หมอเถื่อน

(more than A doctor)
ตอน 7

วันของนายซ่ง

สระว่ายน้ำ โสภิณ

....มีผู้คนทั้งหนุ่มสาว และ เด็ก ๆ มาใช้บริการอย่างคับคั่ง ค่าบริการของสระโสภิณอยู่ในอัตราค่อนข้างแพง จึงมีผู้ใช้บริการที่มีฐานะปานกลางขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่

รุ่งมาถึงบริเวณสระได้สักพัก  เขาอยู่ในชุดลำลอง เสื้อเชิร์ทสีน้ำเงินแขนยาวพับแขน กางเกงลำลองขายาวสีกากี รองเท้าผ้าใบ
เขายืนอยู่ริมรั้วมองหาวิทย์  รุ่งไม่อยากเดินเข้าไปในสโมสร เขาไม่ชอบท่าทีชองผู้คนในสโมสรประเภทนี้สักเท่าไหร่

รถโตโยต้าสีเขียวจอดเทียบที่ลานจอดรถ  ประตูรถถูกเปิดออก

สาววัยรุ่นเจ้าของความสูงขนาดเกือบร้อยเจ็ดสิบเซ็นติเมตรก้าวลงจากรถ 

เธอคือฝน อดีตดาวมหาวิทยาลัยที่เป็นที่กล่าวขวัญเมื่อห้าหกปีก่อน

ฝน

ฝนปล่อยผมยาวสยายอยู่บนบ่า เธออยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์สามส่วนสีดำ  เธอกำลังเดินมุ่งหน้าไปที่สโมสร  ฝนสังเกตุเห็นรุ่งซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ รั้วสโมสร หน้าตาคุ้น ๆ เหมือนกับเคยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน

เธอเดินเข้ามาหารุ่ง
“นี่เธอ เด็กหอการค้าหรือเปล่า ?” เธอพูดห้วน ๆ
รุ่งหันมาเห็นเธอ เขาเลิกคิ้ว “ใช่”
“อยู่ห้องเอใช่มั้ย เคยเห็น”
“ใช่ครับ  มาว่ายน้ำเหรอ ?”
“ไม่ได้ว่ายหรอก มาหาเพื่อน” เธอตอบ
“ผมก็มาหาเพื่อนเหมือนกัน โน่นไงครับ นั่งอยู่นั่น” รุ่งชี้นิ้วไปยังวิทย์ และ ยิ้ม

ฝนมองตามไป
“เธอรู้จักยิ้มเหรอ”
รุ่งเลิกคิ้วถาม “ทำไมครับ ไม่เคยเห็นผมยิ้มหรือไงครับ”
ฝนหัวเราะ “ไม่ใช่  หมายถึง เพื่อนฉัน โน่น ชื่อยิ้ม รู้จักหรือเปล่า”
“อ้อ… รู้ครับ เคยคุยกัน แล้วรู้จักไอ้ตัวนั้นมั้ยครับ” รุ่งชี้มือไปที่วิทย์
“ไหน ตัวอะไร” เธอมองตามมือเขา
“ก็ไอ้ตัวที่เพื่อนคุณนั่งคุยด้วยน่ะ  เพื่อนผมครับ ชื่อวิทย์”
ฝนหัวเราะ “ไม่เคยเห็นหรอก เด็กหอ ฯ เหมือนกันหรือเปล่า”
“ใช่ครับ ไม่เคยเห็นหรือครับ  ไอ้ตัวนี้มันหายากครับ นาน ๆ จะมาเพ่นพ่านให้เห็นซักที”

รุ่งพูดหน้าตาเฉย เขายืนมองไปที่วิทย์


ฝนหัวเราะคำพูดและท่าทางเขา ดูช่างกวนซะจริง ๆ


“สนิทกันเหรอ เอ… ไม่ยักรู้ว่ายิ้มรู้จักเพื่อนห้องเอด้วย”
รุ่งหันมา “ธรรมดาไอ้วิทย์มันใส่แว่นครับ พอถอดแว่นแล้วเลยไม่คุ้น”
ฝนพูดขึ้น “เดี๋ยวฝนไปนั่งคอยที่สโมสรก่อน จะไปนั่งด้วยกันมั้ย”
รุ่งมองไปที่สโมสร “ไม่ดีกว่า คนเยอะ ไปเถอะ เดี๋ยวผมเดินรออยู่แถวนี้”

ฝนมองไปที่สโมสร เธอเห็นด้วยว่าคนพลุกพล่านเหลือเกิน

“งั้นไปรอที่ห้องอาหารก่อนก็ได้ ไปมั้ย”
รุ่งมองไปที่ห้องอาหาร “ได้ ก็ได้”


ฝนเดินนำรุ่งไปที่ห้องอาหาร
ทั้งสองได้ที่นั่งติดกับกระจก มองเห็นสระใหญ่ที่กว้างและดูสบายตา  โต๊ะข้าง ๆ มีหนุ่มในวัยเดียวกันสามสี่คนนั่งอยู่


