เว็บบอร์ด
กรกฎาคม 23, 2018, 04:47:27 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: คลิป นพ.ทัศนัย พูดถึงอาการปวดเมื่อย เพราะเชื้อราในลำไส้ ดูได้ที่นี่ http://youtu.be/MbCICkddYLU
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] |   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แสดงความคิดเห็นต่อ "หมอเถื่อน ตอน 13 ราตรีนี้ยาวนาน (3)  (อ่าน 6985 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
lee
assist admin
Hero Member
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 553
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3925


ไม่มีหนี้นับว่ามีโชค ไม่มีโรค มีโชคมากกว่า


« เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 02:22:50 PM »

ขอเชิญแสดงความคิดเห็นต่อ หมอเถื่อน ตอน 13 ราตรีนี้ยาวนาน (3)
โดยกด "ตอบ" ข้างล่างขวามือ

ยังไม่เคยอ่านตอนนี้ อ่านได้ที่ http://www.pendulumthai.com/article_doctor13x.html 

โหวตเลือกตอนที่ชอบที่สุดที่ http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?topic=1117.0

โหวตลือกตัวละครที่ชอบที่สุดที่ http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?topic=1116.0

ผู้ที่ต้องการแสดงความคิดเห็น และ โหวต ขอให้สมัครสมาชิกเว๊บบอร์ด ฟรี click ที่
นี่
http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?action=register
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 16, 2009, 05:39:21 PM โดย lee » บันทึกการเข้า
benjamas
Full Member
Full Member
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 5
ออฟไลน์

กระทู้: 76


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 06:14:40 PM »

ตอนนี้แรงจัง ความคิดแรง

ตอนรุ่งจากกับน้องวิ แอบมีซึ้งอีกจนได้
บันทึกการเข้า
Yoon
สมาชิก PMC
Pendulum Club
PMC Senior
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 44
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 149



« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2009, 12:09:06 PM »

ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด .... สิ่งที่ควรคิด ควร ทำ กลายเป็นสิ่งที่หลงลืมง่ายๆ จนเกิดความทุกข์ แล้วหลุดออกมาเองไม่ได้.... ขอบคุณมากครับพี่หมอเถื่อน .....จะติดตามผลงาน และเป็นกำลังใจให้เสมอครับ  Cheesy
บันทึกการเข้า
mayuraap
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Full Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 5
ออฟไลน์

กระทู้: 17



« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2009, 10:52:30 PM »

โอ้ไม่คิดเลยว่านายหลุดโลกจะคิดได้ถึงเพียงนี้ เรียกได้ว่า ปัญญารู้ได้ด้วยการสนทนาจริงๆ เป็นกำลังใจให้กับผู้เขียนนะคะจะคอยติดตามตอนต่อไปค่ะ มีประโยชน์มั๊กๆๆๆ เสนอให้สร้างเป็นละครก็คงน่าจะมีแฟนคลับติดตามไม่น้อยเลยทีเดียว สมาชิกท่านอื่นมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างคะ Kiss
บันทึกการเข้า
arunsaku
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 404
ออฟไลน์

กระทู้: 3365



« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 09:37:20 AM »

โอ๋ย ตอนนี้ ไม่รู้จะบรรยายยังไง บางคนอาจจะไม่ชอบเพราะมันไม่เร้าใจ แต่ผมชอบเพราะมันแสดงถึงความคิดและปรัชญาชีวิตดีจัง แล้วก็สอดคล้องกับแนวคิดวิพากษ์ทุนนิยมด้วย ประโยคนี้ อ่านแล้วสะดุ้งเลย
อ้างถึง
แล้วจะรู้ว่าข้างในกลวงโบ๋  เราไม่ได้อะไรจากหนังสือพวกนั้นเลย นอกจากวิธีตักตวงประโยชน์ของทรัพยากรในโลกนี้ได้ให้มากที่สุด โดยใช้กำลังน้อยที่สุด 

ผม "in" กับคำพูดนี้ครับ เพราะเคยคิดมาหลายครั้ง อาจจะไม่ใช่เป๊ะๆ อย่างนี้ แต่ไม่ต่างกันมาก
ผมว่าลัทธิทุนนิยมนี่มันน่ากลัว แล้วก็จะกินโลกของเราทั้งใบภายในเวลาไม่นาน ทุกอย่างทำไปเพื่อการบริโภคที่มากขึ้น และรวดเร็วขึ้น
มาศึกษาศาสตร์ของธรรมชาติกันมากๆเถอะ ลดการวิ่งตามกระแสทุนนิยมกันบ้าง ความรู้ความสามารถที่ได้มาจากการศึกษาวิชาธรรมชาติเหล่านี้จะได้แก่ตัวเราเองด้วย

คำคมๆ อีกคำหนึ่ง
อ้างถึง
“เบื่อก็คือเบื่อ มีคำอื่นด้วยเหรอ ?”
“ตอนนั้นคิดไม่ออกหรอกคำอื่น  คิดว่าเบื่อ ก็หาวิธีแก้เบื่อไปเรื่อย ๆ เพราะมันคิดคำที่ถูกต้องไม่ออก มันก็เลยแก้ไม่ถูก 

