ตอน พิเศษ (คริสต์มาสกิ๊ฟท์)

หน้า 1/2

สั่งซื้อ หนังสือนิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก ราคา 380 บาท

บ่ายวันเสาร์ รุ่งกำลังนั่งเล่นกีตาร์อยู่บนเตียง

ห้องนอนของรุ่งเป็นห้องนอนขนาดกลาง เดิมเคยเป็นลานจอดรถ แต่รุ่งให้ช่างทำเป็นห้องนอน เพื่อแยกออกมาจากตัวบ้าน เพราะเกรงว่าเวลาเขาทำลิงทำค่าง จะได้ไม่รบกวนผู้ใหญ่ อีกอย่าง วันไหนกลับบ้านดึก จะได้เข้าห้องนอนได้เลยโดยไม่ต้องเข้าตัวบ้าน

“รุ่ง…รุ่ง มีเพื่อนมาหา”

เสียงน้าสาวตะโกนเรียก


รุ่งตะโกนกลับไป “ไอ้วิทย์หรือเปล่า ? น้านิด เรียกมันเข้ามาเลย”

“ไม่ใช่ ออกมาดูเอง” เสียงน้าสาวตะโกนกลับมา

รุ่งยกกีตาร์ออกจากตัววางบนเตียง เขาพึมพำกับตัวเอง

“มาหากู แล้วกูได้เงินมั้ยเนี่ย”

เขาเดินออกจากห้องนอนมาถึงโรงรถ ก็เห็นเหมาะกำลังยืนอยู่ เหมาะอยู่ในชุดลำลองที่ดูแปลกตากว่าปกติ

“อ้าว…เหมาะเองเหรอ นึกว่าวิทย์ โอ้โฮ …วันนี้หล่อจัง จะไปไหนครับ ?” รุ่งทัก แล้วมองตัวเองที่ยังอยู่ในชุดนอน

“วันนี้นัดกินข้าวตอนเย็นไง ลืมแล้วหรือ ? ” เหมาะตอบ

รุ่งนึกออก แต่เขารู้สึกเฉย ๆ ไม่ค่อยอยากไปสักเท่าไร

“อ๋อ…ที่นัดกับแนนเหรอ ? ”

เหมาะหัวเราะ
“ครับ วิทย์บอกผมว่า ถ้าจะให้รุ่งไปแน่ ๆ ต้องมาดักที่บ้านเลย ไม่งั้นโดดอีกแน่ ๆ เขาเลยเขียนแผนที่ให้มา”

รุ่งหัวเราะ เขานึกเกรงใจเหมาะที่มารับถึงที่บ้าน

“งั้นเข้ามา รอเราอาบน้ำแป๊ปเดียวละกัน มา….มารอในห้องดีกว่า”

รุ่งชวนเหมาะเข้ามารอในห้อง เขารีบอาบน้ำแต่งตัว

ไม่นานนัก รุ่งก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เขาใส่เสื้อเชิร์ตลายสก๊อตกางเกงยีนส์

“นี่ห้องของรุ่งเหรอครับ ? ทำไมไม่อยู่ในบ้านล่ะ ? ” เหมาะถาม

“ก็เราเป็นคนใช้นี่ ก็ต้องอยู่นอกบ้านแบบนี้แหละ” รุ่งตอบแล้วหัวเราะ “อยู่แบบนี้สบายดี เวลาเล่นกีตาร์จะได้ไม่หนวกหูคนอื่น”

รุ่งยกขวดโคโลญจ์ขึ้นมาดู
“วันนี้โอกาสพิเศษใช่มั้ยเหมาะ ? ”

“ใช่เลย ใส่น้ำหอมหน่อย” เหมาะตอบ

แล้วรุ่งก็ฉีดโคโลญจ์ใส่ตัวเขาเอง

“เฮ้อ…ไอ้ขวดนี้เมื่อไหร่มันจะหมดวะเนี่ย” เขาถือโคโลญจ์ชูให้เหมาะดู “น้าเราซื้อให้มาสองปีแล้ว ใช้ไปแค่กะติ๊ดเดียว สงสัยต้องฉีดทุกวัน อ้อ…ต้องฉีดก่อนนอนด้วย จะได้หมด ๆซะที”

เหมาะหัวเราะ “เดี๋ยวต้องไปรับคุณแนนที่บ้านก่อนนะครับ แล้วค่อยไปรับทอม”


รุ่งพยักหน้า
“เหมาะ เคยเข้าบ้านเค้าหรือยัง”

เหมาะสั่นหัว “ยังครับ แต่วันนี้คงต้องเข้า”

“เยส…ดีเดย์ ลุยเลยครับ ผมจะช่วยจับพ่อตามัดไว้ แล้วเหมาะฉุดออกมาเลย”

พูดจบเขาก็หัวเราะ

******************************************************************************************

แนนอยู่ในชุดกระโปรงยีนส์ยาว ใส่เสื้อสีขาวอยู่ข้างใน

เธอมัดผมด้วยโบว์ ดูน่ารัก คล้ายเด็กอายุสิบเจ็ด

ที่ห้องรับแขก มีคุณพ่อ คุณแม่ แนน นุ่น และเหมาะ กำลังนั่งทำความรู้จักกัน เหมาะมีกิริยาเรียบร้อยเป็นปกติ

คำพูดของเหมาะแสดงให้เห็นถึงความซื่อที่มีอยู่ข้างใน
“…จริงๆ ผมไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษหรอกครับคุณน้า อาศัยว่าต้องขยัน ผมก็เลยเข้าเรียนทุกชั่วโมง ขยันกว่าคนอื่นสองเท่า ก็พอไปได้”
เหมาะกำลังเล่าถึงชีวิตในมหาวิทยาลัย

