เว็บบอร์ด
ตุลาคม 25, 2014, 01:46:36 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: หนังสือสุขภาพของ อ.สุทธิวัสส์ คำภา ทุกเล่ม สั่งซื้อได้ที่ arunsaku@yahoo.com หรือ โทร.081-350-0371
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] |   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เหงือกปลาหมอ  (อ่าน 8217 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Fuse
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: ตุลาคม 06, 2009, 08:54:43 PM »

๑.   อายุวัฒนะ  เอาต้นเหงือกปลาหมอ ๒ ส่วน พริกไทย ๑ ส่วน บด เป็นผงละลายน้ำผึ้งปั้นลุกกลอน กินเช้าเย็น ก่อนอาหาร จะหายจาก โรคภัยไข้เจ็บทั้งปวง แก้ลม ๑๒ จำพวก แก้ริดสีดวง ๑๔ จำพวก มี กำลังวังชา ผิวพรรณงดงาม มีเลือดฝาด

๒.   แก้ริดสีดวงงอก  ใช้ เหงือกปลาหมอทั้ง ๕ โขลกรวมกับหัว ขมิ้นอ้อย เอามาผสมกับน้ำมันมะพร้าว หรือปัสสาวะเด็กผู้ชาย อายุ ไม่ เกิน ๓ ขวบ ทาตรงที่งอกหลายๆครั้ง ก็จะหายไปเอง

๓.   แก้เจ็บรา ตาแดง ตาฝ้า ต้าฟาง ตาต้อ   ใช้ต้นเหงือกปลา หมอทั้ง ๕ โขลกรวมกับหัวขิง หนักเท่าๆกัน คั้นเอาน้ำหยอดตา อาการ จะค่อยๆบรรเทาลง สุดท้ายก็จะหายสนิท

๔.   แก้เหน็บชาทั่วร่างกาย  ใช้ต้นเหงือกปลาหมอทั้ง ๕ เอามา โขลกให้ละเอียด ทาหรือพอกบริเวณที่เจ็บหรือชา อาการจะหายไปหมด สิ้น

๕.   แก้มะเร็งผิวหนังแตกทั้งตัว  ใช้เหงือกปลาหมอทั้ง๕ พริก ขี้หนู  ดีปลี อย่างละ ๒ บาท เท่าๆกัน บดผง ละลายน้ำร้อน รับประทาน ทุกวัน โรคก็จะหาย

๖.   แก้ปวดหลัง ปวดเอว  ใช้ต้นเหงือกปลาหมอทั้ง ๕ กับ ชะเอมเทศ โขลกหรือบดเป็นผง ละลายกับน้ำร้อน แล้วรับประทานทุก วัน อาการที่เป็นอยู่จะหายไป
ข้อมูลจาก..สมาคมผู้ประกอบโรคศิลปแผนไทย เชียงใหม่


* san53gheukplamhor1.jpg (5.17 KB, 178x114 - ดู 2750 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Fuse
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2009, 08:58:01 PM »

เหงือกปลาหมอ
   
Acanthus ilicifolius L.   

Acanthaceae

ไม้ พุ่มขนาดเล็ก สูงได้ประมาณ 2 ม. ลำต้นหนา ตั้งตรง เกลี้ยง แตกกิ่งใกล้ปลายยอด หูใบเป็นหนามแข็ง ใบรูปขอบขนานหรือแกมรูปใบหอก ยาว 6-14 ซม. ปลายใบแหลม เป็นติ่งหนาม โคนใบรูปลิ่ม แผ่นใบค่อนข้างหนา เกลี้ยง ขอบใบหยักแบบขนนก 4-5 หยัก ตามเส้นแขนงใบ ปลายเป็นติ่งหนาม ช่อดอกออกที่ยอดหรือซอกใบ ใบประดับรูปไข่ ยาว 7-8 มม. ใบประดับย่อยยาวประมาณ 5 มม. กลีบเลี้ยง 4 กลีบ รูปไข่ กลีบคู่นอกยาว 1-1.3 ซม. กลีบคู่ในยาวประมาณ 1 ซม. ขอบเรียบหรือมีขนครุย กลีบดอกสีม่วงอ่อนหรือสีขาว ยาว 3-4 ซม. หลอดกลีบยาวประมาณ 6 มม. กลีบปากกลีบนอกยาวประมาณ 3 ซม. ปลายกลีบมี 3 พู มีขนสั้นนุ่มด้านนอก ด้านในมีแถบขนเป็นคู่ กลีบปากด้านในฝ่อ เกสรเพศผู้ 4 อัน ยาวเท่าๆ กัน ก้านเกสรหนา ยาวประมาณ 1.5 ซม. อับเรณูรูปขอบขนาน ยาวได้ประมาณ 0.8 ซม. มีขนเครา รังไข่รูปรี ก้านเกสรเพศเมียรูปเส้นด้าย ยาวเลยเกสรเพศผู้เล็กน้อย ยอดเกสรมี 2 แฉก ผลรูปรี เป็นมันวาว ยาว 2.5-3 ซม. มี 4 เมล็ด กลม แบน คล้ายรูปไต