“เธอไม่ว่ายน้ำกับเขาด้วยเหรอ”
รุ่งยิ้มมุมปาก “ว่ายไม่เป็นครับ โดดลงไปนี่ก็ตายแล้ว”
“แล้วทำไมไม่หัดล่ะ”
“คุณจะสอนเหรอ” เขาเลิกคิ้วถาม
ฝนเงียบ เธอนึกเกลียดขี้หน้ารุ่งกับคำพูดกวน ๆ ของเขาขึ้นมาทันที  ฝนหันไปมองทางอื่นเพื่อฆ่าเวลา

หนุ่มโต๊ะข้าง ๆ เริ่มส่งยิ้มให้ฝน  เธอทำเป็นเฉยแล้วเชิดหน้า


สักพักหนึ่ง สาวหน้าหมวย ตัวเล็กกระทัดรัด เดินออกมาจากสโมสรในสภาพผมยังไม่แห้งสนิท
สะพายย่ามเดินเข้าห้องอาหาร เห็นเพื่อนก็ทักขึ้นทันที

     “ฝน มาแล้วเหรอ”

     ฝนโบกมือให้  ยิ้มค่อย ๆ เดินผ่านโต๊ะอื่นเข้ามา

     ยิ้มส่งยิ้มให้รุ่ง

     “หวัดดีค่ะ มารอวิทย์เหรอ ทำไมไม่ว่ายด้วยกันล่ะ”

ยิ้มเลื่อนเก้าอี้ออก แล้วทรุดตัวลงนั่งกลางระหว่างฝน และ รุ่ง

     “หวัดดียิ้ม ไม่หรอก เราเป็นโรคกลัวน้ำน่ะ ยังไม่ได้ฉีดยาเลย” เขาพูดเล่นกับเธอแล้วยิ้มให้

     “เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นรุ่งที่ป้ายรถตอนเช้าบ้างเลย ไม่ได้ขึ้นรถเมล์แล้วเหรอ” ยิ้ม ยิ้มได้น่ารักสมชื่อ

     “ขาไปไม่ได้ขึ้นแล้ว ติดรถคนที่บ้านไปลงที่ทำงาน แล้วยิ้มยังขึ้นรถเมล์ป้ายเดิมเหรอ จะได้มาดักรอเวลาเดิมทุกวัน”

รุ่งกระเซ้าเธอ เขาพูดจากับยิ้มด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าพูดกับเพื่อนเธออย่างเห็นได้ชัด

     “ค่ะ ยังออกเวลาเดิม ไม่อยากออกสาย  ออกสายแล้วรถติดหน้าราม ฯ เป็นชั่วโมง”

     ยิ้มหันไปหาเพื่อน “ว่าไงฝน มานานยัง” เธอเอามือตบขาเพื่อน

     ฝนยิ้มให้ “สักพักน่ะ”

     “อ้อ แล้วนี่รู้จักกันรึยัง สองคนนี่” เธอหมายถึงฝนกับรุ่ง

     ฝนตอบ “รู้ว่าอยู่ห้องเอ เคยเห็นหน้า”
     “แต่ยังไม่รู้ชื่อ” ยิ้มเลิกคิ้วถามฝน แล้วหันมาหารุ่ง “เหรอคะ”

     รุ่งยิ้มให้

     “อ้าว แล้วนั่งคุยอะไรกันอยู่ล่ะ  นี่ค่ะ นี่ฝนค่ะ แต่คงไม่ต้องแนะนำมากเนอะ เธอดังอยู่แล้วนี่”
ฝนกระเซ้าเพื่อน แล้วแนะนำต่อ

     “นี่ก็  รุ่ง อยู่ห้องเอแหละ ฝน” เธอหันไปพูดกับเพื่อน

     ฝนได้ยินชื่อก็ขมวดคิ้ว
     “รุ่ง เอ๊ะ เธอรึปล่าว ที่….” เธอพูดแล้วก็หยุดกลางคัน

     รุ่งมองหน้าฝน “ผมทำไมเหรอครับ ?”

     “ปล่าว ไม่มีอะไรหรอก” ฝนสั่นหัว เธอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แต่ไม่อยากพูด

     รุ่งหันมาถามยิ้ม “ห้องน้ำอยู่ที่ไหนครับ ผมขอไปเอาน้ำออกก่อน”

     ยิ้มชี้ไปที่สโมสร “อยู่ข้างในนั้นค่ะ”
 

   รุ่งลุกขึ้นเดินออกไป


     ฝนรีบพูดขึ้น “ยิ้ม ฉันจำได้แล้ว พอได้ยินชื่อ ใช่ จำหน้าได้ด้วย แสบมากนะ”
     ยิ้มขมวดคิ้ว “เธอมีอะไรกับรุ่งเหรอ”
ฝนท้าวความหลัง “เธอจำตอนที่ชั้นแข่งวอลเลย์บอลคณะได้มั้ย ปีสองน่ะ ?”

เพื่อนพยักหน้า “อือ ได้”

“ก็ตอนเราแข่งแต้มสุดท้าย แล้วชนะ แล้วโค้ชกับตัวสำรองก็วิ่งลงไปกอดกัน ชั้นจำได้ว่า ไอ้นี่วิ่งลงไปด้วย”

เพื่อนเลิกคิ้ว “วิ่งลงไป… ทำไม ?”