เหตุการณ์คล้ายๆกับรุ่งนี้ ผมก็เคยเจอนะครับ ถามคำถามที่ไม่ถูก ต่อให้หาคำตอบได้ ก็จะไม่นำเราไปสู่การแก้ปัญหา ต่อเมื่อหาคำถามที่ถูกต้องได้ เดี๋ยวก็จะนำเราไปหาคำตอบที่ถูกเอง
กับกรณีของรุ่ง การยอมจำนนกับคำว่า "เบื่อ" ไม่ได้หาคำที่ถูกต้องกว่าคำนี้ ก็จะทำให้เราติดอยู่กับการแก้เบื่อด้วยวิธีเดิมๆ
คือหาอะไรเติมเข้าไปในชีวิตให้มันหายเบื่อไปได้ชั่วครั้งชั่วคราว อีกไม่นานก็กลับมาเบื่ออีก

อ้างถึง
“ดีนะ ที่ฝนช่วยเราคิด ไม่งั้นมันหลุดออกมาไม่ได้”
โห ตอนนี้ตรงใจหลายตอน อันนี้ก็เหมือนกัน ตอนเรากังวลคิดวนไปวนมาเป็นวันๆ พอปรับมุมมองได้ใหม่ เห็นการติดกับดักในความคิดของตนเอง มันก็ "หลุด" ออกมาเหมือนกับรุ่งนี่แหละ

อ้างถึง
ตี๋ ๆ ขาว ๆ ใช่ปะ  พี่โก้ล่ะมั้ง  กลับจากงานนั้นเห็นสวีทกันพักนึง แล้วพี่โก้ก็ไปเรียนต่อหรือไงเนี่ย”
เอ! บรรยายหน้าตาอย่างนี้ แถมชื่อโก้เหมือนกันอีก น่าสงสัยคุณ Lee ซะแล้ว
บันทึกการเข้า
srunya,j
Full Member
***

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 2
ออฟไลน์

กระทู้: 27


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 01:01:06 PM »

ที่อยากรู้มากกว่าคนแต่งคือใคร คือ อยากรู้ว่า arunsaku คือใคร ? เพราะวิจารณ์ได้สนุก  ถ้าอ่านวิจารณ์ก่อนแล้วค่อยไปอ่านนิยายจะสนุกมากขึ้น  ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
cholboy
Full Member
PMC Senior
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 69
ออฟไลน์

กระทู้: 119


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 07:45:38 PM »

ปรัชญาเยอะมาก ผู้ชายชอบอ่านแน่นอน
บันทึกการเข้า
garuda
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Full Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 14
ออฟไลน์

กระทู้: 70



« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 08:46:23 PM »

เฮ้อ..ปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอ  อย่างน้อยตอนนี้  รุ่งก็มีวิธีคิดเชิงบวก  ที่เป็นทางออกของปัญหา เอาใจช่วยรุ่ง  และเป็นกำลังใจคนแต่งคะ
บันทึกการเข้า
bird
Full Member
Full Member
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 69
ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2009, 08:06:25 AM »

มีคนส่งเมล์มาให้ คงคิดเหมือนกับรุ่ง คุณ aru วิจารณ์ได้เยี่ยมมาก สงสัยว่าคนแต่งมีความคิดประมาณนี้เหมือนกัน
2553   จุดจบประเทศไทย ....... ถ้ายังเป็นคนไทยอยู่ช่วยอ่านด้วย
เรื่องนี้คนไทยทุกคนควรที่จะได้รู้ ...... ประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้มีเกิด มีดับ ตลอดเวลา ..... ประเทศไทยก็ไม่พ้นวิถีนี้เช่นกัน

สืบเนื่องจากการบรรยายของคุณนิติภูมิ ซึ่งเป็นสื่อมวลชน จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมอสโค
ซึ่งเป็นสถาบันที่สตาลินสร้างขึ้นเพื่อสร้างภูมิปั­­ญญาหวังครองโลกในสมัยหนึ่ง
เมื่อหลายปีก่อนคุณนิติภูมิ ได้ทำนายไว้ว่า ประเทศอินโดนีเชียจะแตกเป็น 6-14 ประเทศ
ซึ่งในตอนนั้น นักรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หัวเราะจนฟันกระเด็น
แต่ต่อมาพอปี 2542 เหตุการณ์เริ่มเป็นจริง ! ประเทศอินโดฯได้เริ่มแตกเป็น ติมอร์
และตอนนี้ก็กำลังจะเกิดประเทศ อาเจะ และอีกหลายประเทศ ที่จะเกิดตามมา

ในวันที่ 11 ธันวาคม 2543 ที่ผ่านมาที่งานคนดีศรีสังคม ณ หอประชุมวัฒนธรรมฯ
คุณนิติภูมิได้บรรยายว่า ประเทศไทยจะต้องแตกเป็นประเทศใหม่อีก 4 - 6 ประเทศ แน่นอน !
ทั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิ­ญ แต่เกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการ โดยสถานการณ์จะเริ่มชัดขึ้นในปี 2553
ซึ่งเป็นปีที่ข้อตกลง GATTs จะเริ่มมีผลสมบูรณ์   การค้าเสรีจะมีผลสมบูรณ์
สินค้าเกษตรต่าง ๆ จากต่างประเทศจะทะลักเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมหาศาล

ในขณะที่เกษตรกรของไทยจะไม่กินสินค้าเกษตรของไทยด้วยกัน
และสินค้าเกษตรของไทยก็จะขายไม่ออกเนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว่าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ
ประกอบกับการที่การพัฒนาการเกษตรของไทยได้พัฒนาอย่างผิดทิศทาง
เป็นการพัฒนาแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้คนปลูกลำใยไทยก็จะปลูกแต่ลำใย
จะกินข้าวก็ต้องซื้อข้าวเวียดนามมากิน คนปลูกข้าวไทยก็ต้องไปซื้อหอมกระเทียมจากจีนมากิน
คนปลูกหอม กระเทียมจะไม่ซื้อลำใยจากไทยแต่จะไปซื้อจากเกาหลีมากิน
เป็นวงจรอย่างนี้ทำให้สินค้าเกษตรของไทยขายไม่ได้
เพราะแม้แต่เกษตรกรไทยด้วยกันก็ยังไม่ซื้อของเกษตรไทยด้วยกันมากิน
เนื่องจาก สินค้าของต่างประเทศมีต้นทุนถูกกว่าสินค้าเกษตรของไทยมีต้นทุนที่สูงกว่า
เพราะใช้ปัจจัยการผลิตปุ๋ยของต่างประเทศ พันธุ์พืชก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

เนื่องจากในอีก 10 ปีข้างหน้าพันธุกรรมท้องถิ่นจะถูกทำลายจาก GMOs
และเมื่อเกษตรกรไทยซึ่งเป็นคนส่วนให­่ร้อยละ 80 ของประเทศอยู่ไม่ได้
วิกฤตที่มหาโหดสุดก็จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย   รัฐบาลไทยจะไม่มีปัญญาที่จะแก้ไขปัญ­หาได้
เพราะมาตรการทางการเงินก็จะใช้ไม่ได้ เนื่องจากธนาคารไทยกลายเป็นของต่างประเทศหมดแล้ว
ไฟฟ้าก็แพงขึ้น   น้ำมันก็แพงขึ้น โทรศัพท์แพงขึ้นเนื่องจากวิสาหกิจเหล่านี้กลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว
เขาสามารถตั้งราคา   ได้ตามใจชอบถ้ารัฐบาลไปขอให้ลดราคาก็จะได้รับคำตอบว่า เขาจะไม่มีกำไร
ธุรกิจจะอยู่ได้ด้วยกำไรเท่านั้น   ถ้าเขาไม่มีกำไรเขาก็จะตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดโทรศัพท์
คุณเลือกเอาว่าจะยอมจ่ายในราคาที่แพงหรือว่าจะยอมไม่มีใช้

ดังนั้น รัฐบาลในอนาคตจะได้แต่นั่งทำตาปริบ ๆ ๆ เมื่อเกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้
การขายที่ดินราคาถูก ๆ และจำนวนมหาศาลจะตามมา   คนที่มีกำลังซื้อก็คือชาวต่างชาติ
ซึ่งปัจจุบันก็ปรากฏแล้วว่าที่ดินบริเวณภาคตะวันออกได้ถูกต่างชาติกว้านซื้อไปเป็นจำนวนมากแล้ว
เกษตรกรไทยที่ขายที่ดินได้ ก็ไม่สามารถนำเงินที่ได้ไปลงทุนให้เกิดรายได้ได้
เพราะธุรกิจอื่นได้ตกอยู่ในกำมือของต่างชาติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีกก็ตกอยู่ในมือของ Big C, Lotus,
Carrefour, ธุรกิจอาหารก็ตกอยู่ในมือของ KFC, Pizzahat, McDonal, สิ่งทอเสื้อผ้าก็ของพวกฝรั่งเศส ฯลฯ

ดังนั้น   เงินตราของไทยก็มีแต่จะถูกดูดออก   เหมือนกับคนที่เลือดไหลไม่หยุด ...
เมื่อคนจนอยู่ไม่ได้ ... รัฐจะอยู่ได้ฤา ?

4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นแห่งแรกที่จะขอแยกตัวออกจากประเทศไทย
เนื่องจากความแตกต่างที่เห็นชัดเจนและความแตกต่างทางวัฒนธรรม ในปี 2553
คนไทยภาคใต้จะเห็นด้วยกับการแยกประเทศ เพราะเห็นความล้มเหลวของรัฐบาลไทย
การเมืองไทย การคัดค้านจะน้อยลง การสนับสนุนให้แยกจะทวีความรุนแรงขึ้น
จนรัฐบาลไทยไม่สามารถควบคุมได้ถ้ารัฐบาลใช้กำลังทหาร   ก็จะถูกต่างชาติส่งทหารมาต่อต้านกองทัพไทย
ซึ่งแน่นอนกองทัพไทยไม่มีปั­­าไปต่อสู้อยู่แล้ว   การแยกตัวจะสำเร็จได้ในไม่นาน

จากนั้น ภาคตะวันออก บริเวณจันทบุรี   ตราด   ระยอง   ฉะเชิงเทรา   จะขอแยกตัวตามมา
เนื่องจากที่ดินแถบนั้นกลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว
เนื่องจากที่ดินบริเวณดังกล่าวถูกใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมของต่างชาติ ทั้งสมุนไพร อาหารต่าง ๆ
เมื่อรัฐบาลไทยเป็นอุปสรรคของต่างชาติ   การขอแยกตัวก็จะทำได้ไม่ยาก
นั่นหมายถึง การซื้อประเทศไทย คล้ายกับที่สหรัฐอเมริกาซื้อรัฐ Alaska จาก  Russia
ถ้าไทยต่อต้าน เจอทหารต่างชาติแน่

เราจะเตรียมรับมือกับวิกฤติในอนาคตอย่างไร ?