เหงือกปลาหมอมีเขตการกระจาย พันธุ์กว้าง พบตั้งแต่อินเดีย พม่า กัมพูชา เวียดนาม และภูมิภาคมาเลเซีย ในไทยพบตามชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกเฉยงใต้และภาคใต้ ขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ชายป่าโกงกาง

ประโยชน์ ใบใช้แก้โรคไขข้ออักเสบ (rheumatism) ทั้งต้นใช้รักษาโรคนิ่วในไต และมีความเชื่อว่าถ้าเคี้ยวใบแล้วจะป้องกันงูกัดได้ในป่าโกงกาง และยังมีสรรพคุณในสมุนไพรไทยหลายอย่าง เช่นเดียวกับชนิด Acanthus ebracteatus Vahl
บันทึกการเข้า
termsuk
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Full Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 25
ออฟไลน์

กระทู้: 85



« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2009, 09:46:22 PM »

ผมเคยไปเอาที่วัดป่าเชิงเลน  ตรวซอยจรัญ  37  ปากซอยที่มีห้างแมคโครนะครับ  ไปขอกับท่านเจ้าอาวาสได้ครับ    มีเยอะมากครับ
บันทึกการเข้า
skeptic
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2009, 09:06:08 PM »

ผมบังเอิญค้นไปพบเรื่องเหงือกปลาหมอ ที่ Blog ด้านล่าง

http://thaiforestherb.blogspot.com/2009/06/blog-post_5655.html

ประเด็นคือ สูตรที่ว่า มานั้น ...ใน Blog ชวนให้ขบคิดว่า พร้อมข้อมูลที่ว่า อาจเป็นเหงือกปลาหมอคนละตัวกัน

คือ เหงือกปลาหมอที่เราใช้กันทุกวันนี้ เป็น พืชที่ขึ้นในที่น้ำกร่อย เรียกว่า "เหงือกปลาหมอทะเล"


ส่วนเหงือกปลาหมอที่อยู่ในตำรับยาอายุวัฒนะนั้น ใน Blog ชี้ว่า น่าจะเป็น "เหงือกปลาหมอนา" หรือเรียกอีกชื่อว่า "หญ้าเกล็ดปลา"



อ้างถึง
หมอเมือง สันยาสี เรื่องนี้สำคัญ โปรดอ่านให้จบ
ตำรายานี้ได้มาจากเมือง พิษณุโลก ท่านให้เป็นปริศนาว่า ถ้าใครคิดได้ให้ขุดลงไปจะได้ทอง 100 ตำลึง คนฉลาดแก้ปริศนาออกจึงไปขุดก็พบแผ่นศิลาปิดปากหลุมไว้อย่างมิดชิด เมื่อเปิดออกดูก็พบใบลานยาวประมาณ 1 คืบ เมื่อเอามาอ่านดูก็พบว่าเป็นตำรายาวิเศษ จารึกด้วยอักษรขอมโบราณ มีใจความว่า พระฤาษีแสดงไว้เป็นทานแก่สมณชีพราหมณาจารย์ และมนุษย์ทั่วไปทั้งหญิงและชายเพื่อจะให้บำบัดโรค ถ้าผู้ใดได้ตำรานี้แล้วขอให้บอกต่อ ๆ กันไป จะได้อานิสงส์กัลป์ ถ้าเอาตำรายานี้ไว้ไม่เชื่อถือแล้วจะต้องไปตกนรก ตำรายานี้ชื่อ ตำราต้นเหงือกปลาหมอ ถ้าเห็นต้นเหงือกปลาหมอขึ้นตรงทาง หรืออยู่ในที่ใด ๆ ก็ดี อย่าเหยียบย่ำข้ามเลย ต้นเหงือกปลาหมอนี้มีคุณวิเศษมากมายหลายอย่างคือ

