ปุ๊กกี้

......ปุ๊กกี้พาจิตลดระดับสมาธิลงมาเหลือแค่อุปจารสมาธิ

หูเริ่มได้ยินเสียงจากภายนอก  ลมหายใจเริ่มกลับมาแล้ว
จิตใจชุ่มชื่น แจ่มใส  เธอมั่นใจว่าสิ่งที่เธออธิษฐานจะต้องได้ผล

ไม่ใช่ง่าย ๆ  ไม่ใช่บ่อยครั้ง ที่เธอจะพาจิตไปถึงระดับฌาณสี่
จะพูดไป  ตั้งแต่เธอฝึกสมาธิมาได้สองปี  เธอเพิ่งจะสัมผัสกับสมาธิที่แนบแน่นระดับนั้นเพียงแค่สามครั้ง

แต่ครั้งนี้... เธอไม่ลืมที่จะอธิษฐานก่อนลืมตา  ... ผลมันจะแรงที่สุด !  เธอมั่นใจ

สติกลับมาได้ไม่นาน ปัสสาวะก็มาเยือน  เธอยิ้มกับตัวเองแล้วสั่นหัว  อายุแค่สามสิบ ทำไมถึงโทรมขนาดนี้ ?
นี่ถ้าเธอทรงฌาณสี่ได้ทั้งวันทั้งคืน ก็คงจะดี  ประสาทที่กระเพาะปัสสาวะจะได้ทรงฌาณไปด้วย ไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับเขาบ้าง 

ไม่เป็นไรหรอก... อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา  นี่ก็แค่การปวดฉี่เป็นครั้งที่ห้าในรอบครึ่งวัน  ทุกอย่างไม่เที่ยง  อาการปวดฉี่ก็ไม่เที่ยง  ใช่สิ... ไม่ยอมรอให้เที่ยงเลย แค่สิบเอ็ดโมง ก็ปวดเป็นรอบที่ห้าซะแล้ว

เธอค่อย ๆ ยืนขึ้น อาการปวดเอวก็เริ่มมาเยือนทันที  กรรมใดหนอที่มาจองไว้  ชาติก่อนคงเคยไปทำร้ายบั้นเอวคนอื่นเป็นแน่ หรือ ในอดีตเธอเคยเป็นนักมวยไทย ?  คงเตะคนไว้เยอะ  รีบเดินเข้าห้องน้ำซะก่อนที่เจ้ากรรมนายเวรจะไหลนองพื้น

ใกล้เที่ยงแล้ว....

ตรงข้ามบ้านเธอ  หญิงวัยกลางคนกำลังชะเง้อคอเรียกคนอยู่ที่หน้าบ้านตรงข้าม 

ปุ๊กกี้มองดูจากหน้าต่างห้อง  เธอรู้ว่าบ้านตรงข้ามไม่มีใครอยู่บ้านตอนนี้  พวกเขาออกไปตั้งแต่เช้า

สาวปุ๊กเปลี่ยนจากกางเกงนอนมาเป็นกางเกงขาสามส่วน เดินมาที่หน้าประตู  แดดใกล้เที่ยงกำลังร้อน

“น้าคะ  คุณน้าคะ”

หญิงวัยกลางคน หันกลับมา
“อ้อ จ๊ะ มาหาคุณยุพินจ๊ะ  แต่กดออดตั้งนานแล้ว สงสัยไม่อยู่บ้าน”

“ค่ะ น้ายุพินออกไปตั้งแต่เช้า  คุณน้าไม่ได้โทรมานัดหรือคะ ?”