ผมติดตามงานเขียนคุณนิติภูมิ มาหลายปี   และสิ่งที่เขียนในไทยรัฐหน้า 2 เกือบทุกวันนั้น
ไม่น่าเชื่อเลยว่า หนังสือพิมพ์ต่างประเทศจะเอาข้อมูลงานเขียนของนิติภูมิ
ไปแปลลงหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ในการวิเคราะห์
บ่อยครั้งที่นิติภูมิ มองการค้า การเมือง สังคมไปพร้อมกัน
รวมทั้งประวัติศาสตร์เขามอง อาเจนติน่า ก่อนล่มสลายทางเศรษฐกิจ
ก่อนล่มจริง .... เขาทำนาย การเกิดสงคราม อเมริกากับอิรัค ข้อคิด รวมทั้งอนาคตชาวเชเชนไว้น่าสนใจ
ผมว่า สิ่งที่เขาพูดเป็นไปได้นิติภูมิ ทำให้ผมต้องกลับมาซื้อของโชห่วยของคนไทย
แทนที่ไปเดิน big-c, lotus, careflour, เพราะผมบอกแม่บ้านและลูก ๆ ว่า
เราซื้อของร้านโชห่วย ข้างบ้าน ไม่ต้องไปห้างให­่อีกเพราะอะไร
เพราะเราไป คาร์ฟู เงิน 100 บาทที่เราจ่ายไปจะไปสู่ฝรั่งเศส 86 บาท เหลือให้คนไทย 14 บาท
เพราะของต่างชาติเกือบ 100 เปอร์เซนต์ บิกซี โลตัสเหมือนกัน

นิติภูมิเคยเอาเปอร์เซนต์ที่ต่างชาติถือหุ้นาลงให้ดู ของ 3 ห้างดัง
ผมตกใจมาก และตัดสินใจซื้อน้ำปลาข้างบ้านตั้งแต่วันนั้น   
เพราะว่าต่างชาติถือหุ้นกว่า 90 เปอร์เซ็นต์   แล้วบางห้าง 86 ปอร์เซ็นต์
สอนลูกว่ามันจะแพงกว่าห้าง 3 บาท ก็ซื้อที่นี่มันจะแพงกว่า 5 บาทก็ซื้อที่นี่
เพราะมันจะเป็นภาษีคนไทย กลับมาหาลูกเอง ผมคิดแบบนี้จริง ๆ ๆ
ถ้าซื้อจากห้าง 1,000 บาท   มันไหลไปต่างประเทศ 900 บาท ที่เหลือ 100 บาท

ที่เห็นจ่ายค่ายามเฝ้าห้างไง มองอาเจนติน่าง่ายนิดเดียว
ห้างต่างชาติบุกไปตั้งมากกว่า 400 ห้าง? ทั่วประเทศ
คนอาเจนติน่าจึงทำเงินส่ง คาร์ฟู ส่งห้างต่างชาติ เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์
เงินคนทั้งชาติของชาวอาเจน จึงไหลไปหมด ในประเทศจึงไม่เหลืออะไร
ทางสุดท้ายที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าทำได้   ผมพาลูกผมหัดทานขนมกรอบให้น้อยลง
เลิกกิน kfc และพยายามทานให้ลดลง และจำนวนหน ต่อปีน้อยสุด

ผมอธิบาย วิธีสิ้นชาติแบบทางเศรษฐกิจตั้งแต่เริ่มจนจบให้เด็กที่บ้าน และลูกฟัง
หัดให้ลูกมาทานบัวลอย ขนมชั้น ข้าวเหนียวเปียกแทน ถั่วดำข้าวเหนียว ดีครับ
ได้ผล .... ลูกเปลี่ยนวิธีกิน .... วิธีคิดไปเลย .... เปลี่ยนไปได้มาก
พอเย็นสั่งผมซื้อเต้าส่วนบ้าง ขนมชั้นบ้าง ลูกเดือยบ้าง
ผมพูดนิดนึงที่เขาเข้าใจคือ ผมไปตลาดซื้อไก่ทอดแม่ค้ามา 3 ขาไก่ทอดแบบไทย ๆ
แล้วผมไป kfc ซื้อมา 3 ชิ้น เลือกน่องครับเหมือนกัน ราคาต่างกันลิบเลย
ผมก็อธิบายคำว่า  license ( ค่าลิขสิทธิ์ ) ให้ลูกฟัง
ผมบอกว่า ซื้อไก่ 35 บาท ค่าไก่ 15 บาท ที่เหลือเป็นค่าลิขสิทธิ์
ไก่แม่ค้าที่ถูกเพราะไม่มีค่าลิขสิทธิ ใบตองที่ห่อขนมไทย ไม่มีลิขสิทธิ
มันเป็นวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ไม่ถึง 3 เดือน   
ขนมต่างชาติ ห่อสวย   แพง เพราะยี่ห้อมันมีลิขสิทธิ์
เวลามันหล่นที่พื้น ไม่มีคนเก็บมันจะย่อยสลายภายใน 200 ปี
ผมสอนแบบนี้   ลูกผมเปลี่ยนวัฒนธรรมไปเลย   ผมทำได้และได้ทำแล้ว

ปล . ใคร่จะขอกรุณาช่วยนำบทความไปเผยแพร่ต่อ จะเป็นพระคุณมากครับ
ยาวไปหน่อย แต่อยากให้อ่าน
บันทึกการเข้า
arunsaku
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 404
ออฟไลน์

กระทู้: 3365



« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 06:19:33 PM »

