สั้นๆ นะครับ เพราะมันดึกแล้ว
ผมไม่แบ่งเป็น 5 หัวข้อล่ะนะ เอาที่โดดเด่นสุดๆ ก็คือพล็อตเรื่องที่เดาไม่ออกจึงน่าติดตาม ยิ่งแบคกราวด์ของเรื่องไม่ใช่อะไรที่ลึกลับไม่เป็นที่รู้จักแบบอียิปต์โบราณ แต่เป็นเรื่องเพนดูลั่มบ้าง วัยรุ่นกวนประสาททั่วไปบ้าง ชีวิตการทำงานแบบออฟฟิศบ้าง ล้วนแต่เป็นอะไรที่ เชื่อมโยงได้ง่ายกับกลุ่มผู้อ่าน กล่าวอีกทีให้ชัดนะครับ มันไม่ลึกลับ แต่ มันหลากหลาย แล้วเอามาผูกกันแบบที่ไม่ยอมให้ผู้อ่านลำดับได้ว่ามันผูกกันยังไง ต้องรอเฉลยถ่ายเดียว แต่ละตอนจึงไม่ค่อยมีอะไรที่ปล่อยผ่านไปเฉยๆ ล้วนแต่วางปม (ที่บางทีผู้อ่านก็ไม่ทันสังเกตว่าเป็นปม นึกว่าบรรยายให้ฟังเฉยๆ) แล้วก็ตามมาเชื่อมต่อปมในภายหลัง
เรื่องคนแต่งหลายคนเนี่ย ขอยอมรับว่าไม่กล้าฟันธง ผมไม่ชำนาญพอที่จะชี้ขาดได้ว่า ผู้เขียนแกล้งอ่อยในบางตอนโดยใช้ลีลาแบบเด็กๆ แล้วก็ปล่อยความเข้มในบางตอนให้คนอ่านแปลกใจเล่นรึเปล่า เหมือนพวกเพลงคลาสสิคน่ะครับ คนชำนาญอาจจะอ่านได้เลยว่าบางท่อนช้าอ้อยสร้อย บางท่อนร่าเริงสนุกสนาน แต่ก็สะท้อนบุคลิกของผู้แต่งคนเดียวกัน หรืออ่านได้เลยว่าเป็นคนสองคนแต่งคนละท่อน คนที่จะอ่านอย่างนั้นได้ต้องอ่านเอกลักษณ์ของผู้แต่งเพลงได้ขาดเลย ไม่ว่าจะออกมาลีลาไหน ฉันก็รู้ว่าเธอแน่นอน แต่ก็อีกล่ะถ้าคนแต่งเจ้าเล่ห์ รู้ว่าบุคลิกตรงไหนของตัวเองที่ผู้อ่านจับไต๋ได้ เป็นไปได้ไหมว่าเขาจะแสร้งสร้างบุคลิกใหม่ขึ้นมา ผมว่าคนแต่งหมอเถื่อนออกจะ "เจ้าเล่ห์" อยู่ไม่น้อย เขาก็อาจจะแค่สร้างบุคลิกใหม่ขึ้นมาให้คนอ่านจับไต๋ไม่ได้ก็เป็นได้นะครับ อย่างไรก็ตามผมไม่เคยเขียนนิยาย ผมจึงเมนท์ไปตามความเป็นไปได้ทางความนึกคิด ไม่ทราบเหมือนกันว่าจริงๆ บุคลิกในการเขียนจะหลอกกันได้รึเปล่า
เรื่องความรักของรุ่ง ก็เหมือนกับบุคลิกต่างๆ ของรุ่งที่เราเห็นแหละครับ คือไม่ง่าย บางคนอาจจะลุ้นตั้งแต่ รุ่ง กับ ทอม แล้ว แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้น รุ่งเขามีอะไรเป็นปมยากๆ ในตัวเขาอยู่ ผมว่าผู้เขียนสร้างตัวละครหญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตรุ่ง ในหลายๆ ระดับ เพื่อแสดงให้เห็นถึงบุคลิกนิสัยของรุ่งในเรื่องทั่วๆไป และที่สำคัญเพื่อเน้นความแตกต่างกับผู้หญิงที่เขาจะเลือก เขาไม่ใช่คนเลือกอะไรง่ายจริงๆ
แค่นี้ก่อน เดี๋ยวตับต้องทำงานแล้ว
ตอน 7 นี่ใครว่าอ่านแค่เอาตลก ผมว่าไม่ใช่ ผมว่าคนแต่งจะวางให้เห็นบุคลิกของตัวละครในอีกแง่ คือ เราอ่านน่ะ เราก็สนใจแต่ที่เขาเขียนมา แต่ผมสนใจว่าคนแต่งคิดอะไร คือ ถ้าขาดตอน 7 นี่ เราจะขาดบุคลิกของรุ่งในแบบนั้น คือ เขามีมุมแบบนี้ เขาไม่ใช่คนที่ใจดีเป็นเทพ แต่เขาก็มีอารมณ์ชอบ ไม่ชอบ รำคาญ กวน เหมือนมนุษย์ธรรมดา คุณ arunsaku เห็นด้วยหรือไม่
ส่วนตอน 8-9 นี่ ผมขอยกยอดให้สุด ๆ เริ่มต้นแล้วหักจบแบบนั้นได้ในสองตอน ต้องบอกว่าอ่านแล้วมัน อือ... งงว่า คือ ผมคิดว่ามีคนแต่งหลายคน ช่วยกันเขียน เพราะจะเห็นว่ามีมุมที่หลากหลายในการมองชีวิต คือตอน 8-9 เนี่ย ไม่มีทางที่คนเขียนจะเป็นคนเดียวกับตอนแรก ๆ ได้ ลองไปย้อนดูสิครับ ว่าเนื้อหา ความเข้ม มันแตกต่างกัน แต่ตอน 6 อภิญญาเก่า เนี่ย เราได้เห็นลีลาการเขียนถึงบรรยากาศที่บีบคั้นเล็ก ๆ ทำให้คนอ่านเหนื่อยนิด ๆ คล้ายตอน 8-9
ส่วนตอน 10-11 นี้ มีปมเพิ่มมาอีก น่าสนใจที่ทำไมคนแต่ง เขียนความสัมพันธ์ของน้องวิ กับ รุ่ง แบบนี้ ที่ถามไม่ใช่ว่า ไม่เห็นด้วยนะ แต่ผมว่า คิดได้ยังไง ว่าคนอ่านแล้วจะต้องติดตาม อยากรู้... เอาอะไรมาคิด แต่ก็ใช่ อ่านแล้วก็อยากรู้ คือ อย่างที่คุณ arunsaku บอก... ผมเรียกสั้น ๆ ว่า คุณ aru ดีกว่า ... คือตัวละครมีมีลีลา มีความลึก อ่านแล้วก็จะติด แล้ว เดาไม่ได้ คือ เดาได้บ้างนิดหน่อย แต่ที่เดาได้ ก็ไม่ได้ออกมาแบบ โห...มุขเชย ๆ บางรรักซอย 9... 555 เอ ทำไมชอบนินทาเรื่องนี้กันจัง
ที่ผมคอมเม้นนิดนึง คือ ภาษาง่ายจน ไม่ใช่ภาษานักแต่งนวนิยาย แต่เป็นภาษาเรื่องสั้น คือ ภาษาไม่วิจิตรพิสดารเลย คุณ aru ลองคอมเม้นซิครับว่าภาษาเป็นไง ผมแค่คิดว่า ถ้ามีภาษาที่วิจิตรกว่านี้ ก็จะ perfect แต่ก็ให้กำลังใจ แบ่งหัวข้อให้คะแนนตามนี้
1. พล็อดเรื่อง การผูกเรื่อง ผมให้คะแนนขั้น ดีมาก น่าติดตามมาก
2. ไดอะล็อก บทพูด ให้คะแนนขั้น ดีมาก เหมือนกับเราอยู่ในเหตุการณ์ มีคนเหล่านี้จริง ๆ ในสังคม ไดอะล็อกเนี่ยสำคัญมาก บางทีบ่งบอกอะไรได้เยอะกว่าคำอธิบาย แล้วคนเขียน วางไดอะล็อกบางจุดได้น่าสนใจ ทำไมตัวละครถึงพูดแค่นี้ พูดทิ้งไว้ให้คิด บางทีก็ไม่พูด หรือ ทำไมพูดคำนี้ ...อะไรเหล่านี้ น่าสนใจมาก
3. การตั้งชื่อตอน ให้คะแนน พอใช้ได้ เหมาะสม ทำให้อยากอ่าน
4. รายละเอียดตัวละคร ให้คะแนน ขั้นใช้ได้
5. ภาษา น่าจะดีกว่านี้ เรื่องความวิจิตร ไพเราะ แต่ก็ให้คะแนน ขั้นควรปรับปรุง ปรับปรุงเฉพาะความวิจิตรเท่านั้น แต่เรื่องการสื่อความหมาย ไม่ต้องปรับ เพราะอ่านเข้าใจอย่างดีทีเดียว
ตอน 11 ทิ้งตอนจบไว้อย่างนี้ เดาไปก่อนว่าฝนต้องมาใช้ราตรีนี้ ทำความรู้จักรุ่งมากขึ้น เหอ ๆๆๆๆ ก็เรื่องมันมายังงี้