“เปล่า แวะผ่านมา จะเอาแค่ของมาให้ ไม่ต้องเจอตัว ทีแรกนึกว่ามีคนงานอยู่ กะว่าจะฝากให้แล้วก็กลับ นี่ไม่ห็นมีใครอยู่เลยซักคน”

“ค่ะ ออกไปกันหมด คนงานก็ไปด้วยค่ะ”

ปุ๊กกี้สัมผัสถึงไอร้อนของแดดนอกบ้าน เธอมองดูท่าทางน้าผู้หญิงคนนี้ น่าจะไว้ใจได้ 

เธอเปิดประตูบ้าน

“คุณน้า เข้ามาคุยข้างในก่อน จะฝากอะไร ก็ฝากไว้ที่นี่ได้ค่ะ หนูรู้จักกับน้ายุพิน”

อีกฝ่ายยิ้ม ค่อย ๆ เดินเข้ามา
“งั้น น้าก็จะฝากเงินทำบุญให้น่ะ  ยุพินเขามาบอกบุญให้น้า น้าก็รวบรวม พอดีแวะผ่านมาทางนี้ก็จะเลยเอามาให้เลย”

ปุ๊กกี้ชะเง้อมองไปข้างนอก “น้ามารถอะไรคะ ?”

“มีคนรถมาจ๊ะ โน่น รถจอดอยู่หัวมุมบ้านโน้น”

ปุ๊กกี้ชะเง้อมองออกไปอีกมุมหนึ่ง เห็นรถโตโยต้าจอดอยู่  เธอนึกในใจว่า เธอไม่ได้ยินเสียงรถยนต์ ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเปิดปิดประตูรถยนต์  เยี่ยมจริง ๆ   สมาธิของเธอ ทรงอยู่ได้ที่ฌาณสี่ ตัดโสตประสาทจากโลกภายนอกได้

ปุ๊กกี้ หัวเราะ “คุณน้ารู้มั้ยคะ ? คนที่ฝากน้ายุพินไปบอกบุญน่ะ คือ หนูเอง”

อีกฝ่าย เลิกคิ้ว “อ้าว เหรอ ? จริงเหรอ ? ตาย... จุดไต้ตำตอ”

“ค่ะ หนูเอง”

“หนูเป็นศิษย์วัดนี้เหรอ ? ”

“ค่ะ หนูเป็นศิษย์ด้วยค่ะ”

“โอ้ ตาย... ดีจังเลย  หนูรู้มั้ย น้าก็เป็นศิษย์หลวงพ่อเหมือนกัน ? น้ารู้จักหลวงพ่อสมัยหลวงพ่อยังไม่มรณภาพ นี่ตอนยุพินมายื่นซองให้ น้าก็ยังงง เพราะยุพินเค้าไม่ได้รู้จักวัดนี้หรอก ทำไมถึงมีซองทำบุญวัดนี้ น้าก็สงสัยอยู่”

สองศิษย์มาเจอกัน ต่างแสดงทีท่ายินดีปรีดา

ปุ๊กกี้ลืมความป่วยไปชั่วคราว  เธอรีบเชิญศิษย์รุ่นพี่เข้าในข้างในบ้าน
“คุณน้า ถ้าไม่รีบไปไหน คุณน้าเข้ามานั่งก่อนสิคะ  เดี๋ยวหนูเอาน้ำเย็นมาให้ดื่มก่อน”

สองสาวเริ่มคุยกันอย่างออกรส 

ปุ๊กกี้ขนหนังสือธรรมะของสำนักลงมา  เธอเล่าเรื่องการฝึกกรรมฐานชนิดต่าง ๆ มโนมยิทธิ ฌาณเต็มกำลัง กสิณ ฯลฯ

คุณน้าก็เล่าประวัติของวัดนี้ตั้งแต่สมัยสามสิบปีก่อน  ต่างคนต่างเล่าประสบการณ์ที่แต่ละคนได้สัมผัส 

หลวงพ่อท่านมรณภาพไปหลายปีแล้ว แต่ความศรัทธาในตัวท่านยังไม่หายไปจากใจเหล่าลูกศิษย์

“แล้วหนูจะขึ้นไปที่อุทัยอีกเมื่อไหร ? ่”

ปุ๊กกี้สั่นหัว
“หนูอยากขึ้นไปมาก อยากไปกราบศพหลวงพ่อ แต่หนูนั่งรถนานไม่ได้  หนูปวดเอว หนูเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบค่ะ”

“หา... ตายล่ะ  ยังสาวอยู่เลย  หนูไปทำอะไรมา ? ยังไม่ได้แต่งงานใช่มั้ย ?”