“มันวิ่งลงไปกอดด้วยอ่ะ บ้าจริง ๆ มันวิ่งกอดไปทั่วเลย แล้วพวกเราก็ไม่รู้ตัวหรอก เพราะกำลังดีใจ คนนั้นกอดคนนี้”

ยิ้มหัวเราะชอบใจ “ฮะ ฮะ ฮ่า ๆๆๆ”

“ชั้นก็ดีใจกอดกับคนโน้นบ้างคนนี้บ้าง หันมาไอ้นี่ก็ดึงชั้นไปกอด ไม่ได้ทันระวังตัว แต่จำได้มันกอดเต็ม ๆ เลย  จำชื่อได้ เพราะเพื่อนในทีมรู้จัก บอกว่าชื่อรุ่ง”

ยิ้มยังหัวเราะไม่หยุด “เอิ๊ก ๆ ฮ่า ๆๆๆๆ… ถ้างั้น รุ่งก็จำเธอได้สิ”
“ชั้นว่าไม่นะ เพราะท่าทางไม่เหมือนกับจำได้”
“แหม เค้าเคยกอดเธอเค้าจะจำไม่ได้ได้ไง ?”
“โอ้…ยิ้ม เธอรู้มั้ย ตอนนั้นไอ้บ้านี่มันกอดเกือบครึ่งทีม มันคงจะจำได้หรอกว่ากอดใครไปบ้าง คนอื่นไม่รู้นึกว่าเป็นพวกสต๊าฟโค้ช ”
ยิ้มยังหัวเราะต่อ “บ้าที่สุด เหอ ๆๆๆ ฮ่า ๆๆๆ”
    
*****************************************************************************************
     รุ่งเดินออกจากห้องน้ำสโมสร 

...ผ่านบริเวณล๊อคเกอร์ กลุ่มสมาชิกสโมสรชายหญิงทั้งหลาย ยืนจับกลุ่มคุยกัน 

ห่างจากล๊อคเกอร์หญิงเล็กน้อย มีกลุ่มสาวรุ่นสามคนยืนคุยกันอย่างสนุกสนาน

รุ่งยืนมองสาวที่ร่างบอบบางที่สุดผมยาวหัวเราะร่าเหมือนเด็ก ๆ  ดูน่ารัก 
เธอเหลือบมาเห็น รุ่งส่งยิ้มให้ทันที  สาวส่งยิ้มตอบพร้อมผงกหัวเล็กน้อย เหมือนกับคนเคยรู้จักกันมาก่อน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น  เพื่อน ๆ เธอมองมาที่รุ่งด้วยความสงสัย

“ผัวะ” บ่ารุ่งถูกตบอย่างแรง

“เฮ่ย รุ่ง” เพื่อนหน้าตี๋โผล่พรวดเข้ามา “มึงรู้จักเขาเหรอวะ” วิทย์ขยับแว่นแล้วมองไปทางสาวน้อย
“เปล่า” เขายักไหล่ “กูเห็นว่าน่ารักกูเลยยิ้มให้ แค่เนี้ย เขาก็ยิ้มตอบ”

วิทย์มองไปที่กลุ่มสาว ๆ

“น่ารักเชียวว่ะ มึงไม่รู้จักแน่เหรอ ทำไมเขายิ้มให้มึงวะ”
“ไม่รู้จักจริง ๆ กูก็งงเหมือนกัน กูยิ้มให้เพราะเขาน่ารัก ไม่ได้คิดทะลึ่งเลย” รุ่งพูดซื่อ ๆ
“เออ แล้วเขาก็ยิ้มให้มึง ให้มันได้ยังงี้ซีวะ มึงนี่เจออะไรแบบนี้เรื่อยเลย”
รุ่งเชิดหน้าแล้วยักคิ้ว
“มึงไม่รู้เหรอ กูนี่แหละ เทพบุตรมาเกิด”
“ถุย พอได้ทีหน่อยยกหางเลย”

วิทย์เดินผละออกมา รุ่งหันไปมองสาวกลุ่มนั้นอีกครั้ง เขายิ้มให้เธออีกครั้งแล้วเดินตามวิทย์ออกมา

“เฮ้ยวิทย์  นี่มึงชวนยิ้มเขาหรือยัง มึงรู้มั้ยว่าเพื่อนเขามาด้วย ?”

วิทย์หยุดเดิน นิ่ง นึกสักครู่

“เออ กูชวนแล้ว”
รุ่งพยักหน้า “เออ ดีแล้ว มีปากก็พูดไปซะ” พูดจบรุ่งก็เดินนำเข้าห้องอาหาร

วิทย์นึกอะไรได้ก็ผลุนผลันตามเข้ามา

“รุ่ง เดี๋ยวก่อน กูจะเล่าอะไรให้ฟังก่อน” วิทย์ฉุดแขนไว้ “ไปนั่งโต๊ะโน้นคุยกันก่อน”

ยิ้มกับฝน มองมา สงสัยว่าทั้งคู่กำลังจะปรึกษาอะไรกัน

วิทย์ลากรุ่งมานั่งที่โต๊ะว่าง ถัดจากโต๊ะของยิ้มมาสองโต๊ะ

“อะไรวะ มีแผนอะไรเหรอ” รุ่งชะโงกหน้ามาใกล้
“คือ กูชวนยิ้มน่ะ มึงรู้มั้ยกูชวนยังไง”
“จะไปรู้ได้ไง มึงยังไม่เล่านี่ แล้วเขานัดกับฝนไว้ไปไหนกันก็ไม่รู้ มึงจะตามเขาไปหรือไง”
วิทย์สั่นหัว “ไม่ใช่ เขาจะไปกับเรา”
รุ่งได้ยินก็ร้องดังลั่น “อะฮ้า….” 

ไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนจะทำได้สำเร็จ !

“ว้าว… โอมายก๊อด มายเฟรนด์ อัลเลลูยา มุสตาฟา พาราเซตามอล”

เขาหัวเราะดังลั่น “ไม่เลวเว้ย เพื่อนกู”

วิทย์เอื้อมมือมาอุดปากเพื่อน “เบา ๆ ซี่ ไอ้เวร คนทั้งห้องอาหารหันมามองมึงแล้ว”

รุ่งหัวเราะเบาลง “นี่ถ้าครั้งแรกชวนง่ายอย่างนี้  หมายความว่าเขามีใจให้มึงแล้ว”

วิทย์กลืนน้ำลาย “รุ่ง ฟังกูก่อน มันไม่ใช่ง่ายแบบนั้น กูจะบอกมึงว่ากูชวนยังไง เขาถึงยอม”

รุ่งเงี่ยหูเข้าใกล้ “ว่ามา ลูกพ่อ”

วิทย์ค่อย ๆ พูดเบา ๆ “คือ ตอนอยู่ในสระ กูก็ชวนยิ้มคุยเรื่องอื่นไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มตั้งแต่ ถามเขาว่ารู้จักมึงมั้ย เขาก็บอกว่ารู้จัก มึงรู้มั้ยว่าเขาชอบมึง”

รุ่งทำตาโต “เฮ่ย พูดเป็นเล่น”

วิทย์รีบพูดต่อ “เดี๋ยว กูไม่ได้หมายความว่าชอบแบบนั้น กูหมายถึง เขาชอบอัธยาศัยมึงที่คุยสนุก แล้วก็เป็นกันเอง”

“อ้อ แล้วไป” รุ่งถอนหายใจ

“แล้ววันนี้ จริง ๆ เขานัดฝนไว้ไปดูหนังรอบเย็น  ทีแรกกูก็คิดว่าคงชวดแล้ว เลยนึกอะไรได้ กูเลยบอกยิ้มว่า กูกำลังจะช่วยมึงทำอะไรบางอย่าง แต่ถ้ามีเขาร่วมมือด้วย ก็จะยิ่งง่ายขึ้น เขาจะช่วยมั้ย เขาก็บอกว่าเอาสิ ถ้าเขาทำได้เขาจะทำ”

รุ่งขมวดคิ้ว “มึงให้เขาช่วยอะไรกูวะ”

วิทย์หยุดคิดสักพัก เขามองหน้าเพื่อนรัก แต่ไม่กล้าพูด

“เฮ่ย มึงจะบอกกูมั้ย เงียบทำไมวะ”

“กูบอกยิ้มว่า เราสองคนอยากชวนฝนไปกินข้าวเย็นด้วยกันเย็นนี้ ไปกันสี่คน กูบอกเขาว่า มึงชอบฝน อยากให้เขาช่วยเป็นแม่สื่อหน่อย”

รุ่งได้ยินชัดเจน เขาทำตาโต มองหน้าเพื่อนรัก แล้วตะโกนลั่น

 “อ้ายชิบหาย”

แล้วเท้าเขาก็ไวเท่าความคิด เขาถีบเก้าอี้ที่เพื่อนรักนั่งอยู่ล้มหงายลงกับพื้น

“เหวอ….." โครม  "…โอ๊ย”

สายตาของคนทั้งห้องอาหาร หันมามองหนุ่มที่น่าสงสาร หงายหลังนอนอยู่บนพื้น เสียงสาวบางคนร้องว้ายตามไปด้วย ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ มาจากมุมอื่นของห้อง

รุ่งลุกขึ้นยืน ทำท่าจะด่าต่อ “ไอ้สันดาน….”

วิทย์รีบลุกพรวดขึ้นมาจากพื้นแล้วยื่นมือเข้าไปอุดปากรุ่ง

ยิ้มกับฝน มองมาอย่างหน้าตาตื่น

วิทย์ล็อคคอรุ่งแล้วลากเดินออกไปนอกห้องอาหาร

“ปล่อยกู ไอ้ลูกหมา กระเดือกกูจะพังแล้ว” รุ่งร้องอู้อี้

วิทย์ยอมปล่อย “เออ เออ ปล่อยแล้ว อย่าตะโกนอีกนะเว้ย”

รุ่งตั้งตัวได้เริ่มด่าต่อ “มึงน่ะมึง ทำไมมึงสันดานอย่างนี้วะ พูดหมา ๆ อย่างนั้นได้ไง ไอ้ห่า กูเคยไปชอบอะไรนังฝนนั่น”

วิทย์ยิ้มแหย ๆ “เฮ่ย คนเขาออกสวย  มึงกะกูยังเคยวิ่งไล่กอดเค้าเลย”