ใครเขียนน่ะครับคุณเบิร์ด ที่คุณนิติภูมิเขียนผมก็เคยอ่านอยู่บ้าง แต่ก็ยังทำได้ไม่เท่ากับคุณคนเขียน ในเรื่องร้านโลตัส คาร์ฟูร์ อาจเป็นเพราะอยู่ในกรุงเทพก็ได้ครับทางเลือกน้อย แต่ถ้าเป็นพวกอาหารจังค์ เมื่อก่อนผมเคยนิยมชมชอบอยู่เหมือนกัน แต่พอได้รับข่าวสารข้อมูลมากพอ และความคิดตกผลึก ก็เลิกทานครับ ทางเลือกด้านอาหารเมืองไทยเยอะอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามวิธีสอนลูกเรื่อง ซื้อไก่มาเทียบราคาค่าลิขสิทธิ์นี่เจ๋งมาก โอกาสเหมาะๆต้องขออนุญาตลอกเลียนไปใช้บ้าง


ที่อยากรู้มากกว่าคนแต่งคือใคร คือ อยากรู้ว่า arunsaku คือใคร ? เพราะวิจารณ์ได้สนุก  ถ้าอ่านวิจารณ์ก่อนแล้วค่อยไปอ่านนิยายจะสนุกมากขึ้น  ขอบคุณค่ะ
เอ้า อย่างนี้ก็เข้าทาง PMC สิครับ ถือโอกาสโฆษณา PMC นะครับคุณ Lee
คุณปลาปิรันย่า สมัครเป็นสมาชิก PMC สิครับ
http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?topic=489.0
บันทึกการเข้า
mayuraap
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Full Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 5
ออฟไลน์

กระทู้: 17



« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2009, 09:39:48 PM »

ขอบคุณคุณ bird ค่ะมีประโยชน์มากเลย ขออนุญาตินำไปปรับใช้และนำไปบอกต่อนะคะ โดยส่วนตัวไม่เคยศึกษาและได้รับข้อมูลนี้มาก่อนเลย
บันทึกการเข้า
han
สมาชิก PMC
Pendulum Club
PMC Senior
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 7
ออฟไลน์

กระทู้: 142



« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2009, 12:58:21 PM »

ชอบประโยคนี้มากเลย
"ถ้าเราปฏิบัติดีแล้ว ก็หมดหน้าที่ กรรมดีก็จะไปดึงสิ่งดี ๆ มาเอง  ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรอีก จะจนจะรวย มีเงิน ไม่มีเงิน ทำดีแล้ว ก็จะได้อะไรดี ๆ กลับมา…”
บันทึกการเข้า
maruko
Full Member
Full Member
*

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 37
ออฟไลน์

กระทู้: 40


« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2009, 12:38:25 PM »

คิดว่าตอนที่แล้ว คำพูดว่ามีพี่รุ่งไม่มีอีกสองคนก็ได้ซึ้งแล้วนะ

ตอนนี้เจออันนี้ ก็อึ้งอีก...

ถ้าไม่มีแสงไฟ ไม่มีพี่ฝนที่รออยู่ในรถ ไม่มียามที่กำลังรอเปิดประตูให้  เธอจะเดินเข้าไปกอดพี่ชายคนนี้อีกครั้งกลางถนน  ขณะนี้ที่เธอยืนห่างกับพี่ชายแค่เพียงก้าวเดียว แต่รู้สึกห่างไกลกับพี่ชาย ต่างกับตอนที่อยู่ในรถเหมือนคนละโลก

เข้าใจในความรู้สึกของน้องวิ  อือ ใครจะเป็นเหมือนเราบ้างมั้ยน้อ  อยู่ใกล้แค่นี้ แต่ทำอะไรไม่ได้
บันทึกการเข้า
TaaChom
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 152
ออฟไลน์

กระทู้: 1342


ชีวิตนี้สั้นนัก ชีวิตนี้สำคัญนัก


« ตอบ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2012, 11:45:26 AM »

โอ๋ย ตอนนี้ ไม่รู้จะบรรยายยังไง บางคนอาจจะไม่ชอบเพราะมันไม่เร้าใจ แต่ผมชอบเพราะมันแสดงถึงความคิดและปรัชญาชีวิตดีจัง แล้วก็สอดคล้องกับแนวคิดวิพากษ์ทุนนิยมด้วย ประโยคนี้ อ่านแล้วสะดุ้งเลย
อ้างถึง
แล้วจะรู้ว่าข้างในกลวงโบ๋  เราไม่ได้อะไรจากหนังสือพวกนั้นเลย นอกจากวิธีตักตวงประโยชน์ของทรัพยากรในโลกนี้ได้ให้มากที่สุด โดยใช้กำลังน้อยที่สุด 

ผม "in" กับคำพูดนี้ครับ เพราะเคยคิดมาหลายครั้ง อาจจะไม่ใช่เป๊ะๆ อย่างนี้ แต่ไม่ต่างกันมาก
ผมว่าลัทธิทุนนิยมนี่มันน่ากลัว แล้วก็จะกินโลกของเราทั้งใบภายในเวลาไม่นาน ทุกอย่างทำไปเพื่อการบริโภคที่มากขึ้น และรวดเร็วขึ้น
มาศึกษาศาสตร์ของธรรมชาติกันมากๆเถอะ ลดการวิ่งตามกระแสทุนนิยมกันบ้าง ความรู้ความสามารถที่ได้มาจากการศึกษาวิชาธรรมชาติเหล่านี้จะได้แก่ตัวเราเองด้วย

คำคมๆ อีกคำหนึ่ง
อ้างถึง
“เบื่อก็คือเบื่อ มีคำอื่นด้วยเหรอ ?”
“ตอนนั้นคิดไม่ออกหรอกคำอื่น  คิดว่าเบื่อ ก็หาวิธีแก้เบื่อไปเรื่อย ๆ เพราะมันคิดคำที่ถูกต้องไม่ออก มันก็เลยแก้ไม่ถูก 