คุณพ่อเห็นด้วย
“ดีแล้ว เรียนเก่งไม่เก่งนี่ มันอยู่ที่ความตั้งใจ คนที่เก่งแต่ประมาท ขี้เกียจ ไม่ฝึกฝน อนาคตก็ถูกคนอื่นแซงไปได้”

นุ่นพูดขึ้น
“ดีแล้วค่ะ ยังงั้นถ้าพี่เหมาะว่าง ก็มาสอนภาษาอังกฤษนุ่นที่บ้านก็ได้ เนอะ จะได้ไม่ต้องไปเรียนพิเศษ”

คุณพ่อ คุณแม่หัวเราะ

แนนพูดกับน้องสาว
“ไม่รู้จักเกรงใจพี่เค้า รู้จักกันวันแรกก็รบกวนเลยนะ แล้วนี่จะออกไปข้างนอกไม่ใช่เหรอ ?”

นุ่นตอบ
“ใช่ค่ะ เดี๋ยวเพื่อนมารับหน้าปากซอย งั้นนุ่นไปก่อนนะคะ พ่อ แม่”

แล้วเธอก็ยกมือไหว้เหมาะ แล้วค่อย ๆ เดินออกไป

นุ่นใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ดูกระฉับกระเฉง น่ารักไปคนละแบบกับพี่สาว

สาวน้อยเดินออกหน้าประตูรั้วบ้าน เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่หน้าบ้านตรงข้าม หันหลังให้เธอ กำลังยืนด้อม ๆ มอง ๆ บ้านตรงข้ามอยู่

นุ่นทักขึ้น
“หาใครคะ ? บ้านนั้นไปต่างจังหวัดค่ะ ไม่มีคนอยู่”

รุ่งหันกลับมา เห็นสาวน้อย
“ไม่มีคนอยู่เลยหรือครับ ? ก็ดีสิครับ ผมจะมายกทีวีไปซ่อม”

นุ่นมองรุ่งด้วยสีหน้าฉงน หน้าตาก็ใช้ได้ แต่งตัวก็ดี คงไม่ใช่ขโมยหรอก เธอเดินเข้าไปใกล้ ๆ

“มีธุระอะไร ? ฝากไว้ก็ได้ค่ะ รู้จักกัน”

รุ่งยิ้ม
“แต่พี่ไม่รู้จักน้องนี่”

“น้องอยู่บ้านตรงข้ามนี้ค่ะ” เธอชี้มือไปที่บ้าน “เจ้าของบ้านนั้นจะกลับมาวันพรุ่งนี้ตอนเย็น”

รุ่งยิ้ม
“แล้วคุณน้องรู้มั้ยว่า คุณแนนอยู่บ้านหลังไหน ? ”

นุ่นได้ยินก็เอะใจ เอานิ้วชี้แตะที่ปากตัวเอง

“อ้าว…พี่เป็นเพื่อนพี่แนนเหรอคะ ? ” เธอมองรุ่งอย่างงงๆ
“นี่ค่ะ บ้านพี่แนนหลังนี้ค่ะ ไม่ใช่หลังนั้น”

เธอชี้เข้าไปในบ้าน แล้วเธอก็เอะใจ

พี่สาวเธอกำลังรับแขกหนุ่มอยู่คนหนึ่ง แล้วมีหนุ่มอีกคนมาหา หรือว่ารถไฟจะชนกัน

รุ่งชะเง้อมองในบ้านนุ่น
“เอ่อ…แล้วคุณแนนอยู่มั้ยครับ ? ”

“อ๋อพี่แนนเหรอคะ เอ่อ… คือ ….อ้า”

นุ่นละล่ำละลัก เธอคงต้องหาทางช่วยกันชายคนนี้ไว้ก่อน

“คือ…อยู่ แต่ไม่อยู่…คือ ก็ไม่เชิงค่ะ” นุ่นตอบวกวน

รุ่งหัวเราะ
“อะไรกันคุณน้อง ? ก็ไม่เชิง…ตกลงอยู่หรือตายกันแน่ ?"

นุ่นพูดต่อ
“คือ…พี่แนนพอดียังทำธุระอยู่ เลยบอกนุ่นว่าถ้าใครมาหาก็ให้นุ่นต้อนรับก่อน”
เธอไปทั้งน้ำขุ่นๆ
“พี่ชื่ออะไรคะ ? เดี๋ยวนุ่นจะเข้าไปเรียกให้”

“พี่ชื่อเหมาะครับ” รุ่งตอบ

นุ่นได้ยินก็ทำตาโต
“ชื่อเหมาะ ? ” เธอทวนคำ

พี่สาวเธอมีเพื่อนชายสองคนชื่อเดียวกัน ! อะไรจะบังเอิญขนาดนี้

“งั้น รอหน้าบ้านก่อนนะคะ เดี๋ยวนุ่นจะดูให้”

พูดจบสาวน้อยก็วิ่งกลับเข้าไปในบ้าน

นุ่นวิ่งเข้ามาในห้องรับแขก พอเห็นทุกคนหันหน้ามามอง เธอก็หยุด ทำตาโตเหมือนกับมีเรื่องตื่นเต้น

เธอเรียกพี่สาว
“พี่แนน…พี่เหมาะ”

