ตอน 7 หน้า 1

วันของนายซ่ง

สั่งซื้อ หนังสือนิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก ราคา 380 บาท

สระว่ายน้ำ โสภิณ

....มีผู้คนทั้งหนุ่มสาว และ เด็ก ๆ มาใช้บริการอย่างคับคั่ง ค่าบริการของสระโสภิณอยู่ในอัตราค่อนข้างแพง จึงมีผู้ใช้บริการที่มีฐานะปานกลางขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่

สระว่ายน้ำ

รุ่งโรจน์มาถึงบริเวณสโมสรได้สักพัก  เขาอยู่ในชุดลำลอง เสื้อเชิร์ทสีน้ำเงินแขนยาวพับแขน กางเกงลำลองขายาวสีกากี รองเท้าผ้าใบ
เขายืนอยู่ริมรั้วมองหาวิทย์  รุ่งไม่อยากเดินเข้าไปในสโมสร เขาไม่ชอบท่าทีชองผู้คนในสโมสรประเภทนี้สักเท่าไหร่

รถโตโยต้าสีเขียวจอดเทียบที่ลานจอดรถ  ประตูรถถูกเปิดออก

สาววัยรุ่นเจ้าของความสูงขนาดเกือบร้อยเจ็ดสิบเซ็นติเมตรก้าวลงจากรถ 

เธอคือฝน อดีตดาวมหาวิทยาลัยที่เป็นที่กล่าวขวัญเมื่อห้าหกปีก่อน

ฝน

ฝนปล่อยผมยาวสยายอยู่บนบ่า เธออยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์สามส่วนสีดำ  เธอกำลังเดินมุ่งหน้าไปที่สโมสร  ฝนสังเกตุเห็นรุ่งซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ รั้วสโมสร หน้าตาคุ้น ๆ เหมือนกับเคยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน

เธอเดินเข้ามาหารุ่ง
“นี่เธอ เด็กหอการค้าหรือเปล่า ?” เธอพูดห้วน ๆ

รุ่งหันมาเห็นเธอ เขาเลิกคิ้ว

“ใช่”

“อยู่ห้องเอใช่มั้ย ? เคยเห็น”

“ใช่ครับ  มาว่ายน้ำเหรอ ?”

“ไม่ได้ว่ายหรอก มาหาเพื่อน” เธอตอบ

“ผมก็มาหาเพื่อนเหมือนกัน โน่นไงครับ นั่งอยู่นั่น”
รุ่งชี้นิ้วไปยังวิทย์ และ ยิ้ม

ฝนมองตามไป
“เธอรู้จักยิ้มเหรอ ? ”

รุ่งเลิกคิ้วถาม
“ทำไมครับ ? ไม่เคยเห็นผมยิ้มหรือไงครับ ? ”

ฝนหัวเราะ “ไม่ใช่  หมายถึง เพื่อนฉัน โน่น ชื่อยิ้ม รู้จักหรือเปล่า ? ”

“อ้อ… รู้ครับ เคยคุยกัน แล้วรู้จักไอ้ตัวนั้นมั้ยครับ ? ” รุ่งชี้มือไปที่วิทย์

“ไหน ตัวอะไร ? ” เธอมองตามมือเขา

“ก็ไอ้ตัวที่เพื่อนคุณนั่งคุยด้วยน่ะ  เพื่อนผมครับ ชื่อวิทย์”

ฝนหัวเราะ “ไม่เคยเห็นหรอก เด็กหอ ฯ เหมือนกันหรือเปล่า ? ”

“ใช่ครับ ไม่เคยเห็นหรือครับ ?   ไอ้ตัวนี้มันหายากครับ นาน ๆ จะมาเพ่นพ่านให้เห็นซักที”

รุ่งพูดหน้าตาเฉย เขายืนมองไปที่วิทย์

ฝนหัวเราะคำพูดและท่าทางเขา ดูช่างกวนซะจริง ๆ


“สนิทกันเหรอ ? เอ… ไม่ยักรู้ว่ายิ้มรู้จักเพื่อนห้องเอด้วย”

รุ่งหันมา “ธรรมดาไอ้วิทย์มันใส่แว่นครับ พอถอดแว่นแล้วเลยไม่คุ้น”

ฝนพูดขึ้น “เดี๋ยวฝนไปนั่งคอยที่สโมสรก่อน จะไปนั่งด้วยกันมั้ย ? ”

รุ่งมองไปที่สโมสร “ไม่ดีกว่า คนเยอะ ไปเถอะ เดี๋ยวผมเดินรออยู่แถวนี้”

ฝนมองไปที่สโมสร เธอเห็นด้วยว่าคนพลุกพล่านเหลือเกิน

“งั้นไปรอที่ห้องอาหารก่อนก็ได้ ไปมั้ย ? ”
รุ่งมองไปที่ห้องอาหาร “ได้ ก็ได้”


ฝนเดินนำรุ่งไปที่ห้องอาหาร
ทั้งสองได้ที่นั่งติดกับกระจก มองเห็นสระใหญ่ที่กว้างและดูสบายตา  โต๊ะข้าง ๆ มีหนุ่มในวัยเดียวกันสามสี่คนนั่งอยู่


