ตอน 55 หน้า 1/4

งานเลี้ยงแห่งปี (1)

สั่งซื้อ หนังสือนิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก ราคา 380 บาท

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ทำให้เธอตกใจตื่น นาฬิกาที่หัวเตียงบอกเวลาหกโมงเช้า

เธอยกโทรศัพท์มือถือขึ้นดูหน้าจอ ชื่อที่เรียกเข้ามาคือ 'รุ่ง'

เธอกดปุ่มรับสาย

"โหล... รุ่ง มีอะไรโทรมาแต่เช้า ?" เสียงทอมอยู่ในสภาพกำลังงัวเงียจัด

"แกยุ่งอยู่เหรอ ?"

เพื่อนสวนกลับทันที

"แกจะบ้าเหรอไง ? นี่มันหกโมงเช้า ใครจะมายุ่งตอนนี้ ?"

"ก็นั่นดิ แสดงว่าไม่ยุ่ง"

"รีบ ๆ พูดมาเลย มีอะไรด่วนถึงโทรมาแต่เช้า ? หยุดกวนตีนออกแล้วรีบพูดมา"

"อือ.. แกรู้จักร้านไดโสะหรือเปล่า ?"

"อือ... รู้จัก ใคร ๆ ก็รู้จัก ทำไม ?"

"เหรอ ๆ มันดังเหรอ ? มันเป็นร้านอะไร ?"

"ร้านไดโสะ ขายของจากญี่ปุ่น มีตั้งหลายสาขา แกไม่เคยเดินห้างหรือไง ?"

"ไม่ค่อยได้สังเกตุ"

"ไม่เข้าเน็ตดูวะ ?"

"ไม่นิยมใช้เน็ตตอนเช้า เปลืองไฟ"

"แล้วแกโทรมาปลุกชั้นด้วยเรื่องแค่นี้เหรอ แทนที่แกจะเปิดเน็ตดูเอง ? มีเรื่องด่วนอะไรกับร้านไดโสะ ?"

ปลายทางเงียบไปชั่วอึดใจ แล้วถามขึ้น

"ทอม งั้นแกบอกหน่อยว่า ชั้นน่ะ เหมือนร้านไดโสะมั้ย ?"

เพื่อนหัวเราะหึ ๆ ยกมือขึ้นเกาหัว

"คำถามแกคืออะไร ? ถามยังงี้ ไม่รู้เรื่อง"

"เหอ ๆ... ชั้นมีอะไรให้เลือกในราคาถูก แล้วน่าประทับใจ เหมือนร้านไดโสะเหรอ ?"

ทอมเหลือบมองดูนาฬิกาปลุกอีกครั้ง

"อ้ายรุ่ง หกโมงเช้า แกจะมาถามอะไรให้ชั้นคิดตอนนี้วะ ?" น้ำเสียงเธอเริ่มแข็งขึ้น

เพื่อนถามต่อ

"ของทุกชิ้นในชีวิตชั้น มีค่าเท่ากัน แปลว่าอะไรวะ ?"

"โอ๊ย... ไม่ไหวละว่ะ ! กูจะนอนต่อแล้ว แกไปจุดธูปถามเทวดาแล้วกัน"

เธอกดตัดสายทันที โยนโทรศัพท์ไว้บนเตียง แล้วฟุบตัวลงนอนต่อ

***********************************************************************************************

น้านิดยกจานไข่ดาวมาเสิร์ฟให้หลานชาย แล้ววางจานไข่ดาวของตนเองบนโต๊ะอาหาร

รุ่งยกมือไหว้ท่วมหัว แล้วหลับตาบ่นพึมพำ

"ขอให้น้านิดมีความสุขเหมือนไข่แดงสุก ๆ ใบนี้ ชีวิตหนักแน่นแข็งเป๊กเหมือนไข่ขาวใบนี้"

น้าสาวยกมือตีหัวหลานเบา ๆ

"ไหนแกบอกว่าไม่ชอบไข่แดงเหลว ๆ ชั้นเลยทอดนานหน่อยให้สุก"

รุ่งพยักหน้า

"อื้อ.. ก็ผมชอบไง เลยสาธุให้ไปแล้ว"

เขาเอื้อมมือหยิบขนมปังใส่ปาก แล้วจับช้อนส้อมจัดการตัดไข่ดาวเป็นชิ้น ๆ

น้านิดนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ แล้วตักคอฟฟี่เมทใส่ในถ้วยกาแฟ

คุณแม่หอบตะกร้าผ้าเดินลงมาจากบันได

รุ่งพูดขึ้น

"แม่ ทอมมันจะไปทำงานที่เยอรมัน สองปี"

น้านิดเลิกคิ้ว

"อ้าวเหรอ ? ไปทำงานอะไรล่ะ ?"

"งานเกี่ยวกับพวกเทคโนโลยีการสื่อสารของทหาร"

น้านิดถามต่อ

"แล้วที่บ้านอนุญาตแล้วเหรอ ? ไปตั้งสองปี"

"อือ... ทอมมันคงอยากได้งานนี้มาก มันก็เลยปรึกษาน้าเนตรก่อน แล้วค่อยคุยกับพ่อ สุดท้ายก็ผ่าน"

คุณแม่เดินกลับเข้ามาที่โต๊ะอาหาร แล้วทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้

"เค้าคงได้ในสิ่งที่เค้าถูกใจแล้ว ทอมเป็นคนเก่ง ฉลาด ถ้าจะทำงานเป็นพนักงานบริษัททั่วไป แม่ก็ว่าเสียดายความสามารถ ให้เค้าไปเปิดหูเปิดตาที่เมืองนอกนั่นแหละดีแล้ว อายุยังน้อยอยู่ สมองยังเปิดรับอะไรใหม่ ๆ ได้ง่าย"

น้านิดพยักหน้า

"แล้วเค้าให้กลับมาปีละหนึ่งครั้งหรือยังไง ? หรือ ไปรวดเดียวเลย ?"

"รวดเดียวเลยครับ ไม่กลับ เห็นบอกว่าตารางแน่นเอียด ไม่มีเวลาให้กลับเมืองไทย เพราะต้องบินไปมาระหว่างเยอรมันกับอเมริกา"

น้านิดถามต่อ

"แล้วครบสองปีก็กลับมาทำที่เมืองไทยเหรอ ?"

"เป็นสัญญาแบบโครงการ สัญญาเซ็นสองปี ถ้าโครงการเค้ามีต่อ ก็ค่อยว่ากัน"

คุณแม่หัวเราะเบา ๆ

"ไม่แน่ ทอมอาจจะได้เจอเนื้อคู่ แต่งงานอยู่กินที่นั่นเลย คนไทยเยอะแยะไปใช้ชีวิตอยู่ที่เยอรมัน"

รุ่งสั่นหัว

"ไม่ได้ เนื้อคู่มันอยู่ที่นี่"

น้านิดมองหน้าหลานชาย

"แกรู้จักเนื้อคู่เค้าเหรอ ? แกรู้ได้ไงว่าเนื้อคู่เค้าอยู่เมืองไทย ? หรือแกเป็นเนื้อคู่เค้า ?"

หลายชายเชิดหน้า

"ผมรู้ละกัน คู่มันน่ะ ต้องอยู่ที่นี่ ส่วนที่นั่นน่ะ ถ้ามันเจอ ก็แค่เนื้อคี่ ไปไม่รอดหรอก มันต้องมาคู่กับคนที่นี่"

คุณแม่เสริมบ้าง

"เนื้อคู่น่ะ ต้องสร้างบุญร่วมกัน ถึงเป็นเนื้อคู่ แต่ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ได้สร้างบุญต่อเนื่องกัน มันก็พลัดกันได้ เปลี่ยนได้ ของแบบนี้ยึดตายตัวไม่ได้"

น้านิดพยักหน้า

"รุ่ง เคยอ่านหนังสือที่หลวงพ่อเล่าใช่มั้ย ว่าเนื้อคู่สร้างในชาติเดียวก็ได้เหมือนกัน ถ้าได้สงเคราะห์กันมาก ๆ ได้เจอกันบ่อย ๆ ก็กลายเป็นเนื้อคู่ได้ ? พระหลายองค์ที่บวชอยู่ มีเนื้อคู่มาตามหา แต่สุดท้าย ถ้าท่านก็ไม่ยอมสละผ้าเหลืองซะอย่าง เดี๋ยวเนื้อคู่ก็เปลี่ยนไปจับคู่กับคนใหม่ คนใหม่ที่เริ่มใกล้ชิดกัน สงเคราะห์กัน ก็ผูกพันเป็นเนื้อคู่ใหม่ได้"

รุ่งคิดตามที่น้านิดพูด ถ้าพี่แอนดี้ยืนยันจะครองผ้าเหลืองตลอดไป ทอมอาจจะไม่ใช่เนื้อคู่ของพี่แอนดี้ก็ได้

คุณแม่เอื้อมมือมาแตะแขนลูกชาย

"รุ่ง ก่อนทอมจะไปเยอรมัน รุ่งพาทอมมาหาแม่แล้วกัน เดี๋ยวแม่จะให้พร เรื่องเนื้อคู่น่ะอย่าไปคิดมาก ถ้าถึงเวลามา มันก็มาเอง แต่เรามีภาระหน้าที่อะไร ก็ต้องตั้งใจทำให้สำเร็จ พาทอมมาหาแม่ก่อนไปแล้วกัน"

รุ่งพยักหน้า

น้านิดถามขึ้น

"รุ่ง วันนี้ต้องไปที่งานกี่โมง ?"

รุ่งได้ยินคำถาม ก็วางช้อนส้อมทันที

น้านิดหัวเราะ

"อะไร ? ถามแค่นี้หมดอารมณ์เลยเหรอ ?"

"เปล่า ก็ไปตอนเย็นเลย ทอมกับวิทย์จะมารับ"

"ตกลงแกต้องไปเข้าพิธีอะไรกับเค้าหรือเปล่า ?"

รุ่งหัวเราะ

"ไม่ต้องแล้ว ผมเคลียร์กับคุณย่าแล้ว ได้ทอมกับวิทย์ไปเป็นเพื่อนก็คงจะสนุก"

น้าสาวหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับสั่นหัว

"งานวันเกิดคุณย่าตัวเอง ต้องให้คนอื่นไปเป็นเพื่อน เฮอะ ๆ แปลกคน"

คุณแม่พูดขึ้น

"รุ่งไม่เหงาหรอก ไปในงานรุ่งจะเจอคนรู้จักแน่ แล้วถ้าเจอ ก็ขอดูแผลเค้าด้วยแล้วกันว่าหายดีหรือยัง ?"

ลูกชายขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าคุณแม่พูดถึงใคร

"ใครอ่ะแม่ ?"

คุณแม่อมยิ้ม

"เดี๋ยวเจอในงานก็รู้เอง พวกเค้าคงต้องไปทุกปี แล้วก็ยังมีคนที่ทำให้รุ่งต้องเซอร์ไพรส์อีกคนนึง ไปเจอในงานเองแล้วกัน"

รุ่งอมยิ้ม งานวันนี้คงจะไม่กร่อยอย่างที่คิดไว้ หากได้มีคนรู้จักคนอื่นอีกที่เขาพอจะพูดคุยได้

น้านิดมองหน้าหลานชาย

"แกใช้ลูกดิ่งไม่ได้แล้ว ตอนนี้แกก็เป็นหมอไม่ได้แล้ว ทอมก็จะไปนอก แล้วคราวนี้ถ้าเราป่วย จะทำยังไง ? ไม่มีใครตรวจให้ จะให้กลับไปรักษาโรงพยาบาลก็ไม่เอา โรงพยาบาลไม่เคยรักษาใครหาย มีแต่ให้ยาฝรั่ง"

คำพูดของน้าสาว ตรงกับที่ใจเขาคิด

การเสียวิชาลูกดิ่งไป คือ การเสียของที่มีค่าในชีวิตไปหนึ่งอย่าง ความสามารถในการใช้ลูกดิ่งของเขา ได้เคยช่วยคนในครอบครัวตนเอง และ ผู้คนอีกมากมายให้รอดพ้นจากอาการเจ็บป่วย แต่วันนี้ เขาก็ต้องกลับกลายมาเป็นคนธรรมดา ที่ไม่สามารถช่วยเยียวยาผู้ใดได้

น้าสาวเห็นหลานชายเงียบไป เธอตั้งใจสื่อสารอะไรบางอย่างให้หลานชายคิด

"รุ่ง แกลืมอะไรไปอย่างนึง แกมีของดีอยู่กับตัว แกลองใช้สติคิดให้ดี ว่าแกยังมีอะไรอยู่"

หลานชายมองหน้าน้าสาว

"อือ... ก็ต้องค่อย ๆ คิด อย่างน้อยผมก็ยังมีกระดูกอยู่ ยังเดินได้ เรื่องอื่นค่อยว่ากันใหม่"

น้านิดยกถ้วยแกแฟขึ้นจิบ เธอคิดว่าหลานชายคงจะมีปัญญาคิดได้เองในเร็ววันนี้

********************************************************************************************************************

อ่านหน้า 2, 3 , 4
นิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก เปิดให้จองแล้ว กดที่นี่