เธอกำลังหมายถึง คนชื่อเหมาะอีกคนมาหา

แนนมองน้องสาว
“อะไรลืมอะไรไว้เหรอ ? นึกว่าไปแล้วกลับมาเอาอะไรอีกน่ะ ? ”

แนนยังยืนทำตาโต
“คือ พี่แนนคะ คือว่าพี่เหมาะ….” แล้วก็หยุดพูด

เหมาะมองหน้าสาวน้อย
“ว่าไงครับ น้องนุ่น ? ”

นุ่นทำหน้าเหยเก
“ไม่ใช่พี่เหมาะนี้ค่ะ คือ…”

แล้วเธอก็วิ่งเข้าไปข้าง ๆ พี่สาว แล้วกระซิบข้างๆหู
“พี่แนน พี่เหมาะมาหา”

แนนขมวดคิ้ว แล้วมองหน้าน้องสาว เธอไม่เข้าใจที่น้องสาวพูด
“อะไร มาหาแล้วทำไม ? ”

นุ่นสั่นหัวยิกๆ
“ไม่ใช่ ไม่ใช่”

แล้วสาวน้อยก็รวบรวมสติว่า ควรจะถามอะไรที่เป็นการรวบรัดดีที่สุด แล้วเธอก็นึกออก เธอพูดข้างหูพี่สาวเบาๆ

“วันนี้พี่แนนนัดใครมาหาที่บ้านอีก นอกจากพี่เหมาะคนนี้ ?”

แนนสั่นหัว
“ไม่มีแล้ว ทำไมเหรอ ? ”

นุ่นพยักหน้า แล้วพูดดังขึ้น
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เดี๋ยวนุ่นจัดการเอง”

แล้วสาวน้อยก็รีบเดินออกจากห้องรับแขกไป

คุณพ่อ คุณแม่ สั่นหัว ลูกสาวคนเล็กของท่านชอบมีอะไรแปลก ๆ เสมอ ตามประสาวัยรุ่น

นุ่นรีบเดินออกมาที่หน้าบ้าน ในใจคิดวิธีการที่จะทำให้หนุ่มหน้าบ้านปลีกตัวกลับไปก่อน

นุ่นเดินเข้าไปหารุ่ง

“พี่คะ ต้องขอโทษด้วยค่ะ พี่แนนไม่สบาย เมื่อคืนเป็นไข้ ตอนนี้นอนอยู่ค่ะ ยังไงตอนกลางคืนโทรมาอีกครั้งก็ได้ค่ะ”

สาวน้อยยิ้มน่ารัก
รุ่งหัวเราะ “น้องชื่อนุ่นเหรอ ?”

นุ่นพยักหน้า
“ค่ะ”

“เป็นน้องสาวของแนนเหรอ ? หน้าตาคล้าย ๆ กันเลย แต่ว่าดูทันสมัยกว่าพี่สาวอีก”

นุ่นยิ้ม
“พี่แนนเค้าเป็นคนเรียบร้อยค่ะ พี่เป็นเพื่อนที่มหาลัยเหรอคะ ? ”

“เปล่า พี่เป็นแฟนพี่แนน เค้าไม่ได้เล่าให้นุ่นฟังเหรอ ? ”


นุ่นเอียงคอทำหน้าสงสัย เธอคิดว่าต้องมีอะไรสนุก ๆ แน่วันนี้

“เป็นแฟน พี่แนนเค้ามีแฟนแล้วจะเป็นแฟนกับพี่ได้ไง ?”

“อ้าว….เหรอ ? ”
รุ่งหัวเราะ
“งั้นพี่ก็อกหักน่ะสิ โธ่….ว่าจะให้ที่บ้านมาสู่ขออยู่แล้ว ดีนะที่เจอน้องนุ่นก่อน ไม่เป็นไร ยังงี้ น้องนุ่นมีแฟนหรือยังล่ะ ? ”

“ทำไมคะ ? ”

“อ้าว…พี่จะได้ให้ที่บ้านมาขอเลยน่ะสิ ไม่ได้พี่ ได้น้องก็ยังดี”

“อันนี้ก็ต้องคิดดูก่อนนะคะ มันต้องดูว่าพี่มีอะไรดีกว่าคนอื่นตรงไหน หน้าตาพี่ก็ใช้ได้ แต่นุ่นว่าพี่สติไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

นุ่นพูดจบก็หัวเราะ
“ถามจริง ๆ เถอะ พี่นัดพี่แนนไว้หรือเปล่า ?”

“พี่ไม่สนใจพี่แนนของนุ่นแล้ว พี่สนใจนุ่นดีกว่า”

รุ่งควักกระเป๋ากางเกงด้านหน้า หยิบกระดาษออกมาใบหนึ่งยื่นให้สาวน้อย

“เอ้า….นุ่น ชอบกินสะเต๊กหรือเปล่า ? นี่คูปอง ทานได้สองที่จ่ายแค่ครึ่งราคา”

นุ่นหยิบคูปองมาดู แล้วยิ้ม
“ดีจังเลย พี่เป็นเจ้าของร้านปีเตอร์เหรอคะ ? ”

รุ่งหัวเราะ
“ปล่าว… พี่ทำงานที่นั่น ว่าง ๆ ก็พาแฟนไปนั่งก็ได้ มีหรือยังล่ะเรา ? ”

นุ่นยิ้ม
“อ้าว..แล้วไม่ให้ผู้ใหญ่มาขอนุ่นแล้วเหรอ ? ”

รุ่งหัวเราะหึ ๆ
“ไม่หรอก หน้าตาอย่างนี้ คงมีคนอื่นมาชิงขอก่อนพี่แน่ ๆ”

