ตอน 43

สุขสันต์ ฟันปาร์ค 3

สั่งซื้อ หนังสือนิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก ราคา 380 บาท

หลังจากแยกย้ายกันเข้าห้องน้ำออกมาแล้ว ทั้งหมดสมัครใจยืนคุยกันกลางแจ้ง หวังให้แสงแดดช่วยไล่ความเปียกชื้นบนเสื้อผ้า

กิ๊วกับเพื่อนสองสาวช่วยกันดูแผ่นพับแผนผังของฟันปาร์ค กำลังถกเถียงกันว่า ควรจะไปเล่นเครื่องเล่นชิ้นไหนต่อ

รุ่งสะกิดทอม

"เฮ่ย ! แกมานี่ดิ จะให้แกดูอะไร"

รุ่งพาทอมเดินเข้ามาหาม๊อด ม๊อดยืนกินสายไหมอยู่ข้างแม่มดน้อย

เขาก้มลงจับเสื้อของม๊อด แล้วหันมาพยักหน้ากับทอม

"ทอม มาจับดูดิ เสื้อม๊อดแห้งแล้ว"

ทอมก้มลงจับเสื้อ เธอพบว่าเสื้อม๊อดแห้งสนิท แล้วเธอก็จับที่กางเกงของม๊อด เช่นกัน กางเกงม๊อดแห้งสนิท

ภาพที่เธอจำได้ล่าสุด ม๊อดยืนติดกับเธอ ขณะโดนน้ำห่าใหญ่สาด ตัวเปียกโชกชุ่มเช่นเดียวกับเธอ แต่ตอนนี้ เสื้อผ้าของเธอยังชุ่มอยู่ด้วยน้ำ ผิดกับเสื้อผ้าของม๊อดที่แห้งสนิท

ทอมขมวดคิ้ว

"น้องม๊อด ไปเป่าตัวที่ไหนอะ ?"

ม๊อดสั่นหัว ริมฝีปากมีคราบสายไหมติด

ทอมใช้มือเช็ดคราบสายไหมจากปากน้อง

"แล้วเสื้อผ้าแห้งได้ไงคะ ?"

รุ่งก้มลงนั่งคุกเข่า ยักคิ้วให้ทอม

"ซือก้อยปะ ? ม๊อดใช้พลังธาตุไฟได้"

พูดจบ เขาก็หันไปอ้าปากงับสายไหมสีฟ้าของม๊อด ที่จ่ออยู่ข้างหน้าเขาพอดี

แฟนนี่หัวเราะหึ ๆ

"พี่รุ่ง กินของแฟนนี่ก็ได้"

รุ่งสั่นหัว

"ไม่เอา ชอบสีฟ้า"

ทอมเบิกตาลุกโพลง

"จริงดิ ?"

แล้วหันมาหาม๊อด

"น้องม๊อดทำไงคะ ? เล่าให้พี่ฟังหน่อยสิ"

"ก็คุณตาฉอนว่า ให้หลับตาทำฉมาธิ แล้วก็เห็นไฟ แล้วก็ฉั่งให้ไฟไปเผาเฉื้อกับกางเกง"

สาวน้อยพูดเหมือนเป็นเรื่องง่าย ๆ

ทอมหัวเราะ

"แบน ๆ อย่างนั้นเลยเหรอ ?"

รุ่งค่อย ๆ งับสายไหมของม๊อดไปเรื่อย ๆ ทอมหันมายกมือตบหัวเพื่อน

"ไอ้ตะกละ ! แย่งของเด็ก"

รุ่งแลบลิ้นเลียคราบสายไหมที่ปาก

"ไม่แบนขนาดนั้นหรอก ม๊อดคงได้กสิณไฟตั้งแต่เด็ก ตอนกินข้าวกลางวัน ม๊อดถ่ายพลังลงเหรียญห้าจนร้อนจัด ให้ชั้นจับ มือแทบไหม้ ใช้เวลาแค่แป๊บเดียวเอง"

ทอมมีสีหน้าตื่นเต้น

"จริงเหรอ ? งั้นทำให้เสื้อพี่ทอมแห้งได้มั้ย ?"

