ตอน 53 (หน้า 1/3)

ลาบวช

สั่งซื้อ หนังสือนิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก ราคา 380 บาท


รุ่งย้ายจากห้องนอนชั้นสอง ลงมานอนที่ห้องนอนชั้นล่างชั่วคราว

การเดินขึ้นลงบันไดที่ต้องใช้มือเกาะราวเพื่อพยุงตัวตลอด ทำให้เขาตัดสินใจหอบข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวลงมาอาศัยห้องนอนเก่านี้ในระหว่างพักฟื้น

ห้องนอนติดโรงรถ เคยเป็นห้องนอนของรุ่งตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ ห้องนี้ บุผนังด้วยวัสดุเก็บเสียง สำหรับเวลาซ้อมเล่นกีต้าร์ไฟฟ้า เสียงจากลำโพงจะไม่ดังออกไปรบกวนเพื่อนบ้าน

รุ่งตื่นแต่เช้าตรู่ วันนี้เป็นวันที่แปดนับจากวันที่เขาเกิดอุบัติเหตุที่หลัง เขารีบตื่นแต่เช้า เพื่อหวังว่า เมื่อก้าวลงจากเตียงแล้ว อาการที่กระดูกเอวจะหายเป็นปกติ เจ็ดวันที่ต้องทนเดินขาลากผ่านพ้นไป หากวันนี้ร่างกายกลับมาเป็นปกติ ก็นับว่า ที่ผ่านมาเจ็ดวันนั้นคือฝันร้ายที่อีกไม่นานก็คงเลือนหายไป

เมื่อลืมตาตื่น สิ่งแรกที่เขาทำคือพลิกขาทั้งสองข้างไปมาบนเตียง ความรู้สึกเจ็บแปล่บ ๆ ยังเกิดขึ้นที่เอวด้านหลัง เขาลองชันเข่าทั้งสองข้างขึ้น แล้วค่อย ๆ เหยียดปลายเท้าไปสุดปลายเตียง อาการเจ็บที่หลังวิ่งจี๊ดขึ้นมาเหมือนเมื่อคืน

จิตใจที่เต็มไปด้วยความหวังกลับตกวูบลงในทันที

เช้าวันนี้ ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อคืนเลย !

รุ่งค่อย ๆ พลิกตัว ลุกขึ้นมานั่ง วางเท้าสองข้างบนพื้น ค่อย ๆ ลุกขึ้นเดิน อาการเจ็บที่หลังยังคงอยู่ เขาเริ่มออกตัวก้าวทีละก้าว ขาขวาก็ยังต้องลากเรี่ยพื้นไปเหมือนเดิม ไม่สามารถยกเดินได้เหมือนปกติ

หมอเถื่อนขาเป๋เดินมาจนสุดห้อง มือสองข้างท้าวหน้าต่าง

หรือว่า เขาต้องใช้ชีวิตเป็นคนขาเดี้ยงแบบนี้ ตลอดไป ?

สภาพจิตใจเริ่มตกฮวบในทันที กำลังใจที่เมื่อคืนยังดีอยู่ บัดนี้ หล่นวูบมาเหมือนกับของหนักที่ตกจากที่สูง

พ้นเจ็ดวันแล้ว อาการที่หลงเหลืออยู่นี้ หมายถึง เขาจำเป็นต้องรับสภาพมันไปตลอดชีวิต ?

จิตของหมอเถื่อนที่รู้ตัวว่ากำลังจะกลายเป็นคนพิการ เริ่มเตลิด ไม่สามารถคุมสมาธิได้ เขาหันซ้าย หันขวา ค่อย ๆ เดินลากขากลับมานั่งที่หัวเตียง

หยิบโทรศัพท์มือถือ ค้นหาเบอร์ติดต่อของคุณนง... ร่างทรงสาวผู้นั้น

สายตามองไปที่นาฬิกาปลุก เข็มนาฬิกาบอกเวลาหกโมงเจ็ดนาที เขาควรจะรอให้ถึงกี่โมงดีจึงจะโทรได้ ?

ถ้าคุณนงบอกว่าไม่มีวิธีรักษา เขาจะทำอย่างไร ?

*************************************************************************************


เข็มยาวเดินมาถึงเลขสิบสองอย่างช้า ๆ.... แปดโมงเช้าแล้ว...

... แต่สำหรับรุ่ง เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา พาจิตเขาแล่นไปเกือบจะรอบโลกแล้ว

จิตที่เตลิดเปิดเปิง แล่นไปคิดเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ความคิดที่บั่นทอนจิตใจให้ทรุดลงมากขึ้น คือ การจินตนาการถึงการใช้ชีวิตแบบคนขาเดี้ยง

บุคลิกแบบนี้คงยากที่จะหางานทำได้ เขาอาจจะต้องไปต้องไปสมัครงานในตำแหน่งหลังบ้านที่ไม่ต้องพบปะกับลูกค้า

จะมีบริษัทไหนอยากจ้างคนขาเดี้ยงไปเป็นหน้าเป็นตาของบริษัท ?

รุ่งกดโทรศัพท์มือถือ

เสียงปลายทางรับสาย...

"สวัสดีค่ะ"

"สวัสดีครับ พี่นง ผมรุ่งครับ ขอโทษที่โทรมารบกวนแต่เช้า"

"อ๋อ คุณรุ่ง สวัสดีค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ ? อาการเจ็บหลังดีขึ้นหรือยัง ?"

"ดีขึ้น แต่มันยังไม่หายครับ ตอนนี้พ้นเจ็ดวันมาแล้ว ผมยังเดินขาลากอยู่ มันยังเจ็บที่กระดูกเอวข้างหลังถ้าต้องยกขาเดินครับ"

"เหรอคะ ? งั้นคุณรุ่งวางสายไปก่อน สาย ๆ นงจะโทรกลับนะคะ"

รุ่งกดปุ่มตัดสาย เขาเข้าใจทันทีว่า นงคงรีบขอตัวไปสื่อสารกับเบื้องบนเพื่อหาทางช่วยเหลือเขา แต่จิตใจของเขาก็ไม่ได้เยือกเย็นลง ความร้อนรุ่มกลับเริ่มทวีเพิ่มขึ้นในจิตใจ หากเขาต้องกลายเป็นคนขาเดี้ยง แม่คงจะต้องได้รับความทุกข์ร่วมกับเขาไปด้วย

ยิ่งคิด ยิ่งวนเวียน จดจ่อ สมองเริ่มทำงานจนเหนื่อย ความเพลียทำให้เขาฟุบหน้าลงที่ปลายเตียง

*************************************************************************************

นงอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย เข้าห้องไหว้พระสวดมนต์ แล้วออกมานั่งรอแขกคนแรกของวันนี้ ที่นัดไว้เวลาเก้าโมงเช้า

เสียงเครื่องของรถยนต์ดีเซลดังมาจากทางหน้าบ้าน นงลุกขึ้นชะเง้อมอง

ประตูหน้าด้านซ้ายของรถถูกเปิดออก อดีตคนไข้หนุ่มเปิดประตูลงจากรถ ท่าทางกระฉับกระเฉง และ ดูแข็งแรงมากกว่าครั้งแรกที่ได้พบกันอย่างเห็นได้ชัด

นงเดินออกไปนอกตัวบ้านเพื่อต้อนรับ

แขกหนุ่มยกมือไหว้

"สวัสดีครับ คุณนง"

"สวัสดีค่ะ คุณแอนดี้ หายดีแล้วเหรอคะ ? ดูหน้าตาสดชื่นขึ้นเยอะเลย"

"ยังไม่เหมือนปกติครับ แต่ก็ดีขึ้นมาก"

นงผายมือต้อนรับ

"เชิญเข้ามาข้างในเลยค่ะ เดี๋ยวนงเชิญท่านปู่ คุณแอนดี้อยากจะลาก็บอกกับท่านเองเลยนะคะ"'

ร่างทรงสาวเดินเข้าห้อง แอนดี้เดินตามเข้าไป แล้วปิดประตู

เขาเดินไปหยิบธูปในซองที่วางอยู่ใต้โต๊ะด้วยตนเอง จัดแจงจุดธูปเก้าดอก แล้วอธิษฐาน

ครั้งสุดท้ายที่เขาได้เคยตั้งจิตอธิษฐานขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็นตัวตนให้ช่วยเหลือ คือ เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ที่ วัดยู่โฝซื่อ (วัดพระหยกขาว) เมืองเซี่ยงไฮ้ วันนั้นน้องสาวมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงจนสลบ ตัวเย็นเฉียบ เขาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แทนที่จะพาน้องสาวไปส่งโรงพยาบาล เขากลับวิ่งจากที่พัก มาที่วัดยู่โฝซื่อ แล้วโขกหัวอธิษฐานต่อหน้าพระพุทธรูปหยกขาว

วัดพระหยกขาวพระพุทธรูปหยกขาว

หลังจากครั้งนั้น สิงห์ต้าลู่ไม่เคยอธิษฐานขออะไรจากเบื้องบนอีก สิ่งที่เขาเชื่อมั่นที่สุด คือ ตัวเขาเองเท่านั้น

วันนี้ความเชื่อมั่นเหล่านั้น ได้เปลี่ยนไปอีกครั้ง

แอนดี้ยกธูปขึ้นระหว่างหน้าผาก หลับตา แล้วตั้งจิตอธิษฐาน

สักอึดใจหนึ่ง เขาลืมตา ค่อย ๆ คลานออกประตูหลังไปนอกห้อง เพื่อปักธูป แล้วเดินกลับมา

นงกำลังนั่งหลับตา แอนดี้หยิบแผ่นกระดาษเปล่าใบเล็ก ๆ มาเขียนชื่อ นามสกุล 'จางอี...เอก จงมีทรัพย์' แล้ววางบนพาน

สักพัก ร่างทรงเริ่มเอ่ยปาก เป็นสำเนียงทุ้ม ๆ ของชายชรา

"ท่านมีสิ่งใดให้เราช่วยรึ วันนี้ ?"

แอนดี้ยกมือขึ้นไหว้

"ผมมาที่นี่เพื่อจะขอขอบคุณท่านครับ ที่ท่านได้ช่วยเหลือน้องชายผม"

ร่างทรงพยักหน้าช้า ๆ

"หนุ่มคนนั้น เป็นน้องชายท่านรึ ?"

"ไม่ใช่น้องชายแท้ ๆ ครับ เป็นคนที่เพิ่งรู้จักกัน แต่ผมรักเหมือนน้องชาย"

"เช่นนั้น ก็จงขอบคุณพระนาง มิใช่เราที่ช่วยเขาในวันนั้น คือพระนางต่างหาก"

แอนดี้ขมวดคิ้ว

"พระนาง คือใครครับ ?"

"เช่นนั้น ท่านจงรอสักครู่ เราจะให้ท่านสนทนากับพระนาง แต่ตอนนี้ ท่านมีสิ่งใดจะกล่าวกับเราอีกหรือไม่ ?"

"มีครับ ผมมากราบขอบคุณท่าน..."

แอนดี้ก้มตัวลงกราบที่พื้น

"... ขอบคุณที่ท่านได้ช่วยเหลือผมในครั้งก่อน และ ขอบคุณที่ท่านได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องเจ้ากรรมนายเวร วันนี้ ผมจะมาลาบวช ผมจะไปบวชที่ต่างจังหวัดครับ"

"แสดงว่า ที่ผ่านมา ท่านได้มีเวลาศึกษาค้นหาความจริงของชีวิต จนมีศรัทธาในพระศาสนา ?"

"ครับ ผมรู้แล้วว่า มีคนฉลาดในเรื่องต่าง ๆ มากกว่าผมเป็นร้อยเป็นพันเท่า ฉลาดทั้งในเรื่องที่มองเห็นและมองไม่เห็น และ ผมก็ต้องการฉลาดเหมือนอย่างนั้น"

"เช่นนั้น เราก็ขอแสดงความยินดีกับท่าน พรจากเรา คือ ขอให้ท่านตั้งใจบวชเรียน ท่านได้สะสมความสามารถติดตัวมามากมาย หากท่านได้อาจารย์ที่ถูกต้อง เขาจะสามารถดึงความสามารถของท่านออกมาใช้ได้อย่างไม่มีวันหมด ผลบุญมหาศาลจากการบวชเรียนของท่าน จะทำให้ท่านมีชีวิตที่ดีขึ้น และ สามารถนำทางบริวารทั้งหลายของท่าน ไปในทางที่ถูกที่ควร"

แอนดี้ก้มลงกราบอีกครั้ง

ร่างทรงพูดต่อ

"ท่านจงรอสักครู่ เราจะให้ท่านได้สนทนากับพระนาง"

ร่างทรงเงียบไปสักพัก แล้วเริ่มเอ่ยปากอีกครั้ง คราวนี้สำเนียงเปลี่ยนเป็นสำเนียงของสาวที่นุ่มนวล แจ่มใสขึ้น

"เราคือพระนาง ท่านมาเพื่อขอบคุณเรารึ ?"

แอนดี้ยกมือขึ้นไหว้

"ครับ ท่านเป็นคนช่วยรุ่งไว้ ผมต้องขอขอบคุณท่าน"

"ท่านมีความเกี่ยวพันใดกับรุ่ง คนนั้น ?"

"ผมเพิ่งรู้จักกับเค้าครับ"

ร่างทรงผงกหัว ย้ำคำถาม

"ท่านเพิ่งรู้จัก ?"

"ครับ เพิ่งเจอกันได้สองครั้ง"

"นับว่าท่านเป็นคนมีน้ำใจ เพิ่งรู้จักกัน ท่านก็ช่วยเหลือเขา"

"ครับ ที่เขาเจ็บหลังนั้น เพราะเขาได้ช่วยตรวจโรคให้ผม เขาบอกว่าถูกเจ้ากรรมนายเวรผมเล่นงาน"

ร่างทรงพยักหน้า

"อ้อ... เป็นท่านนั่นเอง เจ้ากรรมที่ตามเขา มาจากท่านนั่นเอง ท่านได้เคยไปละเมิดชาวขอมไว้ในอดีต สิ่งเหล่านั้นตามท่านมาทันในปัจจุบัน ท่านรู้หรือไม่ ?"

แอนดี้ประหลาดใจในสิ่งที่ได้ยิน

"ขอมในอดีต ? หากท่านพูดอย่างนี้ ผมอาจจะพอเดาได้ เมื่อตอนที่ผมป่วยหนัก มีเทวดาองค์นึงได้พาผมไปดูอดีตชาติ สมัยนั้นผมเคยรบกับขอมดำ คงเป็นขอมจากชาตินั้น เป็นไปได้มั้ยครับ ?"

"นั่นก็อาจเป็นได้ ท่านได้ฆ่าพวกเขาอย่างเหี้ยมโหด พวกเขาฟ้องกับเราด้วยภาษาขอม ซึ่งเป็นภาษาของเรา เราเคยปกครองดินแดนที่ชื่อว่า เขมนคร มาก่อน ซึ่งเป็นอาณาจักรของชาวขอม"

แอนดี้พยักหน้า

"ครับ ผมเริ่มรู้จักเจ้ากรรมนายเวรครั้งแรก ก็เมื่อมาที่นี่ แล้วผมก็รู้ว่า เจ้ากรรมนายเวร เป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุด แม้แต่พระพุทธเจ้า ก็ยังห้ามเจ้ากรรมนายเวรของใครไม่ได้ ถ้าเขามาทวง เราก็ต้องให้เขา"

ร่างทรงพยักหน้า

"ถูกต้อง รุ่งคนนั้น ติดบ่วงร่วมกับท่านมากับสิ่งเหล่านั้น เขาจึงต้องรับไปส่วนหนึ่ง"

แอนดี้ขมวดคิ้ว

"ผมไม่เข้าใจครับ ติดบ่วงร่วมกัน หมายถึงอะไรครับ ?"

"เราหมายถึง ในอดีตนั้น รุ่งคนนั้น ร่วมกับท่าน ได้ทำการละเมิดชีวิตของชาวขอมเหล่านั้นด้วยกัน เขา และ ท่าน ร่วมมือกัน ด้วยเหตุนี้ เมื่อสิ่งเหล่านั้นตามมาเจอท่าน แล้วรุ่งคนนั้น เข้ามาเกี่ยวข้อง เขาจึงจำเป็นต้องรับสิ่งเหล่านั้นไปด้วย"

แอนดี้พยักหน้ารับรู้

"ยังงี้นี่เอง ผมก็เลยทำให้รุ่งต้องเจ็บตัวไปด้วย"

"นับว่าดีแล้ว ที่เขารับสิ่งนี้ตั้งแต่วันนี้ เมื่ออายุยังอยู่ในวัยฉกรรจ์ ร่างกายยังฟื้นตัวได้เร็ว หากเขายังหลบสิ่งเหล่านี้ไปได้ จนถึงวัยชรา เมื่อสิ่งเหล่านั้นตามเขาทัน สังขารเขาอาจจะต้องถึงกับนอนนิ่งอยู่บนเตียง ไม่สามารถลุกเดินได้อีกเลย"

สิงห์แผ่นดินใหญ่เริ่มเกิดความกังวล

"แล้วตอนนี้ รุ่งเป็นยังไงบ้างครับ ? เขาจะหายเป็นปกติได้ภายในกี่วันครับ ?"

"เขามีบุญคุณสิ่งใดกับท่านรึ ? ท่านจึงเป็นเดือดเป็นร้อนมากมาย กับเพียงแค่คนเพิ่งรู้จัก"

"เขาเคยมาหาผมตอนที่ป่วยหนัก แล้วนวดหลังให้ผม ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น เขาได้อธิบายเรื่องศาสนาพุทธให้ผมฟัง เขาพูดเรื่องกฏแห่งกรรม เรื่องที่ไม่เคยมีใครเล่าให้ผมฟังมาก่อน ผมรู้สึกมาตลอดว่า ผมติดหนี้บุญคุณของเขา"

ร่างทรงพยักหน้า

"นั่นอาจเป็นเพราะว่า ท่านคงเคยได้ผูกพันกับเขาคนนี้มาก่อน หากท่านอยากช่วยเขา ให้ท่านทำตามนี้"

รอยยิ้มปรากฏบนหน้าของแอนดี้ทันที

"ครับ"

แอนดี้รีบมองหาสมุด และ ปากกา ที่วางอยู่หัวมุมกำแพงห้อง

*************************************************************************************

ความกังวลในสมองที่ก่อเกิดเป็นความร้อนรุ่ม ทำให้จิตต้องวิ่งพล่านเพื่อหาทางออก...

... แต่ใบหน้า และ รอยยิ้มที่หนักแน่นนั้น ทำให้เขาหยุดอยู่กับที่ได้เมื่อจ้องตา แรงดึงดูดอันอบอุ่นทำให้เขาต้องโผเข้าไปกอด

น้ำตาที่คั่งอยู่ภายในหลั่งไหลออกมาดั่งสายธาร อ้อมกอดนี้ ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น แปลก สงบ และ มีกำลังใจ

เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นนอกห้อง ทำให้รุ่งรู้สึกตัวตื่นขึ้น เขากำลังนอนอยู่ที่ปลายเตียง

นาฬิกาบอกเวลาสิบโมงเช้า

ประตูห้องถูกเคาะ

"รุ่ง ตื่นหรือยัง ?"

เสียงคุณแม่เรียกที่หน้าประตูห้อง

"ครับ ตื่นแล้ว แม่"

ประตูห้องถูกเปิดออก คุณแม่อยู่ในชุดแต่งกายที่เตรียมพร้อมจะออกไปนอกบ้าน เธอเดินเข้ามาหาลูกชายที่ปลายเตียง

รุ่งค่อย ๆ พลิกตัว ลุกขึ้นมานั่ง

"แม่จะออกไปข้างนอกเหรอ ? อาทิตย์หน้า รุ่งไม่ไปงานวันเกิดคุณย่านะ"

"แม่จะไปซื้อของกับน้านิด วันนี้รุ่งเป็นไงบ้าง ?"

ลูกชายยิ้มแหย ๆ สีหน้าบ่งบอกถึงอารมณ์ทางลบน้อย ๆ อย่างเห็นได้ชัด ยังไม่ทันที่รุ่งจะนึกถึงคำตอบ คุณแม่ก็เดินเข้ามาแล้วยกมือขึ้นลูบหัว

"ป่วยซะบ้างน่ะ ดีแล้ว ไม่ตายหรอก"

คำพูดสั้น ๆ กับความอบอุ่นของฝ่ามือแม่ที่ถ่ายทอดมาที่หัวของเขา แทนคำอธิบายได้นับล้าน ไม่มีความสงสัยใด ๆ จากสมองของรุ่ง ที่มีต่อคำพูดสั้น ๆ ของแม่ แต่เหมือนกับความเข้าใจได้ถูกถ่ายทอดมาทางสายเลือดมากกว่าด้วยคำอธิบาย

รุ่งกลับเข้าใจความหมายนั้นอย่างดี เขารีบจับข้อมือของแม่ก่อนที่ความในใจจะท่วมท้นออกมาทางขอบตา

รุ่งเงยหน้ามองผู้เป็นแม่

"ไม่เป็นไรแล้ว แม่"

แม่หัวเราะหึ ๆ

"ไม่เป็นไรตั้งแต่เมื่อไหร่ ?"

"ตั้งแต่ลูบหัว ก็หายแล้ว"

คุณแม่พยักหน้า สองมือยังกุมมือลูกชายอยู่

"แม่ทำแกงเขียวหวานไก่ใส่ฟักทิ้งไว้ให้อยู่ในหม้อ กลางวันหิวก็ไปตักกินแล้วกัน ขนมจีนวางอยู่บนโต๊ะ บ่าย ๆ แม่ก็คงกลับ"

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าคนป่วยทันที เขาพยักหน้า

รุ่งปล่อยมือจากคุณแม่ มองดูคุณแม่เดินกลับออกไปจากห้อง

เขามองไปที่หน้าต่างแล้วอมยิ้ม ความร้อนรุ่มที่มีอยู่ในใจกลับหายไปมากกว่าครึ่ง

...แค่คำพูดสั้น ๆ ....การลูบหัว.... แล้วตามด้วยแกงเขียวหวานฟัก !

*************************************************************************************************

อ่านต่อหน้า 2, 3
นิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก เปิดให้จองแล้ว กดที่นี่