มหาสีไพร - สมาธิเพื่อการผ่อนคลายรักษาสุขภาพ

(1/4) > >>

arunsaku:
ในงานวิทยาศาสตร์ทางจิตนอกจากบูธ ม.ล. อัคนี นวรัตน์ ที่เป็นที่มาของกระทู้โอสถสรรพกิจ (energy medicine) ของหมอทัศน์แล้ว ยังมีอีกบูธหนึ่งที่น่าสนใจในเชิงพลังและการรักษาโรค
ผมขอนำเสนอ สมาธิเพื่อการผ่อนคลาย รักษาสุขภาพกายและจิตโดยองค์วม โดย พระอาจารย์มหาสีไพร อาภาธโร
- เป็นการทำสมาธิแบบเคลื่อนไหว เน้นการผ่อนคลาย
- ท่าฝึกง่ายมาก ใช้ท่วงท่าของมือแค่ 3 ท่าเอง+ท่าอิสระอีก 1 ท่า โดย 3 ท่าแรกมีรูปแบบที่ชัดเจน ส่วนท่าที่ 4 เป็นท่าตามใจฉัน (ให้จิตเป็นตัวชักนำว่าอยากจะเคลื่อนไหวในท่าไหนก็เคลื่อนไป)
- ท่านศรีไพร อธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ได้ดี แม้ท่าทางของผู้ฝึกที่ดูใน vcd ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดใน sripai.com จะดูแปลก โดยเฉพาะท่าที่ 4 เราจะเห็นท่าแปลกๆ ใน vcd ได้มากมาย แต่อย่าเพิ่งไปดูถูก
   ท่าแปลกๆเหล่านั้นนะครับ ท่านศรีไพรชี้ให้ดูลูกศิษย์ท่านที่คอยสาธิตให้ผู้ชมงานในพื้นที่ที่จัดให้ทดลองปฏิบัติ  ลูกศิษย์ของท่านเป็นผู้ป่วยที่หายป่วยกันมาแล้ว ซึ่งรวมถึงโรคร้ายๆ ที่รักษาไม่ค่อยหายด้วย
- คำอธิบายที่การทำสมาธิเคลื่อนไหวตามแนวทางของท่านสามารถรักษาโรคได้ มีคร่าวๆ ดังนี้
   1) มือเป็นตำแหน่งสะท้อนของอวัยวะต่างๆ การทำสมาธิโดยใช้มือเคลื่อนไหว จะทำให้เกิดประจุพลังงานที่กลางฝ่ามือ พลังงานส่วนหนึ่งจะวิ่งไปตามเส้นประสาทเพื่อเข้าไปรักษา หัวใจ ปอด ฯลฯ
        พลังงานอีกส่วนหนึ่งจะไหลเวียนเข้าในเม็ดเลือด ไปหล่อเลี้ยงร่างกาย เพื่อปรับสมดุลและภูมิคุ้มกัน
   2) ในขณะที่เคลื่อนไหวฝ่ามือ เป็นการผ่อนคลายจิตซึ่งมีผลต่ออวัยวะทุกส่วนเรียกว่า บริหารกายผ่อนคลายจิต
         อารมณ์/จิต มีผลต่อภูมิคุ้มกัน การผลิตเม็ดเลือดขาว การบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ และการบีบตัวของกล้ามเนื้อปอด
- ในเอกสารและ CD ที่ผมได้รับแจกมา ท้าให้ลองถึงความรวดเร็วในการเห็นผล  ถ้า สามารถฝึกได้ 4-12 ชั่วโมงในวันแรก (ส่วนวันต่อๆไป ก็ตามสะดวก ไม่ต้องทำ 4-12 ชั่วโมงทุกวัน)
(มีต่อกระทู้ถัดไป)