“เธอไม่ว่ายน้ำกับเขาด้วยเหรอ ? ”
รุ่งยิ้มมุมปาก “ว่ายไม่เป็นครับ โดดลงไปนี่ก็ตายแล้ว”
“แล้วทำไมไม่หัดล่ะ ? ”
“คุณจะสอนเหรอ ? ” เขาเลิกคิ้วถาม

ฝนเงียบ เธอนึกเกลียดขี้หน้ารุ่งกับคำพูดกวน ๆ ของเขาขึ้นมาทันที  ฝนหันไปมองทางอื่นเพื่อฆ่าเวลา

หนุ่มโต๊ะข้าง ๆ เริ่มส่งยิ้มให้ฝน  เธอทำเป็นเฉยแล้วเชิดหน้า


สักพักหนึ่ง สาวหน้าหมวย ตัวเล็กกระทัดรัด เดินออกมาจากสโมสรในสภาพผมยังไม่แห้งสนิท
สะพายย่ามเดินเข้าห้องอาหาร เห็นเพื่อนก็ทักขึ้นทันที

“ฝน มาแล้วเหรอ ? ”

ฝนโบกมือให้  ยิ้มค่อย ๆ เดินผ่านโต๊ะอื่นเข้ามา

สาวหมวย ส่งยิ้มให้รุ่ง

“หวัดดีค่ะ มารอวิทย์เหรอ ทำไมไม่ว่ายด้วยกันล่ะ ?”

ยิ้มเลื่อนเก้าอี้ออก แล้วทรุดตัวลงนั่งกลางระหว่างฝน และ รุ่ง

“หวัดดียิ้ม ไม่หรอก เราเป็นโรคกลัวน้ำน่ะ ยังไม่ได้ฉีดยาเลย” เขาพูดเล่นกับเธอแล้วยิ้มให้

“เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นรุ่งที่ป้ายรถตอนเช้าบ้างเลย ไม่ได้ขึ้นรถเมล์แล้วเหรอคะ ? ” ยิ้ม ยิ้มได้น่ารักสมชื่อ

“ขาไปไม่ได้ขึ้นแล้ว ติดรถคนที่บ้านไปลงที่ทำงาน แล้วยิ้มยังขึ้นรถเมล์ป้ายเดิมเหรอ ? จะได้มาดักรอเวลาเดิมทุกวัน”

รุ่งกระเซ้าเธอ เขาพูดจากับยิ้มด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าพูดกับเพื่อนเธออย่างเห็นได้ชัด

“ค่ะ ยังออกเวลาเดิม ไม่อยากออกสาย  ออกสายแล้วรถติดหน้าราม ฯ เป็นชั่วโมง”

ยิ้มหันไปหาเพื่อน “ว่าไงฝน มานานยัง ? ” เธอเอามือตบขาเพื่อน

ฝนยิ้มให้ “สักพักน่ะ”

“อ้อ แล้วนี่รู้จักกันรึยัง ? สองคนนี่” เธอหมายถึงฝนกับรุ่ง

ฝนตอบ “รู้ว่าอยู่ห้องเอ เคยเห็นหน้า”
“แต่ยังไม่รู้ชื่อ ? ” ยิ้มเลิกคิ้วถามฝน แล้วหันมาหารุ่ง “เหรอคะ ? ”

รุ่งยิ้มให้

“อ้าว แล้วนั่งคุยอะไรกันอยู่ล่ะ ?   นี่ค่ะ นี่ฝนค่ะ แต่คงไม่ต้องแนะนำมากเนอะ เธอดังอยู่แล้วนี่”
ฝนกระเซ้าเพื่อน แล้วแนะนำต่อ

“นี่ก็  รุ่ง อยู่ห้องเอแหละ ฝน” เธอหันไปพูดกับเพื่อน

ฝนได้ยินชื่อก็ขมวดคิ้ว
“รุ่ง เอ๊ะ เธอรึปล่าว ที่ ?….” เธอพูดแล้วก็หยุดกลางคัน

รุ่งมองหน้าฝน “ผมทำไมเหรอครับ ?”

“ปล่าว ไม่มีอะไรหรอก” ฝนสั่นหัว เธอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แต่ไม่อยากพูด

รุ่งหันมาถามยิ้ม “ห้องน้ำอยู่ที่ไหนครับ ? ผมขอไปเอาน้ำออกก่อน”

ยิ้มชี้ไปที่สโมสร “อยู่ข้างในนั้นค่ะ”
 

รุ่งลุกขึ้นเดินออกไป


ฝนรีบพูดขึ้น “ยิ้ม ฉันจำได้แล้ว พอได้ยินชื่อ ใช่ จำหน้าได้ด้วย แสบมากนะ”
ยิ้มขมวดคิ้ว “เธอมีอะไรกับรุ่งเหรอ ? ”
ฝนท้าวความหลัง “เธอจำตอนที่ชั้นแข่งวอลเลย์บอลคณะได้มั้ย ปีสองน่ะ ?”

เพื่อนพยักหน้า “อือ ได้”

“ก็ตอนเราแข่งแต้มสุดท้าย แล้วชนะ แล้วโค้ชกับตัวสำรองก็วิ่งลงไปกอดกัน ชั้นจำได้ว่า ไอ้นี่วิ่งลงไปด้วย”

เพื่อนเลิกคิ้ว “วิ่งลงไป… ทำไม ?”

“มันวิ่งลงไปกอดด้วยอ่ะ บ้าจริง ๆ มันวิ่งกอดไปทั่วเลย แล้วพวกเราก็ไม่รู้ตัวหรอก เพราะกำลังดีใจ คนนั้นกอดคนนี้”

ยิ้มหัวเราะชอบใจ “ฮะ ฮะ ฮ่า ๆๆๆ”

“ชั้นก็ดีใจกอดกับคนโน้นบ้างคนนี้บ้าง หันมาไอ้นี่ก็ดึงชั้นไปกอด ไม่ได้ทันระวังตัว แต่จำได้มันกอดเต็ม ๆ เลย  จำชื่อได้ เพราะเพื่อนในทีมรู้จัก บอกว่าชื่อรุ่ง”

ยิ้มยังหัวเราะไม่หยุด “เอิ๊ก ๆ ฮ่า ๆๆๆๆ… ถ้างั้น รุ่งก็จำเธอได้สิ ? ”
“ชั้นว่าไม่นะ เพราะท่าทางไม่เหมือนกับจำได้”
“แหม เค้าเคยกอดเธอเค้าจะจำไม่ได้ได้ไง ?”

“โอ้…ยิ้ม เธอรู้มั้ย ตอนนั้นไอ้บ้านี่มันกอดเกือบครึ่งทีม มันคงจะจำได้หรอกว่ากอดใครไปบ้าง คนอื่นไม่รู้นึกว่าเป็นพวกสต๊าฟโค้ช ”

ยิ้มยังหัวเราะต่อ “บ้าที่สุด เหอ ๆๆๆ ฮ่า ๆๆๆ”
    
*****************************************************************************************
    

รุ่งเดินออกจากห้องน้ำสโมสร 

...ผ่านบริเวณล๊อคเกอร์ กลุ่มสมาชิกสโมสรชายหญิงทั้งหลาย ยืนจับกลุ่มคุยกัน 

ห่างจากล๊อคเกอร์หญิงเล็กน้อย มีกลุ่มสาวรุ่นสามคนยืนคุยกันอย่างสนุกสนาน

รุ่งยืนมองสาวที่ร่างบอบบางที่สุดผมยาวหัวเราะร่าเหมือนเด็ก ๆ  ดูน่ารัก 

เธอเหลือบมาเห็น รุ่งส่งยิ้มให้ทันที 

สาวส่งยิ้มตอบพร้อมผงกหัวเล็กน้อย เหมือนกับคนเคยรู้จักกันมาก่อน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น 

เพื่อน ๆ เธอมองมาที่รุ่งด้วยความสงสัย

“ผัวะ” บ่ารุ่งถูกตบอย่างแรง

“เฮ่ย รุ่ง” เพื่อนหน้าตี๋โผล่พรวดเข้ามา “มึงรู้จักเขาเหรอวะ ? ” วิทย์ขยับแว่นแล้วมองไปทางสาวน้อย
“เปล่า” เขายักไหล่ “กูเห็นว่าน่ารักกูเลยยิ้มให้ แค่เนี้ย เขาก็ยิ้มตอบ”

วิทย์มองไปที่กลุ่มสาว ๆ

“น่ารักเชียวว่ะ มึงไม่รู้จักแน่เหรอ ? ทำไมเขายิ้มให้มึงวะ ? ”
“ไม่รู้จักจริง ๆ กูก็งงเหมือนกัน กูยิ้มให้เพราะเขาน่ารัก ไม่ได้คิดทะลึ่งเลย” รุ่งพูดซื่อ ๆ
“เออ แล้วเขาก็ยิ้มให้มึง ให้มันได้ยังงี้ซีวะ มึงนี่เจออะไรแบบนี้เรื่อยเลย”

รุ่งเชิดหน้าแล้วยักคิ้ว
“มึงไม่รู้เหรอ กูนี่แหละ เทพบุตรมาเกิด”

“ถุย พอได้ทีหน่อยยกหางเลย”

วิทย์เดินผละออกมา รุ่งหันไปมองสาวกลุ่มนั้นอีกครั้ง เขายิ้มให้เธออีกครั้งแล้วเดินตามวิทย์ออกมา

“เฮ้ยวิทย์  นี่มึงชวนยิ้มเขาหรือยัง ? มึงรู้มั้ยว่าเพื่อนเขามาด้วย ?”

วิทย์หยุดเดิน นิ่ง นึกสักครู่

“เออ กูชวนแล้ว”
รุ่งพยักหน้า “เออ ดีแล้ว มีปากก็พูดไปซะ” พูดจบรุ่งก็เดินนำเข้าห้องอาหาร

วิทย์นึกอะไรได้ก็ผลุนผลันตามเข้ามา

“รุ่ง เดี๋ยวก่อน กูจะเล่าอะไรให้ฟังก่อน” วิทย์ฉุดแขนไว้ “ไปนั่งโต๊ะโน้นคุยกันก่อน”

วิทย์ลากรุ่งมานั่งที่โต๊ะว่าง ถัดจากโต๊ะของยิ้มมาสองโต๊ะ

“อะไรวะ ?มีแผนอะไรเหรอ ? ” รุ่งชะโงกหน้ามาใกล้
“คือ กูชวนยิ้มน่ะ มึงรู้มั้ยกูชวนยังไง ? ”
“จะไปรู้ได้ไง มึงยังไม่เล่านี่ แล้วเขานัดกับฝนไว้ไปไหนกันก็ไม่รู้ มึงจะตามเขาไปหรือไง ? ”
วิทย์สั่นหัว “ไม่ใช่ เขาจะไปกับเรา”
รุ่งได้ยินก็ร้องดังลั่น “อะฮ้า….” 

ไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนจะทำได้สำเร็จ !

“ว้าว… โอมายก๊อด มายเฟรนด์ อัลเลลูยา มุสตาฟา พาราเซตามอล”

เขาหัวเราะดังลั่น “ไม่เลวเว้ย เพื่อนกู”

วิทย์เอื้อมมือมาอุดปากเพื่อน “เบา ๆ ซี่ ไอ้เวร คนทั้งห้องอาหารหันมามองมึงแล้ว”

รุ่งหัวเราะเบาลง “นี่ถ้าครั้งแรกชวนง่ายอย่างนี้  หมายความว่าเขามีใจให้มึงแล้ว”

วิทย์กลืนน้ำลาย “รุ่ง ฟังกูก่อน มันไม่ใช่ง่ายแบบนั้น กูจะบอกมึงว่ากูชวนยังไง เขาถึงยอม”

รุ่งเงี่ยหูเข้าใกล้ “ว่ามา ลูกพ่อ”

วิทย์ค่อย ๆ พูดเบา ๆ “คือ ตอนอยู่ในสระ กูก็ชวนยิ้มคุยเรื่องอื่นไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มตั้งแต่ ถามเขาว่ารู้จักมึงมั้ย เขาก็บอกว่ารู้จัก มึงรู้มั้ยว่าเขาชอบมึง ? ”

รุ่งทำตาโต “เฮ่ย พูดเป็นเล่น”

วิทย์รีบพูดต่อ “เดี๋ยว กูไม่ได้หมายความว่าชอบแบบนั้น กูหมายถึง เขาชอบอัธยาศัยมึงที่คุยสนุก แล้วก็เป็นกันเอง”

“อ้อ แล้วไป” รุ่งถอนหายใจ

“แล้ววันนี้ จริง ๆ เขานัดฝนไว้ไปดูหนังรอบเย็น  ทีแรกกูก็คิดว่าคงชวดแล้ว เลยนึกอะไรได้ กูเลยบอกยิ้มว่า กูกำลังจะช่วยมึงทำอะไรบางอย่าง แต่ถ้ามีเขาร่วมมือด้วย ก็จะยิ่งง่ายขึ้น เขาจะช่วยมั้ย เขาก็บอกว่าเอาสิ ถ้าเขาทำได้เขาจะทำ”

รุ่งขมวดคิ้ว “มึงให้เขาช่วยอะไรกูวะ ? ”

วิทย์หยุดคิดสักพัก เขามองหน้าเพื่อนรัก แต่ไม่กล้าพูด

“เฮ่ย มึงจะบอกกูมั้ย ? เงียบทำไมวะ ? ”

“กูบอกยิ้มว่า เราสองคนอยากชวนฝนไปกินข้าวเย็นด้วยกันเย็นนี้ ไปกันสี่คน กูบอกเขาว่า มึงชอบฝน อยากให้เขาช่วยเป็นแม่สื่อหน่อย”

รุ่งได้ยินชัดเจน เขาทำตาโต มองหน้าเพื่อนรัก แล้วตะโกนลั่น

 “อ้ายชิบหาย ! ”

แล้วเท้าเขาก็ไวเท่าความคิด เขาถีบเก้าอี้ที่เพื่อนรักนั่งอยู่ล้มหงายลงกับพื้น

“เหวอ….." โครม !   "…โอ๊ย”

สายตาของคนทั้งห้องอาหาร หันมามองหนุ่มที่น่าสงสาร หงายหลังนอนอยู่บนพื้น เสียงสาวบางคนร้องว้ายตามไปด้วย ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ มาจากมุมอื่นของห้อง

รุ่งลุกขึ้นยืน ทำท่าจะด่าต่อ “ไอ้สันดาน….”

วิทย์รีบลุกพรวดขึ้นมาจากพื้นแล้วยื่นมือเข้าไปอุดปากรุ่ง

ยิ้มกับฝน มองมาอย่างหน้าตาตื่น

วิทย์ล็อคคอรุ่งแล้วลากเดินออกไปนอกห้องอาหาร

“ปล่อยกู ไอ้ลูกหมา กระเดือกกูจะพังแล้ว” รุ่งร้องอู้อี้

วิทย์ยอมปล่อย “เออ เออ ปล่อยแล้ว อย่าตะโกนอีกนะเว้ย”

รุ่งตั้งตัวได้เริ่มด่าต่อ “มึงน่ะมึง ทำไมมึงสันดานอย่างนี้วะ ? พูดหมา ๆ อย่างนั้นได้ไง ? ไอ้ห่า กูเคยไปชอบอะไรนังฝนนั่น ? ”

วิทย์ยิ้มแหย ๆ “เฮ่ย คนเขาออกสวย  มึงกะกูยังเคยวิ่งไล่กอดเค้าเลย”

เพื่อนจ้องหน้า “กูเหรอ ? วิ่งไล่กอดเค้า เมื่อไหร ? ่”

“ก็ตอนแข่งวอลเลย์ไง ที่มีมึงกูกะไอ้จิ๊บ วิ่งไปกอดกับพวกนักกีฬาไง”

รุ่งหยุดคิด “แล้วฝนนี่อยู่ในทีมด้วยเหรอ ? ”
“อยู่ซีวะ ก็ดรัมเมเยอร์คณะอะ คนที่สวยที่สุดในทีม หุ่นแบบนางแบบไง ? มึงจำได้ปะ ? ที่เราคุยกันไงว่า ถ้าชนะจะผสมโรงวิ่งไปกอดคนนี้คนแรกเลย”

ความจำเริ่มกลับมา รุ่งพยักหน้า “อ๋อ… เบอร์เก้า จำได้ ขาเรียวยังกะนางแบบ เออ…จำได้แล้ว”

รุ่งนึกแล้วก็ตลกตัวเอง
“เออ… ตอนนั้นทำไปได้ไงวะ ? บ้าชิบหาย  ตอนแรกไม่กะวิ่งไปทางนั้น จำได้กะจะกอดเบอร์ห้าตัวเล็ก ๆ ที่เป็นเฟรชชี่อะ  แต่พอวิ่งเข้าไปตรงกลาง เจ๊นี่หันมาพอดี กูกอดเลย  เต็ม ๆ เลย”

 “มีมึงคนเดียวได้กอดฝน กูกะไอ้จิ๊บชวด ได้กอดแต่พวกตกสเป๊ค  เป็นไง ? จำได้แล้ว เริ่มชอบรึยัง ?”

“อ้ายซ่งเอ๊ย” รุ่งสวนกลับ “กูไม่เคยคิดอยากจะจีบผู้หญิงแบบนี้เลย ให้โกหกกันเรื่องนี้ ไม่ได้ว่ะ เรื่องนี้กูช่วยไม่ได้ ไปหาทางอื่นแล้วกัน”

วิทย์จับแขนรุ่ง “เฮ่ย รุ่ง อย่าเพิ่งโกรธซีวะ อะไรกัน ฝนเขาทั้งสวยทั้งหุ่นดี”

รุ่งมองหน้าวิทย์เหมือนกับจะกินเลือด

“อ้ายวิทย์  มึงคบกูมาตั้งแต่เด็ก มึงเห็นกูเป็นอ้ายโง่เหมือนคนอื่นหรือไง ? ” รุ่งทิ้งคำพูดแค่นี้ เขาแน่ใจว่าเพื่อนรักเข้าใจ

“เออ เออ รู้แล้ว รู้แล้ว” วิทย์เริ่มพูดแก้ขวย “กูมันปากไวไปหน่อย ไม่ได้นึก แต่ตอนนั้นมึงไม่อยู่ กูไม่รู้จะขออนุญาตมึงยังไงนี่หว่า”

 รุ่งยืนมองหน้าเพื่อน ถอนหายใจ มองซ้ายมองขวา อารมณ์เริ่มเย็นลงบ้าง

“ถ้าให้จีบคนอื่นกูยังช่วยเออออได้  จริง ๆ น่ะ ยิ้มยังน่ารักกว่าเลย” น้ำเสียงเขาเริ่มลดลง  “แล้วพวกมึงจะไปไหนกัน ? กูไม่มีเงิน อย่าดันเลือกที่แพงแล้วกัน”

“เงินเดือนมึงได้ขึ้นหรือยัง รุ่ง ?”

เพื่อนสั่นหัว “ยัง  สงสัยเค้าไม่ขึ้นให้กูแล้ว คิดว่าเจ้านายไม่ชอบหน้ากูว่ะ”

“แล้วเดือน ๆ นึง มึงมีเงินพอใช้เหรอ ?  คนอื่นเค้าได้เงินเดือนจะสองหมื่นแล้ว มึงยังหมื่นต้น ๆ ชิบหายเอ๊ย ลาออกมาอยู่บริษัทกูเหอะ บริษัทกูยังรับเซลส์ใหม่อีก”

“วัน ๆ กูไม่ได้ใช้อะไรมาก ก็ยังพอเลี้ยงตัวได้ แต่เดือนนี้ กูเก็บเงินซื้อของขวัญวันเกิดให้คุณย่า เลยต้องเซฟ ๆ หน่อย”

“อือ… ต้องเอาของขวัญไปให้หลังเที่ยงคืนอีกหรือเปล่า ?”

“ปีนี้ ไม่ต้องปีนเข้าไป น้องวิจะช่วยเปิดประตูให้”

”แม่ง…ชีวิตมึงนี่แปลก จะเข้าไปหาย่าตัวเองต้องหลบ ๆ ซ่อน  เรื่องค่าแดกไม่ต้องห่วงหรอก กูออกให้”

 “ไม่ต้อง ไม่ต้อง กูออกเอง  แต่คืนนี้ ก่อนจะแยกกัน มึงต้องเล่าความจริงให้ยิ้มฟัง แล้วถ้าฝนรู้เรื่องนี้แล้ว มึงก็ต้องไปเล่าให้เขาฟังด้วย อย่าให้เขาเข้าใจกูผิด”

วิทย์ชูสามนิ้วขึ้นเหมือนลูกเสือ “ข้ายอมรับผิด และจะปฏิบัติตามครับผม”

รุ่งยื่นมือไปเขกหัววิทย์อย่างแรง  แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องอาหาร วิทย์คลำหัวป้อย ๆ แล้วเดินตามเข้าไป

ทันทีที่ทั้งสองเดินถึงโต๊ะ ยิ้มก็ยิงคำถาม

“เกิดอะไรขึ้นคะ ทั้งคู่ ? คนทั้งห้องอาหารเขาตกใจหมดเลย นึกว่าจะฆ่ากันแล้ว” เธอยิ้มไปพูดไป
ทั้งสองค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่ง

วิทย์เริ่มอธิบาย “ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ล้อกันเล่นสนุก ๆ”

รุ่งนั่งยิ้ม แต่ไม่ได้พูดอะไร 

ฝนเห็นหน้าวิทย์ก็จำได้ เมื่อเขาใส่แว่น… นี่ก็ลิงอีกตัวที่วิ่งเข้าไปผสมโรงกอดกับนักกีฬาสาวในตอนนั้น

ยิ้มหันมาถามรุ่ง
“ตกลง รุ่งจะพาเราไปกินข้าวที่ไหนเหรอคะ ? ที่บอกว่าเป็นของคนรู้จัก อยากให้ช่วยอุดหนุน เมื่อกี๊ยิ้มคุยกับฝนแล้ว ตกลงว่ายกเลิกดูหนังไปก่อน หนังเพิ่งเข้า คนคงเยอะ ไม่อยากไปเบียดกันซื้อตั๋ว”

รุ่งหันมาทางวิทย์ ทำตาดุ เป็นสัญญาณการถามด้วยสายตาว่า มึงไปโกหกอะไรอีกวะ ?

รุ่งหันกลับมาหาเธอ แล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้ม
“เอ่อ….ครับ แล้วเราจะไปยังไงล่ะครับ ? ”

ฝนพูดขึ้น “ไปรถฝนก็ได้ ฝนเอารถมา”

“น่าน ดีเลยครับ มีรถ  สรุปว่า เราทานกันที่นี่ก็แล้วกัน” รุ่งพูดหน้าตาเฉย

วิทย์เอื้อมมือมาตบหัวรุ่งเบา ๆ “พูดเล่นอยู่ได้ รีบบอกมาเร็ว”

รุ่งนึกสักครู่ “ขับไปแถวคลองแปด พอถึงแถวนั้นแล้วผมจะบอกทางให้”

ฝนพยักหน้า “ได้ค่ะ”

********************************************************************************************
ห้องอาหาร

ทั้งหมดพากันลุกจากโต๊ะเดินออกมาจากห้องอาหาร

รุ่งเดินก้มหน้าถอนหายใจไม่นึกว่าเพื่อนจะกลับตัวมากะล่อนได้ขนาดนี้

ฝนเดินนำพรรคพวกไปที่รถ ยิ้มเดินไปที่นั่งด้านหน้า

รุ่งกำลังยืนอยู่ท้ายรถ มองเห็นสาวน้อยผมยาวที่น่ารักคนนั้นเดินออกมากับเพื่อน 
รุ่งยืนรอจนเธอมองมา เขายิ้มให้ แล้วเริ่มทัก
“มาว่ายน้ำที่นี่ประจำเหรอครับ ?”

เพื่อน ๆ เธอหยุดรอ  สาวน้อย ยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง
“ค่ะ มาทุกเสาร์  ไปก่อนนะคะ” เธอยิ้มแล้วโบกมือให้

รุ่งโบกมือให้ แล้วเดินอ้อมไปทางประตูหลังด้านซ้าย

ทันทีที่ รุ่งปิดประตูรถ วิทย์ก็เริ่ม
“แหม… เสน่ห์เยอะจัง มาว่ายน้ำที่นี่ประจำเหรอจ๊ะ” วิทย์ดัดเสียงยาน ๆ

รุ่งยักคิ้วให้ “เป็นไงวะ ? ลูกใครหว่า น่ารักจังเลย” เขาหันหลังกลับไปมอง

ฝนเริ่มออกรถ

ยิ้มหันมาถาม “ใครเหรอค่ะ ? รุ่ง เพื่อนรุ่งเหรอ ? ”
รุ่งชะโงกหน้ามาตอบ “ปล่าวครับ ใครก็ไม่รู้ เจอกันในสโมสร เห็นกำลังหัวเราะ มีลักยิ้ม ที่สำคัญ เวลาหัวเราะแล้วดูจริงใจจังเลย เรายืนดูยังยิ้มไปด้วยเลย พอดีเขาหันมา ก็เลยส่งยิ้มให้ รับไปเต็ม ๆ เลย”

ยิ้มผงกหัว “โห… ดูละเอียดจังเลย หัวเราะจริงใจ ดูยังไงเนี่ย ? แล้วเขาทำไงคะ ? ”
“เขาก็ยิ้มให้ครับ เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เหมือนกับเคยมีความสัมพันธ์กันมาแต่ปางก่อน”

“มากไป มากไป” วิทย์ขัดขึ้นมา

รุ่งหันมาเหล่ “ก็ทีมึงล่ะ เจอกันสองครั้งยังหวังถึงแต่งงานเลย” เขากัดเพื่อนให้เต็ม ๆ

วิทย์ถลึงตามอง แต่ไม่กล้าทำอะไร ทั้ง ๆ ที่อยากจะเตะเพื่อนปากหมาเสียเต็มที

ยิ้มหัวเราะ “สาวไหนเหรอค่ะวิทย์ ? อยากเห็นจังเลย”
รุ่งยื่นหน้าเข้าไปหา “อยากเห็นมั้ยล่ะ ยิ้ม ? …”

ไม่ทันที่เขาจะพูดต่อ วิทย์เอื้อมมือกระชากผมรุ่ง หน้าหงาย

“เอ๋อ…โอ๊ย” รุ่งยกมือขึ้นปัดแขนเพื่อน
วิทย์ทำตาโต “เงียบเลย โน่น เตรียมบอกทางฝนซะ”

ยิ้มหัวเราะ ฝนเหลือบมองกระจกหลังแล้วก็หัวเราะตาม

รถแล่นออกถนนใหญ่ รังสิต - นครนายก ยามโพล้เพล้พระอาทิตย์ใกล้จะลับหลังคาบ้าน ทำให้บรรยากาศริมคลองดูเย็นสบาย

“รุ่ง ชอบผู้หญิงแบบนั้นเหรอคะ ? ” ยิ้มเริ่มทำหน้าที่แม่สื่อ
รุ่งยิ้ม “แบบไหนครับ ? แบบเด็กคนนั้นเหรอ ? ใครบ้างล่ะที่ไม่ชอบ น่ารักจะตาย”
“รุ่ง ชอบผู้หญิงผมยาวเหรอคะ ? ”

รุ่งนึกสักพัก “เอ่อ… ก็ ไม่ได้เกี่ยวกับผมยาวหรือสั้นหรอกครับ บางครั้งมันก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน จู่ ๆ มันจะชอบก็ชอบน่ะ”

“แล้วสาว ๆ ที่หอ ฯ ก็เยอะแยะเลย มีชอบใครบ้างมั้ยคะ ? ”

รุ่งตอบพรวด “ชอบยิ้มไง ! ” แล้วเขาก็หันไปยักคิ้วกับเพื่อนรัก

“ชอบยิ้มตรงไหนเหรอคะ ? ” เธอหัวเราะเบา ๆ

“ชอบทุกตรงเลยครับ” 

วิทย์แทรกขึ้น “ตอบแบบนี้ไม่จริงใจนี่หว่า”

“ก็ได้ … เราชอบที่ยิ้มพูดค่ะตลอดเวลา ฟังดูน่ารัก” เขาตั้งใจประชดโชเฟอร์ “เวลายิ้มเรียก รุ่งคะ อย่างเงี้ยนะ ฟังแล้วเข่าอ่อนเลยครับ  นี่ถ้าเรียกว่า รุ่งขา คงราดเลยครับ”

ยิ้มหัวเราะ “อะไรราดคะ ? ”

“ฉี่ครับ เราฟังอะไรหวาน ๆ แล้วฉี่จะราด”

เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน ฝนสั่นหัวเบา ๆ เธอไม่ค่อยจะได้เจอกับคนทะเล้นแบบนี้บ่อยนัก

รุ่งเอนหลังมาพิงเบาะ แล้วเริ่มมองบรรยากาศริมคลอง  การสนทนาในรถดำเนินต่อไปโดยวิทย์ และ ยิ้ม 

รุ่งเหลือบไปมองวิทย์แล้วทำปากมุบมิบ  ไอ้เพื่อนจอมกะล่อน ไหนบอกว่าพูดต่อหน้าสาวไม่เป็น เขานึกในใจ

รถถูกหยุดรอไฟจราจรที่สี่แยก  ทางม้าลายข้างหน้า
มีชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูงจูงเด็กชายอายุประมาณห้าหกขวบเดินข้ามถนน 
ชายคนนั้นสวมเสื้อเชิร์ทแขนสั้นสีขาวแล้วปล่อยชาย กางเกงขายาวสีดำ  ภาพนี้ดึงความรู้สึกลึก ๆ ในใจออกมาได้ทันที 

ผู้ชายที่สวมเสื้อเชิร์ทแขนสั้นสีขาว ปล่อยชาย และ ใส่กางเกงขายาว คือ ลักษณะของผู้ชายที่เต็มไปด้วยความรักความเมตตา เป็นผู้ชายที่เขารอคอย อยากจะได้มีโอกาสกอดอีกสักครั้ง

ชายคนนั้นจูงเด็กน้อยข้ามถนนไปทางถนนเลียบตลิ่ง

เมื่อเด็กน้อยก็ถูกปล่อยมือ เหมือนความอิสระที่รออยู่ เด็กเริ่มวิ่งอย่างเร็ว  ดูท่าทางมีความสุขกับที่โล่งบนทางเดิน 

รุ่งจ้องมองไปยังสองพ่อลูกคู่นี้เหมือนกับเขาได้พาตัวเองหลุดจากบรรยากาศภายในรถไปแล้ว 

เขาสามารถเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าได้  อีกไม่กี่อึดใจ คุณพ่อก็จะต้องวิ่งตามไปแล้วฉวยตัวเด็กน้อยขึ้นมาอุ้ม แล้วเด็กคนนั้นก็จะหัวเราะทันทีที่รู้ตัวว่าถูกคุณพ่ออุ้ม

ไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียว  รถเริ่มออกตัว

ชายคนนั้นเริ่มวิ่งตามเด็กน้อย เขาตะโกนไล่หลัง เด็กน้อยเริ่มวิ่งเร็วขึ้น ไม่กี่ก้าวถัดมา เขาก็ถึงตัวเด็กน้อย แล้วทั้งสองมือของเขาก็ฉวยตัวเด็กน้อยจากด้านหลัง ระหว่างพลิกตัวกลับมา รุ่งได้เห็นเด็กน้อยหัวเราะร่า 

เขาสามารถรู้สึกถึงเสียงหัวเราะของทั้งคู่ถึงแม้เขาจะอยู่ในรถ

รถวิ่งผ่านพ่อลูกคู่นี้ไปแล้ว รุ่งยังเหลียวหลังไปมองจนภาพนั้นค่อย ๆ ลับตาไป

“เฮ่ย… เหล่สาวอีกเหรอวะ ? เดี๋ยวก็คอหักหรอก”
เสียงวิทย์ดังขึ้น เรียกสมาธิของเขากลับเข้ามาในรถอีกครั้ง

รุ่งหันกลับมาสั่นหัว
“มึงเป็นอะไรวะ ? ไม่สบายหรือเปล่า ? ” วิทย์ถาม

รุ่งสั่นหัวอีกครั้ง

มันก็เท่านั้น สิ่งที่ผ่านมาแล้ว ต้องปล่อยให้มันผ่านไป เราต้องอยู่กับปัจจุบัน เขาคิดแล้วก็ผงกหัวให้กับตัวเอง

ไม่นานนัก รถก็มาถึงคลองแปด

“ถึงคลองแปดแล้วทำยังไงคะ ? ” โชเฟอร์คนสวยถามขึ้น

“ถึงแล้วก็ยกมือไหว้ซีครับ” รุ่งตอบทันที

โชเฟอร์ไม่ตลกด้วย เธอถอนหายใจแล้วมองรุ่งจากกระจกส่องหลัง

รุ่งส่งยิ้มให้แบบกวน ๆ

“เลี้ยวซ้ายซอยข้างหน้าครับ”

ฝนมองตรงไปข้างหน้า “เลี้ยวซ้ายไปถนนเล็ก ๆ นี่เหรอคะ ? ”

“รถคุณนี่ ซื้อไว้ขับเฉพาะถนนใหญ่เหรอ ? ขับในถนนเล็กไม่ได้เหรอ ?”
แดดยามบ่าย
วิทย์กลัวเพื่อนจะทะเลาะกับเจ้าของรถ รีบเข้าห้ามทัพ

“เฮ้ย รุ่ง บอกเขาไปซีวะ ให้ผู้หญิงขับรถแล้วยังแกล้งเขาอีก ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย”

รุ่งหันมามองเพื่อน “อ้าว ก็กูบอกไปแล้วนี่ว่าให้เลี้ยวซ้าย กูไม่ได้แกล้งนี่หว่า”

โตโยต้าสีเขียว วิ่งมาจนสุดถนนปูน กลายเป็นถนนราดยางมะตอย ข้างถนนเริ่มเป็นทุ่งหญ้า เส้นทางนี้ไม่คุ้นเคยกับคนในรถ ยกเว้นรุ่ง



ยิ้มขมวดคิ้วเมื่อเห็นข้างทางไม่มีบ้านอยู่อาศัย มีแต่ทุ่งหญ้า

“รุ่งค่ะ ไม่ผิดทางแน่นะคะ ? แถวนี้ยิ้มไม่เคยมาเลย”

รุ่งพูดขึ้น “นั่นนะสิครับ ยิ้มขา รุ่งก็ว่ายังงั้นเหมือนกัน”

โชเฟอร์ชะลอรถทันที

รุ่งร้องขึ้น “อ้าวเบรคทำไมครับ ? ”

โชเฟอร์จอดรถสนิท แล้วหันหน้ามา

“เมื่อกี๊ยิ้มบอกว่าไม่เคยมาแถวนี้ แล้วเธอก็บอกว่าเป็นยังงั้นเหมือนกัน แล้วนี่จะให้ขับไปไหน ?”

ฝนพูดเรียบ ๆ แต่ดูจริงจัง

“ปล่าว ผมไม่ได้บอกว่าผมไม่เคยมา ผมบอกว่าผมก็คิดว่า ยิ้มน่ะคงไม่เคยมา”

ฝนหลับตาแล้วถอนหายใจ เธอควรจะสงบสติอารมณ์ ไม่เช่นนั้น นายจอมกวนคนนี้ จะเป็นคนแรกในชีวิตของเธอ ที่ต้องถูกเธอไล่ลงจากรถ   โชเฟอร์สาวหันกลับไป แล้วเริ่มออกรถ

วิทย์นั่งเกร็งด้วยใจไม่เป็นสุข ไม่รู้เขาคิดผิดหรือถูก ที่ดันทุรังพาเพื่อนที่กวนส้นเท้าที่สุดมาในวันเดทครั้งแรกของเขา

“เลี้ยวขวาซอยข้างหน้าครับ”

อ่านหน้าต่อไป >