“ยังค่ะ หนูไม่ได้ทำอะไร อยู่ดี ๆ มันก็ปวดเมื่อย แล้วก็ฉี่บ่อยมาก”

คุณน้าหัวเราะ “อยู่ดี ๆ มันไม่ปวดหรอก  ไอ้ที่ปวด เพราะมันอยู่ไม่ดีน่ะ  แล้วมีปวดหัวด้วยมั้ย ? ”
“ค่ะ ตุ๊บ ๆ เป็นบางวัน วันไหนเครียด ก็ปวดมากหน่อย แต่คงไม่เกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะหรอกค่ะ”

คุณน้านิ่งไปสักพัก
“เอ.. น้าสงสัยนะ เดี๋ยวขอถามอาการหน่อย  หนูปวดตามแนวนี้ใช่มั้ย ?”

เธอคลำบั้นท้ายขึ้นไปถึงหลังเอว แล้วลากมือลงมาที่น่อง

จำเลยพยักหน้า
“น้าว่า หนูเป็นนิ่วนะ อาการนี้คล้าย ๆ นิ่ว  เพราะน้าเคยเป็นมาก่อน จะเมื่อยหลังมาก แล้วก็ฉี่บ่อย นอนไม่หลับ เป็นภูมิแพ้ด้วย  ถ้าอาการหนักหน่อยจะเริ่มมีไข้”

จำเลยพยักหน้าแรงขึ้น

“ใช่ ใช่เลยค่ะ สองสามวันนี้ หนูเริ่มตัวรุม ๆ  แต่ หนูเป็นนิ่วได้ยังไงคะ ? หนูไม่ได้ทานน้ำสกปรก”

“นิ่วสมัยนี้ ไม่ได้เกิดจากน้ำสกปรกหรอก เกิดจากเรากินน้ำมันพืชตั้งแต่เกิด แล้วมันก็ไปเคลือบข้างในเราหมด จนน้ำที่กินเข้าไป มันแทรกเข้าตัวไม่ได้  ทำให้ถุงน้ำดีข้น เป็นก้อนนิ่ว  น้ำที่เข้าไม่ได้ ก็เลยต้องให้ไตพามาส่งที่กระเพาะปัสสาวะ ก็เลยฉี่บ่อย”

ปุ๊กกี้ตั้งใจฟัง แล้วเธอก็ขนลุกซู่  เธอนึกถึงการปฎิบัติกรรมฐานเมื่อเช้านี้  นี่ผลแรงขนาดนี้เชียวเหรอ  ยังไม่ทันข้ามวัน เธอก็ได้รู้สิ่งที่อยากจะรู้

“คุณน้าเป็นหมอด้วยหรือเปล่าคะ ?   หนูว่าคุณน้ารู้ดีจังเลย”

“หมอเถื่อนน่ะสิไม่ว่า  น้าเคยเป็นนิ่ว ตอนแรกไม่รู้หรอก แต่หลานน้าเขาเป็นวิชาลูกดิ่ง เลยใช้ลูกดิ่งตรวจให้ แล้วเขาก็ช่วยบอกวิธีรักษา”

ปุ๊กกี้ขมวดคิ้ว “ใช้ลูกดิ่งตรวจ ? ลูกดิ่งอะไรคะ ?”

