ตอน 51 หน้า 1/3

มุมของหงส์

สั่งซื้อ หนังสือนิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก ราคา 380 บาท

กองไฟถูกก่อเสร็จเรียบร้อยโดยเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ท

เบื้องหน้าเป็นภูเขาลูกใหญ่ ด้านขวาเป็นทะเลสาป

หนุ่มสามนาย กับ สาวสองนาง กำลังล้อมวงกันย่างบาร์บีคิวบนเตาถ่านไม่ไกลจากกองไฟ

ลมหนาวในที่โล่งพัดมาอย่างไม่เกรงใจใคร

ควันบุหรี่ถูกพ่นมาจากปากของทวิช เขาใส่เสื้อคลุมหนังสีน้ำตาล ข้างในมีเสื้อแขนยาวอีกตัวปกป้องร่างกายจากลมหนาว

"อากาศแบบนี้ มาเขาใหญ่ดีกว่าไปทะเล กูบอกแล้ว พวกมึงไม่ผิดหวังแน่ หนาวสะใจ"

สาวผมหยิกชื่อจอย มองดูชุดแต่งกายของเพื่อน แล้วเธอก็หัวเราะ

"ก็ดูเธอใส่ ยังกะเตรียมพร้อมจะไปเมืองนอก คนอื่นเค้าใส่เสื้อแค่ตัวเดียว"

จอยหยิบไม้บาร์บีคิวที่สุกแล้วจากตะแกรงลงใส่จาน แล้วเอื้อมไปวางไว้บนโต๊ะไม้

"แค่นี้ก็พอเริ่มกินได้แล้วมั้ง ?" เธอบอกเพื่อน

เพื่อนคนอื่นพยักหน้าเห็นด้วย

ก้องพูดขึ้น

"กินไปย่างไปแล้วกัน ไม่ต้องย่างทิ้งไว้เยอะ เย็นแล้วไม่อร่อย"

เพื่อนสาวชื่อเปิ้ลทักขึ้น

"แล้วน้องหงส์ของเธอล่ะ ? เย็นป่านนี้แล้วยังไม่ออกมาอีก ก้อง เธอไปเรียกน้องเค้ามากินได้แล้ว"

ก้องมองไปที่บ้านพัก เห็นไฟในห้องน้ำถูกดับแล้ว แฟนสาวคงอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย

"อือ... เดี๋ยวชั้นไปตามหงส์มา"

ก้องลุกขึ้นเดินไปตามทางที่ปูด้วยอิฐแดง มุ่งหน้าไปที่บ้านพัก

กลุ่มเพื่อนเริ่มต้นนินทากันอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่เช้าจนถึงพลบค่ำ แต่ละคนคงมีความประทับใจอะไรในตัวแฟนใหม่ของเพื่อนที่อยากจะเล่าสู่กันฟัง

หนุ่มชื่อแดนเริ่มก่อน

"กูว่าเด็กไอ้ก้องมันแปลก ๆ ว่ะ นี่ถ้าไอ้ก้องไม่บอกกับปากว่าเด็กคนนี้เป็นแฟนมัน กูต้องคิดว่ามันยังจีบไม่ติดแน่"

ทวิชหัวเราะ

"เฮ่ย... มันเป็นแฟนกันแล้ว! กูเคยเจอน้องหงส์แล้วครั้งนึง เป็นแฟนกันจริง ๆ"

เปิ้ลหันมาถามทวิช

"เหรอ ?... แล้วตอนเจอครั้งนั้นเป็นไง ? น้องเค้าคุยกับแกหรือเปล่า ?"