เพื่อนจ้องหน้า “กูเหรอ วิ่งไล่กอดเค้า เมื่อไหร่”

“ก็ตอนแข่งวอลเลย์ไง ที่มีมึงกูกะไอ้จิ๊บ วิ่งไปกอดกับพวกนักกีฬาไง”

รุ่งหยุดคิด “แล้วฝนนี่อยู่ในทีมด้วยเหรอ”
“อยู่ซีวะ ก็ดรัมเมเยอร์คณะอะ คนที่สวยที่สุดในทีม หุ่นแบบนางแบบไง มึงจำได้ปะ ที่เราคุยกันไงว่า ถ้าชนะจะผสมโรงวิ่งไปกอดคนนี้คนแรกเลย”

ความจำเริ่มกลับมา รุ่งพยักหน้า “อ๋อ… เบอร์เก้า จำได้ ขาเรียวยังกะนางแบบ เออ…จำได้แล้ว”

รุ่งนึกแล้วก็ตลกตัวเอง
“เออ… ตอนนั้นทำไปได้ไงวะ บ้าชิบหาย  ตอนแรกไม่กะวิ่งไปทางนั้น จำได้กะจะกอดเบอร์ห้าตัวเล็ก ๆ ที่เป็นเฟรชชี่อะ  แต่พอวิ่งเข้าไปตรงกลาง เจ๊นี่หันมาพอดี กูกอดเลย  เต็ม ๆ เลย”

 “มีมึงคนเดียวได้กอดฝน กูกะไอ้จิ๊บชวด ได้กอดแต่พวกตกสเป๊ค  เป็นไง จำได้แล้ว เริ่มชอบรึยัง ?”

“อ้ายซ่งเอ๊ย” รุ่งสวนกลับ “กูไม่เคยคิดอยากจะจีบผู้หญิงแบบนี้เลย ให้โกหกกันเรื่องนี้ ไม่ได้ว่ะ เรื่องนี้กูช่วยไม่ได้ ไปหาทางอื่นแล้วกัน”

วิทย์จับแขนรุ่ง “เฮ่ย รุ่ง อย่าเพิ่งโกรธซีวะ อะไรกัน ฝนเขาทั้งสวยทั้งหุ่นดี”

รุ่งมองหน้าวิทย์เหมือนกับจะกินเลือด

“อ้ายวิทย์  มึงคบกูมาตั้งแต่เด็ก มึงเห็นกูเป็นอ้ายโง่เหมือนคนอื่นหรือไง” รุ่งทิ้งคำพูดแค่นี้ เขาแน่ใจว่าเพื่อนรักเข้าใจ

“เออ เออ รู้แล้ว รู้แล้ว” วิทย์เริ่มพูดแก้ขวย “กูมันปากไวไปหน่อย ไม่ได้นึก แต่ตอนนั้นมึงไม่อยู่ กูไม่รู้จะขออนุญาตมึงยังไงนี่หว่า”

 รุ่งยืนมองหน้าเพื่อน ถอนหายใจ มองซ้ายมองขวา อารมณ์เริ่มเย็นลงบ้าง

“ถ้าให้จีบคนอื่นกูยังช่วยเออออได้  จริง ๆ น่ะ ยิ้มยังน่ารักกว่าเลย” น้ำเสียงเขาเริ่มลดลง  “แล้วพวกมึงจะไปไหนกัน กูไม่มีเงิน อย่าดันเลือกที่แพงแล้วกัน”

“เงินเดือนมึงได้ขึ้นหรือยัง รุ่ง ?”

เพื่อนสั่นหัว “ยัง  สงสัยเค้าไม่ขึ้นให้กูแล้ว คิดว่าเจ้านายใหญ่ไม่ชอบหน้ากูว่ะ”

“แล้วเดือน ๆ นึง มึงมีเงินพอใช้เหรอ ?  คนอื่นเค้าได้เงินเดือนจะสองหมื่นแล้ว มึงยังหมื่นต้น ๆ ชิบหายเอ๊ย ลาออกมาอยู่บริษัทกูเหอะ บริษัทกูยังรับเซลส์ใหม่อีก”

“วัน ๆ กูไม่ได้ใช้อะไรมาก ก็ยังพอเลี้ยงตัวได้ แต่เดือนนี้ กูเก็บเงินซื้อของขวัญวันเกิดให้คุณย่า เลยต้องเซฟ ๆ หน่อย”

“อือ… ต้องเอาของขวัญไปให้หลังเที่ยงคืนอีกหรือเปล่า ?”