ม๊อดสั่นหัว

"ไม่ได้ค่ะ"

รุ่งพูดขึ้น

"ไม่ได้ หรือ ไม่เคยลอง ?"

ม๊อดพยักหน้า

"ค่ะ ไม่เคยลอง"

รุ่งพูดต่อ

"มันได้อยู่แล้ว เพียงแค่เปลี่ยนจุดที่จะให้เผา ถ้าให้ม๊อดเอามือจับเสื้อพี่ทอม มันน่าจะได้ แต่มันอาจจะแห้งเป็นจุด ๆ แล้วถ้าไม่ต้องแตะต้องของที่จะเผา ม๊อดทำได้มั้ย ?"

ม๊อดเอียงหัว

"ไม่เคยลองค่ะ"

รุ่งหัวเราะ

"นี่แสดงว่าไม่ซน เป็นพี่นะ ถ้ามีวิชาแบบนี้ พี่คงลองทุกอย่าง ป่านนี้คงลองเผาบ้านพี่ทอมไปแล้ว"

ทอมหันมาทำจมูกหึ่ง

"มายุ่งอะไรกับบ้านกู ? ไอ้ชั่ว !"

ทอมพยักหน้ากับรุ่ง

"เหลือเชื่อว่ะ ! ชั้นเคยแต่อ่านในหนังสือที่หลวงพ่อเล่า แต่ไม่เคยคิดว่าสมัยนี้จะมีคนทำอะไรแบบนี้ได้ แกรู้วิธีเหรอ ว่าทำยังไง ?"

รุ่งสั่นหัว

"ไม่รู้ ชั้นไม่เคยฝึกกสิณไฟ น้องม๊อดนี่คงจะเด็กเกินไปที่จะเข้าใจเรื่องฌาณ แต่คงถูกสอนมาตั้งแต่เด็ก ที่สำคัญคือ..."

ทอมพูดสวนทันที

"...มีของเก่า !"

รุ่งพยักหน้า

"อือ... ใช่ เหมือนกับเราถ่ายพยาธิไปแล้ว แต่ไข่มันยังอยู่ พอวันดีคืนดี มันก็ฟักมาเป็นตัว ผื่นขึ้นเลย"

ทอมหัวเราะหึ ๆ แล้วสั่นหัว

"มึงบ้าหรือไง ? เปรียบเทียบอะไรไม่เห็นรู้เรื่อง"

รุ่งมองไปที่สายไหมของม๊อด เหลือเพียงไม้เปล่า ๆ แล้วหันไปมองสายไหมที่มือแฟนนี่

แม่มดน้อยรู้ใจ เดินเข้ามาแล้วยื่นสายไหมให้

"นี่... เอ้า ! แบ่งของแฟนนี่ไปกินก็ได้"

รุ่งยื่นมือคว้าไม้ทันที แล้วพูดพึมพำ

"ไอ้ขนมเวรนี่ อร่อยดีเหมือนกันนิ"

สักพัก คณะพรรคพวกก็ตกลงว่า จะไปที่ลานซุ้มเกมส์

******************************************************************************************

ลานซุ้มเกมส์อยู่ติดกับบริเวณด้านข้างของส่วนออฟฟิศ

จากลานนี้ มองเห็นเรือนไม้ปฏิบัติธรรมซึ่งห่างออกไปประมาณร้อยกว่าเมตรได้อย่างชัดเจน

รุ่งยืนมองไปที่เรือนไม้ รถตู้สีฟ้ากำลังเคลื่อนเข้าจอด เขามองเห็นอาน้อยยืนรออยู่ในชายคาโรงจอดรถ

คณะต่างเดินแยกไปเล่นเกมส์ตามซุ้มต่าง ๆ

รุ่งเดินตรงเข้าไปหาวิ ซึ่งกำลังเดินเข้าไปในลาน

"น้องวิ"

วิสะดุ้ง

รุ่งหัวเราะ

"อะไร ? ขวัญอ่อนขนาดนี้เชียวเหรอ ?"

วิมองหน้าญาติผู้พี่ มีสายตาที่ตื่น

รุ่งพูดขึ้น

"น้องวิ มาตรงนี้แป๊บนึง พี่มีอะไรจะถาม"

วิทำหน้าเลิ่กลั่ก

"อะไรคะ ? พี่รุ่งจะถามอะไรเหรอคะ ?"

รุ่งเดินนำไปสองสามก้าว แต่วิยังยืนชะงักอยู่ เขาหันกลับ แล้วเดินกลับมา

"เป็นไรเหรอ น้องวิ ? ไม่สบายหรือเปล่า ?"

เลือดวิ่งพล่านไปทั่วใบหน้าของญาติผู้น้อง เธอสูดหายใจลึก ๆ

"เปล่าค่ะ พี่รุ่งมีอะไรถามน้องวิเหรอคะ ?"

รุ่งพยักหน้า

"ใช่ น้องวิเดินออกมาตรงนี้หน่อย"

รุ่งเดินนำ แล้วหันหลังมาอีกที เห็นท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ของวิ ก็หัวเราะ

"น้องวิเป็นอะไร ? หนาวหรือเปล่า ?"

วิค่อย ๆ เดินตามรุ่ง

รุ่งชี้ไปที่โรงจอดรถ

"โน่น... คนพวกนี้เคยไปงานศพคุณปู่ใช่มั้ย ?"

วิมองไปที่รถตู้ มีคนอยู่กลุ่มหนึ่ง ทยอยลงจากรถ เธอมองแล้วก็พอจำได้ว่าใครเป็นใคร

"ค่ะ... คนแก่ที่ใส่ชุดผ้าไหมสีแดงนั่น คุณหญิงเจน ผู้ชายผมขาว ๆ คนนั้นคือลุงวิบูลย์ เป็นพี่ของอาน้อย ผู้หญิงคนนั้นคือพี่แพม เป็นลูกสาวของลุงวิบูลย์ คนที่เหลือน้องวิไม่รู้จักแล้วค่ะ"

"เค้าคงมาดูเรือนไม้นั่น"

ความสงสัยในเรือนไม้นั้นกลับเข้ามาในความคิดเขาอีกครั้ง

เขามีส่วนสำคัญอะไรกับครอบครัวกิจบูรณา ถึงขนาดจะต้องเชิญเขาไปเยี่ยมเรือนปฏิบัติธรรมนี้ ?

"น้องวิ เล่าให้พี่ฟังถึงเรื่องกิจบูรณาให้ละเอียดกว่านี้ได้มั้ย ? พี่อยากรู้มาก"

วิเห็นญาติผู้พี่มีสีหน้าจริงจัง เธอพยักหน้าทันที

"ได้ค่ะ พี่รุ่งถามมา น้องวิไม่รู้จะเริ่มเล่าตรงไหน"

รุ่งกำลังใช้ความคิด เขาควรจะเริ่มที่จุดไหน ถึงจะเข้าใกล้สิ่งที่สงสัยมากที่สุด

"งั้น คำถามแรก พี่สงสัยว่า กิจบูรณาจะสนิทกับคุณพ่อพี่ น้องวิเคยรู้เรื่องนี้มั้ย ?"

วินึกสักอึดใจ

"ไม่รู้สิคะ อาจเป็นได้ คือ กิจบูรณานี่สนิทกับไตรสรณ์มาก แต่มันก็ตอบยากว่าสนิทแบบไหนนะคะ คือ..."

วิรู้สึกลำบากที่จะเล่าความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัว รุ่งจับความรู้สึกได้ รีบตัดตอน

"เอางี้ น้องวิ คุณย่าเล่าให้พี่ฟังเรื่องธุรกิจของสองครอบครัว พี่พอจะเข้าใจบ้างแบบคร่าว ๆ คือ เรากับเค้า ก็เหมือนกับคนที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันในเรื่องธุรกิจ แต่อีกด้านนึง เราก็จะแข่งกับเค้า นี่ใช่มั้ย ที่น้องวิอธิบายลำบาก ?"

วิพยักหน้า

"ใช่ ๆ"

รุ่งถามต่อ

"งั้นพี่พอเข้าใจบ้าง น้องวิพอจะรู้มั้ยว่า ทำไมเราต้องแข่งกับกิจบูรณา ? พี่หมายถึง สมมุตินะ สมมุติว่าน้องวิกับกิ๊ว ร่วมกันทำธุรกิจกัน อยู่ดี ๆ ทำไมน้องวิจะไปแข่งกับกิ๊ว ? ในเมื่อเป็นเพื่อนกัน จะเอาอะไรทำไมไม่พูดกันตรง ๆ ? ต้องไปแข่งกันอีกให้ปวดหัวทำไม ?"

"ค่ะ ที่ต้องแข่ง เพราะกิจบูรณา พยายามจะทำลายธุรกิจของไตรสรณ์ นี่คือเป้าหมายของกิจบูรณา"

รุ่งเลิกคิ้ว เขาหัวเราะกับสิ่งที่ได้ยิน

"เหอ ๆๆๆ ตลกน่า มีเหตุผลอะไรที่เพื่อนกัน จะมาจ้องทำลายกัน ? ต่างคนต่างทำ ถึงจะแยกกันเดิน ก็ตัวใครตัวมันก็ได้ ทำไมต้องมาจ้องทำลาย ? ไม่มีเหตุผล"

วิค่อย ๆ พยักหน้า

"เรื่องนี้น้องวิก็ไม่เข้าใจ แต่ทุกคนก็ยืนยันว่าเป็นอย่างนั้น ทั้งอามัณ อาพล คุณพ่อ แล้วก็คุณย่าก็รู้ว่ากิจบูรณาต้องการฮุบกิจการ ถ้าฮุบไม่ได้ ก็จะทำลาย"

รุ่งทวนคำ

"คุณย่าก็รู้ เหรอ ?"

"ค่ะ อามัณกับพี่ธรรม์พยายามจัดการเรื่องต่าง ๆ ไม่ให้ครอบครัวเราเสียเปรียบ แล้วรักษาสิ่งที่คุณปู่สร้างไว้ ตั้งแต่คุณปู่เสีย กิจบูรณาก็เริ่มออกหน้ามากยิ่งขึ้น แต่ทุกครั้งที่น้องวิเจอครอบครัวกิจบูรณา น้องวิจะรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเค้าไม่ได้ร้ายเหมือนที่เราคิด"

รุ่งนึกถึงเรื่องที่เคยคุยกับคุณย่า

กิจบูรณาก็คงรอให้เขาเป็นคนมาสานความสัมพันธ์ เพราะเขาเป็นลูกของคุณพ่อ ซึ่งเข้าข้างกิจบูรณามาตลอด แต่เขา คงไม่ทำอะไรที่ทำร้ายคุณย่า ... ถ้าทำลายไตรสรณ์ ก็คือทำร้ายคุณย่า คุณพ่อก็คงไม่มีวันทำร้ายครอบครัวตัวเองเป็นอันขาด การที่คุณพ่อยืนอยู่ข้างกิจบูรณา คงต้องมีเหตุผล

เสียงทอมเรียกดังอยู่ใกล้ ๆ

"รุ่ง น้องวิ ทำอะไรน่ะ ? ไม่เข้าไปเล่นเกมส์ ?"

ทอมเดินมาพร้อมกับแฟนนี่

แฟนนี่วิ่งเข้ามาหารุ่ง

"พี่รุ่ง ไปยิงหมีให้แฟนนี่หน่อยสิ"

รุ่งหัวเราะ

"เด็กอะไร ทำไมใจร้าย ?"

"ไม่ใช่ ไม่ใช่ แฟนนี่หมายถึง ไปที่ซุ้มยิงปืน เอารางวัลตุ๊กตาหมีให้แฟนนี่ ที่นี่เค้าแจกหมีตัวใหญ่มาก"

แฟนนี่กางแขนบอกขนาดของตุ๊กตา

รุ่งหัวเราะ

"ใหญ่ขนาดนั้นน่ะ หมีสามตัวแล้ว เหอ ๆๆๆ ได้ แต่พี่ขอไปย่องเบาเรือนไม้โน่นก่อน"

เขาชี้ให้ทั้งสองคนดู

ทอมถามขึ้น

"ที่นั่นมีอะไร ?"

"เป็นเรือนปฏิบัติธรรม เค้าสร้างให้ชั้นว่ะ" รุ่งพูดสั้น ๆ

ทอมหัวเราะหึ ๆ

"แกเป็นพ่อเค้าหรือไง ? เค้าถึงสร้างให้แก"

รุ่งมองค้อน ไม่ตอบอะไร แล้วก็เดินมุ่งหน้าไปยังเรือนไม้

วิชวนทอม

"ไปดูใกล้ ๆ มั้ยคะ พี่ทอม ? ไปดูได้ น้องวิรู้จักเจ้าของ"

ทอมรู้สึกสนใจในคำว่า 'เรือนปฏิบัติธรรม' เธอจูงมือแฟนนี่เดินตามไป

เรือนไม้สองชั้นขนาดใหญ่ในสภาพกำลังตบแต่งภายใน เกือบจะเสร็จสมบูรณ์ มีขนาดพื้นที่ตัวเรือนประมาณหนึ่งร้อยตารางวา

ทั้งสี่คนยืนอยู่หน้าเรือน กำลังดูความสวยงามของสิ่งก่อสร้างชิ้นนี้

ทอมกวาดสายตาไปทั่ว

"เค้าจะสร้างเป็นร้านอาหารหรือเปล่า รุ่ง ? แต่ออกแบบเป็นสี่เหลี่ยมง่าย ๆ ดี"

มีเสียงก้าวเท้าดังมาจากในเรือน

"รุ่ง ! น้องวิ !"

เสียงอาน้อยเรียกมาจากชานเรือน

อาน้อยเดินมาที่ริมชาน แล้วกวักมือเรียก

"มา... ขึ้นมาดูข้างบน เดี๋ยวอาจะพาเดินดู"

"โน่น... อาน้อย" รุ่งหันไปแนะนำทอม กับ แฟนนี่ ให้รู้จักกับผู้บริหารสวนสนุก

ทั้งสองคนยกมือไหว้ แล้วค่อย ๆ ก้าวขึ้นบันไดสามขั้นขึ้นไปบนชาน

"ส่วนนี้กำลังตบแต่งภายใน แต่ห้องกรรมฐานใหญ่เสร็จแล้ว ติดแอร์เรียบร้อย อาจะพาเข้าไปดู"

อาน้อยเดินนำเข้าไปในโถงใหญ่ เพดานสูง ติดไฟเหลืองชนิดหรี่ได้เป็นจุด ๆ ผนังสองข้างของห้องโถงเต็มไปด้วยหน้าต่าง กรอบหน้าต่างไม้ถูกแกะสลักด้วยลายไทย เป็นรูปนางฟ้าในแต่ละอิริยาบถ ลงรักปิดทอง

ห้องโถงยังโล่ง ไม่มีเครื่องเฟอร์นิเจอร์ใด ๆ

ทอมจูงมือแฟนนี่ไปที่ริมหน้าต่าง แล้วชี้มือให้ดูลวดลายของกรอบหน้าต่าง

"ฉาบทองด้วย"

รุ่งได้ยินก็หัวเราะ

"บ้านแกสิ เรียกฉาบทอง เค้าเรียก ลงรักปิดทอง"

รุ่งดูลวดลายของกรอบหน้าต่างสวยงามเหมือนอยู่ในอุโบสถ

ทั้งสี่คนต่างเหลียวมองความสวยงามของมุมต่าง ๆ ในห้องโถงใหญ่

อาน้อยเดินไปที่ผนัง แล้วเปิดสวิทช์ไฟ

โคมไฟระย้าล้านนาดวงใหญ่บนเพดานกลางห้องโถงสว่างขึ้น แสงไฟส่องระย้าประดับด้วยแก้วเป็นแววงามระยิบระยับ

แฟนนี่แหงนมองแล้วอุทาน

"โอ้ ! " แม่มดน้อยล้วงกระเป๋ากางเกง หยิบลูกดิ่งออกมา

"แฟนนี่จะให้พี่จำปามาดูด้วยกัน"

เธอกระตุกลูกดิ่ง แล้วเงยหน้าบอกทอม

"พี่จำปาชอบมากค่ะ"

"โน่น เดี๋ยวเราเดินไปสุดห้องโน่น เป็นห้องกรรมฐานใหญ่" อาน้อยบอกวิ พร้อมชี้มือไปที่สุดห้องโถง

ประตูไม้ของห้องกรรมฐานถูกเปิด อาน้อยเดินนำทั้งสี่คนเข้ามาในห้อง

ทุกคนสะดุดตากับพระพุทธรูปปางสมเด็จพระพุทธเจ้าองค์ปฐมสีทองขนาดสี่ศอก มีไฟเหลืองส่องให้สว่างเด่นเป็นสง่า ตั้งอยู่บนแท่นติดผนังด้านไกลสุดของห้อง

พื้นห้องปูด้วยไม้ปาร์เก้ มีเครื่องปรับอากาศหลายตัวติดอยู่ที่ผนัง

ใกล้พระพุทธรูป หญิงสูงวัยผมขาวโพลนในชุดผ้าไหมสีแดงสดนั่งอยู่บนเก้าอี้ สีหน้ายิ้มแย้ม

อาน้อยผายมือไปที่หญิงผู้นั้น

"นี่คุณแม่ของอา รุ่งจำได้มั้ย ? ท่านเคยเจอรุ่งในงานศพคุณปู่น่ะ"

ทั้งสี่คนยกมือไหว้ วิเรียกชื่อท่าน

"สวัสดีค่ะ คุณหญิงเจน"

รุ่งพยักหน้า

"ครับ ผมจำได้ครับ"

ลูกชายเดินนำแขกทั้งสี่คนไปหาคุณแม่

วิเดินเข้าไปใกล้เก้าอี้ท่าน แล้วทรุดตัวลงนั่งบนพื้น ทำหน้าที่แนะนำคนที่เหลือ

"นี่พี่ทอมค่ะ เพื่อนพี่รุ่ง นี่น้องแฟนนี่"

ทั้งสามคนต่างทรุดตัวลงนั่งที่พื้น

คุณหญิงมองมาทางวิ

"หนีห่าว ? หนี่เตอจงเหวิน เหิ่นจิ้นปู้มา ?" (ภาษาจีนของเธอพัฒนาขึ้นบ้างไหม ?)

เธอถามวิด้วยภาษาจีนกลาง

"หวอเสี่ยง เหย่ปู้ชั่ว" (คิดว่า ก็ไม่เลวนักค่ะ) วิตอบ

"ปีนี้จะไปเที่ยวที่จีนอีกหรือเปล่าจ๊ะ ?"

"อยากไปค่ะ แต่ไม่แน่ว่าจะได้ไปหรือเปล่า"

ทอมรู้สึกกำลังจะเป็นหวัด ทำจมูกฟุดฟิด แล้วรีบยกมือขึ้นปิดปาก พร้อมกับจาม

"เช่ย...!"

คุณหญิงหันมาพูดกับลูกชาย

"น้อย พาหลาน ๆ ไปเปลี่ยนเสื้อก่อน นี่คงไปเล่นล่องแก่งกันมา ไม่ได้เอาเสื้อมาเปลี่ยนล่ะสิ ?"

ทุกคนพยักหน้า

"เดี๋ยวยายให้เสื้อคนละตัว ต้องเปลี่ยนนะ อย่าดื้อปล่อยให้เปียกแล้วตากลม จะเป็นไข้กัน เราสี่คน เดินตามอาน้อยไปห้องโน้นก่อนนะ"

อาน้อยลุกขึ้นยืน พยักหน้าให้ทุกคนเดินตามไป

อาน้อยเดินพาออกไปนอกห้อง เปิดตู้หยิบถุงเสื้อยืดคอปกซีดาร์ฟันปาร์คสีขาว เลือกขนาดที่เหมาะกับแต่ละคน แล้วยื่นให้

ต่างคนรับเสื้อแล้วแยกย้ายกันเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อ

อ่านหน้าต่อไป >