“ยังค่ะ นุ่นยังไม่มีแฟนหรอก จะมีผู้ชายที่ไหนเขามาสนใจเรา”

“อ้าว…ทำไมล่ะ ? นุ่นก็หน้าตาดี หน้าใส ๆ พูดก็เก่ง ต้องมีสิ เราจะไปสนใจทำไมว่าใครจะชอบไม่ชอบ เราก็ทำตัวสนุกสนานของเราไป ปล่อยให้เค้าน้ำลายไหลชอบเราไปเรื่อย ๆ อย่างนี้เรียกว่าเราเป็นเพชฌฆาตหน้าใส”

นุ่นหัวเราะชอบใจ
“เราจะทำไงถึงรู้ว่าผู้ชายชอบเราหรือเปล่า ? ” เธอถามขึ้น

รุ่งนึก
“เอ….อันนี้มันก็ตอบยากนะน้อง ผู้ชายบางคนเค้าก็แสดงออกมาตรง ๆ บางคนก็มีฟอร์ม บางคนชอบแต่ปฏิเสธ ใจคนเดายากจะตาย”

รุ่งตอบแล้วยิ้ม เขาเดาว่าเด็กคนนี้คงกำลังมีปัญหาหัวใจบ้างเป็นแน่

นุ่นพยักหน้า
“อืม…ใช่  แล้วพี่ล่ะ ถ้าชอบใครแล้วพี่จะกลัวเค้ารู้หรือเปล่า ? ”

“กลัวทำไม ถ้าพี่ไม่อยากบอก พี่ก็ไม่บอก แต่ถ้าเค้าเกิดรู้เอง เราจะกลัวทำไม ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ จะได้ไม่ต้องจีบให้เสียเวลา”

นุ่นหัวเราะ
“ท่าทางพี่เป็นพวกเอะอะโวยวาย ปิดความลับไม่มิด ชอบใครแล้วต้องตะโกนบอก แหงเลย”

เธอหัวเราะเหมือนกับสนิทสนมกับชายที่กำลังคุยด้วย…แล้วเธอก็นึกได้ มายืนคุยกับชายแปลกหน้าได้ยังไงตั้งนาน

ไม่ทันใด ก็ได้ยินเสียงคนเดินออกมาจากบ้าน แนนกับเหมาะเดินออกมาพอดี

นุ่นเห็นก็ใจหายวาบ รีบฉุดแขนรุ่งวิ่งหลบไปทางข้างบ้าน

รุ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็ต้องวิ่งตามไป

แนนชะโงกหน้า เธอเห็นหลังน้องสาวไว ๆ กำลังวิ่งหลบใครอยู่

“เอ๊ะ….นั่นมันนุ่นใช่หรือเปล่า ? วิ่งอยู่กับใครน่ะ ? ”

แนนพูดกับเหมาะ

“ไหนครับ ? ”

นุ่นจูงรุ่งไปนั่งหลบอยู่ข้าง ๆ พุ่มไม้ข้างบ้าน

“ว้า..ทำไมพี่มาวันนี้ก็ไม่รู้ วันอื่นมีเยอะแยะก็ไม่เห็นมีใครมาหาเลย”
นุ่นบ่น

“มีอะไรเหรอนุ่น ? ” รุ่งถาม เขานั่งยอง ๆ คุย

นุ่นโผล่หน้าพ้นพุ่มไม้ไปดู แล้วก็ทรุดตัวกลับลงมานั่ง

“พี่น่ะ…ถ้าจะจีบพี่แนน พี่ต้องลำบากแล้วล่ะ มีคนเค้ามาจองแล้ว แล้วเค้าก็สุภาพเรียบร้อยกว่าพี่ตั้งเยอะ พี่แนนน่ะเค้าชอบคนเรียบร้อยเป็นผู้ใหญ่ โน่นไง แบบคนโน้น”

นุ่นชี้ไปทางเหมาะที่กำลังเดินออกมาหน้าบ้านกับแนน

แนนกับเหมาะกำลังเดินมาที่พุ่มไม้พอดี

“ตายแล้ว ทำไงดี ?”
นุ่นทำสีหน้าตื่นเต้น

รุ่งทำหน้าเฉยๆ
“พี่ไม่เห็นต้องกลัวเลย พี่ก็จะออกไปประจันหน้า แล้วถามแนนให้รู้ไปเลย ว่าจะเลือกใคร”

นุ่นทำตาโต เธอคิดว่าวันนี้ระเบิดต้องลงที่พี่สาวแน่ ๆ

เสียงแนนยืนไม่ห่างจากพุ่มไม้ตะโกน
“นุ่น นุ่นใช่หรือเปล่า ? ไปหลบใครที่นั่นน่ะ ? ”

แล้วแนนก็เดินเข้ามาที่พุ่มไม้ เธอเห็นน้องสาวเธอ กับ รุ่ง กำลังนั่งยอง ๆ ซุบซิบกันอยู่

“อ้าว…สองคน มาทำอะไรกันที่นี่ รู้จักกันแล้วเหรอคะ?”

นุ่นกับรุ่ง ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน

นุ่นยิ้มแหย ๆ
“พี่แนนจะทำยังไงกับคนนี้ล่ะ?”