เหตุการณ์คล้ายๆกับรุ่งนี้ ผมก็เคยเจอนะครับ ถามคำถามที่ไม่ถูก ต่อให้หาคำตอบได้ ก็จะไม่นำเราไปสู่การแก้ปัญหา ต่อเมื่อหาคำถามที่ถูกต้องได้ เดี๋ยวก็จะนำเราไปหาคำตอบที่ถูกเอง
กับกรณีของรุ่ง การยอมจำนนกับคำว่า "เบื่อ" ไม่ได้หาคำที่ถูกต้องกว่าคำนี้ ก็จะทำให้เราติดอยู่กับการแก้เบื่อด้วยวิธีเดิมๆ
คือหาอะไรเติมเข้าไปในชีวิตให้มันหายเบื่อไปได้ชั่วครั้งชั่วคราว อีกไม่นานก็กลับมาเบื่ออีก

อ้างถึง
“ดีนะ ที่ฝนช่วยเราคิด ไม่งั้นมันหลุดออกมาไม่ได้”
โห ตอนนี้ตรงใจหลายตอน อันนี้ก็เหมือนกัน ตอนเรากังวลคิดวนไปวนมาเป็นวันๆ พอปรับมุมมองได้ใหม่ เห็นการติดกับดักในความคิดของตนเอง มันก็ "หลุด" ออกมาเหมือนกับรุ่งนี่แหละ

อ้างถึง
ตี๋ ๆ ขาว ๆ ใช่ปะ  พี่โก้ล่ะมั้ง  กลับจากงานนั้นเห็นสวีทกันพักนึง แล้วพี่โก้ก็ไปเรียนต่อหรือไงเนี่ย”
เอ! บรรยายหน้าตาอย่างนี้ แถมชื่อโก้เหมือนกันอีก น่าสงสัยคุณ Lee ซะแล้ว

+1/320 มันต้องอย่างงี้เลยพี่รหัสพ้มมมมม
บันทึกการเข้า
TaaChom
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 152
ออฟไลน์

กระทู้: 1342


ชีวิตนี้สั้นนัก ชีวิตนี้สำคัญนัก


« ตอบ #14 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2012, 11:48:29 AM »

มีคนส่งเมล์มาให้ คงคิดเหมือนกับรุ่ง คุณ aru วิจารณ์ได้เยี่ยมมาก สงสัยว่าคนแต่งมีความคิดประมาณนี้เหมือนกัน
2553   จุดจบประเทศไทย ....... ถ้ายังเป็นคนไทยอยู่ช่วยอ่านด้วย
เรื่องนี้คนไทยทุกคนควรที่จะได้รู้ ...... ประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้มีเกิด มีดับ ตลอดเวลา ..... ประเทศไทยก็ไม่พ้นวิถีนี้เช่นกัน

สืบเนื่องจากการบรรยายของคุณนิติภูมิ ซึ่งเป็นสื่อมวลชน จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมอสโค
ซึ่งเป็นสถาบันที่สตาลินสร้างขึ้นเพื่อสร้างภูมิปั­­ญญาหวังครองโลกในสมัยหนึ่ง
เมื่อหลายปีก่อนคุณนิติภูมิ ได้ทำนายไว้ว่า ประเทศอินโดนีเชียจะแตกเป็น 6-14 ประเทศ
ซึ่งในตอนนั้น นักรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หัวเราะจนฟันกระเด็น
แต่ต่อมาพอปี 2542 เหตุการณ์เริ่มเป็นจริง ! ประเทศอินโดฯได้เริ่มแตกเป็น ติมอร์
และตอนนี้ก็กำลังจะเกิดประเทศ อาเจะ และอีกหลายประเทศ ที่จะเกิดตามมา

ในวันที่ 11 ธันวาคม 2543 ที่ผ่านมาที่งานคนดีศรีสังคม ณ หอประชุมวัฒนธรรมฯ
คุณนิติภูมิได้บรรยายว่า ประเทศไทยจะต้องแตกเป็นประเทศใหม่อีก 4 - 6 ประเทศ แน่นอน !
ทั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิ­ญ แต่เกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการ โดยสถานการณ์จะเริ่มชัดขึ้นในปี 2553
ซึ่งเป็นปีที่ข้อตกลง GATTs จะเริ่มมีผลสมบูรณ์   การค้าเสรีจะมีผลสมบูรณ์
สินค้าเกษตรต่าง ๆ จากต่างประเทศจะทะลักเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมหาศาล

ในขณะที่เกษตรกรของไทยจะไม่กินสินค้าเกษตรของไทยด้วยกัน
และสินค้าเกษตรของไทยก็จะขายไม่ออกเนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว่าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ
ประกอบกับการที่การพัฒนาการเกษตรของไทยได้พัฒนาอย่างผิดทิศทาง
เป็นการพัฒนาแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้คนปลูกลำใยไทยก็จะปลูกแต่ลำใย
จะกินข้าวก็ต้องซื้อข้าวเวียดนามมากิน คนปลูกข้าวไทยก็ต้องไปซื้อหอมกระเทียมจากจีนมากิน
คนปลูกหอม กระเทียมจะไม่ซื้อลำใยจากไทยแต่จะไปซื้อจากเกาหลีมากิน
เป็นวงจรอย่างนี้ทำให้สินค้าเกษตรของไทยขายไม่ได้
เพราะแม้แต่เกษตรกรไทยด้วยกันก็ยังไม่ซื้อของเกษตรไทยด้วยกันมากิน
เนื่องจาก สินค้าของต่างประเทศมีต้นทุนถูกกว่าสินค้าเกษตรของไทยมีต้นทุนที่สูงกว่า
เพราะใช้ปัจจัยการผลิตปุ๋ยของต่างประเทศ พันธุ์พืชก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

