ตอน 47

เกลียดพ่อ

สั่งซื้อ หนังสือนิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก ราคา 380 บาท

เบอร์โทรศัพท์ของวัลภา... เลขาของอามัณฑนา แสดงขึ้นที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของรุ่ง

เขากดปุ่มรับสาย

"สวัสดีครับ"

"สวัสดีค่ะ คุณรุ่ง นี่วัลภานะคะ เลขาของคุณมัณฑนา"

"ครับ จำได้ครับ"

"คุณรุ่งตัดสินใจได้หรือยังคะ เรื่องการเข้ามาร่วมงานกับคุณมัณฑนา ?"

"ได้ครับ จะให้ผมบอกอามัณเองจะดีกว่ามั้ยครับ ?"

"เหรอคะ ? คุณรุ่งตัดสินใจยังไงคะ ? แจ้งภาก่อนได้มั้ยเอ่ย ?"

"เหอ ๆ ได้สิเอ่ย ผมคงปฏิเสธงานที่อามัณเสนอ งานใหม่ของผมเป็นงานที่ผมถนัดครับ ผมชอบมาก ไม่อยากทิ้งมันไป"

"อือ... ชอบมากเลยหรือคะ ?"

วัลภาเงียบไปสึกอึดใจ

"น่าเสียดาย งั้น ภาจะเรียนให้คุณมัณฑนาทราบค่ะ แล้วช่วงนี้คุณรุ่งยังจะพอว่างเข้ามาหาคุณมัณฑนามั้ยคะ ? คุณมัณฑนาจะเล่าเรื่องงานวันเกิดคุณย่า มีสิ่งที่อยากให้คุณรุ่งเตรียมตัว"

"เหรอครับ ? ผมต้องเตรียมตัวอะไรมากมั้ยครับ ?"

"ก็พอสมควรค่ะ คุณธรรม์ กับ คุณมัณฑนา จะเป็นคนเล่าเรื่องให้คุณรุ่งฟัง เวลาเจอกับคนภายนอก หรือ สื่อต่าง ๆ คุณรุ่งจะได้เตรียมรับกับคำถามได้"

ความหนักใจเพิ่มขึ้นในจิตของเขาทันที ลมหายใจที่แรงทำให้คู่สนทนา หัวเราะเบา ๆ

"คุณรุ่ง อย่าเพิ่งท้อนะคะ ไม่ต้องกลัวค่ะ ระดับคุณธรรม์ กับ คุณมัณฑนาแล้ว สามารถเตรียมการณ์ได้ ไม่ต้องกลัวสื่อ ไม่ต้องกลัวกลุ่มไหน ทั้งสองท่านเตรียมแผนให้คุณรุ่งแล้วค่ะ"

"แผนเลยเหรอครับ ? การเตรียมตัวนี่ ผมคุยกับพี่ภาได้มั้ยครับ ? พี่ภาก็รู้เรื่องงานวันเกิดไม่ใช่หรือครับ ? ต้องขนาดคุยกับอามัณเลยเหรอ ? อามัณงานยุ่งขนาดนั้น"

"ไม่ได้หรอกค่ะ เรื่องการเตรียมตัวคุณรุ่ง ถือเป็นเรื่องใหญ่ ภาไม่รู้เรื่องเรื่องกลุ่มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว ทั้งกิจบูรณา แก่งอุดม มีเรื่องบางอย่างที่ละเอียดอ่อน ซับซ้อน คุณรุ่งจำเป็นต้องคุยกับคุณมัณฑนาด้วยตัวเองค่ะ"

"โห ! ... ยิ่งฟัง ยิ่งเครียด เหอ ๆๆ นี่ถ้าสมมุติว่า ผมไม่ได้เจออามัณก่อนงาน แล้วจู่ ๆ ผมเดินเข้าไปในงานเลย ได้มั้ยครับ ?"

"ไม่ได้ !ไม่ได้ !ไม่ได้นะคะ !" เสียงวัลภาตอบกลับกึ่งตะโกน

รุ่งหัวเราะเสียงดัง

"ฮ่า ๆๆๆ เอ้า ! ..ตกใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ ? อือ... ผมถามตรง ๆ นะ งานที่จะเปิดตัวผมว่าเป็นหลานคนโตนี่ มีคนบางคน หรือ ใครบางกลุ่ม ไม่ยอมรับ หรือ ไม่พอใจใช่มั้ยครับ ?"

วัลภาลำบากใจกับคำถามนี้ เธอนิ่งเงียบ

รุ่งเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไป คงเพราะคำถามนี้ไปสะกิดความจริงอะไรบางอย่าง เขาฉลาดพอที่จะแหย่ซ้ำ

"พี่ภาเงียบ แสดงว่า คงไม่มีอะไร งั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องเจอกับอามัณ ช่วยบอกอามัณว่า เจอกันในงานเลยนะครับ"

วัลภาตกใจที่ได้ยินคำตอบ

"ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้ คุณรุ่ง คุณรุ่งไปเดินอยู่ในงานไม่ได้ เดี๋ยวเจอคำถามเรื่องคุณพ่อ แล้วคุณรุ่งไม่เข้าใจจะยิ่งไปกันใหญ่"

"คำถามเกี่ยวกับพ่อ ? คำถามอะไรครับ ? จะมีใครถามอะไรเรื่องพ่อผมครับ ?"

"มีแน่ ๆ ค่ะ ภาถึงอยากให้คุณรุ่งเข้ามาคุยกับคุณมัณฑนาก่อน ถ้าคุณรุ่งพอเข้าใจแล้วก็จะไม่มีปัญหาค่ะ"

"ปัญหาอะไรครับ ที่พี่ภาคิดว่าจะมี ?"

อีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ เธอรู้สึกว่ารุ่งเริ่มจะตั้งคำถามที่ลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ

"อย่าถามภาเลยค่ะ คุณรุ่งคุยกับคุณมัณฑนาดีกว่า"

"งั้น คำถามสุดท้ายครับ เมื่อกี๊พี่ภาพูดคำว่า แก่งอุดม เค้าคือใครครับ ?"

"แก่งอุดม เป็น ญาติฝ่ายน้องสาวของคุณปู่วิฑูรย์ค่ะ"

"อือ... ครับ ตอบได้สั้นดี ขนาดอธิบายยาว ๆ ผมยังไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลย เหอ ๆ งานวันเกิดคุณย่าทุกปี คนในวงการที่ทำธุรกิจกับไตรสรณ์จะไปกันครบเลยใช่มั้ยครับ ?"

"ใช่ค่ะ ทั้งหุ้นส่วน คนจากบริษัทในเครือ แล้วก็ ลูกหลาน ทุกคนมาครบค่ะ ครบทุกปี "

"ทุกปีครบ ปีนี้ก็เกินสิครับ ?"

เสียงปลายทางหัวเราะ

"ไม่เกินค่ะ คุณรุ่งก็นับว่าเป็นญาติคนสำคัญ ไม่นับว่าเป็นส่วนเกินนะคะ แหมพูดผิดนิดเดียว"

รุ่งไม่เคยมีความคิดว่าตนเองเป็นส่วนเกินในครอบครัวไตรสรณ์ เพราะเขาไม่เคยได้ใช้ชีวิตในบ้านหลังนั้นมาก่อน

แต่จากนี้ไป หากคุณย่าต้องการประกาศให้คนทั่วไปรู้ว่าเขาคือหลานคนโต เขาคงต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของไตรสรณ์ให้ได้ คงต้องมีเรื่องราวอีกมากมายที่เขาจะต้องเรียนรู้

แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ต้องมาขมวดเป็นปมปริศนาที่ตัวตนของคุณพ่อ

เพราะการที่เขาเป็นลูกคุณพ่อ ทำให้เขากลายเป็นที่จับจ้องของผู้คน เขาไม่มีทางรู้เลยว่าใครจะมองเขาในแง่ดี หรือ แง่ร้าย หากเขาไม่รู้ว่าคุณพ่อมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับคนเหล่านั้นมาก่อน

********************************************************************************************

รุ่งโทรศัพท์หาวิทย์ เพื่อให้ติดต่อเพื่อนสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย

"วิทย์ มึงยังติดต่อมุดอยู่หรือเปล่า ?"

วิทย์นึกถึงเพื่อนนักศึกษาที่มีชื่อเล่นว่า 'ละมุด' คนที่รุ่งเคยมีเรื่องราวแทบจะลงไม้ลงมือกันเมื่อครั้งยังเรียนที่มหาวิทยาลัย

"เปล่า ทำไม ? มึงสำนึกผิดเหรอ จู่ ๆ จะไปล้างบาปหรือไง ?"

"กูมีเรื่องสำคัญ อยากให้มึงถามมันให้หน่อย มึงจะตามตัวมุดเจอได้หรือเปล่า ?"

"สำคัญมากเลยเหรอวะ ? ตามคงไม่ยากหรอก เพราะกูเห็นมันในเฟสบุค แต่ไม่เคยคุยกับมัน จะให้ถามเรื่องอะไร ?"

"ถามเรื่องพ่อกู ถ้ามันวิจารณ์พ่อกูได้อย่างนั้น แสดงว่ามันต้องรู้อะไรเกี่ยวกับครอบครัวกู อยากให้มึงถามว่า ทำไมมันถึงพูดอย่างนั้น ให้มันเล่าให้ฟัง ได้เปล่าวิทย์ ?"

"โห !.. เรื่องตั้งหลายปีแล้ว แล้วทำไมตอนนั้นเสือกไม่อยากรู้ ? ดันปี๊ดขึ้นแทบจะชกหน้ากัน"

"อือ.. มันมีเรื่องสำคัญตอนนี้ กูกำลังจะเดินเข้าไปบ้านไตรสรณ์ในฐานะหลานคนโต แต่กูเอง ยังไม่รู้จักครอบครัวกูดีเลย น่าตลกหรือเปล่าวะ ?"

"เหอ ๆๆ ตลก กูขำมึงมานานแล้ว กูยังรู้เรื่องครอบครัวมึงมากกว่ามึงเลย อ่านในหนังสือพิมพ์ธุรกิจ มีให้เห็นเกือบทุกวัน"

"ตกลงช่วยกูหน่อยได้หรือเปล่า ? ถามมันหน่อยว่า ทำไมมันถึงพูดว่าพ่อกูเป็นแบบนั้น ให้มันเล่าให้ละเอียดว่ารู้อะไรบ้าง รู้จากไหน"

"ทำไมมึงไม่ลองคุยกับมันเองล่ะ ?"

"ไม่ดีกว่า คนที่ไม่มองหน้ากันมานานขนาดนี้แล้ว จู่ ๆ จะกลับไปคุยเรื่องอะไร ยากว่ะ"

"ถ้ามันเล่าเรื่องพ่อมึงได้ แล้วมึงจะให้กูฟังแล้วมาเล่าต่อเหรอ ?"

"อือ... ได้เปล่า ?"

"แต่ถ้ามันเป็นเรื่องไม่ดี มันจะดีเหรอ มึงยังอยากให้กูได้ยินเหรอ ?"

"ถ้าเป็นมึง ไม่เป็นไร ได้ยินอะไรก็เล่าต่อมาให้หมด ถ้ามุดมันรู้เรื่องพวกนี้ แสดงว่าเรื่องพวกนี้ ก็มีคนอื่น ๆ รู้แบบนี้กันอยู่แล้ว มันจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี กูทำใจได้ แต่อย่างน้อยขอให้กูได้รู้ ไม่งั้นกูเดินเข้าไปในวงของใครก็ไม่รู้ แล้วเค้ารู้จักพ่อกูหมด แต่กูเอง ยังไม่รู้ว่าเค้าคิดกับพ่อกูยังไง เหมือนตัวตลกปัญญาอ่อน"

"รุ่ง อีกคำถามนึง ถ้าไม่ใช่แค่กูรู้คนเดียว แต่ยิ้มก็รู้ด้วย มึงจะว่าอะไรหรือเปล่า ?"

"มึงจำเป็นต้องเล่าให้ยิ้มฟังด้วยเหรอ ?"

"เปล่า แต่กูคิดว่าจะให้ยิ้มนั่นแหละ เป็นคนถามมุด เพราะยิ้มยังติดต่อกับมุดบ้าง"

รุ่งเข้าใจ

"อือ ถ้าเป็นยิ้ม โอเค ไม่เป็นไรหรอก แล้วแม่ยิ้มเป็นไงบ้าง ?"

"ไม่ค่อยดีว่ะ อาการทรุดลง"

"อ้าว ! แล้วยิ้มไม่แย่ไปด้วยเหรอ ? ก็เห็นผูกกายอะไรกันอยู่น่ะ"

"ท่านแม่ถอดออกจากกันแล้ว เพราะอาการของแม่ยิ้มหนักขึ้น ขืนยังผูกอยู่ คงต้องตายพร้อมกันทั้งคู่"

"ท่านแม่ช่วยไม่ได้เหรอวะ ?"

"นั่นน่ะสิ มึงคิดเหมือนกู แต่กูไม่กล้าถามยิ้ม"

"จะให้กูถามให้มั้ยล่ะ ?"

"ไม่ต้อง ถึงได้คำตอบ กูอาจจะไม่เข้าใจก็ได้ กูไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ แค่ที่มึงสองคนใช้ลูกดิ่งกัน กูยังไม่เข้าใจเลย แต่เห็นมึงคุยกันจนกูชินไปแล้ว ยิ่งเรื่องท่านแม่ของยิ้มนี่ กูคงยิ่งไม่มีวันเข้าใจ ยิ้มจะช่วยคนอื่นได้ยังไง ในเมื่อแม่ตัวเองยังช่วยไม่ได้เลย ?"

"เรื่องบางเรื่อง มันไม่ใช่ช่วยกันได้ง่าย ๆ ถ้าเป็นกฏของกรรม หรือ ถ้าหมดอายุขัย ยังไงก็ช่วยไม่ได้"

"แล้วเรื่องไหน ไม่เป็นกฏของกรรมบ้าง ? บางคนต้องเป็นไปตามกรรม บ้างคนไม่ต้องหรือไง ?"

"ไม่ใช่ ทุกคนก็ต้องตามกรรม แต่กรรมมันหนักเบาไม่เท่ากัน กรรมหนักมาแรง ก็ช่วยอะไรมากไม่ได้"

"แล้วกรรมหนักมาแรง มันมาจากไหน จู่ ๆ มาแรงได้ยังไง ?"

รุ่งหัวเราะ เขาพอจะคาดเดาได้ว่า หากตอบคำถามไปเรื่อย ๆ สุดท้ายก็ไม่พ้นต้องให้เพื่อนไปหาทางพิสูจน์ด้วยตัวเอง เหมือนที่เขาพิสูจน์มาแล้ว แต่ ณ เวลานี้ เพื่อนคนนี้คงยังไม่พร้อมที่จะใช้เวลาเพื่อศึกษาเรื่องเหล่านี้

"อือ... ดีแล้ว ที่มึงไม่ถามยิ้ม"

คำพูดของรุ่งทำให้วิทย์รู้ทันทีว่า ถ้าหากเขาถามไปเรื่อย ๆ รุ่งก็หมดปัญญาที่จะตอบเขาเหมือนกัน

"รุ่ง กูชอบยิ้มมาก"

รุ่งหัวเราะ

"ชอบยิ้ม ก็ยิ้มไปสิ มึงจะยิ้มจนปากฉีก คงไม่มีใครห้ามมึง"

"อ้ายเวร ! ..."

"เออ กูรู้ มึงต้องรับได้ซีวะ ถ้ามึงรักเค้าจริง หรือไง ? หรือมึงจะถอนตัว ก็ต้องรีบ ๆ ถอนแล้วมั้ง ถ้ารับไม่ได้"

รุ่งพูดตรง ๆ กับเพื่อนคนนี้อย่างนี้เสมอ

********************************************************************************************

ค่ำนั้น วิทย์โทรศัพท์หาแฟนสาว

ยิ้มกำลังเฝ้าอาการป่วยของแม่อยู่ที่โรงพยาบาล แต่เมื่อวิทย์เพียงออกปากว่า อยากจะไหว้วานเธอให้ช่วยเรื่องสำคัญของรุ่ง ยิ้มก็รับปากโดยไม่เอื้อนเอ่ยเป็นอื่น

"ทำไมรุ่งไม่คุยกับมุดเองล่ะคะ ?"

"มันไม่ถูกกัน สองคนนี้มีเรื่องกันตั้งแต่ปีสองแล้ว แล้วก็ไม่มองหน้ากันเลย"

ยิ้มหัวเราะ

"จริงเหรอคะ ? คนอย่างรุ่งทะเลาะกับคนอื่นเป็นด้วยเหรอคะ ? ทะเลาะกันเรื่องอะไรเหรอ ?"

"ก็เรื่องมุดไปด่าคนนามสกุลไตรสรณ์ต่อหน้ารุ่ง"

"อ้าว ! ... แต่เพื่อนในมหาลัย' ไม่มีใครรู้ว่ารุ่งเป็นญาติกับไตรสรณ์นี่คะ"

"ไม่มีใครรู้หรอก ก็ทะเลาะกันทั้ง ๆ ที่ไม่รู้นั่นแหละ"

"อ้าว !"

"ตอนนั้นหนังสือบางกอกไลฟ์สไตล์ ลงบทสัมภาษณ์อาของรุ่ง พอดีที่กลุ่มซื้อหนังสือเล่มนั้นมาอ่าน พอพลิกไปถึงหน้าที่มีสัมภาษณ์ อาของรุ่ง มุดก็พูดขึ้นว่ารู้จักกับตระกูลนี้ หมายถึงธุรกิจไตรสรณ์ แล้วมันก็เล่า ๆ ไปเรื่อย ๆ มีอยู่ประโยคนึง มันพูดขึ้นมาว่า คนที่เลวที่สุดในครอบครัวนี้คือพี่ชายคนโต ชื่อวีระ หมายถึงพี่ชายของคนที่ถูกสัมภาษณ์ ซึ่งก็คือพ่อของรุ่ง"

"โห !... ทำไมพูดขนาดนั้นเลยล่ะ ?"

"อือ... ไม่รู้สิ ไอ้รุ่งได้ยิน มันเอาหนังสือเรียนเล่มเบ้อเริ่ม เขวี้ยงใส่หน้าอกมุด ทุกคนงง มุดก็ยั๊วะ ไอ้รุ่งไม่ยอมขอโทษ มุดก็ลุกขึ้นมาจะเดินไปตบ ไอ้รุ่งมันก็ทำท่าจะต่อย เพื่อน ๆ ก็เข้าไปห้าม ไม่มีใครรู้เลยว่าไอ้รุ่งเป็นอะไรวันนั้น"

"เหรอคะ ? ขนาดนั้นเชียว ? อยากเห็นจังว่าเวลารุ่งเค้าโมโหหน้าตาจะเป็นยังไง"

วิทย์หัวเราะ

"ยิ้มอยากเห็นเหรอ ? ได้ ๆ เดี๋ยวตอนมันอยู่ด้วยกันกับเรา ผมจะด่าพ่อมัน เอาให้แสบกว่ามุดด่า"

ยิ้มหัวเราะ

"บ้าเหรอคะ ? ไม่เอาด้วยหรอก ท่าทางเวลารุ่งโกรธนี่คงจะน่ากลัวเหมือนกัน คนที่ไม่ค่อยโกรธ เวลามีอารมณ์จะรุนแรงกว่า"

"อือ.. ก็น่าจะใช่นะยิ้ม ถึงขนาดจะชกผู้หญิงได้นี่ คงไม่ใช่เล่น ๆ"

"รุ่งคงมีเรื่องนี้ติดอยู่ในใจมานานมาก เดี๋ยวยิ้มจะโทรคุยกับมุด แล้วพรุ่งนี้วิทย์นัดรุ่งมาเจอกันได้มั้ยคะ ? รุ่งยังไม่ได้งานใช่มั้ยคะวิทย์ ? ท่านแม่อยากจะสงเคราะห์อะไรบางอย่างเรื่องงาน รุ่งเค้าจะมีปัญหาเรื่องการงานไปอีกนาน ท่านบอกว่าต้องลองคุยกับรุ่งก่อน ถ้ารุ่งเค้ายอมฟัง ก็อาจจะช่วยได้"

"อือ... ได้ ตอนนี้มันคงว่างทุกวัน เพราะตกงาน น่าอิจฉา"

วิทย์รู้ดีว่าสำหรับรุ่งแล้ว ยิ้มคงยินดีทำอย่างเต็มใจ

เขาไม่เคยถือสาระในเรื่องที่ยิ้มเคยบอกว่าอดีตชาติเป็นคู่ครองกับรุ่งมาก่อน เพราะเขาไม่เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด แต่รู้แน่ ๆ ด้วยตาเห็นว่ายิ้มนั้นแสดงออกอย่างชัดแจ้งว่าถูกชะตากับเพื่อนสนิทของเขาคนนี้มากกว่าใคร ๆ

********************************************************************************************

> อ่านต่อหน้า 2,...ข้ามไปหน้า 3
นิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก เปิดให้จองแล้ว กดที่นี่