นุ่นพูดเสียงอ่อย ๆ มือชี้ไปที่รุ่ง

แนนมองหน้ารุ่งแล้วยิ้ม
“พาน้องสาวชั้นมาทำอะไรตรงนี้คะ คุณรุ่ง ? ”

รุ่งยิ้มแล้วตอบ
“มาหาใส้เดือนครับ”

นุ่นทำหน้างง หันมาทางรุ่ง
“อ้าว…พี่ไม่ได้ชื่อเหมาะเหรอ ? ”

เหมาะยืนหัวเราะ เขานึกออกทันทีว่า นุ่นคงถูกรุ่งหลอกเข้าให้แล้ว

แนนอมยิ้ม
“นั่นเพื่อนของพี่เหมาะ เขามาด้วยกัน ชื่อรุ่ง”

“มาด้วยกัน ? ”

แล้วหันมาถลึงตาใส่รุ่ง
“พี่มากับพี่เหมาะ ? ”

รุ่งยืนหัวเราะ

นุ่นหันมาพูดกับรุ่ง
“โอ้โฮ…ต้มซะสุกเลย แน่มากเลยพี่ พี่แน่มากเลย”

ทั้งรุ่ง แนน และ เหมาะยืนหัวเราะด้วยกัน

นุ่นบ่นต่อ
“ไอ้เราก็นึกว่ารถไฟจะชนกัน จะช่วยซักหน่อย พี่แนนไปสรรหาพี่คนนี้มาจากไหนเนี่ย ? ”

นุ่นพูดแล้วหัวเราะตัวเอง
“มาหลอกนุ่นได้ยังไง ยังงี้นุ่นไม่ยอม”

รุ่งเดินเข้ามาหานุ่น
“ไม่ยอมแล้วยังไง ? ”

นุ่นมองหน้ารุ่ง แล้วเธอก็อมยิ้ม
“ไม่ยอมแล้วก็…ขอคูปองอีกใบนึง” นุ่นแบมือ

รุ่งสั่นหัวแล้วยิ้ม เขาล้วงไปในกระเป๋ากางเกง หยิบคูปองมาอีกหนึ่งใบ แล้วยื่นให้

“เอ้า…ถ้าว่างก็ไปวันจันทร์ พี่ทำงานที่นั่นช่วงเย็น ถ้าเจอพี่แล้วไม่ต้องใช้คูปอง”

“ดีค่ะ”
นุ่นเห็นคูปองก็ยิ้ม
“ว่าแต่ พี่แกล้งคนอย่างนี้บ่อยหรือเปล่า ? ตั้งตัวไม่ติดจริงๆ…เวลาสั้นๆ แต่มึนไปเลย”

เธอใช้คำศัพท์วัยรุ่นอีกแล้ว

“แต่พี่ท่าทางคุยสนุกดี ว่าง ๆ มาปรึกษาปัญหาให้นุ่นหน่อยสิ”

แล้วนุ่นก็ทำจมูกฟุดฟิด
“พี่…พี่ ใช้น้ำหอมอะไรน่ะ..หอมดี นุ่นจะซื้อไปฝากคน”

รุ่งหัวเราะ
“ไม่รู้ ไปดูที่บ้านก่อน ค่อยบอกอีกที”

“งั้นนุ่นขอตัวไปหาเพื่อนก่อนดีกว่า เดี๋ยวไม่ทันนัด ไปก่อนนะคะ”

เธอยกมือไหว้ทั้งเหมาะ และรุ่ง แล้ววิ่งไปทางหน้าปากซอย

แนน เหมาะ และ รุ่ง เดินไปขึ้นรถของเหมาะ มีแนนนั่งข้างหน้า เป็นตุ๊กตาหน้ารถที่เรียบร้อยเช่นเคย

เหมาะเริ่มออกรถเพื่อไปยังบ้านของทอม

แนนหันมาถามรุ่ง
“แล้วทำไมเธอไม่เข้าบ้านไปด้วยล่ะ ยืนรอข้างนอกทำไม ? ”

“ข้างนอกอากาศดีครับ อย่าให้ผมไปเจอผู้ใหญ่เลย เดี๋ยวผมอดทะลึ่งไม่ได้”

“แล้วคุยอะไรกับนุ่นคะ ? อย่างกับรู้จักกันมาก่อน”

“ไม่มีอะไรหรอกหรอกครับ หลอกเล่น เห็นน่ารักดี สนุกสนานร่าเริง คุยเก่ง”

รุ่งนึกถึงผู้หญิงที่เขาเดินชน จึงถามขึ้น

“เพื่อนคุณแนนเป็นไงบ้างครับ ?”

“เพื่อนคนไหนคะ ? ”

“คนที่ดั้งหักไงครับ ? ”

แนนนึกออก
“อ๋อ…เธอก็สบายดีค่ะ”

แนนยัง ไม่ได้เตรียมคำตอบสำหรับเขาเลย

“แล้วขนมอร่อยมั้ยครับ ? ”

“อร่อยค่ะ ไม่หวานเกินไป”

เธอตอบโดยไม่ทันคิด

รุ่งหัวเราะ
“ตกลง นี่คุณแนนกินเอง หรือเพื่อนกินกันแน่ ? ”

แนนรีบตอบ
“เพื่อนค่ะ เธอบอกว่าอร่อย ไม่หวานเกินไป เธอฝากมาบอกค่ะ”

“ทำไงผมถึงจะได้เจอเธอครับ ? ” รุ่งถามขึ้นลอย ๆ

“ไว้แนนจะนัดให้แล้วกัน” แนนหันไปทางเหมาะ “บ้านทอมอยู่ไกลมั้ยคะ ? ”
เธอเปลี่ยนเรื่องคุย

“ไม่ไกลครับ”