1. ถ้าเจ็บตา ตานั้นแดง ให้เอาเหงือกปลาหมอมาตำกับหัวขิง เอาหยอดตาหายแล
2. ถ้าเป็นเหน็บชา เท้า มือ หรือทั้งตัว ให้เอาเหงือกปลาหมอมาตำทาที่เจ็บนั้นหาย
3. ถ้างูกัด ให้เอาเหงือกปลาหมอทั้งห้ามาตำทั้งกินทั้งทา หายแล
4. ถ้าเป็นฝีบวมขึ้นมา ให้เอาเหงือกปลาหมอกับขมิ้นอ้อยมารวมกันตำทา หายแล
5. ถ้าเป็นริดสีดวงงอก ให้เอาเหงือกปลาหมอกับขมิ้นอ้อยตำปนกับน้ำมันหรือน้ำมูตรทา หายแล
6. ถ้าเป็นไข้หนาวสั่นไปทั้งตัว ให้เอาเหงือกปลาหมอกับขิงตำปนกันแล้วกิน หายแล
7. ถ้าเป็นหูหนาตาโต ให้เอาเหงือกปลาหมอตำเอาน้ำกิน แล้วเอาใบส้มป่อยต้มน้ำอาบ หายแล
8. ถ้าเป็นมะเร็งแตกทั้งตัว ให้เอาเหงือกปลาหมอ พริกไทย ดีปลี สิ่งละเท่ากัน ตำเป็นผงกินกับน้ำร้อน หายแล
9. ถ้าเป็นผื่นแดงคันขึ้นมาเกาจะไม่รู้สึกเจ็บ หรือที่เรียกว่าเป็นหูหนาตาโต ให้เอาเหงือกปลาหมอมาต้มกิน เอามาต้มกับใบส้มป่อยอาบด้วย หายแล
10. ถ้าเป็นมะเร็ง ทำให้ลงจนตัวเหลือง ให้เอาเหงือกปลาหมอ กระชาย มะคำไก่ และสมอทั้งสาม ต้มกิน หายแล
11. ถ้าหญิงมีระดูขาด หรือโลหิตแห้งแต่ 1 เดือนถึง 3 เดือนก็ดี ให้เจ็บผอมเหลืองทั่วสรรพางค์กาย ให้เอาเหงือกปลาหมอตำเป็นผงละลายน้ำมันงาหรือน้ำผึ้งกินทุกวันไป โรคนั้นหายแล
12. ถ้าเจ็บหลัง เจ็บบั้นเอว ให้เอาเหงือกปลาหมอกับชะเอมเทศตำเป็นผงละลายน้ำกินทุกวัน หายแล
13. ถ้าเป็นโรคริดสีดวงแห้ง หรือเป็นฝีในท้อง และซูบผอมไปทั้งตัว ให้เอาเหงือกปลาหมอมาตำเป็นผง ละลายน้ำกินทุกวัน หายแล
14. ถ้าเป็นโรคริดสีดวง มือเท้าตาย ให้ร้อนไปทั้งตัว เวียนศีรษะ ตามืดมัว เจ็บทั่วตัว แลผิวตัวให้สากแห้ง อันชื่อว่าลมเพชฆาต 38 จำพวก ให้เอาเหงือกปลาหมอกับเปลือกมะรุมเท่ากันใส่หม้อ เกลือเล็กน้อย หมาก 3 คำ เบี้ย 3 ตัว วางบนปากหม้อ เอาฟืน 30 ดุ้นต้ม ถ้าเดือดแล้วให้อึดใจยกลง เมื่อจะกินให้อึดใจกิน หายแล
15. ถ้าเจ็บตามตัว เมื่อยทั่วสรรพางค์กาย ให้เอาเหงือกปลาหมอตำเอาแต่น้ำกิน
16. ถ้าช้างแทง กระบือชน หรือตกจากที่สูง หรือต้องคมอาวุธ ให้เอาเหงือกปลาหมอตำที่แผล หายแล
17. ถ้าจะให้เจริญอายุ ท่านให้เอาเหงือกปลาหมอ 2 ส่วน พริกไทย 1 ส่วน ตำผงละลายน้ำผึ้งรับประทานทุกวัน
รับประทาน 1 เดือนจะหมดโรค จะมีสติปัญญาดี
รับประทาน 2 เดือนจะเป็นที่เมตตาแก่คนทั้งหลาย
รับประทาน 3 เดือน ริดสีดวง 12 จำพวกหาย
รับประทาน 4 เดือน ลม 12 จำพวกไม่มีเลย ตาแดงดังตาครุฑ หูได้ยินดังราชสีห์
รับประทาน 5 เดือน โรคภายในจะหมดสิ้น
รับประทาน 6 เดือน จะเดินได้วันละพันโยชน์ ไม่เหนื่อยเลย
รับประทาน 7 เดือน ผิวจะผุดผ่องสวยงามดี
รับประทาน 8 เดือน เสียงเหมือนนกการะเวก
รับประทาน 9 เดือน คมหอกดาบแทงไม่เข้าเลย
ต้นเหงือกปลาหมอนี้มีคุณค่าหนักหนา เปรียบเหมือนพระอาทิตย์ก็ว่าได้ ถ้ากินอาหารหรือสิ่งใดผิดสำแดงเข้าไปจะไม่มีโทษเลย
18. ถ้าเป็นฝีที่รักแร้และที่ลำคอก็ดี ให้เอาเหงือกปลาหมอ ขมิ้นอ้อย น้ำมันงา น้ำมูตร ตำเคล้าเข้าด้วยกันแล้วเคี่ยวเป็นน้ำมันทา หายแล
19. ถ้าเป็นลมจับ ให้เอาเหงือกปลาหมอ 1 ส่วน พริกไทย 2 ส่วน ตำผงละลายน้ำร้อนรับประทาน แก้ลม 8 จำพวกหาย
20. ถ้าจะประสานเนื้อให้สนิท ให้เอาเหงือกปลาหมอกับหัวสามสิบเท่ากัน ตำเอาน้ำประสานแผลทาหายสนิท
21. ถ้าตามืดมัว ให้เอาเหงือกปลาหมอ กะเพราทั้ง 2 แสมสาร ใบทองหลางใบมน บอระเพ็ด เจตมูลเพลิง สิ่งละเท่ากันตำปิดกระหม่อม แล้วเอาเหล็กเผาไฟให้ร้อน เอามาวางทับเหนือยานั้น หายแล