“อย่าเพิ่งให้เล่าตอนนี้เลย เรื่องยาวหนู เดี๋ยวน้าโทรหาหลานก่อน ให้เขาแนะนำให้”

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าขึ้นมาโทรหาหลานชาย
“นี่ ทำอะไรอยู่  นี่น้านิดนะ  ว่างอยู่หรือเปล่า ? เดี๋ยวจะให้คุยกับน้องคนนึง น้านิดคิดว่าเค้าเป็นนิ่ว  ว่างใช่มั้ย ?   อือ...  เดี๋ยวลองคุยกับเค้าแล้วกัน  เรียกเค้าว่าพี่ปุ๊กนะ เดี๋ยวน้าเปิดลำโพง”

เธอกดให้เสียงออกลำโพงมือถือ แล้วยื่นมือถือมาให้
“ปุ๊ก นี่ชี่อรุ่ง หลานของน้าเอง เขารู้เรื่องวิธีรักษานิ่ว หนูเล่าอาการนะ”

“สวัสดีครับ พี่ตุ๊ก” เสียงตามสายดังมา

น้าสาวหัวเราะ “นี่รุ่ง เค้าชื่อปุ๊ก ปอปลา”
“อ้อ ครับ หวัดดีครับ พี่ตุ๊ก ปอปลา ทำไมชื่อแปลกจัง เหมือนนักจัดรายการเพลงลูกทุ่ง”

ปุ๊กกี้ หัวเราะ
“ชื่อปุ๊กค่ะ ปอปลา สระอุ ไม้ตรี กอไก่”

“หา.... ตุ๊ก สะอุ ปี ไก่… ปีระกาหรือครับ ?”

เธอยื่นปากเข้าไปใกล้มือถือมากขึ้น
“ปุ๊กค่ะ ปอปลา สระอุ ไม้ตรี กอไก่”

“อ้อ ชัดแล้วครับ  พี่ปุ๊ก ว่ามาเลย  พี่ปุ๊กมีอาการเป็นไงครับ ?”

“ฉี่บ่อยค่ะ  ทานน้ำปกติ ไม่ได้มาก  แค่สองแก้ว แป๊บเดียวก็ฉี่แล้ว  ก่อนนอนทานน้ำแก้วเดียว นอนแล้วก็ลุกขึ้นมาฉี่อีกสองสามครั้ง”

“ครับ”

“แล้วก็เมื่อยเอวมาก”

“ครับ มีอาการเหนื่อยด้วยหรือเปล่าครับ ? ”

“ใช่ค่ะ ใช่ เหนื่อย ๆ เพลีย  บางครั้งหายใจแล้วก็ปวดเอว”

“ปวดหัวด้วยหรือเปล่าครับ ?   ไมเกรน มีมั้ยครับ ?”

“ค่ะ ปวดกระบอกตาด้วย”

“ท้องอืด ไม่ค่อยย่อย ?”

“ใช่เลยค่ะ”

“อือ โอเค ดีครับ”

ปุ๊กหัวเราะ “ดียังไงคะ ?”

“อ้อ เปล่า... ผมหมายถึง มันก็อาจจะเป็นนิ่ว หรือ อาจจะเป็นอาการของเชื้อรา ยังไม่แน่ครับ”

“นิ่ว เกิดจากอะไรคะ ?”

ก็ สองสามสาเหตุใหญ่ ๆ  อย่างแรกคือ ดื่มน้ำน้อยเกินไป  พอเวลาร่างกายต้องการน้ำ มันก็ไม่รู้จะไปเอาน้ำมาจากไหน การประปาก็ติดมิเตอร์ไม่ทัน ข้างบ้านก็ไม่ยอมให้ใช้น้ำ  สงกรานต์ก็ยังไม่ถึง  ลอยกระทงก็น้ำท่วมซะอีก  มันก็เลยไปเอาน้ำมาจากถุงน้ำดี”

ทั้งปุ๊ก และ น้าสาวหัวเราะพร้อมกัน
“นี่ รุ่ง แกพูดอะไรวะ ? ใครจะไปฟังแกรู้เรื่อง  พูดดี ๆ หน่อย”

“นิ่วในไต อันเดียวกันหรือเปล่าคะ ? ” ปุ๊กถาม

“ไม่ใช่ครับ คนละอัน นิ่วในไตนั้น มาจากโปตัสเซียมเกาะตัวในไต เพราะทานผักสดผลไม้ เกินร่างกายต้องการ หรือ บางคนที่มีไขมันในเลือดสูง เยื่อหุ้มหัวใจผิดปกติ แล้วทานผลไม้เยอะ ก็ทำให้เกิดนิ่วในไตได้”

ปุ๊กกี้เริ่มรู้สึกว่ามันลึกเกินไป เธอคงไม่ต้องการรู้ลึกขนาดนั้น
“แล้วที่ปุ๊กเป็นอยู่นี่ เป็นนิ่วที่ไหนคะ ?”