ทวิชรู้สึกตลกในคำถามเพื่อน

"คุยซีวะ ! เค้าไม่ได้เป็นใบ้นี่หว่า ก็คุยธรรมดา ไม่ใช่คนคุยเก่ง แต่ถามอะไรก็ตอบ"

แดนสั่นหัว

"ตั้งแต่เช้า กูไม่เห็นน้องเค้าพูดอะไรเลย นอกจากคำว่า 'สวัสดีค่ะ' แม่งทักกูคำเดียวแล้วเงียบฉี่เลย นอกนั้นเจอหน้าก็แค่ยิ้มให้ นี่ถ้าเค้าไม่ยิ้มนะ กูนึกว่าไอ้ก้องไปลักพาตัวเค้ามาแหง"

จอยพูดกับแดน

"ตอนมื้อกลางวัน ตอนที่เธอไปหาซื้อแบต ชั้นนั่งที่โต๊ะกินข้าวก็คุยกับเค้า เค้าก็คุยนะ แต่เราต้องชวนเค้าคุย เค้าอาจจะเขิน ๆ ก็ได้ที่มาเที่ยวกับรุ่นพี่"

เปิ้ลพยักหน้ารับรู้

"ชั้นว่าเด็กคนนี้ฉลาดนะ ตอนซื้อของในตลาด ชั้นก็ชวนเค้าคุย ถามอะไรที่ตอบได้ก็ตอบ แต่บางคำถาม ถามไป กลับไม่ตอบ แต่ยิ้ม รู้สึกตัวเองเลยว่า กูถามอะไรโง่ ๆ หรือเปล่าวะ ?"

แดนหัวเราะ

"เหอ ๆๆ เธอถามอะไร เค้าถึงไม่ตอบ ?"

"ชั้นก็ถามว่า รู้มั้ยว่า ก้องนี่เป็นลูกอธิบดีเชียวนะ ?"

จอยทำหน้าเบ้

"โธ่ ! ยัยบ้าเอ๊ย ! แกไปถามคำถามนี้ได้ยังไง ? พ่อก้องจะเป็นใครแล้วไปเกี่ยวอะไรกับน้องเค้า ?"

"แทนที่เค้าจะตอบว่ารู้ หรือ ไม่รู้ กลับยิ้ม แล้วก็ไม่พูดอะไร ชั้นงี้หน้าชาเลยว่ะ เหมือนกับนี่กูเป็นเด็ก กำลังพูดกับผู้ใหญ่หรือเปล่า ?"

จอยพยักหน้า

"สมควรแล้วแหละ ดันไปถามอะไรไม่เข้าเรื่อง"

แดนพูดขึ้นบ้าง

"แล้วพอมาถึงที่พัก ปลีกวิเวกเลย นั่งอ่านหนังสือคนเดียว ฟังไอพ็อดคนเดียว นี่มื้อเย็นต้องให้ไอ้ก้องไปเสิร์ฟถึงที่ด้วยหรือเปล่าวะ ?"

ทวิชพูดขึ้น

"ช่างเค้าเหอะ ! ไอ้ก้องมันรักของมันแบบนี้ ก็เรื่องของมัน เด็กมันก็ดูสวยดี แค่มีโลกของตัวเองใบใหญ่หน่อย ถ้าไอ้ก้องมันทนไม่ไหว เดี๋ยวมันก็เลิกของมันเอง"

เสียงปิดประตูบ้านดังมาแต่ไกล ทุกคนมองไปที่บ้านพัก

ก้องกับหงส์กำลังเดินฝ่าลมหนาวมาตามทาง

หงส์ใส่เสื้อวอร์มสีเทาแขนยาว กางเกงวอร์มขายาวสีเดียวกับเสื้อ รูปร่างที่ค่อนข้างสูง โปร่ง ทำให้เธอดูสวยเด่น ไม่ว่าจะอยู่ในชุดใด

หงส์น้อยถือคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คติดตัวมาด้วย

สมาชิกทุกคนพร้อมใจกันมานั่งรอบโต๊ะไม้ เหลือที่นั่งให้ก้องกับหงส์นั่งติดกัน

จอยรีบหาจาน และ ช้อนส้อมมาเตรียม แล้วกวักมือเรียก

"มาเลย น้องหงส์ มาทานบาร์บีคิวด้วยกัน"