รุ่งนั่งข้างหลังมองทิวทัศน์สองข้างทางไปเรื่อย ๆ

******************************************************************************************

ท้องฟ้าหลัว อากาศเย็นขึ้นกว่าวันก่อน ๆ

เหมาะค่อย ๆ ขับรถไปเรื่อย ๆ แนนนั่งเบาะหน้าเป็นตุ๊กตาหน้ารถเช่นเคย ส่วนรุ่งนั่งเบาะหลังคู่กับทอม

“วันนี้เราจะไปกินที่เมืองใหม่นะครับ ผมนัดทุกคนไว้ที่นั่นประมาณหกโมงเย็น คืนนี้มีจับฉลากกัน รุ่งเตรียมของขวัญมาหรือยังครับ ?” เหมาะพูดขึ้น

รุ่งเลิกคิ้ว

"เย็นนี้คงอยู่ไม่ถึงหรอก"

ทอมสวนทันที

"แกจะรีบตายก่อนเหรอ ?"

"ตายคาอกแกดิ" เขาสวนกลับ

ทอมกระทุ้งศอกเข้าที่หน้าอกเพื่อนปากหมา

"อ๊อก.... อีนี่ มึงเล่นกูช้ำในอีกแล้ว"

แนนหัวเราะคู่ที่นั่งเบาะหลัง
“เมืองใหม่อยู่ที่ไหนคะ ? ”

ทอมตอบ
“อยู่โครงการชลารมย์เมืองใหม่ค่ะ แนนไม่เคยไปเหรอคะ ? เป็นโครงการหมู่บ้านใหญ่ประมาณสองพันบ้าน….”

“ฮิ ฮิ….สองพันบ้าน” รุ่งหัวเราะทอม

ทอมหันมาหารุ่ง “แกหัวเราะอะไร หา ? ”

รุ่งตอบ
“เค้าเรียกสองพันหลัง ใครเค้าเรียกสองพันบ้าน”

ทอมทำตาค้อน
“เออนั่นแหละ สองพันหลังคาเรือน มีบึงใหญ่ ๆ เป็นทะเลสาปอยู่อันนึงตรงกลาง”

รุ่งหัวเราะขึ้นอีก
“เอ้า…ทะเลสาปอีกอันนึง”

ทอมไม่สนใจ พูดต่อ
“ทะเลสาปสวยมากค่ะ ริมทะเลสาปก็เป็นร้านอาหารที่เราจะไปกินกัน โครงการเพิ่งมีคนเข้าอยู่ไม่มาก แต่มีถนนภายในเรียบร้อยแล้ว ทอมเคยเอารถใหม่ของเพื่อนไปลอง บรรยากาศดีมาก”

แนนหันหน้ามาฟังทอม

รุ่งท้วงขึ้น
“บรรยากาศของแกน่ะดี แต่ชั้นเห็นบรรยากาศของคุณชายมันเสียว ๆ ยังไงไม่รู้”

พูดแล้วก็เขาหัวเราะ

ทอมหันมาเถียง
“อาไร….ชั้นขับโคตรระวัง ไม่มีตอนไหนเสียวเลย”

“แกมองหน้าคุณชายหรือเปล่า ? แกเล่นเหยียบจมเท้าเลย เจ้าของรถใหม่หัวใจจะวาย”

ทั้งแนนทั้งเหมาะหัวเราะ

ทอมพูดต่อ
“ปอดกันไปได้ ขับรถมันก็ต้องขับเร็วสิ ไม่งั้นก็ไปขับจักรยานดีกว่า ซื้อรถมาทำไม ? ”

“เค้าซื้อรถมาไว้ใช้งาน ไม่ได้ซื้อมาให้แกถลุง มีหน้าไปว่าปอดอีก ขี้มันจะราดคารถอยู่แล้ว รถพ่อมันนะ ไม่ใช่รถมัน”

รุ่งพูดไปหัวเราะไป

“เฮ้ย..รถคันเดียว สละให้เพื่อนลูกชายหน่อยจะเป็นไร รถพังก็ผลิตแบ๊งค์มาซื้อใหม่ก็ได้ เป็นนายแบ๊งค์ซะเปล่า”

ทอมพูดแล้วก็เชิดหน้า

รุ่งยื่นมะเหงกไปเขกหัวเพื่อน

“โป๊ก” “โอ้ย”

ทั้งแนนทั้งเหมาะหัวเราะ บรรยากาศเริ่มเป็นกันเองสนุกสนานขึ้น

แนนถามขึ้น
“แล้วนี่สี่โมงกว่าเอง จะไปที่ไหนก่อนคะ ?”

เหมาะนั่งนึก เขาก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะถ่วงเวลากันที่ไหน

ทอมเสนอ
“เอางี้ เหมาะ…เหมาะจำได้หรือเปล่าที่สัญญากับทอมไว้”

เหมาะนึกออกก็ยิ้ม
“จำได้ครับ ได้เลย ผมติวให้เอง”

รุ่งหัวเราะ
“คงจะติวกันรู้เรื่องหรอก”

ทอมหันมาตวาด
“เงียบเถอะ เงียบเถอะ”

แล้วหันไปข้างหน้า พูดกับแนน

“แนน ….เดี๋ยวเราไปบึงกันเลย ที่นั่นมีท่าเทียบเรือ ไปนั่งดูพระอาทิตย์ตก สวยมาก พระอาทิตย์ตอนบ่ายแก่ ๆ กำลังดี ลมเย็นสบาย”

แนนนึกขึ้นได้
“อืม…ถ้ารู้ว่ามีที่นั่งตากลม แนนคงหยิบหนังสืออ่านนอกเวลามาอ่านด้วย คุณเหมาะเก่งภาษาอังกฤษ จะได้ช่วยแปลให้หน่อย”


ทอมถามแนน
“หนังสืออะไรคะ อ่านนอกเวลา ? ”

“ซิงกิ้งวินด์ค่ะ เล่มแดง ๆ”

เหมาะหัวเราะ
“ซิงกิ้งวินด์ ที่มอรังสิตเรียนเล่มนี้เหมือนกันเหรอครับ ? พวกเราเรียนตอนอังกฤษหนึ่ง เรื่องไหนล่ะครับที่แปลไม่ออก ?”