เนื่องจากในอีก 10 ปีข้างหน้าพันธุกรรมท้องถิ่นจะถูกทำลายจาก GMOs
และเมื่อเกษตรกรไทยซึ่งเป็นคนส่วนให­่ร้อยละ 80 ของประเทศอยู่ไม่ได้
วิกฤตที่มหาโหดสุดก็จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย   รัฐบาลไทยจะไม่มีปัญญาที่จะแก้ไขปัญ­หาได้
เพราะมาตรการทางการเงินก็จะใช้ไม่ได้ เนื่องจากธนาคารไทยกลายเป็นของต่างประเทศหมดแล้ว
ไฟฟ้าก็แพงขึ้น   น้ำมันก็แพงขึ้น โทรศัพท์แพงขึ้นเนื่องจากวิสาหกิจเหล่านี้กลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว
เขาสามารถตั้งราคา   ได้ตามใจชอบถ้ารัฐบาลไปขอให้ลดราคาก็จะได้รับคำตอบว่า เขาจะไม่มีกำไร
ธุรกิจจะอยู่ได้ด้วยกำไรเท่านั้น   ถ้าเขาไม่มีกำไรเขาก็จะตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดโทรศัพท์
คุณเลือกเอาว่าจะยอมจ่ายในราคาที่แพงหรือว่าจะยอมไม่มีใช้

ดังนั้น รัฐบาลในอนาคตจะได้แต่นั่งทำตาปริบ ๆ ๆ เมื่อเกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้
การขายที่ดินราคาถูก ๆ และจำนวนมหาศาลจะตามมา   คนที่มีกำลังซื้อก็คือชาวต่างชาติ
ซึ่งปัจจุบันก็ปรากฏแล้วว่าที่ดินบริเวณภาคตะวันออกได้ถูกต่างชาติกว้านซื้อไปเป็นจำนวนมากแล้ว
เกษตรกรไทยที่ขายที่ดินได้ ก็ไม่สามารถนำเงินที่ได้ไปลงทุนให้เกิดรายได้ได้
เพราะธุรกิจอื่นได้ตกอยู่ในกำมือของต่างชาติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีกก็ตกอยู่ในมือของ Big C, Lotus,
Carrefour, ธุรกิจอาหารก็ตกอยู่ในมือของ KFC, Pizzahat, McDonal, สิ่งทอเสื้อผ้าก็ของพวกฝรั่งเศส ฯลฯ

ดังนั้น   เงินตราของไทยก็มีแต่จะถูกดูดออก   เหมือนกับคนที่เลือดไหลไม่หยุด ...
เมื่อคนจนอยู่ไม่ได้ ... รัฐจะอยู่ได้ฤา ?

4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นแห่งแรกที่จะขอแยกตัวออกจากประเทศไทย
เนื่องจากความแตกต่างที่เห็นชัดเจนและความแตกต่างทางวัฒนธรรม ในปี 2553
คนไทยภาคใต้จะเห็นด้วยกับการแยกประเทศ เพราะเห็นความล้มเหลวของรัฐบาลไทย
การเมืองไทย การคัดค้านจะน้อยลง การสนับสนุนให้แยกจะทวีความรุนแรงขึ้น
จนรัฐบาลไทยไม่สามารถควบคุมได้ถ้ารัฐบาลใช้กำลังทหาร   ก็จะถูกต่างชาติส่งทหารมาต่อต้านกองทัพไทย
ซึ่งแน่นอนกองทัพไทยไม่มีปั­­าไปต่อสู้อยู่แล้ว   การแยกตัวจะสำเร็จได้ในไม่นาน

จากนั้น ภาคตะวันออก บริเวณจันทบุรี   ตราด   ระยอง   ฉะเชิงเทรา   จะขอแยกตัวตามมา
เนื่องจากที่ดินแถบนั้นกลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว
เนื่องจากที่ดินบริเวณดังกล่าวถูกใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมของต่างชาติ ทั้งสมุนไพร อาหารต่าง ๆ
เมื่อรัฐบาลไทยเป็นอุปสรรคของต่างชาติ   การขอแยกตัวก็จะทำได้ไม่ยาก
นั่นหมายถึง การซื้อประเทศไทย คล้ายกับที่สหรัฐอเมริกาซื้อรัฐ Alaska จาก  Russia
ถ้าไทยต่อต้าน เจอทหารต่างชาติแน่

เราจะเตรียมรับมือกับวิกฤติในอนาคตอย่างไร ?