“ผมไม่รู้หรอกครับ คือ ต้องตรวจด้วยลูกดิ่ง ต้องมาเจอตัว  ถ้าไม่ได้เจอตัวก่อน ระหว่างนี้ถ้าจะให้สันนิษฐาน ก็เดาว่า เป็นนิ่วในถุงน้ำดี เพราะมีไขมันเกาะลำไส้ ทำให้ระบบดูดซึมเสีย เพราะอาการที่เล่ามา มันก็น่าจะใช่ ก็ใช้สูตรน้ำชาฮ่องเต้ก่อน”

น้าสาวมั่นใจว่าเป็นนิ่วในถุงน้ำดีแน่
“รุ่ง  น้านิดว่าใช่นะ ดูจากอาการ แล้วนี่เริ่มมีไข้แล้วนะรุ่ง น้านิดว่าเป็นนิ่วในถุงน้ำดี”

เสียงปลายทางหัวเราะร่า
“ฮ่า ๆๆๆ  น้านิด เข้าข้างตัวเองนี่หว่า  พอตัวเองเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ก็เลยคิดว่าคนอื่นต้องเป็นเหมือนตัวเอง  น่าไม่อาย น้านิด.. ฮ่า ๆๆๆ  เค้าอาจจะเป็นอย่างอื่นก็ได้ เช่น ต่อมลูกหมากโต หรือ  มะเร็งที่ลูกกระเดือก”

“นี่ นี่.. ทะลึ่งใหญ่แล้ว ผู้หญิงที่ไหนมีต่อมลูกหมาก ? ”

“อ้าว จะไปรู้เรอะ น้านิด  ทีผู้ชายยังมีนมโตกว่าผู้หญิงได้เลย สมัยนี้ ใครจะไปรู้”

“อ้ายเด็กบ้านี่......” คุณน้าหันมาทางปุ๊ก  “อย่าไปถือสามัน หลานน้ามันเป็นแบบนี้แหละ”
แล้วพูดกับหลานชายต่อ “เข้าเรื่องดีกว่ารุ่ง แล้วถ้าไม่ได้ตรวจด้วยลูกดิ่ง เราจะแนะนำให้พี่เค้าทำยังไงก่อน ? ”
“ครับ ก้อ... เอางี้  ตอนนี้มีไข้ใช่มั้ย ?   แถวนั้นมีเม็ดมะรุมมั้ยครับ ? ”

ปุ๊กไม่เคยเห็นมาก่อน “ไม่น่าจะมีนะคะ หาซื้อได้ที่ไหนคะ ? ”

“ถ้าไม่มีก็ยากครับ อย่าไปหาซื้อเลย ร้านเซเว่นไม่มีขายหรอกครับ มีขายแต่เม็ดมะตุ้ม แต่ใช้แทนกันไม่ได้ เอ.... งั้นก็...สงสัยต้องพึ่งยาฝรั่งแก้ไข้ไปก่อน”

น้าสาวนึกอะไรขึ้นมาได้
“รุ่ง... น้ามีไอ้สมุนไพรกำจัดเชื้อราอยู่ในกระเป๋า  อันนี้ลดไข้ได้ใช่หรือเปล่า ?”

“อันไหนอ่ะ ? ... น้านิดเป็นเชื้อราเหรอ ? ”

“เปล่า ไอ้สมุนไพรอัลฟ่าน่ะ มันแก้ไข้ด้วยไม่ใช่เหรอ ? เอาแทนเม็ดมะรุมไปก่อนได้เปล่า ?”

“อ๋อ...อัลฟ่า  ได้ ได้   โอ... น้านิดนี่เริ่มเก่งแล้ว”

น้าจัดแจงค้นในกระเป๋าถือ
“พี่ปุ๊ก... เดี๋ยวทานสมุนไพรแคปซูลที่น้านิดให้ก่อนนะครับ ซักสองเม็ด มันเป็นสมุนไพรที่ช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาว มีฤทธิ์ลดไข้  เวลาเม็ดเลือดขาวเราแข็งแรง มันจะไปฆ่าเชื้ออื่น ๆ ด้วยตัวมันเอง ทานเข้าไปแล้วประมาณครึ่งชั่วโมง จะรู้สึกข้างในร้อนขึ้นนิดหน่อย ไม่ต้องตกใจ หลังจากนั้นจะสบายตัวขึ้น  แต่นี่ก็แค่แก้เฉพาะหน้า ลดไข้ไปก่อน  ส่วนจะไปล้างถุงน้ำดีก็ต้องสูตรชาฮ่องเต้”

“ค่ะ ต้องทำยังไงคะ ? เดี๋ยวปุ๊กเตรียมจด”

“ครับ สูตรชาฮ่องเต้นี่ล้างระบบดูดซึมได้เร็วที่สุด  เอา รากหญ้าคา เก๋ากี๊ ดอกมะลิ เก๊กฮวย...”

“เอ๊... รุ่ง” น้าสาวร้องทักขึ้นมา “สูตรนี้จะไปหาจากไหน ? ไม่เอา  จะไปซื้อรากหญ้าคาที่ไหนเล่า เอาสูตรที่บอกให้น้าทำสิ”
“แหม... น้านิด ชาฮ่องเต้  เราก็ต้องไปซื้อสมุนไพรจากตำหนักหลวงสิ เดี๋ยวจะฝากท่านจอหงวนไปซื้อมาซักสองสามตำลึง”

“แกจะเลิกทะลึ่งซักแป๊บได้มั้ย ?   บอกอีกสูตรมาเร็ว”

“ว้า... เลิกทะลึ่งก็ไม่ใช่ผมน่ะสิ  จดเลยนะ  สูตรชากำมะลอ”

ปุ๊กทวนคำ “ค่ะ ชากำมะลอ สะกดยังไงคะ ? กำมะลอที่แปลว่าของปลอมหรือคะ ?”

น้าสาวสั่นหัว “ชามะละกอจ๊ะ หนู  ไอ้นี่ มันจะกวนไปถึงไหนนะ”

“ครับ ชากำมะลอนี่แหละ แหม ผมพูดผิดหน่อยก็ไม่ได้  ก็เอากำมะลอดิบมา แบบที่ใช้ตำส้วมตำ เอามาปอกเปลือก”

คนจด จดไป หัวเราะไป
“ปอกแล้ว ก็หั่นเป็นชิ้นเท่าฟัก จะใหญ่ หรือ เล็กกว่าฟักไม่ว่ากัน ไม่ผิดรัฐธรรมนูญ แต่ต้องระวังตำรวจ ถ้าตำรวจไม่เห็นก็ทำได้  แต่อย่าซอยเป็นชิ้นเล็กนะครับ มันจะเละ”

“ค่ะ”

“พี่ปุ๊ก หั่นกำมะลอซักหก ถึง แปดชิ้น ใส่หม้อต้ม กำมะลอดิบที่เหลือยังไม่ได้ใช้ ก็หั่นแล้ว เก็บไว้ในตู้เย็นใช้วันต่อ ๆ ไปได้นะครับ ต่อมาก็ ใส่น้ำประมาณสองลิตร แล้วใส่ดอกเก๊กฮวย หรือ ใบเตย อย่างใดอย่างหนึ่ง ต้มจนน้ำเดือด  พอน้ำเดือด กำมะลอจะลอย  ให้ปิดไฟทันที”

“ค่ะ ปิดไฟ แล้วไงคะ ?”