arunsaku:
อ้อลืมบอกไป เป็นการทำสมาธิประกอบเสียงเพลงด้วยนะครับ โดยจะใช้เพลงสรรเสริญคุณงามความดี เช่นเพลงสวดมนต์ จีน - ธิเบต - อินเดีย - เจ้าแม่กวนอิม
ต่อไปเป็นสิ่งที่ผมลอกมาจากเอกสารเลย ไม่ได้เขียนเอง
ท่าที่ 1 นั่งสมาธิเท้าขวาทับเท้าซ้าย (ถ้าป่วยนั่งท่าขัดสมาธิได้ จะนั่งสบายกว่านี้ก็ได้) หงายมือทั้งสองวางบนเข่า ให้นึกว่า "สมอง(ความคิด)" วางบนฝ่ามือข้างขวา และ "หัวใจ(ความรู้สึก)" วางบนฝ่ามือข้างซ้าย แล้วยกมือทั้งสองขึ้นลง สลับข้างกัน ขวาขึ้นซ้ายลง ขวาลงซ้ายขึ้น เป็นจังหวะไปเรื่อยๆ เหมือนเราชั่งน้ำหนักระหว่างสมองกับหัวใจ ยกขึ้นยกลงอย่างเบาๆ ช้าๆ พอดีๆ สบายๆ เป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อปอด ให้เลือดลมวิ่ง เป็นการเติมออกซิเจนเข้าสู่ระบบในร่างกาย ออกซิเจนจะเข้าไปเผาผลาญสารอาหารในร่างกายออกมาใช้งาน พลังจิต+ออกซิเจน+สารอาหาร เป็นพลังลมปราณ พลังไออุ่น พลังความร้อนไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ10นาที ช้าๆ เบาๆ สบายๆ สมองโล่งโปร่งเบา ใจจะรู้สึกสบายๆ ผ่อนคลาย
ท่าที่ 2 ให้ใช้ฝ่ามือทั้งสองมาหมุนข้างหน้า หมุนเป็นธรรมจักร หมุนเป็นกงจักร หมุนเป็นลูกฟุตบอล หมุนไปเรื่อยๆ จิตเป็นเหมือนดั่งพระอาทิตย์ อารมณ์เหมือนเมฆหมอก จิตที่ไม่มีพลัง เพราะถูกอารมณ์เสียครอบงำ อารมณ์เสียเป็นประจุไฟฟ้าลบ การหมุนฝ่ามือเป็นการสร้างพลังงานประจุไฟฟ้าบวก และสร้างสนามพลังแม่เหล็กขึ้นมาใหม่ ซึ่งทำปฏิกิริยากับากาศรอบๆ ที่มีแรงหมุนนั้น โดยจะปล่อยรังสีออกมา 15 ชนิด ทำไปเรื่อยๆ ประมาณ 10 นาที จะรู้สึกถึงความสดชื่น และเป็นการสร้างพลังงานให้กับตัวเอง เหมือนการหมุนของไดนาโมที่ปล่อยสนามพลังงานไฟฟ้าออกมา
ท่าที่ 3 ให้มือซ้ายอยู่ข้างล่าว มือขวาอยู่ข้างบน แล้วนำพลังทั้งหมดมาปั้นรวมกันที่กึ่งกลางฝ่ามือ ปั้นไปเรื่อยๆ จะรู้สึกเสียวฝ่ามือ รู้สึกเหมือนมีกลุ่มเมฆทีฝ่ามือ มีลำแสงกลางฝ่ามือ รู้สึกเหมือนลูกแก้วใสสว่างที่ฝ่ามือ ให้ปั้นและประคองไปเรื่อยๆ เป็นการเติมพลังงานเข้าสู่ร่างกาย พลังงานส่วนหนึ่งจะไหลเข้าไปตามเส้นประสาท เพื่อไปรักษา หัวใจ ปอด ตับ ไต ม้าม ลำไส้ ถงน้ำดี อวัยวะภายในทังหมด และพลังงานอีกส่วนหนึ่งจะไหลไปตามกระแสเลือ ทำให้กระบวนการเผาผลาญสารอาหารไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เซลล์จะแข็งแรงและไปช่วยขจัดสารพิษสารตกค้างออกมา เลือดลมจะวิ่งเป็นพลังลมปราณ เมือทำได้อย่างนี้พลังงานที่ใส่เข้าไปในเม็ดเลือดจะอยู่ได้ 120 วัน เป็นการฆ่าเชื้อโรคน้ำเลือดน้ำเหลือง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายโดยธรรมชาติ
ท่าที่ 4 คือท่าที่ไร้รูปแบบ ไร้วิธีการ เป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาท ทำกายและจิตให้เคลื่อนไหว เหมือนใบไม้ที่พลิ้วไหว มีความนุ่มนวลอ่อนโยน อ่อนช้อย ไปตามแรงลม ซึ่งเป็นเคล็ดลับของวิชาผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาท ผ่อนคลายเอ็นใหญ่ 900 เอ็นน้อย 9000 กระดูก 300 ท่อน ปล่อยให้กายเคลื่อนไหวอย่างอิสระ เป็นการบริหารกายผ่อนคลายจิตไร้รูปแบบ ซึ่งท่าต่างๆ ในการร่ายรำเป็นการรักษาความเจ็บป่วยโดยอัตโนมัติ เป็นปัญญาที่เกิดจากจิต เป็นแหล่งกำเนิดของสรรพวิชาการต่างๆ เช่น ไท้เก๊ก เส้าหลิน โยคะ ทำให้สุขภาพร่างกายจิตใจแข็งแรง ถ้าจะให้ได้ผลจริงต้องทำให้ได้อย่างน้อย 4-12 ชั่วโมง