แนนตอบ
“ตอนนี้อ่านสามเรื่องค่ะ ที่ไม่ค่อยรู้เรื่องคือ คริสต์มาสกิ๊ฟท์ เห็นมีคนบอกว่าเรื่องนี้ซึ้งดี”

ทอมพยักหน้า
“อ้อ…คริสต์มาสกิ๊ฟท์ ก็ต้องรุ่งเลย”

ทอมหันมาทางรุ่ง เห็นรุ่งทำท่าสะลึมสะลือ ก็เขย่าขาเขา

“เอิ๊ว..ตื่น อะไรกัน เหมือนเด็กเลย เมื่อกี้ยังพูดอยู่ ตอนนี้จะหลับแล้ว”

รุ่งปัดมือของทอม แล้วนอนต่อ ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

ทอมสั่นหัวหันมาพูดกับแนน
“เรื่องคริสต์มาสกิ๊ฟท์นี่ รุ่งเล่าเก่งค่ะ คือ เค้าเรียนมาสองหนแล้ว เห็นบอกว่าตอนอยู่มัธยมเรียนไปแล้ว เลยเล่าเป็นตุเป็นตะ มั่วเข้าไปบ้าง จริงบ้าง แต่ก็ตรงตามเนื้อหา ดีนะคะ เรื่องนี้ แนนไม่เคยฟังบ้างเหรอ ที่สามีภรรยาซื้อของขวัญให้กัน”

แนนสั่นหัว
“ไม่รู้สิ ทอมลองเล่าดูสิคะ”

ทอมขมวดคิ้ว
“ทอมจำได้ไม่แม่นค่ะ ใครขายอะไรไปซื้ออะไรนะ เหมาะจำได้มั้ย ? ”

เธอหันไปถามเหมาะ
“จำไม่ได้ครับ ลืมไปหมดแล้ว สอบเสร็จก็ลืมเกลี้ยงเลยครับ ไว้ให้รุ่งเล่าดีกว่ารุ่งจะเรื่องนี้แม่นครับ ฟังเขาเล่าแล้วสนุกดี”

แนนพยักหน้ารับรู้

รถแล่นไปบนถนนไฮเวย์สายตะวันออก ประมาณสิบกว่ากิโลก็ถึงทางเข้าโครงการเมืองใหม่

รถวิ่งเข้าโครงการ ทางเข้าโครงการเป็นถนนแปดเลนอย่างดี ข้างทางมีต้นไม้ปลูกตามแนวตลอด

แนนมองบรรยากาศสองข้างทาง ดูสงบร่มรื่นดี แต่ถ้ามีคนเข้ามาอยู่เต็มโครงการก็คงจะจอแจน่าดู

รถวิ่งข้ามสะพานสูง จากบนสะพาน มองเห็นโครงการที่ใหญ่มากเป็นพัน ๆ ไร่

มีกลุ่มบ้านที่สร้างเสร็จแล้วประมาณครึ่งหนึ่ง อีกกว่าครึ่งหนึ่งเป็นที่ดินเปล่า ทั้งยังมองเห็นทะเลสาปเป็นรูปวงรี สวยงามมากอยู่ใจกลางของโครงการ รอบทะเลสาปล้อมรอบด้วยสนามหญ้า

ทอมชี้ให้แนนดูทะเลสาป
“นั่นไงคะ เห็นร้านอาหารนั่นมั้ย ที่เราจะไปกินกัน ?”

รถวิ่งถึงหน้าร้านอาหาร เหมาะบังคับรถเข้าจอด

ทอมหันมามองรุ่งที่กำลังหลับสนิทเหมือนกับเด็ก ๆ

“ปล่อยรุ่งเขาหลับในรถก่อนแล้วกัน พวกเราลงไปเดินเล่นกันก่อน”

เหมาะพยักหน้า
“ได้ครับ เดี๋ยวผมเปิดกระจกรถทิ้งไว้ให้ อากาศกำลังเย็นสบาย คงไม่อึดอัด ”

สามคนค่อย ๆ เดินลงมาหน้าร้านอาหาร ติดกับร้านอาหารเป็นชานไม้ริมน้ำ

ทั้งสามก็นั่งลงกับพื้นชานไม้ริมน้ำ เห็นน้ำใส ๆ อีกฟากหนึ่งของทะเลสาปเป็นสนามหญ้าโล่งกว้าง ลมเย็นกำลังพัดเอื่อย ๆ

ทอมถอดรองเท้าผ้าใบ เอาเท้าจุ่มลงในน้ำแล้วแกว่งเล่น
******************************************************************************************

รุ่งรู้สึกตัวตื่น เดินลงมาจากรถ ตรงมาที่ชานริมน้ำ

เห็นแนนนั่งอยู่ที่พื้นชานไม้คนเดียว

"อ้าว... คุณแนน อีกสองคนหายไปไหนล่ะครับ ?"

"เหมาะ กับ ทอม ไปติวหนังสือกันอยู่ในร้าน"

รุ่งถามขึ้น
“แนนอยากฟังเรื่องคริสต์มาสกิ๊ฟท์เหรอครับ?”

