ตอน 60 หน้า 1/3

วัดนาคโขง

จองหนังสือนิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก กดที่นี่

แอนดี้ยืนมองน้องสาวด้วยสายตาที่สงบ ขณะที่น้องสาว ค่อย ๆ คุกเข่าลงกับพื้น แล้วก้มหัวลงกราบที่ปลายเท้าของเขา

สิงห์ต้าลู่ก้มลงประคองไหล่ซีฟ่งขึ้นมา จ้องมองใบหน้าน้องสาวด้วยสายตาแห่งความอ่อนโยน

"อาฟ่ง เธอดูแลตัวเองด้วยนะ"

หงส์น้อยพยักหน้า

"ค่ะ ขอให้พี่ใหญ่สมหวังในสิ่งที่พี่ใหญ่ต้องการ"

พี่ใหญ่ยกมือลูบหัวน้องสาวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกจากประตูบ้าน ตรงไปที่รถตู้ที่จอดรออยู่นอกประตูรั้ว

ด้านหน้าที่นั่งติดกับโชเฟอร์ชายวัยกลางคน คือ เด็กหนุ่มที่ติดรถมาช่วยขนข้าวของสัมภาระ

แอนดี้นั่งอยู่ที่เบาะหน้าในส่วนห้องโดยสาร

ฝนเริ่มปรอยลงมากระทบที่กระจกหน้ารถยนต์ เป็นที่ประหลาดใจของชายทั้งสาม

โชเฟอร์หัวเราะ หันไปพูดกับหนุ่มติดรถที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

"เดี๋ยวนี้อากาศวิปริต หน้าหนาวเดี๋ยวก็ร้อน เดี๋ยวก็มีฝน"

กำหนดเวลาเริ่มออกเดินทางของรถตู้คันนี้ คือ เก้านาฬิกาตรง เป็นฤกษ์ที่ได้มาจากเจ้าอาวาส

รถตู้เริ่มออกตัว...

สิงห์หนุ่มมองผ่านหน้าต่างรถยนต์ เห็นน้องสาวยืนโบกมืออยู่ที่หน้าประตูบ้าน

ไม่มีสิ่งใดในบ้านหลังนี้ ที่ทำให้แอนดี้รู้สึกเป็นห่วงกังวล แม้กระทั่งน้องสาวอันเป็นที่รักของเขา เขามั่นใจว่า วันนี้ ซีฟ่งตัวน้อยเมื่อวันวาน ได้กลายเป็นหงส์ที่โตเต็มที่แล้วในวันนี้ พร้อมที่จะเผชิญโลกได้ด้วยตนเอง

เบาะหลังของรถ มีสิ่งของปัจจัยต่าง ๆ ที่กำลังจะถูกขนไปถวายวัดในครั้งนี้วางอยู่อย่างเป็นระเบียบ

แอนดี้ไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปหาลูกน้องเก่า เพื่อฝากฝังเรื่องสำคัญ

ปลายทางทักทายด้วยน้ำเสียงดีใจ กึ่งตะโกน

"พี่ใหญ่ ! พี่ใหญ่เป็นยังไงบ้าง ? พี่อยู่ที่ไหน ? พี่หายดีหรือยัง ?"

พี่ใหญ่หัวเราะ

"อะไรกัน อาฉี ? ตกใจอะไรขนาดนั้นเชียว ? ฉันเริ่มดีขึ้นเยอะแล้ว อาฉี ตอนนี้สะดวกคุยหรือเปล่า ?"

"สะดวก พูดมาได้เลย พี่ใหญ่จะกลับมาทำงานเมื่อไหร่ ? พวกเรารออยู่"

แอนดี้หัวเราะเบา ๆ

"จะให้ฉันกลับไปลำบากเหมือนเดิมหรือไง ? นายน่ะ สมควรแล้วที่ต้องลำบากซะบ้าง"

เขาหยอกอดีตลูกน้อง

"อาฉี ฉันมีเรื่องจะถาม"

"ว่ามาเลย พี่ใหญ่"

"นายยังจำวันนั้น ที่ฉันถามนายว่า นายทำงานเพื่ออะไร นายจำได้มั้ย ?"

ปลายทางตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด

"จำได้สิ ฉันตอบว่า ฉันทำงานเพื่อคุณหญิง แล้วพี่ใหญ่ก็ไม่ถามอะไรต่อ จริงสิ พี่ใหญ่ถามฉันเพื่ออะไร ? แล้วฉันตอบไปอย่างนั้น มันตรงกับที่พี่ต้องการฟังหรือเปล่า ?"

คำถามของอาฉี เรียกรอยยิ้มจากแอนดี้ได้ทันที

"ฉันเองก็ไม่นึกไม่ฝันว่า นายจะตอบอะไรได้ตรงอย่างนั้น คงไม่มีใครเขาตอบอะไรแบบนี้ออกมา ถ้าเขายืนอยู่ในตำแหน่งที่นายยืน สมัยนี้ หลักสากลนิยมเขาศรัทธากันที่หลักการกันมากกว่าตัวบุคคล"

อาฉีหัวเราะ

"จริงทีเดียว ! ฉันมันเป็นคนที่ไม่ค่อยมีหลักการในการบริหารที่ดี ฉันตอบตามที่ฉันคิด หากเป็นพี่ใหญ่ ก็คงตอบได้ดีกว่าฉัน"

"ไม่ใช่เลย ! นายคิดผิด ! เพราะสิ่งที่ฉันจะตอบ ก็เหมือนกับนายไม่มีผิดเพี้ยนเลย วันนี้ ฉันถึงโทรมาถามนายว่า นายยังจำสิ่งที่นายตอบวันนั้นได้หรือไม่ เพราะฉันคิดเหมือนนาย"

ลูกน้องเก่า มีน้ำเสียงที่แสดงความประหลาดใจ

"อ้าว ! พี่ใหญ่ก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันเหรอ ? ไม่น่าเชื่อเลย !"

"แน่นอน ! ฉันก็คงจะไม่ใช่คนที่มีหลักสากลนิยมอะไรเหมือนกัน ฉันทำงานเพราะศรัทธาในตัวบุคคล มันถึงทำให้ฉันทำอะไรได้มากมายอย่างนั้น คุณหญิง เป็นคนที่ให้ทุกอย่างกับฉัน กลายเป็นว่าเราสองคน ก็เป็นคนหัวสมัยเก่าเหมือนกันจนได้นะ"

เขาพูดแล้วหัวเราะ

"อือ...! นั่นสินะ !"

"ถ้าการศรัทธาในตัวบุคคล ทำให้เราสองคน สร้างอะไรต่าง ๆ ได้มากมายขนาดนี้ สิ่งที่นายต้องทำก็คือ การทำให้คนรอบข้างศรัทธาในตัวนาย ไม่ใช่ศรัทธาในสิ่งที่จับต้องไม่ได้

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ฉันเพิ่งรับรู้เรื่องของความศรัทธาในตัวบุคคลที่ยิ่งใหญ่มหาศาล เกินกว่าที่ฉันเคยได้คิดได้คาดถึง มันย้ำให้ฉันมั่นใจในความคิดของฉัน จะไม่มีความศรัทธาในสถาบันใด ๆ ที่จะมั่นคงไปกว่า สถาบันที่มีบุคคลให้ยึดถือ นายอาจจะฟังแล้วไม่เข้าใจในวันนี้ แต่นี่เป็นสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ในเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มันคงขัดแย้งกับหลักสากลนิยมในเวลานี้"

"ไม่นะ พี่ใหญ่ สิ่งที่พี่ใหญ่คิดทุกอย่าง ฉันเชื่อว่าพี่ใหญ่คิดดีแล้ว และ ต้องมีคนที่เชื่อเหมือนพี่ใหญ่อยู่มากมาย ฉันก็คงเป็นคนหนึ่งในนั้น แต่... สิ่งใดหรือ ที่พี่ใหญ่เพิ่งได้เรียนรู้มา ?"

"ถ้าให้เล่าตอนนี้ มันก็คงจะยาวมาก พูดสั้น ๆ ก็คือ ฉันได้รู้ว่า ในโลกนี้ ได้เคยมีมนุษย์ที่สามารถเป็นที่พึ่งให้กับคนอื่นได้อย่างมหาศาลอเนกอนันต์ มนุษย์คนนั้นคือสถาบันอันมั่นคงกว่าสถาบันใด ๆ..."

ปลายทางเงียบ เพราะไม่อาจตีความตามผู้พูดได้ทุกกระบวนความ

"... แต่ นี่ก็ไม่ใช่ประเด็นที่ฉันโทรหานายในวันนี้ ฉันเพียงอยากได้ยินจากนายว่า นายยังยืนยันในคำพูดคำเดิม คือ นายจะทำทุกอย่างเพื่อคุณหญิง"

"แน่นอน ! เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ฉันเป็น"

แอนดี้พยักหน้าให้กับตัวเอง

"ฉันเชื่อคำพูดนาย แค่นี้แหละ ที่ฉันอยากได้ยิน ฉันฝากให้นายช่วยเหลือคุณหญิงให้สุดความสามารถ ฉันมั่นใจว่านายทำได้ ฉันคงต้องวางสายก่อน ขอให้นายโชคดีนะอาฉี"

"ได้ พี่ใหญ่ ! หากมีอะไรที่ฉันช่วยได้ ขอให้พี่รีบติดต่อฉันมา ขอให้พี่ใหญ่โชคดีเช่นกัน"

***********************************************************************************************

รถตู้วิ่งบนถนนวิภาวดีตลอดสายจนถึงรังสิต ท้องฟ้ามืดครึ้ม มีฝนโปรยเป็นละอองลงมาเป็นระยะ ๆ

อากาศภายในรถมีความเย็นมากขึ้นเมื่อรถวิ่งด้วยความเร็ว อาการสะลึมสะลือก็เข้ามาเยือนแอนดี้อย่างฉับพลัน

ไม่กี่นาทีถัดมา สติของเขาก็ล่องลอยหลับไหล

.... หญิงสาวแต่งกายในชุดโบราณ เกล้าผมมัดด้วยเครื่องทอง สวมผ้าซิ่นสีทองยาวคลุมตาตุ่ม ห่มสไบเฉียงพาดบ่าสีเดียวกัน ประดับด้วยดิ้นทองลายตา มือขวาถือดาบ มือซ้ายถือฝัก...

เจ้าแม่จามเทวี

ภาพนี้ปรากฏต่อหน้าของเขา

เสียงท่านลุงดังก้องมาในโสตประสาท

"ไอ้ลูกแมว ก้มลงกราบท่านซะ !"

"กราบทำไม ? เธอเป็นใคร ?"

ท่านลุงปรากฏกายขึ้นข้างหน้า ในชุดนักรบหริภุญไชยสีเลือดนก ยกนิ้วชี้ ชี้มาที่หน้าของลูกแมวจอมดื้อ

"อ้ายสันดาน ! นี่แกจะต้องรู้ทุกเรื่องเลยใช่มั้ย ? ชั้นบอกให้ทำ แกก็ไม่ยอมทำ ต้องถามก่อนทุกครั้ง อวดฉลาดมาก ชั้นจะเลิกคบกับแกตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป"

เสียงที่อ่อนนุ่มแต่ดังกังวาน มาจากแม่หญิงนางนั้น

"ไม่เป็นไรหรอก อย่าเคืองเขาเลย"

ท่านลุง หลบฉากออกไปข้าง ๆ

เธอพูดกับแอนดี้

"พ่อของคุณ มาฝากคุณให้กับฉัน ฉันยินดีต้อนรับ"

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของนาง แล้วภาพของนางก็อันตรธานหายไป

ท่านลุงกระโดดเข้ามายืนขวางหน้า แล้วหยิบด้ามมีด ประเคนลงที่หัวลูกแมวอย่างแรง

'โป๊ก !' "นี่แน่ะ ! สำหรับความอวดดีของแก"

แอนดี้สะดุ้งตื่น แล้วรีบยกมือขึ้นคลำหน้าผาก

เขากลับมีรอยยิ้มขึ้นมาแทน เมื่อรู้ว่าพรหมที่แสนใจดี ยังติดตามคอยดูแลเขาอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยห่าง

*********************************************************************************

ห้าโมงเย็น...รถตู้วิ่งเข้าเขตอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่

อากาศที่เชียงใหม่อุ่นขึ้นเล็กน้อยจากเมื่อวันก่อนหน้านี้ อุณหภูมิสิบเก้าองศาในเวลาเริ่มพลบ เป็นอากาศที่เย็นกำลังดี หนุ่มสาวชาวเชียงใหม่ใส่เสื้อกันหนาวพากันซ้อนจักรยานยนต์เพื่อเที่ยวหาของกินยามเย็น

สิงห์ต้าลู่เคยมาที่เชียงใหม่สองสามครั้ง แต่ไม่เคยมาถึงเขตหางดง

รถตู้ถูกชะลอ เพื่อเตรียมกลับรถ

แอนดี้มองเห็นป้าย 'วัดนาคโขง' ติดอยู่ริมถนน มีลูกศรชี้เข้าไปยังถนนเล็ก ๆ

รถวิ่งเข้าถนนสองเลนสวนกัน ริมถนนด้านขวาเป็นคูน้ำ

ประมาณสองกิโลเมตรจากถนนใหญ่ วัดนาคโขงตั้งอยู่ซ้ายมือของถนน

โชเฟอร์บังคับรถเลี้ยวเข้าประตูวัด

เพียงแค่เข้ามาในเขตกำแพงวัด บรรยากาศก็ดูร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ

จากประตูใหญ่ของวัด มองเห็นโบสถ์ที่สวยสดงดงามตั้งเผชิญหน้ารับแขกที่เข้ามาทางประตูใหญ่

โบสถ์วัดนาคโขง

แอนดี้จ้องมองไปยังโบสถ์อย่างไม่ละสายตา แม้แสงแดดยามเย็นในฤดูหนาวจะให้ความสว่างที่ค่อนข้างสลัวเหมือนยามใกล้ค่ำ แต่แสงเพียงน้อยนิด ก็ไม่อาจปิดกั้นความสวยงามของลวดลายรอบผนังโบสถ์ได้

รถตู้จอดสนิทแล้วที่ลานจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่

สิงห์หนุ่มเปิดประตูรถลงมา ทนไม่ไหวที่จะเดินตรงมาหน้าโบสถ์ทันที

เมื่อยืนอยู่ที่หน้าประตูโบสถ์ เขามองเห็นลวดลายศิลปะทางด้านข้างของโบสถ์ ก็งดงามแปลกตาไม่แพ้ด้านหน้า

ความตื่นตาตื่นใจเกิดขึ้นกับเขาอย่างฉับพลัน พาให้ขาทั้งสอง ก้าวเดินเลียบด้านข้างโบสถ์ไปเรื่อย ๆ ตาก็แหงนมองรายละเอียดของศิลปะบนผนังด้านนอก

เท้าทั้งสองข้าง พาเขาเดินมาหยุดอยู่ที่หลังโบสถ์ รูปปั้นของเทวดาชายหญิง และ ฤาษี เป็นที่สะดุดตา

มีแค่รูปปั้นของเจ้าแม่กวนอิมเท่านั้น ที่เขารู้จักคุ้นเคย นอกนั้น เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน

ด้านหลังของโบสถ์ มีศาลาไม้หลังเล็กสำหรับเป็นที่นั่งพัก

แอนดี้ถือโอกาสเดินตรงเข้าไปที่ศาลา แสงยามเย็นของตะวันที่กำลังจะพลบ ทำให้เขามองเห็นรูปภาพวาดที่ติดกรอบไม้ แขวนอยู่บนผนังด้านในของศาลาอย่างเลือนลาง

เขาชะโงกหัวเข้าไปในศาลา มองเห็นหลอดไฟบนเพดาน จึงเหลียวมองขึ้นลงไปตามเสาเพื่อหาสวิทช์ไฟ

"ลุกตางใดมา ?"

เสียงคุณป้าวัยประมาณห้าสิบปลาย ๆ ใสชุดม่อฮ่อมร้องทักเป็นภาษาเหนือ

แอนดี้หันไปหาเจ้าของเสียง

"ครับ"

"มาจากที่ไหนเหรอ คุณ ?"

ป้าเปลี่ยนเป็นพูดภาษากลาง

"อ๋อ...! ผมมาจากกรุงเทพฯ ครับ จะมาบวชที่นี่ พอดีเห็นภาพที่แขวนบนนั้น อยากดูให้ชัดน่ะครับ เห็นมีหลอดไฟ กำลังจะหาที่เปิดอยู่"

"อ้อ...ได้สิ ! เดี๋ยวป้าเปิดให้"

ป้าเดินขึ้นไปบนศาลา เอื้อมมือไปหลังเสา กดสวิทช์เปิดไฟ

"ป้าเป็นแม่ครัวที่นี่ คุณจะมาบวชกับใครล่ะ ? หลวงพ่อใช่มั้ย ?"

แอนดี้พยักหน้า

"ครับ บวชกับหลวงพ่อสอนครับ เจ้าอาวาส"

แม่ครัวพยักหน้า

"วันนี้หลวงพ่อสอนไปลำปางน่ะ พรุ่งนี้สาย ๆ ก็กลับ เดี๋ยวคุณไปหาหลวงพี่กิมได้ที่เรือนรับแขกจ้ะ หลวงพี่กิมท่านจะเป็นฝ่ายดูแลคนมาบวชใหม่"

แอนดี้พยักหน้ารับรู้ เขามองขึ้นไปบนภาพที่แขวนบนศาลาอีกครั้ง ไฟแรงเทียนจากเพดานส่องสว่าง ทำให้เห็นรูปภาพอย่างชัดเจน

เป็นรูปวาดของสาวที่อยู่ในชุดแต่งกายโบราณ สวมมงกุฏ นั่งอยู่บนที่นั่งสำหรับเจ้าเมือง ด้านข้างมีฤาษีอยู่สองตนนั่งในส่วนที่นั่งที่ต่ำกว่า ข้างหน้าคือกลุ่มคนชายหญิงกำลังคุกเข่าที่พื้นยกมือขึ้นพนมไหว้เธอ

เจ้าแม่จามเทวี

สิงห์ต้าลู่เพ่งมองหญิงสาวในรูปให้แน่ใจ

ผู้หญิงที่อยู่ในรูปนี้ คือ ผู้หญิงที่ปรากฏในภาพความฝันชั่วครู่เมื่อเช้านี้

เขาถามขึ้นทันที

"ป้าครับ ผู้หญิงในรูปนี้คือใครครับ ?"

แม่ครัวมองขึ้นไปที่ภาพ แล้วยกมือไหว้

"นี่เป็นรูปของเจ้าแม่จามเทวี"

แอนดี้เลิกคิ้ว เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

"เจ้าแม่จามเทวี คือใครครับ ?"

"ท่านเป็นเจ้าครองนครสมัยหริภุญไชย เจ้าครองนครน่ะ ก็เปรียบเหมือนกษัตริย์นั่นแหละ เค้าร่ำลือกันว่า วัดนาคโขงนี่ เป็นวัดหนึ่งที่เจ้าแม่จามเทวีเป็นคนสร้าง"

สิงห์หนุ่มทวนคำ

"หริภุญไชย !... เจ้าแม่จามเทวี !... อือ ! แล้วนี่มันกี่ปีแล้วล่ะครับ วัดนี้ ? ห้าหกสิบปีแล้วเหรอครับ ?"