arunsaku:
ดูรายละเอียดได้ที่ www.sripai.com
หรือวัดศรีวนาราม จ.ชลบุรี 038241920 และ 038241370

ท่านสีไพร เป็นบุคคลที่ในอดีตมีโรคมาก ปัจจุบันร่างกายแข็งแรง
มีให้ลงทะเบียนเข้ารับการอบรมคอร์ส 3 วัน มีอาหาร 3 มื้อ และที่พักให้ ค่าใช้จ่ายก็แล้วแต่จะช่วยเหลือ

lee:
อารมณ์เสียเป็นประจุไฟฟ้าลบ การหมุนฝ่ามือเป็นการสร้างพลังงานประจุไฟฟ้าบวก

อันนี้สงสัยครับ ว่าสลับกันหรือเปล่า  ประจุไฟฟ้าลบนี่คือดี  บวกคือไม่ดี ไม่ใช่หรือครับ ?

เนื้อหาน่าสนใจมาก ขอบคุณประธานฝ่ายวิชาการ  คนอะไรไม่รู้ ความรู้เยอะมาก
ผมอ่านไปก็ฝึกไปด้วย แล้วก็อยากไปรับ debrief กับคุณ arunsaku ในเรื่องอื่น ๆ อีก

ใครจะไปกับผมด้วย... ไม่อนุญาต เพราะผมจองเป็นส่วนตัวไว้แล้ว...เหอ ๆๆๆ  ถ้าสนใจก็ต้องขอนุญาตคุณ arunsaku เองคับ  ผมฟังจากคุณ arunsaku เล่าทางโทรศัพท์แล้ว เข้าใจง่าย  ถ่ายทอดได้ดี  ไว้พร้อมที่จะนัดก็บอกนะครับ ผมจะรอ  เรารู้กันสองคน ...ใครอิจฉา... ระวัง !!!!

arunsaku:
อ้างจาก: lee ที่ ธันวาคม 27, 2009, 10:49:28 AM

อารมณ์เสียเป็นประจุไฟฟ้าลบ การหมุนฝ่ามือเป็นการสร้างพลังงานประจุไฟฟ้าบวก
อันนี้สงสัยครับ ว่าสลับกันหรือเปล่า  ประจุไฟฟ้าลบนี่คือดี  บวกคือไม่ดี ไม่ใช่หรือครับ ?


ผมคิดว่ามันเป็นเรื่อง Notation ของทั้งสองค่ายต่างกัน แต่ความหมายที่ต้องการสื่อเหมือนกัน
ท่านสีไพรคงต้องการสื่อว่า ประจุไฟฟ้าบวก คืออะไรที่เป็นบวก ซึ่งแปลว่าดี
ส่วน อ.สุทธิวัสส์ วัดประจุลบ ตามศักย์ไฟฟ้าฟ้าของอิเลคตรอน ถ้าประจุลบมาก=ดี

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป