ตอน 49 (หน้า 1/3)

ไป้ทัว ! ช่วยเขาด้วย

สั่งซื้อ หนังสือนิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก ราคา 380 บาท

คิ้วของทอมเลิกขึ้นด้วยความฉงน...

...เธอมองหินสีน้ำเงินใสที่อยู่ในมือ แล้วส่งสายตากลับไปมองที่สาวสวยที่ยืนอยู่ข้างหน้าเธออีกครั้งเกล็ดพญานาค

หงส์ชี้ไปที่เกล็ดพญานาคในมือของทอม

"พี่ได้หินก้อนนี้มาจากที่ไหนเหรอคะ ?"

ทอมมองหินในมือ รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าทันทีเมื่อนึกถึงวันที่เธอได้พบหินก้อนนี้

"หินก้อนนี้เหรอคะ ? แปลกดี มันมาอยู่ในกระเป๋าเสื้อของพี่ได้ยังไงก็ไม่รู้ พี่ไปนั่งกินข้าวกับรุ่ง แล้วควักเงินทอนในกระเป๋าเสื้อ หินก้อนนี้ก็ติดออกมา"

"หงส์ก็เคยมีหินแบบนี้เหมือนกัน แต่หงส์ทำมันหายที่หน้าร้านกาแฟแถว ๆ เอกมัย"

"เอกมัย ? แปลกจัง วันที่พี่ได้หินก้อนนี้มา พี่ก็อยู่ที่เอกมัย น้องหงส์ทำหายแถวไหนคะ ?"

"หน้าร้านสตาร์บั๊คค่ะ"

"สตาร์บั๊ค !"

ทอมทวนคำ แล้วเธอก็หัวเราะ ยื่นมือไปจับแขนของหงส์

"งั้น...หินก้อนนี้คงเป็นของหงส์แล้วล่ะ ! เชื่อมั้ย ว่าพี่เจอหินก้อนนี้ในกระเป๋าเสื้อ หลังจากเดินออกมาจากร้านสตาร์บั๊คเอกมัย ?"

หงส์เบิกตาโต เรื่องที่เพิ่งได้ยินสร้างความประหลาดใจให้กับเธอ

สองสาวยืนหัวเราะในเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอธิบายเหตุผลได้

หงส์มองที่เกล็ดพญานาคในมือทอม

"หรือว่า พนักงานสตาร์บั๊คจะเก็บได้ แต่ ทำไมมันไปอยู่ในกระเป๋าเสื้อได้ ?"

ทอมสั่นหัว

"อย่าไปนึกเลย พี่เองคิดเรื่องนี้มาหลายวัน จนเลิกคิดไปแล้ว เพราะมั่นใจว่าตอนรับเงินทอนจากพนักงาน ไม่มีหินก้อนนี้อยู่แน่นอน"

เธอหยิบหินสีน้ำเงินใสในมือ ยื่นให้หงส์

"นี่จ๊ะ เมื่อเจอเจ้าของก็ดีแล้ว ของชิ้นนี้ ควรจะได้อยู่กับเจ้าของ"

หงส์ทำหน้าตกใจเล็กน้อย แล้วสั่นหัว

"ไม่ค่ะ มันอาจจะไม่ใช่หินก้อนเดียวกันก็ได้ ถ้าหินก้อนนั้นจะต้องเป็นของหงส์ หงส์ก็คงหามันเจอจนได้ วันที่หินก้อนนี้หายไป มีเหตุการณ์แปลก ๆ จู่ ๆ ก็มีนกบินเข้ามาจะจิกหงส์ที่หน้าสตาร์บั๊ค แล้วก็มีงูตัวใหญ่โผล่มาจากต้นไม้"

ทอมเขย่าแขนหงส์

"ใช่ ๆ วันนั้นมีงู คนในร้านสตาร์บั๊คก็ตื่นเต้น ชะเง้อดูกันใหญ่"

"แสดงว่า พี่ทอมอยู่ที่นั่นด้วยเหรอคะ ?"

"ใช่ บังเอิญจังเลย เราอยู่ที่นั่นเวลาเดียวกัน"

หงส์พยักหน้า

"ใช่ วันเดียวกัน เวลาเดียวกัน"

ทอมแบมือยื่นเกล็ดพญานาคให้หงส์อีกครั้ง

"นี่ไง วันนี้พี่ก็มาอยู่ที่นี่ วันเดียวกัน เวลาเดียวกันกับน้องหงส์ หินก้อนนี้ก็กลับมาหาน้องหงส์แล้ว"

หงส์หันหน้ามามองพี่ชาย แอนดี้ส่งยิ้มมาให้น้องสาว สื่อความหมายให้เธอตัดสินใจเองว่าควรจะรับไว้ หรือ ไม่

หงส์ยังไม่รับของจากมือของทอม เธอกลับถามขึ้น

"พี่ใช้หินก้อนนี้ใส่ลงไปในเหล็กนั่น เพื่อทำอะไรคะ ? เป็นเครื่องประดับ ?"

ทอมหยิบหินใส่เข้าไปในกรอบลูกดิ่ง แล้วจับสร้อยชูลูกดิ่งขึ้นมา

"มันก็จะกลายเป็นลูกดิ่งเพนดูลั่ม มันคือเครื่องมือพยากรณ์ จะพยากรณ์อะไรก็ใช้มือจับสายสร้อยไว้ แล้วตั้งคำถาม ลูกดิ่งจะแกว่งไปมา เพื่อตอบว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่ ?"

หงส์พยักหน้า เธอทวนคำ

"เครื่องมือพยากรณ์ ? เช่น เรื่องอะไรบ้างคะ ?"

"จริง ๆ ก็พยากรณ์ได้เกือบทุกเรื่อง แต่ที่พี่ถนัดที่สุดคือ เรื่องสุขภาพ"

หงส์รู้สึกทึ่งในสิ่งที่ได้ยิน เธอหันหน้าไปมองที่พี่ชาย

เมื่อหลายวันก่อนที่พี่ชายได้ฟื้นขึ้นมา พร้อมมอบภารกิจที่ไม่อธิบายเหตุผลให้เธอปฏิบัติ บัดนี้ได้พิสูจน์ได้ในขั้นต้นแล้วว่า ภารกิจเหล่านั้นไม่ได้ไร้สาระ ไม่ได้มาจากอาการเพ้อของพี่ชาย

หินก้อนนี้นำคนชื่อนวลมายืนอยู่ตรงหน้าเธอได้ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงคนนี้ยังมีความสามารถในการพยากรณ์สุขภาพ นี่ช่างเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ที่สุดที่เธอเคยพบเจอ

หงส์หันมาส่งยิ้มให้ทอม

"ถ้างั้น หินก้อนนี้ อยู่กับพี่ก็จะเป็นประโยชน์ที่สุด พี่เก็บไว้เถอะค่ะ"

หงส์หันหลังไปที่โต๊ะ เอื้อมมือฉวยของบนโต๊ะ แล้วหันกลับมา ยื่นให้ทอมดู

"นี่ก็คงเป็นลูกดิ่งเหมือนกันใช่มั้ยคะ ? หงส์เจอมันตกอยู่ที่ใต้เตียง"

ทอมมองที่ฝ่ามือของหงส์ หงส์น้อยเทหินแก้วใสพร้อมสร้อยลงในมือของทอม มันคือลูกดิ่งหินควอตซ์ที่แตกออกเป็นสามชิ้น

"ลูกดิ่งของรุ่ง !" ทอมอุทานเบา ๆ ความเป็นห่วงเพื่อนผุดขึ้นมาในใจทันที

เธอหันไปหาแอนดี้

"รุ่งเป็นยังไงบ้างคะ พี่แอนดี้ ?"

"ผมตื่นขึ้นมา ก็เห็นเค้านอนน้ำตาไหลอยู่บนพื้น บอกว่าเจ็บหลังมาก เค้าบอกว่าเจ้ากรรมนายเวรเล่นงาน บังเอิญผมรู้จักร่างทรงคนนึง ที่เค้ารู้จักวิธีจัดการปัญหาพวกนี้ ผมจึงบอกให้คุณน้อย รีบพารุ่งไปหาก่อนพระอาทิตย์ตก ที่นั่นเค้าไม่รับคนไข้ตอนมืด คุณน้อยต้องช่วยประคองเค้าเดินไป กว่าจะลุกขึ้นยืนได้ เกือบห้านาที เพราะเค้าร้องเจ็บหลังตลอด"

"แย่แน่ ไอ้รุ่ง !"

ทอมมองดูชิ้นส่วนของหินควอตซ์ใสในฝ่ามือ

อดีตลูกดิ่งของเพื่อน... บัดนี้แตกเป็นสามเสี่ยง

นี่คงไม่ได้เป็นสัญญาณว่าสังขารของเพื่อนก็จะแตกออกเป็นเสี่ยงเหมือนกันหรอกนะ !

สีหน้าของทอมบ่งบองถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

"ญาขอตัวโทรหารุ่งก่อนนะคะ"

พูดแล้วก็รีบเดินออกจากห้อง

แอนดี้ค่อย ๆ หย่อนขาตัวเองลงมาจากเตียง น้องสาวรีบเดินเข้าไปเพื่อจะช่วยประคอง แต่พี่ชายยกมือห้าม พูดด้วยภาษาจีนกลาง

"ไม่ต้อง อาฟ่ง ฉันจัดการเองได้ ฉันอยากไปล้างหน้า เปลี่ยนเสื้อมานั่งคุยกับแขก"

ซีฟ่งพยักหน้ารับรู้ เสื้อกุยเฮงที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวพี่ชาย ทำให้พี่ชายดูซูบยิ่งกว่าความเป็นจริงเสียอีก

แขกที่ชื่อญา หรือ 'นวล' คนนี้ คงเป็นคนสำคัญจากที่ไหนสักแห่งในอดีตของพี่ชาย

แอนดี้ค่อย ๆ ประคองตัวเอง เดินตรงไปยังประตู

เขายิ้มให้กับตัวเอง เมื่อนึกถึงสีหน้าของญาที่มีความห่วงใยในตัวเพื่อนที่ชื่อรุ่งมาก สองคนนี้คงเป็นเพื่อนรักกันแน่

*********************************************************************************************

เสียงเรียกจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น รุ่งกดรับสาย

เสียงปลายทางยิงคำถามทันที

"รุ่ง แกเป็นไงบ้าง ?"

เขาหัวเราะหึ ๆ

"อือ... ก็เป็นยังงี้แหละ"

"เป็นยังไงเล่า ? ยังงี้คือยังไง ?"

"ก็เจ็บหลัง เหมือนกล้ามเนื้อฉีก ตอนนี้นั่งในรถตู้ เอาหมอนสองใบมาหนุนหลังไว้ ถ้าขยับตัวไม่ดี มันจะเจ็บสุด ๆ "

"อือ แล้วนี่อีกไกลหรือเปล่ากว่าจะถึง ?"

"น่าจะซักครึ่งชั่วโมง แกไปถึงที่นั่นแล้วเหรอ ? ได้ลูกดิ่งคืนแล้วหรือยัง ?"

"ได้แล้ว แกรู้มั้ยว่าชั้นรู้จักเหล่าซือแอนดี้ ?"

ตาเขาเบิกโพลงทันทีที่ได้ยิน

"หา ! จริงอะ ? แกรู้จักได้ไง ?"

"ก็น้องวิแนะนำให้ชั้นรู้จัก ตอนที่ชั้นอยากเรียนภาษาจีนกลาง น้องวิก็บอกให้ชั้นไปหาที่ห้องเรียน แล้วก็แนะนำให้ชั้นรู้จัก แต่เหล่าซือเค้าแนะนำให้ชั้นเรียนกับอาจารย์อีกคนนึง"

"อ้าวเหรอ ? แปลกดี เพราะชั้นก็กำลังมีเรื่องให้แกช่วยเหล่าซือ แกช่วยประเมินสุขภาพให้เหล่าซือแอนดี้ได้หรือเปล่า ? ขอให้แกช่วยด้วยความเคารพยิ่ง"

ทอมหัวเราะเบา ๆ ถ้าเพื่อนยังมีสำนวนแบบนี้ได้ หมายความว่า สภาพจิตยังคงไม่เลวร้ายนัก

"เหอ ๆ มาอีกคนแล้ว ชั้นแปลกใจมาก แกเป็นคนที่สองแล้วที่มาขอร้องให้ชั้นช่วยเหล่าซือ คนแรกคือน้องวิ"

"อ้าวเหรอ ? น้องวิไม่เห็นเล่าให้ฟังเลย"

"แกน่ะจะตายอยู่แล้วเพราะเจ้ากรรมคนอื่นขี่หลังอยู่ ยังมาห่วงเค้าอีก"

"สำหรับคนนี้ ชั้นขอร้องว่ะ ! ตั้งแต่เรียนลูกดิ่งกันมา ชั้นไม่เคยขอร้องแกให้ช่วยคนอื่นเลย ชั้นช่วยของชั้นเอง แต่คนนี้ มันคาใจมาก ชั้นจำเป็นต้องช่วยเค้า แกช่วยหน่อยเถอะ ทอม"

"เค้ามีอะไรมากมายกับแก ถึงขนาดเป็นห่วงเค้าขนาดนี้ ? จะจีบน้องสาวเค้าเหรอไง ?"

"เหล่าซือมีน้องสาวด้วยเหรอ ? ชั้นเคยเจอเค้าครั้งเดียว ไม่มีเวลาถามถึงเรื่องส่วนตัว ตอนนั้นเค้าก็อาการแย่มากแล้ว"

"แกเจอเค้าครั้งเดียว ?.... เอ๊ะ หรือคนนี้ที่แกบอกว่าแกเจอครั้งเดียวแล้วเก็บมาฝัน ใช่หรือเปล่า ?"

"หา.. ! ชั้นเคยเล่าแล้วเหรอ ? เออ ๆ ใช่ ความจำแกดีว่ะ ใช่ เหล่าซือแอนดี้นี่แหละ"

"โธ่...! ไอ้เราก็นึกว่าเป็นสาวที่ไหน ที่แท้แกก็ชอบไม้ป่าเดียวกัน"

รุ่งหัวเราะหึ ๆ

วิชาลูกดิ่งที่ทอมร่ำเรียนมา วัตถุประสงค์ก็คือ ช่วยผู้อื่นที่เดือดร้อน ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอที่จะตอบรับเพื่อนไป แต่หากเพื่อนจะเล่าความสำคัญของคนไข้คนนี้ที่มีต่อเขาให้มากกว่านี้ ก็จะทำให้เธอเลิกตั้งคำถามที่ตามมาในสมองอีกมากมาย คำถามหนึ่งที่จิตคิดขึ้นมาได้ คือ...

ชายคนนี้ก็เป็นชายคนเดียวกันที่ทำให้จิตของเธอหวั่นไหวเพียงแค่ได้พบกันครั้งแรก

เหตุใดรุ่ง จึงมีจิตใจที่ผูกพันกับชายคนนี้เพียงครั้งแรกที่พบ เช่นเดียวกัน ?

รุ่งเป็นคนที่ไม่ชอบเล่าเรื่องส่วนตัวให้คนอื่นฟัง หากไม่มีใครถาม แต่ครั้งนี้ เธอคิดว่าคำถามของเธอสมควรแก่เหตุ

"ทำไมเหล่าซือถึงสำคัญมากขนาดนั้น เจอกันแค่ครั้งเดียว ? แกเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยได้มั้ย ? ขอแบบละเอียด ๆ ตั้งใจเล่าหน่อย อย่าเล่าแบบเวลาแกรำคาญ"

รุ่งหัวเราะเบา ๆ

"ได้ เอาแบบพงศาวดารเลยนะ เริ่มเรื่องโน่นเลย ย้อนไปวันที่ชั้นรู้จักแกวันแรก"

ทอมหัวเราะ

"เฮ่ย...! ชั้นไปเกี่ยวอะไรด้วย ?"

รถถูกชะลอในระยะกระชั้นชิด ทำให้ร่างของเขาโยกตามแรง

"โอ้ย !" ความเจ็บวิ่งจากกลางหลังขึ้นมาถึงท้ายทอย

เขาสูดปาก "ซี๊ด !.. รถเบรค โอย !.. หลังกู"

"เฮ่ย... รุ่ง เป็นอะไร ? คุยไหวหรือเปล่า ?"

เสียงถอนหายใจยาวของรุ่ง ดังฟืดเข้ามาในสาย

"เฮ้อ... ! เจ็บชิบหาย ! โอเค เล่าต่อได้ เริ่มต้นวันที่เราสามคน ชั้น วิทย์ แล้วก็แก ไปทำรายงานที่บ้านน้องวิ ตอนเรียนปีหนึ่ง จำได้หรือเปล่า ?"

"อือ... ย้อนไปนานจัง แต่วันนั้นไม่ใช่วันที่เรารู้จักกันวันแรกนี่หว่า เคยรู้จักกันมาก่อนนั้นแล้ว"

"ไม่ใช่ ชั้นหมายถึง วันที่รู้จักแบบได้คุยกัน รู้จักแบบรู้จักจริง ๆ ก่อนหน้านั้นก็แค่ทักกัน ไม่เคยคุยกันถึงสามประโยค"

"เออ ๆ โอเค แล้วไงต่อ ?"

"วันนั้นคุณย่าได้ให้กล่องเก็บของของพ่อ คุณย่าให้ขนกลับไปที่บ้าน ชั้นขนใส่ท้ายรถแก กล่องอาร์เอ็มเอ แกพอจำได้หรือเปล่า ?"

"อือ... คุ้น ๆ แล้วไงต่อ ?"

"พอกลับไปบ้าน ชั้นก็เปิดกล่อง ค่อย ๆ เอาของแต่ละอย่างออกมาดู มีหนังสืออยู่เล่มนึง เป็นลายมือของพ่อชั้น เขียนคล้าย ๆ ไดอารี่ แต่ไม่ได้เขียนทุกวัน เขียนเป็นเรื่อง ๆ อ่านแล้วก็จับใจความได้ว่า พ่อชั้นเคยเรียนมโนมยิทธิ แล้วก็เล่าว่าในมโนมยิทธิ ได้เห็นอะไรบ้าง มีเรื่องที่เล่าถึงสมัยโยนก แล้วก็นักรบชื่อสิงห์ ซึ่งเป็นนักรบที่เก่งมาก แล้วก็เป็นผู้นำที่เสียสละ ยอมทำทุกอย่างเพื่อชาติบ้านเมือง เพื่อคนในปกครอง

พ่อชั้นเขียนเรื่องของสิงห์ไว้มาก จนชั้นเข้าใจว่าพ่อชั้นคือสิงห์ สิงห์คือวีรบุรุษ พ่อชั้นเขียนในความหมายอย่างนั้น ชั้นอ่านแล้วก็ชื่นชม เค้าเป็นคนที่หาได้ยากในปัจจุบัน คนที่ทำเพื่อผู้อื่นขนาดนั้น ในหนังสือเล่าว่า เวลาสิงห์รับปากว่าจะดูแลใคร เค้าจะเอาชีวิตเข้าแลก แม้กระทั่งทำเพื่อคนที่เป็นลูกน้อง หากเขาตายแทนได้ เขาทำทันที

สิงห์เป็นคนมีวิชาที่ใช้อภิญญามากมาย มีวิชานึง สมัยนั้นเค้าเรียกว่าวิชา 'ถามไพร' เค้าจะเอากระดูกสัตว์มาผูกกับเชือก แล้วใช้มือถือเชือกไว้ ตั้งจิตถาม แล้วกระดูกที่ผูกเชือกอยู่ก็จะแกว่งเป็นคำตอบ"

เพื่อนนึกภาพตาม แล้วพูดขึ้นทันที

"เหมือนกับลูกดิ่งเพนดูลั่ม !"

"ใช่ สิงห์สอนวิชานี้ให้กับน้องสาว แล้วก็องค์หญิง ไอ้เรื่องทั้งหมดนี้ ตอนที่อ่าน ก็อ่านแบบคล้าย ๆ เรื่องเล่า กึ่ง ๆ นิยาย ชั้นไม่ได้ปักใจเชื่อว่าเป็นจริงทั้งหมด จนวันนึง ที่ชั้นรู้สึกอยากหาทางช่วยคุณย่าให้พ้นจากโรคหัวใจ แล้วเข้าไปหาข้อมูลในเน็ต กลับมาเจอเรื่องลูกดิ่งเพนดูลั่ม อ่านแล้วตกใจ นี่มันคือวิธีที่ชั้นอ่านเจอในบันทึกของพ่อ วิชาแบบนี้มันมีจริง แล้วมันยังมีอยู่"