แม่ครัวสาวใหญ่หัวเราะเสียงดัง

"อ้าว ! พ่อหนุ่มเอ๊ย ! เป็นคนไทยหรือเปล่า ? จังหวัดเชียงใหม่น่ะเป็นของประเทศไทยตั้งแต่รัชกาลที่ห้าโน่นแล้ว ตั้งแต่นั้นเราก็มีกษัตริย์องค์เดียวกันกับคนไทยมาตลอด"

แอนดี้หัวเราะแก้เขิน

"ขอโทษครับ จริง ๆ ผมเกิดที่เมืองจีน เลยไม่ค่อยรู้ประวัติศาสตร์ไทยเท่าไหร่ แสดงว่า เจ้าแม่จามเทวีนี่ ปกครองที่นี่มาก่อนรัชกาลที่ห้าอีก"

แม่ครัวพยักหน้า

"ใช่สิ โน่น เป็นพันปีได้แล้วมั้ง"

เธอเดินลงจากศาลา

"เดี๋ยวป้าจะเก็บของกลับบ้านแล้ว คุณจะไปหาหลวงพี่กิมมั้ยล่ะ ? ป้าจะพาไป"

"ได้ครับ เดี๋ยวผมขอปิดไฟก่อน"

แอนดี้เหลือบมองขึ้นไปที่รูปภาพอีกครั้ง เขาแน่ใจว่า แม่หญิงในรูปนี้ คือ คนเดียวกับที่เขาเห็นในความฝันเมื่อเช้าอย่างแน่นอน

*************************************************************************************************

แอนดี้ก้มลงกราบที่เท้าของพระสงฆ์วัยประมาณห้าสิบปี รูปร่างสันทัด ผิวคล้ำ สวมแว่นสายตากรอบดำ

แม่ครัวนั่งพับเพียบอยู่ข้าง ๆ

"ตุ๊ปี้เจ้า เดี๋ยวข้าเจ้าขอตั๋วปิ๊กบ้านก่อน ลูกกำลังจะมาฮับแล้วเจ้า"

พระกิมพยักหน้า

"ปิ๊กไปเถอะ แม่ฉาย"

แอนดี้พอฟังภาษาเหนือง่าย ๆ เป็นที่เข้าใจ เขายกมือไหว้แม่ครัว

"สวัสดีครับป้า"

"สวัสดีจ้ะ พรุ่งนี้เจอกัน"

ป้าฉายคลานไปที่ประตู แล้วลุกขึ้นเดินออกไป สวนทางกับเด็กวัดวัยรุ่นอายุประมาณ 17-18 ปี ใส่เสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวสีดำ กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน เดินเข้าประตูมา

แม่ครัว กับ หนุ่มเด็กวัด ทักทายกันด้วยภาษาเหนือ ก่อนที่หนุ่มจะเดินค้อมหลังเข้ามา แล้วทรุดตัวลงมานั่งพับเพียบข้าง ๆ แอนดี้

พระกิมพูดด้วยภาษากลาง เพื่อให้แอนดี้ได้เข้าใจด้วย

"กรณ์ ดูแลโยมเอกด้วย ให้ไปพักที่ห้องคุณณรงค์นะ"

เด็กวัดที่ชื่อกรณ์พยักหน้า

หลวงพี่หันมาหาแอนดี้

"ตอนนี้ที่นี่มีงานก่อสร้างด้านข้างวิหารโน่น ชั้นเองก็ต้องช่วยหลวงพ่อคุมงาน ไอ้งานก่อสร้างน่ะ บางทีดึกดื่นไปแล้ว คนงานกลับไปแล้ว ชั้นก็ต้องตามไปดูแล เพราะบางวันก็เก็บของไม่เรียบร้อย เดี๋ยวญาติโยมก็จะเกิดอุบัติเหตุ วันนี้โยมเดินทางมาไกล ไปพักผ่อนก่อนเถอะนะ เดี๋ยวให้กรณ์พาไป แล้วพรุ่งนี้สาย ๆ ค่อยลงมาพบหลวงพ่อสอน โยมมานี่ได้ไปกราบพระประธานหรือยัง ?"

แอนดี้สั่นหัว

"ยังครับ"

"เดี๋ยวกรณ์เอากุญแจไปเปิด พาคุณเค้าไปกราบพระประธานก่อนนะ แล้วค่อยพาไปที่ห้องพัก"

*************************************************************************************************

 

อ่านหน้า> 2, 3
นิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก เปิดให้จองแล้ว กดที่นี่