หงส์พยักหน้ารับ แล้วยิ้มให้

ก้องกับหงส์ทรุดตัวลงนั่ง

จอยยื่นไม้บาร์บีคิวให้หงส์

ทวิชมองเห็นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คสีขาวบนตักของแฟนเพื่อน เขาทักขึ้น

"หงส์ใช้แมคบุ๊คเหรอ ? พี่กำลังอยากซื้อซักตัวนึงเหมือนกัน เป็นไงใช้ดีมั้ย ?"

หงส์พยักหน้า

"ค่ะ ดีค่ะ หงส์ถนัดใช้แมคมากกว่าวินโดวส์ค่ะ เพราะต้องใช้ทำงาน แมคมีแอ๊ปปลิเคชั่นที่ใช้ง่ายกว่า"

เธอหยิบโน๊ตบุ๊คสีขาวบนตัก แล้วยื่นให้ทวิชแม๊คบุ๊ค

"พี่วิชลองใช้ดูได้ค่ะ พี่ใช้แมคอยู่แล้วใช่มั้ยคะ ?"

ทวิชเอื้อมมือรับโน๊ตบุ๊ค

"ใช่ ๆ"

ก้องพูดกับทวิช

"หงส์นี่เซียนแมคเลย"

ทวิชกดปุ่มพาวเวอร์ เริ่มเปิดเครื่อง

หงส์มองบาร์บีคิวในจาน เนื้อวัวที่เสียบบนไม้บาร์บีคิว ทำให้เธอนึกถึงพี่ชายคนหนึ่งที่ได้จากไป อาหลงเป็นคนที่ชอบแย่งเนื้อวัวของเธอทานเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นสุกี้ หรือ บาร์บีคิว เขาจะต้องจงใจมาแย่งของในจานเธอทุกครั้ง

"หงส์ รูปพวกนี้หงส์ถ่ายเองเหรอ ?"

ทวิชทักขึ้น หน้าจอเป็นรูปถ่ายในแนวไลฟ์ที่ซูมจับหน้าของแม่ค้าคนหนึ่ง มีแบ็คกราวน์เบลอ ๆ เป็นบรรยากาศตลาดสดที่ไหนซักแห่ง

ทวิชหันโน๊ตบุ๊คมาให้เพื่อนคนอื่นดูด้วย ทุกคนยื่นหน้าเข้าไปดู

หงส์พยักหน้า

"ค่ะ อันนี้ถ่ายที่ตลาดสดแถวบ้าน"

เปิ้ลถามบ้าง

"ในกรุงเทพฯ เหรอ ?"

"ค่ะ แถวพัฒนาการนี่เอง"

จอยพยักหน้าช้า ๆ

"ถ่ายเก่งจังเลย"

ทวิชกดปุ่มเลื่อนเป็นภาพต่อไป

ภาพสุนัขไทยขนสั้นสีเทากำลังเดินข้ามทางม้าลาย แบ๊คกราวน์เป็นรูปขาของฝูงชนที่กำลังเดินขวักไขว่

ก้องชะโงกหน้าเข้ามาดูใกล้ ๆ

"โอ้.! ภาพนี้สวยมาก พี่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยนิ"

หงส์พยักหน้า

"ค่ะ ยังไม่เคยโชว์พี่ก้อง"

ทวิชเพ่งไปที่ภาพ เขาเอียงหัวแล้วใช้ความคิด

"เอ๊ะ...! แล้วมุมนี้ได้มายังไง ? หงส์ต้องนอนลงกับพื้นถ่าย หรือ เอากล้องวางกับพื้นแล้วกด ?"