"แกก็เลยตัดสินใจไปเรียนลูกดิ่งเพราะเรื่องของสิงห์"

"ใช่ หนังสือลายมือพ่อในกล่องอาร์เอ็มเอ เป็นแรงบันดาลใจหลาย ๆ อย่าง ถ้าคนชื่อสิงห์ ทำอะไรได้มากมายขนาดนั้นด้วยอภิญญาได้จริง แล้ววิชาลูกดิ่งยังมีสอนอยู่ในปัจจุบัน แกไม่คิดเหรอว่า นี่คือวิชาที่ชั้นต้องเรียน เหมือนกับว่าพ่อชั้นได้บอกให้ชั้นเดินตามทางอะไรซักอย่าง ที่มันมีหนทางเดินได้จริง ไม่ใช่เพ้อฝัน คุณย่าเป็นคนมอบกล่องอาร์เอ็มเอให้ชั้น เพื่อให้ชั้นหาหนทางกลับมารักษาคุณย่าได้ สักวันหนึ่ง ชั้นอาจจะรักษาคนได้เพียงแค่วางมือบนตัวคนไข้ เหมือนกับที่อังเคิ่ลร็อบเคยรักษาชั้น"

อังเคิ่ลร็อบ ? เธอไม่เคยได้ยินชื่อนี้จากปากของรุ่งมาก่อน

"อังเคิ่ลร็อบคือใคร ?"

"สมัยเป็นเด็ก เคยป่วยหนัก เพื่อนพ่อเป็นฝรั่งคริสเตียนชื่อร็อบ มาวางมือที่ท้อง แล้วส่งพลังจากพระเจ้าให้ ไม่ถึงสิบนาที อาการหาย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้สัมผัสกับอภิญญา"

"อือ... เหลือเชื่อว่ะ ! มิน่าแกเลยสนใจเรื่องอภิญญา คบกันมากี่ปีแล้ว แกไม่เคยเล่าเรื่องพวกนี้ให้ชั้นฟัง แกเป็นคนที่บางครั้งก็พูดน้อยเกินไป"

"เรื่องพวกนี้ เล่าให้แกฟัง มันก็ไม่ได้ประโยชน์ ถ้าไม่มีสาเหตุให้เล่า ไม่รู้จะเล่าไปทำไม"

"แล้วเหล่าซือแอนดี้ไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ตรงไหน ?"

"อภิญญาของอังเคิ่ลร็อบเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มากสำหรับชั้น เป็นความประทับใจตั้งแต่เด็ก แต่หากเทียบกับความสามารถของสิงห์ที่พ่อชั้นบันทึกไว้แล้ว สิงห์มีความสามารถหลากหลายกว่าหลายเท่า แรงบันดาลใจในการใช้ลูกดิ่งของชั้น คือ ถ้าชั้นมีความสามารถเท่ากับคนชื่อสิงห์ ชั้นก็จะรักษาคุณย่าได้ สิงห์เป็นคนที่ชั้นมองเป็นต้นแบบ ชั้นมั่นใจว่า สิงห์คือพ่อของชั้นเอง เรื่องของสิงห์นี้ ก็เก็บเป็นความประทับใจมาอยู่ตลอดหลายปี จนเมื่อเดือนที่แล้ว น้องวิโทรมาบอกว่ามีเรื่องด่วน อยากให้ช่วยตรวจคนป่วย น้องวินัดชั้นที่โรงเรียนสอนภาษา

เค้าให้ชั้นช่วยเหล่าซือแอนดี้นี่แหละ ชั้นเข้าไปในห้อง เห็นเหล่าซือนอนป่วยอยู่ พอเค้าเห็นหน้าชั้น เค้าก็เพ้อ เรียกชื่อชั้นว่า อาหลง แล้วพูดภาษาจีนกลาง ชั้นฟังไม่ออก ชั้นพูดภาษาไทย เค้าก็เริ่มพูดไทย ประโยคแรก เค้าบอกว่า เค้าตายแทนชั้นได้ ไม่ใช่ให้ชั้นตายแทนเค้า เค้าย้ำประโยคนี้หลายครั้ง แกลองคิดดูสิ สมัยนี้มีใครเค้ามาพูดเรื่องตายแทนกันแบบนี้ ไม่มีแล้ว แปลกมาก"

"อือ.. ก็บังเอิญไปตรงกับความประทับใจของแก ที่ประทับใจคนชื่อสิงห์ที่ตายแทนคนอื่นได้"

"มากกว่านั้น เล่าแล้วแกจะว่าเหลือเชื่อ พอเค้าเริ่มเพ้อไปเรื่อย ๆ เค้าบอกว่า เค้าคือสิงห์ ที่ต้องปกป้องคนอีกหลายคน แล้วเค้าก็พูดชื่อมา โห... เยอะแยะ ชื่อคนจีนทั้งนั้น แล้วเขาย้ำว่า เขาคือสิงห์แห่งประเทศจีน สิงห์แผ่นดินใหญ่ เขาต้องเป็นที่พึ่งของคนอื่น"

ความประหลาดใจเกิดขึ้นกับทอมเช่นเดียวกัน

"เค้าพูดว่าเค้าคือ สิงห์ ?"

"ใช่ ตะลึงมั้ยล่ะ ? แกเจอแบบชั้นแกจะว่ายังไง ? มันคงไม่ใช่แค่ความบังเอิญที่จู่ ๆ คนแปลกหน้าคนนึงพูดกับชั้นว่าเค้าคือสิงห์"

ได้ยินมาถึงจุดนี้ ทอมยอมรับโดยดุษฎี หากเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับเธอ เธอก็คงไม่คิดเป็นอื่น

"แกเคยเล่าเรื่องพระพุทธเจ้ากับพระนางพิมพาให้ชั้นฟัง คนเราเคยผูกพันกันมาหลายชาติ ได้ยินแค่ชื่อก็หลงรัก มันก็เป็นไปได้ที่เหล่าซือแอนดี้เป็นคนชื่อสิงห์ในอดีต แล้วต้องมาเจอกับแก พอเจอครั้งแรก เค้าก็เปิดเผยตัวเลยว่าชื่อสิงห์ เพื่อให้แกรู้ว่าเป็นคนเดียวกัน"

"เดี๋ยวนี้แกหัวลิงขนาดนี้แล้วเหรอ ? คิดซับซ้อนได้ในระยะเวลาสั้น ๆ ถ้าเหล่าซือแอนดี้คือคนชื่อสิงห์ในสมัยโน้น แล้วพ่อชั้นเป็นใครในสมัยนั้น ?"

"อือ... แล้วแกไม่ตั้งคำถามบ้างเหรอว่า แกเป็นใคร ในสมัยนั้น ? มีแกอยู่ด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้"

"อือ... มีเรื่องอีกเยอะเลย ถ้าจะคิด เพียงแต่ชั้นไม่เคยโยงเรื่องบันทึกของพ่อมาเข้ากับเรื่องในปัจจุบัน เพราะไม่เคยคิดว่าคนพวกนั้นจะมาเกี่ยวพันกับเราในปัจจุบัน จนกระทั่ง ชั้นได้เจอเหล่าซือแอนดี้นี่แหละ ถ้าชั้นได้รู้ประวัติของพ่อชั้นมากกว่านี้ อาจจะได้ต่อกันติดว่าเค้าผูกพันกันยังไง"

"อือ... เหมือนนิยายเลยว่ะ ผูกพันกันข้ามชาติ"

"แกฟังพอหรือยัง ? นี่เล่าเท่าที่พอจะจำได้นะ ให้ละเอียดกว่านี้คงไม่ไหวแล้ว"

เสียงพูดของเขาแผ่วลง แต่เสียงหายใจกลับดังขึ้น อาการเพลียจากการเจ็บหลังแสดงออกมาทางน้ำเสียง

"อือ... แค่นี้ก็พอเข้าใจแล้ว ชั้นเคยใช้ลูกดิ่งตรวจเหล่าซือไปหนนึง ครั้งนั้นตรวจไม่ได้ แต่ครั้งนี้จะลองดูใหม่ แกทำสมาธิประจุพลังไปพลาง ๆ ก่อน อาจจะบรรเทาอาการได้"

*********************************************************************************************

อ่านหน้าต่อไป 1, 2, 3
นิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก เปิดให้จองแล้ว กดที่นี่