ผมติดตามงานเขียนคุณนิติภูมิ มาหลายปี   และสิ่งที่เขียนในไทยรัฐหน้า 2 เกือบทุกวันนั้น
ไม่น่าเชื่อเลยว่า หนังสือพิมพ์ต่างประเทศจะเอาข้อมูลงานเขียนของนิติภูมิ
ไปแปลลงหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ในการวิเคราะห์
บ่อยครั้งที่นิติภูมิ มองการค้า การเมือง สังคมไปพร้อมกัน
รวมทั้งประวัติศาสตร์เขามอง อาเจนติน่า ก่อนล่มสลายทางเศรษฐกิจ
ก่อนล่มจริง .... เขาทำนาย การเกิดสงคราม อเมริกากับอิรัค ข้อคิด รวมทั้งอนาคตชาวเชเชนไว้น่าสนใจ
ผมว่า สิ่งที่เขาพูดเป็นไปได้นิติภูมิ ทำให้ผมต้องกลับมาซื้อของโชห่วยของคนไทย
แทนที่ไปเดิน big-c, lotus, careflour, เพราะผมบอกแม่บ้านและลูก ๆ ว่า
เราซื้อของร้านโชห่วย ข้างบ้าน ไม่ต้องไปห้างให­่อีกเพราะอะไร
เพราะเราไป คาร์ฟู เงิน 100 บาทที่เราจ่ายไปจะไปสู่ฝรั่งเศส 86 บาท เหลือให้คนไทย 14 บาท
เพราะของต่างชาติเกือบ 100 เปอร์เซนต์ บิกซี โลตัสเหมือนกัน

นิติภูมิเคยเอาเปอร์เซนต์ที่ต่างชาติถือหุ้นาลงให้ดู ของ 3 ห้างดัง
ผมตกใจมาก และตัดสินใจซื้อน้ำปลาข้างบ้านตั้งแต่วันนั้น   
เพราะว่าต่างชาติถือหุ้นกว่า 90 เปอร์เซ็นต์   แล้วบางห้าง 86 ปอร์เซ็นต์
สอนลูกว่ามันจะแพงกว่าห้าง 3 บาท ก็ซื้อที่นี่มันจะแพงกว่า 5 บาทก็ซื้อที่นี่
เพราะมันจะเป็นภาษีคนไทย กลับมาหาลูกเอง ผมคิดแบบนี้จริง ๆ ๆ
ถ้าซื้อจากห้าง 1,000 บาท   มันไหลไปต่างประเทศ 900 บาท ที่เหลือ 100 บาท

ที่เห็นจ่ายค่ายามเฝ้าห้างไง มองอาเจนติน่าง่ายนิดเดียว
ห้างต่างชาติบุกไปตั้งมากกว่า 400 ห้าง? ทั่วประเทศ
คนอาเจนติน่าจึงทำเงินส่ง คาร์ฟู ส่งห้างต่างชาติ เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์
เงินคนทั้งชาติของชาวอาเจน จึงไหลไปหมด ในประเทศจึงไม่เหลืออะไร
ทางสุดท้ายที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าทำได้   ผมพาลูกผมหัดทานขนมกรอบให้น้อยลง
เลิกกิน kfc และพยายามทานให้ลดลง และจำนวนหน ต่อปีน้อยสุด

ผมอธิบาย วิธีสิ้นชาติแบบทางเศรษฐกิจตั้งแต่เริ่มจนจบให้เด็กที่บ้าน และลูกฟัง
หัดให้ลูกมาทานบัวลอย ขนมชั้น ข้าวเหนียวเปียกแทน ถั่วดำข้าวเหนียว ดีครับ
ได้ผล .... ลูกเปลี่ยนวิธีกิน .... วิธีคิดไปเลย .... เปลี่ยนไปได้มาก
พอเย็นสั่งผมซื้อเต้าส่วนบ้าง ขนมชั้นบ้าง ลูกเดือยบ้าง
ผมพูดนิดนึงที่เขาเข้าใจคือ ผมไปตลาดซื้อไก่ทอดแม่ค้ามา 3 ขาไก่ทอดแบบไทย ๆ
แล้วผมไป kfc ซื้อมา 3 ชิ้น เลือกน่องครับเหมือนกัน ราคาต่างกันลิบเลย
ผมก็อธิบายคำว่า  license ( ค่าลิขสิทธิ์ ) ให้ลูกฟัง
ผมบอกว่า ซื้อไก่ 35 บาท ค่าไก่ 15 บาท ที่เหลือเป็นค่าลิขสิทธิ์
ไก่แม่ค้าที่ถูกเพราะไม่มีค่าลิขสิทธิ ใบตองที่ห่อขนมไทย ไม่มีลิขสิทธิ
มันเป็นวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ไม่ถึง 3 เดือน   
ขนมต่างชาติ ห่อสวย   แพง เพราะยี่ห้อมันมีลิขสิทธิ์
เวลามันหล่นที่พื้น ไม่มีคนเก็บมันจะย่อยสลายภายใน 200 ปี
ผมสอนแบบนี้   ลูกผมเปลี่ยนวัฒนธรรมไปเลย   ผมทำได้และได้ทำแล้ว

ปล . ใคร่จะขอกรุณาช่วยนำบทความไปเผยแพร่ต่อ จะเป็นพระคุณมากครับ
ยาวไปหน่อย แต่อยากให้อ่าน

+1/48 คุณbird
การปลุกเร้า ค่านิยมโชห่วยไทยนี้ ทำได้ยากมากขึ้นทุกวัน
ผมเอง ไม่ทานเนื้อสัตว์ ซื้อผักเต้าหู้ที่ตลาด หรืออย่างมากก็
เป็นร้านของสันติอโศก ทำกับข้าวทานเอง
ทำอาหารเป็นยา ทานเอง แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมที่บ้านได้
คงต้องนำบทความนี้ ไปให้ที่บ้านได้อ่านกันบ้างแล้ว
ขอบคุณครับ
คงมีแต่ในเพนดูลั่มนะครับ ตอนนี้ Grin Grin Grin
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] |   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
  ลิ้งค์ไปยังปฏิทิน  
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.092 วินาที กับ 20 คำสั่ง

กลับหน้า Homepage : www.pendulumthai.com