ประเด็นที่น่าคิดคือ ต้นเหงือกปลาหมอทะเล(ที่ใช้กันอยู่ทั่วไป) ลำต้นแข็ง การเอามาตำไม่น่าจะเหมาะสมนัก ควรเป็นการเอามาสับแล้วต้มมากกว่า ...แต่ถ้าเป็นเหงือกปลาหมอนา การเอามาตำก็ดูสอดคล้องกับลักษณะของลำต้นที่เป็นหญ้าต้นเล็กๆ

อย่างไรก็ดี ผมได้สอบถามไปที่ผู้เขียน Blog ซึ่งเป็นนักวิชาการด้านสมุนไพรไทย ...ก็ได้รับคำแนะนำว่า สำหรับตำรับยารักษามะเร็งที่มีการใช้ต้นเหงือกปลาหมอร่วมด้วย ดังเช่น
อ้างถึง
ตำรับมีดังนี้
ข้าวเย็นเหนือและใต้อย่างละ๒๐๐กรัม
หัวร้อยรู๕๐กรัม
ไม้สักหิน๕๐กรัม(ตัวนี้ไม่เคยเห็นเคยเห็นแต่ตะเคยนหิน)
กำแพงเจ็ดชั้น๕๐กรัม(กำแพงเจ็ดชั้นของอีสานมีอย่างน้อย๒ชนิดเท่าที่ทราบ)
โกฐจุฬาลัมภา๕๐กรัม(ตัวนี้พวกโรงพยาบาลนิยมใช้ประกอบการฝังเข็ม)
โกฐเชียง๕๐กรัม
ทองพันชั่ง๒๐๐กรัม
ฝีหมอบ๑๐๐กรัม
หญ้าหนวดแมว๒๐๐กรัม
และเหงือกปลาหมอแบบมีหนามที่เราคุ้นกัน๒๐๐กรัม