“ปีนี้ ไม่ต้องปีนเข้าไป น้องวิจะช่วยเปิดประตูให้”

”แม่ง…ชีวิตมึงนี่แปลก จะเข้าไปหาย่าตัวเองต้องหลบ ๆ ซ่อน  เรื่องค่าแดกไม่ต้องห่วงหรอก กูออกให้”

 “ไม่ต้อง ไม่ต้อง กูออกเอง  แต่คืนนี้ ก่อนจะแยกกัน มึงต้องเล่าความจริงให้ยิ้มฟัง แล้วถ้าฝนรู้เรื่องนี้แล้ว มึงก็ต้องไปเล่าให้เขาฟังด้วย อย่าให้เขาเข้าใจกูผิด”

วิทย์ชูสามนิ้วขึ้นเหมือนลูกเสือ “ข้ายอมรับผิด และจะปฏิบัติตามครับผม”

รุ่งยื่นมือไปเขกหัววิทย์อย่างแรง  แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องอาหาร วิทย์คลำหัวป้อย ๆ แล้วเดินตามเข้าไป

ทันทีที่ทั้งสองเดินถึงโต๊ะ ยิ้มก็ยิงคำถาม

“เกิดอะไรขึ้นคะ ทั้งคู่ คนทั้งห้องอาหารเขาตกใจหมดเลย นึกว่าจะฆ่ากันแล้ว” เธอยิ้มไปพูดไป
ทั้งสองค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่ง

วิทย์เริ่มอธิบาย “ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ล้อกันเล่นสนุก ๆ”

รุ่งนั่งยิ้ม แต่ไม่ได้พูดอะไร 

ฝนเห็นจำหน้าวิทย์ได้ เมื่อเขาใส่แว่น… นี่ก็ลิงอีกตัวที่วิ่งเข้าไปผสมโรงกอดกับนักกีฬาสาวในตอนนั้น

ยิ้มหันมาถามรุ่ง
“ตกลง รุ่งจะพาเราไปกินข้าวที่ไหนเหรอคะ ที่บอกว่าเป็นของคนรู้จัก อยากให้ช่วยอุดหนุน เมื่อกี๊ยิ้มคุยกับฝนแล้ว ตกลงว่ายกเลิกดูหนังไปก่อน หนังเพิ่งเข้า คนคงเยอะ ไม่อยากไปเบียดกันซื้อตั๋ว”

รุ่งหันมาทางวิทย์ ทำตาดุ เป็นสัญญานการถามด้วยสายตาว่า มึงไปโกหกอะไรอีกวะ

รุ่งหันกลับมาหาเธอ แล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้ม
“เอ่อ….ครับ แล้วเราจะไปยังไงล่ะครับ”
ฝนพูดขึ้น “ไปรถฝนก็ได้ ฝนเอารถมา”
“น่าน ดีเลยครับ มีรถ  สรุปว่า เราทานกันที่นี่ก็แล้วกัน” รุ่งพูดหน้าตาเฉย
วิทย์เอื้อมมือมาตบหัวรุ่งเบา ๆ “พูดเล่นอยู่ได้ รีบบอกมาเร็ว”
รุ่งนึกสักครู่ “ขับไปแถวคลองแปด พอถึงแถวนั้นแล้วผมจะบอกทางให้”
ฝนพยักหน้า “ได้ค่ะ”

ทั้งหมดพากันลุกจากโต๊ะเดินออกมาจากห้องอาหารรุ่งเดินก้มหน้าถอนหายใจไม่นึกว่าเพื่อนจะกลับตัวมากะล่อนได้ขนาดนี้
ฝนเดินนำพรรคพวกไปที่รถ ยิ้มเดินไปที่นั่งด้านหน้า

รุ่งกำลังยืนอยู่ท้ายรถ มองเห็นสาวน้อยผมยาวที่น่ารักคนนั้นเดินออกมากับเพื่อน 
รุ่งยืนรอจนเธอมองมา เขายิ้มให้ แล้วเริ่มทัก
“มาว่ายน้ำที่นี่ประจำเหรอครับ ?”

เพื่อน ๆ เธอหยุดรอ  สาวน้อย ยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง
“ค่ะ มาทุกเสาร์  ไปก่อนนะคะ” เธอยิ้มแล้วโบกมือให้
รุ่งโบกมือให้ แล้วเดินอ้อมไปทางประตูหลังด้านซ้าย

ทันทีที่ รุ่งปิดประตูรถ วิทย์ก็เริ่ม
“แหม… เสน่ห์เยอะจัง มาว่ายน้ำที่นี่ประจำเหรอจ๊ะ” วิทย์ดัดเสียงยาน ๆ
รุ่งยักคิ้วให้ “เป็นไงวะ ลูกใครหว่า น่ารักจังเลย” เขาหันหลังกลับไปมอง

ฝนเริ่มออกรถ

ยิ้มหันมาถาม “ใครเหรอค่ะ รุ่ง เพื่อนรุ่งเหรอ”
รุ่งชะโงกหน้ามาตอบ “ปล่าวครับ ใครก็ไม่รู้ เจอกันในสโมสร เห็นกำลังหัวเราะ มีลักยิ้ม ที่สำคัญ เวลาหัวเราะแล้วดูจริงใจจังเลย เรายืนดูยังยิ้มไปด้วยเลย พอดีเขาหันมา ก็เลยส่งยิ้มให้ รับไปเต็ม ๆ เลย”

ยิ้มผงกหัว “โห… ดูละเอียดจังเลย หัวเราะจริงใจ ดูยังไงเนี่ย แล้วเขาทำไงคะ”
“เขาก็ยิ้มให้ครับ เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เหมือนกับเคยมีความสัมพันธ์กันมาแต่ปางก่อน”

“มากไป มากไป” วิทย์ขัดขึ้นมา

รุ่งหันมาเหล่ “ก็ทีมึงล่ะ เจอกันสองครั้งยังหวังถึงแต่งงานเลย” เขากัดเพื่อนให้เต็ม ๆ