แดนพยักหน้าตาม

"เออ...จริงว่ะ ! มุมนี้กล้องอยู่ต่ำกว่าตัวหมาอีก สงสัยต้องนอนกลางถนนถึงถ่ายได้"

หงส์หัวเราะ

"เปล่าค่ะ ถนนนี้เป็นถนนใหม่ ยกพื้นสูง หงส์นั่งอยู่ขอบทางที่เป็นทางลาดต่ำกว่าพื้นถนน พอนั่งลงแล้วระดับกล้องก็พอดีระดับเดียวกับพื้นถนน ถึงได้มุมนี้ค่ะ"

ทุกคนพยักหน้า

ทวิชเลื่อนรูปถัดไป เป็นภาพที่ซูมไปที่จิ้งจกบ้าน เกาะที่ขอบประตูรั้ว แต่แบ๊กกราวน์เป็นภาพเบลอเป็นเงาวืด มองออกว่าเป็นรูปคนที่เดินผ่านไปมา

เปิ้ลทักขึ้นคนแรก

"อือ จิ้งจกนี่น่ารัก ภาพนี้สวยดี"

ทวิชมองภาพ แล้วพยายามนึกถึงเทคนิคการถ่าย

"ใช้สปีดช้าเหรอ หงส์ ?"

"ค่ะ จิ้งจกตัวนี้เกาะอยู่นิ่ง ๆ นานมาก แทบจะไม่ขยับ หงส์ก็ตั้งสปีดชัตเตอร์ช้า ปรับชัดตื้น แต่ต้องใช้ขาตั้งกล้องค่ะ"

ทวิชพยักหน้า

"อือ ก็เลยได้ภาพข้างหลังที่เป็นวิญญาณคนเดินไปมาแบบนี้ สวยมาก"

ทวิชเลื่อนรูปถัดไปเรื่อย ๆ ภาพแต่ละภาพที่ปรากฏขึ้น เรียกเสียงฮือฮาจากรุ่นพี่ได้ไม่เว้นแม้แต่เพียงภาพเดียว

"หงส์ใช้กล้องอะไร ?"

"นิค่อนค่ะ"

"พี่ใช้แคนน่อน พี่ถนัดแคนน่อนมากกว่า"

หงส์พยักหน้ารับฟัง

รูปคนในอิริยาบถต่าง ๆ ถูกแสดงบนหน้าจอทีละรูป

ทวิชถามต่อ

"หงส์ชอบถ่ายแนวไลฟ์เหรอ ?"

หงส์พยักหน้า

"ค่ะ แต่ถ้ามีเลนซ์เทเลก็จะดีกว่านี้ หงส์ไม่มีเลนซ์เทเลค่ะ"

ทวิชหัวเราะ

"ฝีมือถ่ายภาพขนาดนี้ ทำไมไม่ซื้อเลนส์เทเลด้วยล่ะ ?"

"ไว้ค่อย ๆ เก็บเงินก่อน ตอนนี้ใช้เท่าที่มีไปก่อนค่ะ"

ก้องรู้สึกภูมิใจในตัวของแฟนสาว ความสามารถพิเศษที่เธอมีเป็นเสน่ห์ที่ทำให้คนรอบข้างรักได้ง่าย ๆ หากคนเหล่านั้นได้มีโอกาสใกล้ชิดเธอ

"น้องหงส์เขียนสกู๊ปประกอบรูปได้ด้วยนะ เคยส่งสกู๊ปเกี่ยวกับชีวิตทหารไปลงในนิตยสาร" ก้องคุยให้เพื่อนฟัง

จอยเอื้อมมือไปจับแขนของหงส์

"จริงเหรอ ? เก่งจังเลย หงส์น่าจะทำงานทางด้านนี้นะ ถ้าให้หงส์เลือกทำสกู๊ปพิเศษของคนดัง หงส์จะเลือกทำสกู๊ปของใคร ?"

เปิ้ลออกความเห็น

"อองซานซูจีสิ ผู้หญิงคนนี้สุดยอด ใคร ๆ ก็ชื่นชม เมืองไทยน่าจะมีนักการเมืองแบบอองซานซูจีบ้าง"

หงส์ขมวดคิ้ว แล้วสั่นหัว สีหน้าเหมือนกับเธอไม่ได้ชื่นชมผู้นำฝ่ายค้านพม่าคนนี้เท่าไหร่

ปฏิกริยาของเธอสร้างความประหลาดใจให้กับรุ่นพี่ทุกคน รวมทั้งก้อง

ทวิชหัวเราะ

"หงส์ไม่ชอบอองซานซูจีเหรอ ? "

จำเลยอมยิ้ม มองหน้าก้อง เธอไม่คิดว่าเธอจำเป็นต้องอธิบายเหตุผลให้มากความ

ก้องพยักหน้า

"เล่ามาได้เลยหงส์ มีความคิดแตกต่างก็ไม่เป็นไร"

ทวิชเสริมขึ้น

"ยิ่งแตกต่างสิดี ถ้าคนเราคิดอะไรเหมือนกันหมด มองมุมเดียวกัน โลกนี้คงไม่มีอะไรพัฒนา"

หงส์พยักหน้า

"ค่ะ ในความคิดของหงส์ อองซานซูจีเป็นแค่ดาราที่โดดเด่น แต่ไม่ใช่คนที่มองประเทศพม่าด้วยมุมมองของคนพม่า"

ทุกคนทำหน้าเป็นเครื่องหมายคำถาม

อองซานซูจี

หงส์อธิบายต่อ

"อองซานเป็นลูกสาวของวีรบุรุษของพม่าก็จริง แต่เธอไม่เคยได้รับการถ่ายทอดความคิดทางการเมืองจากพ่อ ในมุมมองของพ่อ"

แดนถามขึ้น

"หงส์รู้ได้ไง ว่าพ่อลูกเขาไม่เคยคุยกันเรื่องนี้ ?"

"อองซานมีอายุแค่สองขวบเท่านั้นตอนที่พ่อถูกลอบสังหาร"

แดนเลิกคิ้ว คำตอบสั้น ๆ ด้วยสำเนียงห้วน ๆ ของหงส์ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองโง่

ทวิชพยักหน้า

"อ้าว เหรอ ? นี่รู้รายละเอียดขนาดนี้ แสดงว่าติดตามเรื่องของเค้ามาบ้าง"

หงส์พยักหน้า

"เพราะว่าพ่อของอองซาน เป็นวีรบุรุษที่เคยนำทหารพม่าต่อสู้กับทหารญี่ปุ่น ทำให้คนพม่าเชื่อว่า สายเลือดเดียวกัน ก็ต้องมีอุดมการณ์เหมือนกัน แต่อองซานเกิดมาเป็นคนรุ่นหลังแล้ว เธอเรียนหนังสือที่ประเทศอังกฤษ เธอใช้ชีวิตในต่างแดนตั้งแต่วัยรุ่น แต่งงานกับชาวอังกฤษ แล้วต่อมาก็ทำงานกับสหประชาชาติที่อเมริกา ชีวิตเธอโตมากับความคิดแบบตะวันตกตลอด กว่าจะกลับมาประเทศพม่าอีกครั้ง ก็ตอนอายุสี่สิบกว่า คนที่นิยมตะวันตกมาตั้งแต่วัยรุ่น เพิ่งมาสัมผัสกับประเทศพม่าจริงเมื่อวัยนี้ เธอจะมองประเทศเธอในมุมไหน ?"

ผู้ฟังแต่ละคนเถียงไม่ออก ได้แต่นั่งฟัง เพราะไม่มีใครมีความรู้เกี่ยวกับอองซานได้ลึกเท่าที่สาวคนนี้กำลังเล่า

หงส์เล่าต่อ

"ประเทศตะวันตกหนุนหลังเธอแน่นอน ทั้งสหรัฐ ฯและ สหประชาชาติ เพราะ การศึกษาของเธอมาจากตะวันตกทั้งสิ้น เธอเป็นความหวังของชาวพม่า เพราะ เธอเป็นฝ่ายค้านพม่าคนเดียวที่นานาชาติยอมรับ เธอพูดภาษาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ภาษานี้ เป็นเครื่องมือของสหประชาชาติที่เป็นข้ออ้างในการเข้ามาก้าวก่ายเรื่องภายในของประเทศต่าง ๆ"

ทุกคนเริ่มเห็นประเด็นของหงส์

ทวิชถามขึ้น

"แสดงว่า หงส์คิดว่าอองซานซูจีเป็นเครื่องมือของประเทศตะวันตกที่จะเข้ามาใช้ประโยชน์ทรัพยากรประเทศพม่า ?"

"หงส์ว่า ทั้งคู่ ยินดีเป็นเครื่องมือของกันและกัน อองซานซูจีไม่มีทางสู้คนเดียวได้เลย ถ้าไม่มีตะวันตกหนุนหลัง และ อองซานซูจี ไม่ได้เติบโตในประเทศแบบค่อย ๆ ไต่เต้ามาในท้องถิ่นตัวเอง เธอคือคนที่เดินทางลัด โผล่มาด้วยกำลังหนุนจากต่างชาติ และ ความศรัทธาเก่า ๆ ที่พ่อเคยสร้างไว้ เธอไม่เคยได้ผ่านความทุกข์ยากของการรวมประเทศที่เต็มไปด้วยชนกลุ่มต่าง ๆ มากมาย"

เปิ้ลแสดงความคิดเห็นของเธอบ้าง

"ถึงเธอจะมีตะวันตกหนุนหลัง แต่เธอก็ทำสิ่งที่ถูกต้องที่จะล้มเผด็จการทหาร ที่ป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรม เพราะไม่มีใครทำ เธอจึงจำเป็นต้องทำ จะมีคนอีกมากมายที่จะต้องล้มตายหากเธอไม่ได้ทำหน้าที่นี้"

หงส์พยักหน้า

"นอกจากอองซานซูจี ในพม่ายังมีกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลทหารอีกหลายกลุ่ม ไม่ใช่มีแค่อองซานคนเดียว แต่ไม่มีใครโดดเด่นในสายตาของต่างชาติเท่ากับอองซานซูจี กลุ่มอื่น เขาทำกันแบบลึกซึ้งมากกว่า ไม่โฉ่งฉ่าง และ ดราม่าเหมือนอองซาน แม้แต่ในรัฐบาลทหารพม่า ก็มีกลุ่มที่ต้องการพัฒนาประเทศแบบค่อยเป็นค่อยไป เข้าใจในปัจจัยรอบด้านที่แท้จริง เขาก็ต้องการหลีกเลี่ยงสงครามกลางเมือง"

เปิ้ลรู้สึกว่า หงส์ไม่มีความนิยมในตัวของอองซานซูจี แม้สักนิดเดียว

"หงส์พูดเหมือนกับ หงส์ไม่ค่อยชอบอองซาน"

หงส์สั่นหัว

"เปล่าค่ะ หงส์ไม่ได้มีข้อรังเกียจกับเธอ แต่หงส์มองเธอในส่วนที่ตัดดราม่าทั้งหลายที่เห็นจากสื่อออกไปหมดแล้ว แล้วเอาความจริงของประเทศพม่ามาพูด ไม่ใช่ได้ยินจากสื่อตะวันตก"

ทวิช ถามขึ้น

"ความจริงของประเทศพม่า คือ อะไร ?"

"พม่าเป็นประเทศที่มีชนกลุ่มเยอะแยะ ความจริงข้อนี้ อย่าว่าแต่สหประชาชาติเลย ประเทศที่มีพรมแดนติดกับพม่า อย่างไทย ก็ยังแยกแยะไม่ออกว่ากลุ่มไหนเป็นใครกันแน่ พม่ามีชนกลุ่มใหญ่ ๆ คือ ไทยใหญ่ กระเหรี่ยง อารกัน ว้า มอญ กะฉิ่น ยังไม่รวมชนกลุ่มเล็กอื่น ๆ อีกเป็นสิบ หลาย ๆ กลุ่มมีกองกำลังติดอาวุธเป็นของตัวเอง ไม่ต่ำกว่าสิบกลุ่ม อย่าง กองกำลังว้าแดง กระเหรี่ยงพุทธ พรรคมอญใหม่ กระเหรี่ยงคริสต์ บางกลุ่มต้องการยึดประเทศเป็นรัฐบาลเสียเอง บางกลุ่มแค่ต้องการขอพื้นที่เป็นอาณาจักรตั้งประเทศของตนเองออกมา บางกลุ่มต้องการแค่เขตปกครองพิเศษ หลายกลุ่มมีตะวันตกหนุนหลังส่งเสบียงอาวุธให้ หลายกลุ่มรับอาวุธจากจีน หากรัฐบาลเผด็จการหมดอำนาจเมื่อไหร่ กลายเป็นประชาธิปไตย กลุ่มเหล่านี้จะออกมาฆ่ากันเอง แล้วแบ่งประเทศเป็นเสี่ยง ๆ นั่นคือสิ่งที่เป็นหายนะของประชาชนทั้งชาติ พม่าเป็นประเทศที่มีชาติพันธุ์มากถึงร้อยสามสิบห้าชาติพันธุ์ ติดอันดับต้น ๆ ของประเทศที่มีชาติพันธุ์มากที่สุดของโลก ประเทศแบบนี้ ปกครองด้วยประชาธิปไตยไม่ได้"

ทุกคนยังอยู่ในความเงียบ

หงส์พูดต่อ

"อองซานซูจีไม่เคยตอบคำถามเกี่ยวกับการปกครองชาติพันธุ์ทั้งหลายเหล่านี้ได้ บรรดาคนที่มีการศึกษาในประเทศพม่า ต่างก็รู้ว่า ปัญหาเหล่านี้ ต่อให้มีอองซานซูจีอีกสิบคน ก็ใช้ประชาธิปไตยแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ มันต้องเผด็จการเท่านั้น ถึงจะคงความสงบได้บ้าง แต่พวกเค้า ก็กำลังหาระบอบเผด็จการที่แบ่งปันผลประโยชน์ให้ทั่วถึงประชาชนได้มากกว่านี้ แต่ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบดราม่าที่อองซานกำลังทำ สิ่งที่เธอทำ ถือว่าเป็นดราม่าเรื่องหนึ่งของโลก แต่ก็ถือว่าเป็นประโยชน์มาก ทำให้รัฐบาลทหารชุดต่อไป จะค่อย ๆ ปรับการบริหารให้ผ่อนคลายมากขึ้น แต่ไม่ใช่การให้ประชาธิปไตยแบบดราม่าตามที่ตะวันตกต้องการแน่นอน"

เปิ้ลตีหน้าเฉย เธอรู้สึกไม่พอใจในความคิดของสาวคนนี้ที่มีต่ออองซานซูจีที่เธอนับถือ

ทวิชถามขึ้น

"หงส์รู้ได้ไงว่ารัฐบาลทหารพม่าจะทำแบบนั้น ?"