ในตำรับยาข้างต้น เจ้าของ Blog อธิบายว่า ตัวยาหลักในการรักษามะเร็งคือ ข้าวเย็นเหนือและใต้และกำแพงเจ็ดชั้น ...ส่วนต้นเหงือกปลาหมอ(ทะเล) นั้นเป็นเพียงยาเสริมเท่านั้น

นอกจากนี้ผมเคยอ่านพบว่า ช่วงหลายปีก่อน เกิดกระแสการใช้ต้นเหงือกปลาหมอ ในการรักษามะเร็ง แล้วก็ซาไป ...ผมก็เลยอนุมานเอาเองว่า อาจเป็นเพราะใช้ผิดตัวก็เป็นได้ ...หรืออาจเป็นการเหงือกปลาหมอไปใช้แบบยาเดี่ยว จึงไม่ให้ผลในการรักษามะเร็งอย่างชัดเจน

โดยสรุปแล้ว ตำรับยาโบราณที่เกี่ยวกับ "เหงือกปลาหมอนา" ที่ลงใน Blog (มีตำรับยาอายุวัฒนะด้วย) ก็น่าจะเป็นเหงือกปลาหมอต้นเล็ก ที่เรียกอีกชื่อว่า หญ้าเกล็ดปลา ...ส่วนเหงือกปลาหมอทะเล(ต้นใหญ่ มีหนาม) ก็ใช้ในตำรับยาอื่นๆ ตามที่ใช้กันทั่วไปครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 10, 2009, 11:52:15 PM โดย skeptic » บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 351
ออฟไลน์

กระทู้: 4193



« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2011, 06:22:51 PM »

"เหงือกปลาหมอแบบแห้ง"
และ
"กำแพงเจ็ดชั้น"

หาไม่ได้...
ชวนแวะไปดูที่ตลาดนัด pmc  นะคะ Grin   http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?topic=3392.0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 01, 2011, 06:24:16 PM โดย Israel » บันทึกการเข้า
pala
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 368
ออฟไลน์

กระทู้: 2910



« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2011, 11:18:48 PM »

"เหงือกปลาหมอแบบแห้ง"
และ
"กำแพงเจ็ดชั้น"

หาไม่ได้...
ชวนแวะไปดูที่ตลาดนัด pmc  นะคะ Grin   http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?topic=3392.0

     

เขียนอย่างงี้   ไม่ทราบว่าของ ขาดตลาด    หรือ  ยังเหลืออีกเยอะ       ?  ?  ?   
เจ้าคะ  ท่านเจ้าของร้าน  ไอ สระ เอน
บันทึกการเข้า
Israel
สมาชิก PMC
Pendulum Club
Hero Member
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 351
ออฟไลน์

กระทู้: 4193



« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2011, 11:38:59 PM »

"เหงือกปลาหมอแบบแห้ง"
และ
"กำแพงเจ็ดชั้น"

หาไม่ได้...
ชวนแวะไปดูที่ตลาดนัด pmc  นะคะ Grin   http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?topic=3392.0

     

เขียนอย่างงี้   ไม่ทราบว่าของ ขาดตลาด    หรือ  ยังเหลืออีกเยอะ       ?  ?  ?   
เจ้าคะ  ท่านเจ้าของร้าน  ไอ สระ เอน


ยังมีเจ้าค่ะ ท่านป๋า  จนกว่าร้านขายยาสมุนไพรจีนเกรด A เขาจะเลิกขายเจ้าค่ะ Grin
บันทึกการเข้า
nopparat244
สมาชิก PMC
Pendulum Club
PMC Senior
*****

การ์ม่า:ได้รับการปรบมือจำนวน 58
ออฟไลน์

กระทู้: 250



« ตอบ #7 เมื่อ: เมษายน 07, 2013, 11:10:31 PM »

ขอบคุณค่ะ Smiley Smiley Smiley
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] |   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
  ลิ้งค์ไปยังปฏิทิน  
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 20 คำสั่ง
Home : www.pendulumthai.com