วิทย์ถลึงตามอง แต่ไม่กล้าทำอะไร ทั้ง ๆ ที่อยากจะเตะเพื่อนปากหมาเสียเต็มที

ยิ้มหัวเราะ “สาวไหนเหรอค่ะวิทย์ อยากเห็นจังเลย”
รุ่งยื่นหน้าเข้าไปหา “อยากเห็นมั้ยล่ะ ยิ้ม…”

ไม่ทันที่เขาจะพูดต่อ วิทย์เอื้อมมือกระชากผมรุ่ง หน้าหงาย

“เอ๋อ…โอ๊ย” รุ่งยกมือขึ้นปัดแขนเพื่อน
วิทย์ทำตาโต “เงียบเลย โน่น เตรียมบอกทางฝนซะ”

ยิ้มหัวเราะ ฝนเหลือบมองกระจกหลังแล้วก็หัวเราะตาม

รถแล่นออกถนนใหญ่ รังสิต - นครนายก ยามโพล้เพล้พระอาทิตย์ใกล้จะลับหลังคาบ้าน ทำให้บรรยากาศริมคลองดูเย็นสบาย

“รุ่ง ชอบผู้หญิงแบบนั้นเหรอคะ” ยิ้มเริ่มทำหน้าที่แม่สื่อ
รุ่งยิ้ม “แบบไหนครับ แบบเด็กคนนั้นเหรอ ใครบ้างล่ะที่ไม่ชอบ น่ารักจะตาย”
“รุ่ง ชอบผู้หญิงผมยาวเหรอคะ”

รุ่งนึกสักพัก “เอ่อ… ก็ ไม่ได้เกี่ยวกับผมยาวหรือสั้นหรอกครับ บางครั้งมันก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน จู่ ๆ มันจะชอบก็ชอบน่ะ”

“แล้วสาว ๆ ที่หอ ฯ ก็เยอะแยะเลย มีชอบใครบ้างมั้ยคะ”

รุ่งตอบพรวด “ชอบยิ้มไง” แล้วเขาก็หันไปยักคิ้วกับเพื่อนรัก

“ชอบยิ้มตรงไหนเหรอคะ” เธอหัวเราะเบา ๆ

“ชอบทุกตรงเลยครับ” 

วิทย์แทรกขึ้น “ตอบแบบนี้ไม่จริงใจนี่หว่า”

“ก็ได้ … เราชอบที่ยิ้มพูดค่ะตลอดเวลา ฟังดูน่ารัก” เขาตั้งใจประชดโชเฟอร์ “เวลายิ้มเรียก รุ่งคะ อย่างเงี้ยนะ ฟังแล้วเข่าอ่อนเลยครับ  นี่ถ้าเรียกว่า รุ่งขา คงราดเลยครับ”

ยิ้มหัวเราะ “อะไรราดคะ”

“ฉี่ครับ เราฟังอะไรหวาน ๆ แล้วฉี่จะราด”

เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน ฝนสั่นหัวเบา ๆ เธอไม่ค่อยจะได้เจอกับคนทะเล้นแบบนี้บ่อยนัก

รุ่งเอนหลังมาพิงเบาะ แล้วเริ่มมองบรรยากาศริมคลอง  การสนทนาในรถดำเนินต่อไปโดยวิทย์และยิ้ม 

รุ่งเหลือบไปมองวิทย์แล้วทำปากมุบมิบ  ไอ้เพื่อนจอมกะล่อน ไหนบอกว่าพูดต่อหน้าสาวไม่เป็น เขานึกในใจ

รถถูกหยุดรอไฟจราจรที่สี่แยก  ทางม้าลายข้างหน้า
มีชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูงจูงเด็กชายอายุประมาณห้าหกขวบเดินข้ามถนน 
ชายคนนั้นสวมเสื้อเชิร์ทแขนสั้นสีขาวแล้วปล่อยชาย กางเกงขายาวสีดำ  ภาพนี้ดึงความรู้สึกลึก ๆ ในใจออกมาได้ทันที 

ผู้ชายที่สวมเสื้อเชิร์ทแขนสั้นสีขาว ปล่อยชาย และ ใส่กางเกงขายาว คือ ลักษณะของผู้ชายที่เต็มไปด้วยความรักความเมตตา เป็นผู้ชายที่เขารอคอย อยากจะได้มีโอกาสกอดอีกสักครั้ง

ชายคนนั้นจูงเด็กน้อยข้ามถนนไปทางถนนเลียบตลิ่ง

เมื่อเด็กน้อยก็ถูกปล่อยมือ เหมือนความอิสระที่รออยู่ เด็กเริ่มวิ่งอย่างเร็ว  ดูท่าทางมีความสุขกับที่โล่งบนทางเดิน 

รุ่งจ้องมองไปยังสองพ่อลูกคู่นี้เหมือนกับเขาได้พาตัวเองหลุดจากบรรยากาศภายในรถไปแล้ว 

เขาสามารถเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าได้  อีกไม่กี่อึดใจ คุณพ่อก็จะต้องวิ่งตามไปแล้วฉวยตัวเด็กน้อยขึ้นมาอุ้ม แล้วเด็กคนนั้นก็จะหัวเราะทันทีที่รู้ตัวว่าถูกคุณพ่ออุ้ม

ไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียว  รถเริ่มออกตัว

ชายคนนั้นเริ่มวิ่งตามเด็กน้อย เขาตะโกนไล่หลัง เด็กน้อยเริ่มวิ่งเร็วขึ้น ไม่กี่ก้าวถัดมา เขาก็ถึงตัวเด็กน้อย แล้วทั้งสองมือของเขาก็ฉวยตัวเด็กน้อยจากด้านหลัง ระหว่างพลิกตัวกลับมา รุ่งได้เห็นเด็กน้อยหัวเราะร่า 

เขาสามารถรู้สึกถึงเสียงหัวเราะของทั้งคู่ถึงแม้เขาจะอยู่ในรถ

รถวิ่งผ่านพ่อลูกคู่นี้ไปแล้ว รุ่งยังเหลียวหลังไปมองจนภาพนั้นค่อย ๆ ลับตาไป

“เฮ่ย… เหล่สาวอีกเหรอวะ เดี๋ยวก็คอหักหรอก”
เสียงวิทย์ดังขึ้น เรียกสมาธิของเขากลับเข้ามาในรถอีกครั้ง

รุ่งหันกลับมาสั่นหัว
“มึงเป็นอะไรวะ ไม่สบายหรือเปล่า” วิทย์ถาม

รุ่งสั่นหัวอีกครั้ง

มันก็เท่านั้น สิ่งที่ผ่านมาแล้ว ต้องปล่อยให้มันผ่านไป เราต้องอยู่กับปัจจุบัน เขาคิดแล้วก็ผงกหัวให้กับตัวเอง

ไม่นานนัก รถก็มาถึงคลองแปด

“ถึงคลองแปดแล้วทำยังไงคะ” โชเฟอร์คนสวยถามขึ้น

“ถึงแล้วก็ยกมือไหว้ซีครับ” รุ่งตอบทันที

โชเฟอร์ไม่ตลกด้วย เธอถอนหายใจแล้วมองรุ่งจากกระจกส่องหลัง

รุ่งส่งยิ้มให้แบบกวน ๆ

“เลี้ยวซ้ายซอยข้างหน้าครับ”

ฝนมองตรงไปข้างหน้า “เลี้ยวซ้ายไปถนนเล็ก ๆ นี่เหรอคะ”

“รถคุณนี่ ซื้อไว้ขับเฉพาะถนนใหญ่เหรอ ขับในถนนเล็กไม่ได้เหรอ ?”

วิทย์กลัวเพื่อนจะทะเลาะกับเจ้าของรถ รีบเข้าห้ามทัพ

“เฮ้ย รุ่ง บอกเขาไปซีวะ ให้ผู้หญิงขับรถแล้วยังแกล้งเขาอีก ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย”

รุ่งหันมามองเพื่อน “อ้าว ก็กูบอกไปแล้วนี่ว่าให้เลี้ยวซ้าย กูไม่ได้แกล้งนี่หว่า”

โตโยต้าสีเขียว วิ่งมาจนสุดถนนปูน กลายเป็นถนนราดยางมะตอย ข้างถนนเริ่มเป็นทุ่งหญ้า เส้นทางนี้ไม่คุ้นเคยกับคนในรถ ยกเว้นรุ่ง

ยิ้มขมวดคิ้วเมื่อเห็นข้างทางไม่มีบ้านอยู่อาศัย มีแต่ทุ่งหญ้า

“รุ่งค่ะ ไม่ผิดทางแน่นะคะ แถวนี้ยิ้มไม่เคยมาเลย”

รุ่งพูดขึ้น “นั่นนะสิครับ ยิ้มขา รุ่งก็ว่ายังงั้นเหมือนกัน”

โชเฟอร์ชะลอรถทันที

รุ่งร้องขึ้น “อ้าวเบรคทำไมครับ”

โชเฟอร์จอดรถสนิท แล้วหันหน้ามา

“เมื่อกี๊ยิ้มบอกว่าไม่เคยมาแถวนี้ แล้วเธอก็บอกว่าเป็นยังงั้นเหมือนกัน แล้วนี่จะให้ขับไปไหน ?”

ฝนพูดเรียบ ๆ แต่ดูจริงจัง

“ปล่าว ผมไม่ได้บอกว่าผมไม่เคยมา ผมบอกว่าผมก็คิดว่า ยิ้มน่ะคงไม่เคยมา”

ฝนหลับตาแล้วถอนหายใจ เธอควรจะสงบสติอารมณ์ ไม่เช่นนั้น นายจอมกวนคนนี้ จะเป็นคนแรกในชีวิตของเธอ ที่ต้องถูกเธอไล่ลงจากรถ   โชเฟอร์สาวหันกลับไป แล้วเริ่มออกรถ

วิทย์นั่งเกร็งด้วยใจไม่เป็นสุข ไม่รู้เขาคิดผิดหรือถูก ที่ดันทุรังพาเพื่อนที่กวนส้นเท้าที่สุดมาในวันเดทครั้งแรกของเขา

“เลี้ยวขวาซอยข้างหน้าครับ”

(อ่านหน้าต่อไป)