หากเวลาจำกัด หรือ ยังไม่ทำไม่คล่องทั้ง 4 ท่า
จะสามารถฝึกแค่ 1 ท่า เช่น ท่าที่ 1 หรือ เลือกท่าที่ เหมาะกับความป่วยไข้ของเราในขณะนั้น ได้หรือไม่
หรือต้องฝึกให้ครบทุกกระบวนท่า ทุกครั้ง
ตอบตามที่ผมศึกษาจากเอกสาร และ CD ของ อ.สีไพร
ต้องพยายามทำให้ได้นานๆ ตั้งแต่ 4-12 ชั่วโมงให้ได้สักครั้งหนึ่ง ถึงจะเห็นผล
คือถ้าไปฝึกที่วัดศรีวนารามเลย อ. บอกว่าส่วนใหญ่ทำได้นานขนาดนั้นเกือบทุกคน
คงเป็นเพราะสภาพการณ์บังคับ และสภาพแวดล้อมต่างๆส่งเสริม เช่น ไม่มีใครมารบกวนเรา, มีวินัยเพิ่มขึ้นเนื่องจากไม่ได้อยู่บ้านตนเอง, มีกำลังใจเพิ่มขึ้นเนื่องจากเห็นคนอื่นๆ ก็นั่งทำกันอยู่ ฯลฯ
หลังจากที่ทำยาวๆ ได้สักครั้งหนึ่งแล้ว ต่อไปก็พยายามทำให้ได้ วันละ 1 ชั่วโมงต่อเนื่อง
หากทำได้อย่างนี้ อ. รับรองว่าแม้โรครักษายากต่างๆ ก็หายได้ทุกโรค
กลับมาที่คำถามของ k.kanchong
ผมคิดว่ามันอยู่ที่วัตถุประสงค์ของการฝึก
ถ้าต้องการแค่ Exercise หรือ ชาร์จพลัง หรือ แค่ต้องการให้เกิดสติ (เช่นเดียวกับการนั่งสมาธิ) จะทำแค่ท่าเดียวก็น่าจะได้ (ถึงแม้ว่าการทำหลายๆท่าจะดีกว่า)
แต่ถ้าต้องการรักษาโรค ต้องทำให้ครบทุกท่า โดยเคล็ดลับของการรักษาอยู่ที่ท่าที่ 4
เพราะท่าที่สี่ เป็นการใช้จิตสำนึก หรือ "ปัญญาที่เกิดจากจิต"
เป็นตัวที่จะบอกเราว่าเราต้องใช้ท่าอิสระท่าใดในการเข้าไปเยียวยา กระดูก เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ เส้นลมปราณ ของเราที่ติดขัดอยู่
ดังนั้นถ้าไม่ทำท่าที่ 4 โรคจะไม่หาย
และถ้าไม่ทำท่าที่ 1,2,3 ก็จะไม่มีพลัง และ สมาธิ พอที่จะไปทำท่าที่ 4 ได้
การจำท่า ผมคิดว่าง่าย เพราะไม่ถึงกับต้องเป๊ะๆ ทำมุมเอียงเท่านี้องศา แค่ให้พลังได้วิ่งตามเส้นปราณ และได้ฝึกสัมผัสพลังที่ฝ่ามือ ก็น่าจะใช้ได้แล้ว
ส่วนเรื่องเวลาน้อย ก็สามารถลดทอนลงมาตามสัดส่วนของท่าทั้ง 4 ได้
เช่นถ้ามีเวลา 1 ชั่วโมง ก็ทำท่าละ 15 นาที
ถ้ามีเวลา 40 นาที ก็ทำท่าละ 10 นาที
อย่าลืมไปดาวน์โหลดเพลงที่
http://www.sripai.com/download.php นะครับ
การฝึกโดยมีเพลงไปด้วยจะสนุกกว่า และทำได้นานกว่า
ยิ่งเพลงของธิเบตที่มีจังหวะเร้าใจ ยิ่งสนุก