แนนมองหน้าหนุ่มขี้เซาด้วยความแปลกใจ

"เธอพูดเพราะก็เป็นด้วยนิ"

รุ่งยักคิ้วข้างเดียว

"แล้วแต่อารมณ์ ถ้าคุณแนนไม่กัดผมเหมือนวันนั้น ผมก็โอเค พูดแบบนี้ได้เหมือนกัน"

"ก็ถ้าเธอไม่ทำตัวกวนเหมือนที่เจอกันวันแรก แนนก็รับได้ ถ้านับที่เธอสำนึกผิดเอาของมาให้เพื่อนของแนน ก็ถือว่า อือ... โอเค"

รุ่งหันมามองหน้า

"ขอบคุณหลาย ผมเดินชนเค้าแรงมาก เลือดเค้าไหลเต็มผ้าเช็ดหน้าเลย ยังไงก็คงต้องไปเจอตัวเค้า แล้วขอโทษต่อหน้า"

แนนพยักหน้า

"เธอนี่เป็นลูกผู้ชายเนอะ"

"มีตรงไหนที่บอกว่าผมจะเป็นเกย์เหรอ ?"

แนนถอนหายใจ

"คุยกับเธอบ่อย ๆ แนนคงต้องประสาทเสียแน่ ๆ"

"ขออภัยเป็นอย่างสูง ตกลงคุณแนนจะให้เล่าเรื่องคริสต์มาสกิ๊ฟท์ ใช่มั้ยครับ ?"


“ค่ะ แนนต้องสอบเทอมนี้ เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา”
เธอตอบด้วยเสียงเรียบ ๆ

“ใช่ เล่มซิงกิ้งวินด์หรือเปล่า ? ”

แนนพยักหน้า
“ใช่ค่ะ”

“ที่ผัวเมียซื้อของขวัญให้กัน? ”

“ใช่ค่ะ”

“ที่ผัวเป็นผู้ชาย เมียเป็นผู้หญิง ? ”


แนนทำจมูกหึ่ง
“คงไม่ใช่มั้ง คงผัวเป็นหมา เมียเป็นแมวมากกว่ามั้ง”
เธอย้อนรุ่งกลับ

รุ่งหัวเราะ
“โอ้โฮ คุณแนนมีสมองไวใช้ได้เลย ยังงี้ค่อยพูดกันรู้เรื่องหน่อย แหม มุขเด็ดของวันนี้เลยเนี่ย”

แนนก็หัวเราะบ้าง เธอเริ่มจะปรับตัวได้บ้างกับความเพี้ยนของคู่สนทนา

เธอขยับตัวจากท่าขัดสมาธิมาเป็นนั่งกอดเข่า จัดกระโปรงให้ดูเรียบร้อย

รุ่งก็นั่งกอดเข่าอยู่ข้างซ้ายของเธอ ทั้งสองคนหันหน้าไปทางทะเลสาป ลมที่พัดมาเอื่อย ๆ ทำให้รู้สึกสบาย

“แถวนี้น่ามีก้อนหินนะ”
รุ่งหันซ้ายหันขวา

“จะทำอะไรคะ ?” แนนหันซ้ายหันขวาตาม

“เอามาปาลงน้ำเล่น สนุกดี”

แนนมองหน้ารุ่งแล้วยิ้มให้ รอว่าเมื่อไหร่เขาจะเริ่ม

รุ่งก็ยิ้มให้ เขาเลิกคิ้วถาม
“ยิ้มให้ผมทำไมครับ ? อย่างนี้มีเลศนัย”

แนนหัวเราะ
“ตกลงเธอจะไม่เล่าใช่มั้ย ? ”

“อ้อ… ใช่ ลืมไป เล่าครับ”

เขาปั้นหน้าใหม่ให้ดูเป็นงานเป็นการมากขึ้น

“คุณแนน อ่านถึงตอนไหนแล้วครับ ? ”

“จริง ๆ แนนอ่านจบแล้วแต่ไม่ค่อยเข้าใจ”

รุ่งพยักหน้า
“ตกลงผมเริ่มตั้งแต่แรกเลยละกัน ผมคิดว่าน่าจะจำได้หมดนะ ถ้ายังไง คุณแนนฟังผมแล้วค่อยไปอ่านซ้ำอีกทีแล้วกัน”

เธอประสานมือที่หัวเข่า ตั้งใจฟัง

รุ่งเริ่มเล่า
“เรื่องนี้เป็นเรื่องน่ารักของชีวิตคู่ แต่มันก็มีแง่คิดหลาย ๆ อย่าง เป็นเรื่องของความรัก การเสียสละ แล้วก็เรื่องของการให้”

เขาทิ้งความทะเล้นเริ่มเล่าอย่างจริงจัง
“ในเรื่องพูดถึงความรักของสามีภรรยา เป็นผัวเมียชาวอเมริกันสมัยก่อนสงครามโลก อยู่ในเมืองเล็ก ๆ สองคนแต่งงานกันมานานพอสมควร แต่ทั้งคู่มีฐานะลำบาก คือ บ้านก็เป็นห้องเช่าหลังเล็ก ๆ นี่….เล็กแค่นี้”

รุ่งยกมือสองข้างขึ้นมาทำท่า แสดงให้ดูว่าเล็กขนาดไหน
แนนหัวเราะ “อะไรจะเล็กขนาดนั้น จะอยู่เข้าไปได้เหรอคะ ?”

อ่านหน้าต่อไป >