"เพราะจีนทำมาแล้ว พม่าเดินทุกอย่างตามรอยที่จีนทำ เหตุการณ์ที่เทียนอันเหมิน รัฐบาลจีนกวาดล้าง มีคนตายมากมาย ทุกประเทศก็ประณาม แต่จีนก็ควบคุมคนได้ด้วยวิธีนั้น ไม่ให้ประเทศแตกเป็นเสี่ยง ๆ ไม่มีสงครามการเมือง ประเทศจีนก็เต็มไปด้วยคนชาติพันธุ์ต่าง ๆ มากถึงห้าสิบกว่าชาติพันธุ์ แล้วก็มีหลายศาสนา เพียงแค่มุสลิมในจีนก็มีคนมากถึงยี่สิบล้านคน ในยี่สิบล้านคนนี้ ชาวมุสลิมยังแบ่งเป็นเผ่าต่าง ๆ อีกมากกว่าสิบเผ่า ใช้ภาษาก็ไม่เหมือนกัน มุสลิมฝ่ายหนึ่งใช้ภาษาซินเจียงอาราบิค มุสลิมอีกฝ่ายใช้ภาษาจีนแมนดาริน นอกจากมุสลิม ยังมีเผ่าจีนอื่น ๆ อีกเยอะแยะที่มีวัฒนธรรมของตัวเอง หากใช้ระบอบประชาธิปไตยมาบริหารประเทศจีน จีนจะต้องแตกออกเป็นประเทศเล็ก ๆ ไม่ต่ำกว่ายี่สิบประเทศ จะมีคนฆ่ากันตายไม่ต่ำกว่าล้านคนเพื่อแย่งกันปกครองแผ่นดิน

ฉะนั้น จีนจึงจำเป็นต้องปกครองประเทศด้วยระบบที่เด็ดขาดที่สุด แล้วเวลาผ่านไป ก็ค่อย ๆ ผ่อนมาตรการต่าง ๆ มาเรื่อย ๆ ตามที่จีนเห็นสมควร ไม่ใช่ตามที่ฝรั่งเรียกร้อง วันนี้ จีนกลับมาเป็นชาติที่แข็งแกร่ง ยังเป็นประเทศอยู่เหมือนเดิม ไม่แตกย่อยยับเหมือนกับสหภาพโซเวียต"

หงส์ไม่รู้ว่าผู้ฟังทั้งหลายเงียบเพราะไร้เหตุผลที่จะเถียง หรือว่า เงียบ เพราะคิดตามไม่ทันกันแน่

เธอแบมือขอแมคบุ๊คจากทวิช เขาส่งคืนให้เธอ

หงส์ค้นหารูป เมื่อเจอรูปที่ต้องการ เธอหันหน้าจอเข้ามาในวงโต๊ะอาหารให้คนอื่นดู

"นี่ค่ะ คนสำคัญที่หงส์อยากถ่ายรูป แล้วทำสกู๊ป"

หน้าจอแสดงรูปภาพของ องค์ดาไลลามะ ผู้นำชนชาติธิเบต

องค์ดาไลลามะ

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

หงส์อธิบาย

"สิ่งที่ท่านทำ ไม่มีดราม่าใด ๆ ชนชาติของท่านกำลังจะถูกกลืนโดยคนจีน นี่คือการละเมิดสิทธิมนุษยชนข้ามประเทศ ร้ายแรงกว่าอิรักเข้าไปยึดคูเวต แต่ธิเบตไม่ได้มีผลประโยชน์ของตะวันตกมากมายอยู่ที่นั่น ก็ไม่มีใครอยากเข้าไปช่วยทะเลาะกับจีน"

หงส์หยิบไม้บาร์บีคิวในจานขึ้นมาทาน

ทุกคนเห็นด้วยในสิ่งที่เธอพูดเกี่ยวกับองค์ดาไลลามะ แต่สำหรับเรื่องอองซานซูจีแล้ว สีหน้าของบางคนแสดงออกได้อย่างชัดเจนว่าไม่เห็นด้วย แต่ไม่เถียง

เธอไม่เคยสนใจสายตาคนอื่นที่มองเธอด้วยความไม่เข้าใจ เพราะตั้งแต่เด็กมาจนโต เธอก็ใช้ชีวิตอยู่มาได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนที่เข้าอกเข้าใจ

******************************************************************************************************

อ่านหน้าต่อไป > 2, 3
นิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก เปิดให้จองแล้ว กดที่นี่