“แล้วก็ตักกำมะลอทิ้งไป อย่าปล่อยไว้ ไม่งั้นกลิ่นมันจะเหม็น ต่อไปก็ หาใบชามา ชาอะไรก็ได้ ชาจีน ชาใบหม่อน หรือ ชาเขียว  แต่ห้ามเป็นชาผง  ใส่ใบชาในตะแกรง ลงไปแกว่งในหม้อนี้ ประมาณสามนาที อย่าเกินกว่านี้  ถ้าเกินกว่านี้ สารแทนนินในชาจะออกมาเพ่นพ่าน จะทำให้ท้องผูก แล้ว ก็นอนไม่หลับ”

“ค่ะ สามนาที แล้วทิ้งใบชาใช่มั้ยคะ ? ”

“ครับ  น้ำที่ได้ เราเรียกว่า ชากำมะลอ”

“เรียก ชากำมะลอจริง ๆ หรือคะ ? หรือเรียกว่า ชามะละกอ ?”

“ถ้าผมเรียก ผมจะเรียกชากำมะลออ่ะ พี่ปุ๊กจะเรียกอะไรก็ได้ เรียกว่า ชาชองมิน ชาซุกแจ หรือ ชาล็อตก็ไม่ห้าม”

ปุ๊กหัวเราะ “ค่ะ แล้วไงต่อคะ ? ”

“น้ำชากำมะลอเนี่ย เราก็เก็บไว้ดื่ม พี่ปุ๊กควรจะดื่มวันละไม่ต่ำกว่าหนึ่งลิตร ที่เหลือเก็บไว้ในตู้เย็นได้สองวัน เกินกว่านั้น มันจะงอน”

“งอน ?”

“มันจะบูดน่ะครับ”

“อ้อค่ะ คุยกับน้องรุ่งแล้ว พี่เริ่มปวดหัวแล้วล่ะ”

“ครับ ดีใจด้วยครับ”

ชามะละกอ“ชานี้จะช่วยล้างไขมันหรือคะ ?”

“ครับ ฤทธิ์ของยางกำมะลอจะล้างไขมัน  เก๊กฮวย หรือ ใบเตยจะบำรุงหัวใจไปด้วย คือ ถ้าเราใส่เฉพาะกำมะลออย่างเดียว มันจะทำให้เราเพลีย  เลยต้องใส่เก๊กฮวย หรือ ใบเตยไปด้วย  แล้วใบชา ก็จะดับกลิ่นของกำมะลอ”


น้าช่วยเสริม “สูตรนี้ดีมากนะหนู  น้าทานไปประมาณสองอาทิตย์อาการก็เริ่มดีขึ้น จนตอนนี้ น้าไม่ต้องไปผ่านิ่ว หายไปเอง”
“มันสลายนิ่วได้ด้วยเหรอคะ ? ”

เสียงปลายทางตอบ “ชากำมะลอไม่ได้เข้าไปสลายนิ่วโดยตรง แต่มันเข้าไปล้างไขมันให้หมด พอไขมันหมดจากลำไส้ น้ำที่เราดื่มเข้าไป มันก็สามารถซึมเข้าไปในถุงน้ำดี  ทำให้ก้อนไขมันในนั้น เริ่มละลายออกมาทางฉี่”

ปุ๊กพยักหน้า “เข้าใจแล้วค่ะ  ขอบคุณมากค่ะ น้องรุ่ง”

น้าสาวหยิบโทรศัพท์มา “รุ่ง น้านิดจะบอกว่า มีเรื่องจะเซอร์ไพร๊ส์อะไรรุ่ง”

“เรื่องไรครับ ? ”

“รุ่งรู้มัยว่า น้ามาเจอน้องปุ๊กนี่ น้ามาเจออะไร ?”

“อ้าว.. น้านี่พูดยังไง  น้านิดไปเจอพี่ปุ๊ก น้าก็เจอพี่ปุ๊กสิ น้าจะไปเจออะไรล่ะ ?”

“พูดดีนัก งั้นแกไปหาของแกเองแล้วกัน ชั้นกะว่าจะแนะนำให้มารู้จักบ้านพี่ปุ๊ก เค้าฝึกมโนมยิทธิได้ แกไม่อยากรู้ กวนอยู่นั่นแหละ แกก็ไปหาของแกเอง”

“หา... ถามจริง น้านิด..”

น้าสาวกดวางโทรศัพท์เฉย แล้วหัวเราะ
“สมน้ำหน้ามัน  นี่ไม่รู้ว่าบุญอะไรดลใจให้เรามาพบกัน รุ่งนี่ เค้าสนใจเรื่องการฝึกมโนมยิทธิ อยากจะหาคนให้ความรู้  วันนี้น้าก็มาเจอกับหนูจนได้  พอเมื่อกี๊นั่งคุยกับหนู รู้ว่าหนูฝึกมโนมยิทธิได้ น้าก็คิดถึงรุ่งเลย  แต่ไม่น่าเชื่อว่าหนูเอง ก็เป็นนิ่ว ต้องพึ่งรุ่งด้วย  เห็นมั้ย  ? อะไรทำให้พวกเรามาเจอกัน ? ”

ปุ๊กลูบแขนไปมา “คุณน้า ปุ๊กเองก็ขนลุก ไม่น่าเชื่อเหมือนกัน  เมื่อเช้า ปุ๊กเพิ่งนั่งสมาธิแล้วอธิษฐาน ขอให้โรคที่เป็นอยู่นี่หายซะที  แล้วจู่ ๆ ปุ๊กก็มาเจอน้า”

ติ๊ด ๆๆๆ.. เสียงโทรศัพท์มือถือของคุณน้าดังขึ้น

คุณน้าดูเบอร์ เป็นเจ้าหลายชายนั่นเอง  เธอกดรับสายแล้วพูดกรอกลงไป
“โทรผิดนะคะ รุ่งคะ” แล้วเธอก็กดตัดสาย แล้วหัวเราะอย่างสบายใจ “สมน้ำหน้า ปล่อยให้มันทรมานใจซะบ้าง”

ปุ๊กกี้ยกมือขึ้นไหว้คุณน้า
“ขอบคุณมากค่ะ สำหรับคำแนะนำ หนูคงต้องรีบไปทำชากำมะลอทาน  เอ้อ...ไม่ใช่” เธอหัวเราะตัวเองที่พูดผิด “..ชามะละกอค่ะ”

ทั้งสองนั่งสนทนาต่อสักพัก  น้านิดฝากเงินทำบุญไว้ที่ปุ๊ก แล้วนัดกันว่าจะพาหลานชายมาหาเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการปฏิบัติกรรมฐานเร็ว ๆ นี้

ปุ๊กกี้ยิ้ม เธอนึกถึงปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้น ทำให้เธอยิ่งศรัทธาในการปฏิบัติธรรมมากขึ้น 

ไม่มีอะไรจะเป็นที่พึ่งได้ดีเท่ากับไตรสรณคมณ์... พระพุทธ พระธรรม และ พระอริยสงฆ์อีกแล้ว

โอม... ด้วยอำนาจแห่งคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ 
อาการเหล่านี้ของข้าพเจ้า...จงสลายได้ด้วยชากำมะลอ!!!

__________________________________________________________________________________________

โดย วีรยาติ

กลับขึ้นด้านบน
พ็อคเก็ตบุคนิยายหมอเถื่อน เล่ม 2 - 4 เปิดให้จองล่วงหน้าแล้ว อ่านรายละเอียดได้ที่นี่

อ่านตอนต่อไป

อ่านตอนอื่น

สมัครสมาชิก เว๊บบอร์ดที่นี่ (หากไม่สมัครสมาชิก จะโหวต หรือ แสดงความคิดเห็นไม่ได้) และ

อ่าน หรือ แสดงความคิดเห็นที่นี่




Free web counters