูลมาดังที่ข้างต้น จากวารสารมหาวิทยาลัยขอนแก่น ชื่อว่า " กัลปพฤกษ์ " www.kku.ac.th
ยิ่งน่าสนใจเรื่องของการปลูก เพื่อเพิ่มผลผลิตและการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคในวงกว้าง น่ะค่ะ
ตอนที่ไป โคราชมา ก็ได้ซื้อมา 4 ถุง ในราคา ถุงละ 25.-  และตอนนี้ให้ทางต่างจังหวัดไปปลูกดู ว่าจะเป็นยังไง??
และก็ได้นำมาทานด้วย แต่ทานสด จิ้มน้ำพริก อร่อยมาก กรอบอร่อย คล้ายมันแกว ที่ไม่มีรสหวาน

จึงอยากเผยแพร่ให้ทุกท่านที่สนใจในอาหาร พืช ผัก สมุนไพรที่ได้จากธรรมชาติ ได้รู้จักกันค่ะ
ส่วนท่านผู้ใดสนใจอยากลองชิมก็ลองหามาปลูก หาซื้อดูน่ะค่ะ เพราะไม่ทราบจริงๆว่า ที่กรุงเทพฯ
หรือที่อื่นๆ มีที่ไหนบ้าง ? เดี๋ยวต้องรอท่านอื่นๆ มาคุยต่อ ...ส่วนใครอยากลองทาน ที่เราให้เค้าไปปลุกก็คงต้องรอไปอีก 120 วัน ตามที่เค้าบอกไว้น่ะค่ะ ^^...หุหุหุ

รายงานข่าวจาก เมืองบางกอก

 :D ;D ;D :D

Israel:
ขอบคุณค่ะ คุณammy
สงกะสัยว่า ต้นกำเนิดคงมาจากทาง jerusalem นะคะ
ดูจากรูป หัวเล็ก เหมือนเผือกพันธุ์เล็ก ไม่ใช่หัวใหญ่ ๆ ใช่ไหมคะ
น่าสนใจมาก พบเห็นที่ไหนมีจำหน่าย กระซิบบอกกันบ้างนะคะ
ขอจองที่คุณ ammy เอาไปปลูกไว้ด้วย หุ หุ สัก 50 โล เป็นไง หุหุ ;D ;D

pala:
 

       ไปเจออยู่ที่ไหนในโคราช    ตลาดในเมืองหรือออกไปต่างอำเภอ   ขอข้อมูลรายละเอียดให้ด้วย

ครับ     จะไปหาหาซื้อมาชิมบ้าง

Ammy:
คุณ Israel รอก่อนนะค่ะ หุหุหุ...ประมาณ 120 วัน เหอะๆๆๆ ไม่รู้ว่า คนที่ให้ปลูกเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนคนบ้านนา
เค้าจะปลูกกันไปถึงไหนแล้ว เหอะๆๆ ไงก็ จาก 50 โล เป็น ขีด 2 ขีดก่อนได้ป่าวค่ะ!! .อ่อ ตัวจริงของเค้าเนี้ย มีลักษณะคล้ายหัวขิง ข่าเลยค่ะ
ถ้ามองเผินๆๆ นึกว่าขิงหรือข่า ด้วยซ้ำ

ไปได้มาจาก อ.ปักธงชัยน่ะค่ะ คุณ Pala ไม่ใช่ตลาดในเมือง !!^^
รสชาติเหมือน มันแกว ไม่มีรส กรอบๆๆอร่อยดีอ่ะค่ะ

 :D ;D :D

นพ.ทัศนัย เผือกพิพัฒน์:
ผมดีใจที่มีคนแนะนำพืชนี้มาบอก เพราะคุณสมบัติ  นี้ มันมี oligofructosaccaride อยู่ จึงบำรุงจุลินทรีย์ดีในลำไส้เราได้มาก  มีประโยชน์ต่อการดูแลลำไส้ การรักษาภาวะลำไส้รั่ว(ติดเชื้อรา) ได้มาก (ใช้ร่วมกับขมิ้น/มะรุม)

มีพืชผลไม้อีกหลายตัวที่ทานแล้วไปบำรุงจุลินทรีย์ดี  เช่นมันแกว  กล้วย  แอปเปิ้ล แก้วมังกร พุทรา  ท่านใดรู้เพิ่มเติม ก็แจ้งด้วย 

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป