ตอน 36

พ่อ

สั่งซื้อ หนังสือนิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก ราคา 380 บาท

วิทย์ยืนอยู่หน้าห้องเรียนเพื่อดักหัวหน้ากลุ่มรายงาน

ลมเย็นแห่งเดือนธันวาคมพัดโชยมาสัมผัสแว่น เขาถอดแว่นมาอังที่ปาก แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ด

สาวในชุดนักศึกษาหอการค้าไทย ท่าทางทะมัดทะแมง สะพายกระเป๋าหนังสือกำลังจะเดินผ่าน

วิทย์โบกมือ

"เดี๋ยว ๆ นี่ ทอม !"

สาวนักศึกษามองเขาด้วยหางตา แล้วเดินผ่านไป

วิทย์รีบเดินตามมาดักข้างหน้า

"นี่ ๆ เธอ !"

ทอมอีกฝ่ายหยุด ยืนจ้องหน้า

"ถ้าเธอไม่เรียกชื่อชั้นให้ถูก ก็ไม่ต้องมาคุยกัน"

วิทย์ยกมือขยับแว่น รู้สึกอีหลักอีเหลื่อที่ต้องมาขอร้องเพื่อนสาวหน้าห้องแบบนี้

"ได้ ๆ ชั้นขอโทษละกัน ญา ชั้นจะขอคุยกับเธอหน่อยได้มั้ย ? ไปนั่งมุมโน้นก่อน แป๊บเดียว"

สีหน้าที่จริงจังของวิทย์ ทำให้อีกฝ่ายใจอ่อน เดินตามไป

ทั้งสองนั่งลงที่ริมระเบียง

"รายงานกลุ่มของอาจารย์บรรพต กลุ่มเรายังขาดคนนึงใช่หรือเปล่า ? เธอส่งรายชื่อให้อาจารย์หรือยัง ?"

สาวคู่สนทนาสั่นหัว

"ยัง ทำไม ? อย่าบอกนะว่าเธอจะยัดชื่อเพื่อนเธอเข้ามากลุ่มเรา ?"

วิทย์ชะงักทันทีที่ได้ยินคำดักคอจากหัวหน้ากลุ่ม เขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า เรื่องนี้คงไม่ง่าย เขาได้เตรียมใจไว้ตั้งแต่ต้น

"ได้หรือเปล่าล่ะ ? ญา ชั้นขอร้องนะ"

ญาหัวเราะ

"เธอพูดจาสุภาพก็เป็นด้วยเหรอ ? ทุกทีเห็นแต่ตะโกนโวยวาย"

วิทย์หัวเราะตัวเอง

"อือ... แล้วสุภาพแบบนี้ เธอไม่ชอบหรือไง ? ชั้นขอร้อง ช่วยใส่ชื่อเพื่อนชั้นลงไปหน่อยเถอะ แล้วเธอจะให้ชั้นช่วยอะไร ชั้นจะช่วยหมดทุกอย่าง"

หัวหน้ากลุ่มถอนหายใจ

"แย่มาก ! เพื่อนเธอน่ะแย่มากเธอรู้มั้ย ? ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่เคยโผล่มาเรียน ไม่เคยมาพูดคุยกัน แล้วก็มาใช้เธอให้ยัดชื่อเข้ากลุ่มแบบนี้ แย่มาก ! เธอจะต้องบริการเค้าไปอีกนานแค่ไหน ? ชั้นว่าปล่อยเค้าไปเหอะ อีกไม่นานเค้าคงพ้นสภาพนักศึกษาแน่ ๆ ท่าทางเค้าคงไม่อยากเรียนมหาลัย"

"เปล่า ไม่ใช่มันไม่อยากเรียน เดี๋ยวมันจัดการเรื่องส่วนตัวได้ ก็คงกลับมาเรียน แต่ตอนนี้ ถ้ามันไม่มีชื่อในกลุ่มเรา มันเอฟแน่ ๆ เพราะมันเข้ากลุ่มอื่นก็ไม่ได้"

อีกฝ่ายหัวเราะทันที

"ใช่สิ รู้ตัวด้วยเหรอ ? จะมีกลุ่มไหนเค้ารับเพื่อนเธอไปเข้ากลุ่ม ถามจริง ๆ ว่า ในห้องเราทั้งหมดน่ะ มีใครจำหน้านักศึกษาคนนี้ได้บ้าง ? "

"รู้ ก็เพราะรู้ไง ถึงรีบมาขอร้องเธอ กลุ่มเรายังขาดคนอีกคนนึงพอดี"

วิทย์หยุดพูด แล้วมองหน้าเพื่อขอความเห็นใจ

ญาพูดด้วยสีหน้าเมินเฉย

"ชั้นว่าจะให้ดามาอยู่กลุ่มเรา ก็คงเต็มพอดี เจ็ดคน แล้วถ้าถามคนในกลุ่มเรานะ ระหว่างดากับเพื่อนเธอ ชั้นว่าคนในกลุ่มต้องเลือกดาแน่ ๆ เพราะดาคงช่วยเหลืออะไรได้มากกว่าเพื่อนปากหมาของเธอแน่ ๆ"

วิทย์รับรู้ถึงความคิดอคติของเธอ ที่มีต่อเพื่อนรักได้ในทันที

"เธอยังไม่พอใจมันอยู่เหรอ ? จริง ๆ มันไม่มีอะไรหรอก ถ้ารู้จักกันมากขึ้น ไอ้นี่มันก็ใช้ได้นะ ถ้าเธอให้มันเข้ากลุ่ม ชั้นสัญญาว่ามันจะช่วยเหลืองานในกลุ่ม แล้วเธอก็ช่วยให้มันไม่ต้องได้เอฟ เป็นบุญนะ ส่วนดาน่ะ หากลุ่มไหนลงก็ได้ ดาเค้ารู้จักเพื่อนเยอะจะตายไป"

"ใช่ ! ดามีเพื่อนเยอะ ใคร ๆ ก็คงอยากรับดาเข้ากลุ่ม แล้วก็ไม่มีใครอยากรับคนที่ไร้สาระอย่างเพื่อนเธอ ใช่มั้ย ? นี่เธอพูดเองนะ วิทย์ ใครรับเค้าเข้ากลุ่ม ก็โง่แล้ว"

วิทย์เลื่อนตัวจากที่นั่ง แล้วลงไปนั่งคุกเข่าที่พื้น

"ญา ชั้นขอร้อง รับเพื่อนชั้นเข้ากลุ่มเถอะ"

หัวหน้ากลุ่มรู้สึกประหลาดใจกับชายที่คุกเข่าต่อหน้า

"เธอทำอะไรน่ะ ? ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ !"

วิทย์มองหน้าด้วยสายตาจริงจัง ทำให้เธออึกอัก

"เออ... ชั้นจะพูดกับคนในกลุ่มละกัน เธอลุกขึ้นมานั่งก่อน เดี๋ยวคนอื่นมาเห็น"

รอยยิ้มผุดออกมาจากหน้าหนุ่มแว่น เขาลุกขึ้นมานั่งที่เดิม

"ขอบคุณมาก"

อีกฝ่ายพยักหน้า

"แต่มีเงื่อนไข เพื่อนเธอต้องช่วยทำรายงาน ไม่ใช่เป็นผี มีแต่ชื่อ แต่หายหัวไป"

"ชั้นรู้ ชั้นเตรียมงานให้มันแล้ว งานนี้พวกเธอสบายได้ เชื่อเถอะ ไอ้นี่มันเก่งภาษาอังกฤษ เท็กซ์บุคภาษาอังกฤษ มันจะเป็นคนแปลให้"

ญาพยักหน้า

"อือ ดี งั้นก็เขียนชื่อนามสกุลเค้ามาละกัน"

เธอหยิบสมุดในกระเป๋าสะพาย ยื่นให้

วิทย์ยิ้มด้วยความดีใจ เขาหยิบปากกาเขียนชื่อเพื่อนอย่างรวดเร็ว

"เพื่อนเธอคนนี้ สำคัญมากหรือไง ? บุญของเค้าจริง ๆ ที่มีเธอเป็นเพื่อน"

วิทย์ยื่นสมุดกลับให้เธอ เธอก้มลงอ่านชื่อ

"รุ่งโรจน์ จิระนาวี"

***********************************************************************************

เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้นหลายครั้ง

รุ่งค่อย ๆ คลานจากพื้นห้องมารับสาย

"โหล !"

"อ้ายเหี้ย ! เสียงยังงัวเงีย ทำไมมึงมันเหี้ยยังงี้วะ ? นี่มันสองอาทิตย์แล้ว มึงจะไม่โผล่มามหาลัยอีกแล้วใช่มั้ย ? มึงบอกกูมาเลยดีกว่าว่ามึงยังจะเรียนต่อมั้ย หรือ จะไปหาอะไรที่มึงชอบทำ ? กูจะได้หมดเรื่อง"

เสียงงัวเงียตอบกลับ

"อือ... วิทย์เหรอ ?"

"เสือกมาถามอีก ไม่ใช่กูแล้วจะใคร ? คนอื่นเค้าอยากเรียนมหาลัยไม่มีปัญญาเรียน มึงมีโอกาสเสือกไม่เรียน"

"ที่นั่นไม่เหมาะกับกูว่ะ"

"ไอ้สัตว์นี่ !... มึงงี่เง่ามาก ! ทำไมมึงไม่ไปหามหาลัยที่มึงชอบ ที่ที่มีแต่คนที่คุยกับมึงรู้เรื่อง แล้วก็ไปเรียน ? มึงมาเรียนตามกูทำไม ? ที่ไหนที่ชอบ ทำไมมึงไม่ไป ? มึงถามตัวเองว่า ถ้าไม่เรียนมหาลัย แล้วมึงจะไปทำอะไร ? หรือมึงจะบินตามนาฬิกามึงไป ?"

เสียงสนทนาหยุดเงียบไปชั่วครู่ ต่างฝ่ายต่างเงียบ

วิทย์เป็นฝ่ายพูดขึ้นอีกครั้ง

"มึงตั้งสติดี ๆ คิดดี ๆ ถ้ามึงแน่ใจว่าปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในมหาลัยไม่ได้ กูก็ไม่บังคับมึง เพราะกูไม่ใช่พ่อมึง แค่บอกกูมาว่าจะเอาไง

แต่ถ้ามึงคิดว่าจะกลับมาเรียน มึงรีบโทรหากูก่อนเที่ยงนี้ เพราะมีรายงานที่มึงต้องทำ

มึงจะตัดสินใจยังไง เรื่องของมึง แต่ขอให้บอกให้กูรู้ อย่าให้กูมาบ้าคนเดียว แค่นี้แหละ คิดออกแล้วก็โทรมา"

เพื่อนตัดสายไปแล้ว

รุ่งหัวเราะเบา ๆ เพื่อนคนนี้รู้สึกจะจริงจังกับชีวิตของเขามากกว่าตัวเขาเองเสียอีก

เขาค่อย ๆ ลุกขึ้น เดินไปที่หัวเตียงดูปฏิทิน แต่ก็นึกไม่ออกว่าวันนี้เป็นวันอะไร แต่ที่แน่ใจคือ ไม่ใช่วันอาทิตย์แน่ ๆ

นี่เขาปล่อยใจอาลัยอาวรณ์กับพี่คนนั้นถึงขนาดลืมเดือนลืมตะวันเลยหรือนี่ !

*********************************************************************************

รุ่งลงมานั่งทานอาหารเช้าที่ไม่เช้าสักเท่าไหร่

น้านิดกำลังนั่งอ่านนิตยสารที่โซฟาห้องรับแขก คุณแม่เดินมาที่โต๊ะอาหาร แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ

"รุ่ง เย็นนี้ไปหาคุณย่า ว่างหรือเปล่า ? คุณย่าโทรมาเรียกให้ไปพบหน่อย"

เขาทำหน้าสงสัย

"มีอะไรเหรอครับ ?"

คุณแม่ยิ้มให้

"ตั้งแต่งานศพคุณปู่ เราก็ไม่ได้เจอคุณย่าอีกเลยใช่มั้ย ?"

ลูกชายพยักหน้า

"ครับ ก็ไม่รู้จะเจอกันในโอกาสอะไรอีก คุณย่าท่าทางดุจัง"

คุณแม่กลับหัวเราะ

"หือ ? คุณย่าน่ะเหรอดุ ? คุณย่าดุกับรุ่งเหรอ ?"

"ปล่าวแม่ แต่ ท่าทางเหมือนดุ เวลาคุณย่าไม่ยิ้ม ดูดุ ผมเข้าใกล้แล้วก็รู้สึกเกร็ง ๆ"

"งั้นก็เข้าใกล้ให้มากขึ้นสิ"

น้านิดพูดเสียงดังมาจากโซฟารับแขก

"นี่รุ่ง แกยังไม่ได้เล่าให้น้าฟังเลยว่า ที่ไปงานศพคุณปู่น่ะ เป็นไงบ้าง ? เจอใครบ้าง ? แล้วคนบ้านนั้นเป็นไง ?"

รุ่งนึกถึงงานศพที่เพิ่งผ่านไป แล้วเขาก็ยิ้ม

"เรื่องมันเยอะ น้านิด เรื่องของเด็ก ๆ น่ะ ผู้ใหญ่อย่ามารู้เลย"

น้าสาวหัวเราะหึ ๆ

"เดี๋ยวชั้นก็ขว้างแกด้วยแมกกาซีนนี่ ถามแกด้วยความเป็นห่วง ไม่ได้ถามเพราะอยากรู้เรื่องบ้านโน้น"

รุ่งหัวเราะ

"คนเยอะครับ แต่ละวันก็เหนื่อย ผมไปอยู่ในงานก็เหมือนกับคนแปลกหน้า อธิบายไม่ถูก มันเกร็ง ๆ แค่ญาติ ๆ กับคนสนิทของครอบครัวก็เยอะมากแล้ว ไม่นับแขกอีกบานตะไท ผมไม่รู้จักใครเลย ผมก็มีแต่อาจิตกับอาโอภาสที่คุยด้วยมากหน่อย อ้อ... แล้วก็มีลูกสาวของอาเอกอีกคนที่คุยด้วย"

น้านิดถามขึ้น

"อาเอกมีลูกสาวด้วยเหรอ ? พี่จัน นึกว่ามีจ๊อดคนเดียว"

คุณแม่พยักหน้า

"ใช่ อาเอกมีลูกสาวอีกคนนึง เป็นน้องของจ๊อด"

น้านิดถามต่อ

"รุ่ง แกได้ดูหนังสือพิมพ์ช่วงนั้นหรือเปล่า ? มีรูปหมู่ของครอบครัวไตรสรณ์ มีรูปแกในนั้นด้วย ถ่ายในงานศพน่ะ"

"เหรอครับ ไม่ได้ดูเลย ช่วงนั้น ผมแทบจะไม่ต้องทำอะไร กลับมาก็หลับเป็นตายทุกคืน"

น้านิดลุกจากโซฟา เดินตรงมาที่โต๊ะอาหาร

"นี่ รุ่ง บ้านโน้นน่ะเค้ารับแกเป็นหลานแล้วนะโว้ย ทำตัวให้เหมาะสมหน่อย หัดไปคลุกคลีกับทางโน้นซะบ้าง ยังไงก็เห็นแก่คุณย่าแกหน่อย"

รุ่งเกลือกตามองน้าสาว

"อึ๊อือ... ญาติเยอะ ไม่นิยม"

น้าสาวยกมือตีหัวหลานชาย

"นี่แน่ะ ไม่นิยม ที่ชั้นพูดนี่ เพราะเห็นว่าแกเป็นหลานชายคนโตของที่นั่น คุณปู่ก็เสียไปแล้ว คุณย่าก็รับแกว่าเป็นหลาน แกก็ควรทำตัวเป็นหลานที่ดี อย่าให้เสียชื่อครอบครัวจิระนาวี"

เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น

คุณแม่เดินไปรับสาย

"รุ่ง โทรศัพท์ เสียงเด็กผู้หญิง ใครก็ไม่รู้"

น้านิดหัวเราะหึ ๆ รุ่งยักคิ้วข้างเดียวให้น้าสาว

น้านิดสั่นหัว

"ดู มายักคิ้วให้ ไอ้นี่มันน่าเตะจริง ๆ"

รุ่งเดินไปยกหูโทรศัพท์

"โหล หวัดดีครับ"

เสียงเด็กสาวปลายทางดังมา

"พี่รุ่ง ดีใจจัง ได้ยินเสียงพี่รุ่ง นี่น้องวินะคะ"

รุ่งแปลกใจ

"น้องวิ อ้าว... รู้เบอร์ที่บ้านพี่ด้วยเหรอ ว่าไง ? โทรมาเรื่องอะไร ?"

"ก้อ.. คุณย่าบอกน้องวิว่า วันนี้พี่รุ่งจะมาที่บ้านนี้ ใช่ปล่าวคะ ?"

"อือ ใช่"

"พี่รุ่งจะมากี่โมงล่ะ ?"

"ก็.... อาจจะช่วงเย็น"

"ดี ดีค่ะ น้องวิจะได้กลับไปรอพี่รุ่งที่บ้าน วันนี้คนอื่นไปเที่ยวต่างจังหวัดหมด เพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุดยาว พี่รุ่งมาเลยนะ น้องวิรอนะ"

"วันหยุดยาว ? หยุดอะไรหว่า อ้าว... แล้วน้องวิไม่ไปเที่ยวกับเค้าด้วยเหรอ ?"

"ไม่อะ ถ้าพี่รุ่งจะมา น้องวิจะไม่ไปกับพวกเค้า จะรอเจอพี่รุ่ง"

รุ่งหัวเราะ

"เหอ ๆ... อือ แล้วที่บ้านไม่มีใครอยู่เลยเหรอ ?"

"โห เงียบเลยค่ะ ปีนี้ พ่อแม่กะพี่จ๊อดไปหัวหิน ครอบครัวอาพลไปต่างประเทศ อามัณก็ไปต่างประเทศ ไปกันหมด"

"อือ ๆ ก็เย็นนี้เจอกันแล้วกัน"

"ค่ะ เอ่อ... พี่รุ่ง พี่รุ่ง"

"ว่าไง น้องวิ น้องวิ"

เสียงปลายทางหัวเราะคิกคัก

"พี่รุ่ง ... เอ่อ... น้องวิ.... น้องวิคิดถึงพี่รุ่งจัง... แค่นี้แหละ ไปแระ"

ปลายทางวางสายแล้ว

คุณแม่เดินเข้ามา แล้วกำชับอีกครั้ง

"รุ่ง เย็นนี้ต้องไปหาคุณย่านะ คุณย่ามีเรื่องสำคัญจะบอก"

รุ่งคิดว่าคุณย่าคงเจาะจงเลือกที่จะเจอกับเขาในเย็นวันนี้ เพราะสมาชิกในบ้านไม่อยู่ คงมีเรื่องที่อยากสนทนาเป็นการส่วนตัว

เมื่อนึกถึงคุณย่าทีไร ทำให้เขารู้สึกเกร็งทุกครั้ง หากเขาจำเป็นต้องประพฤติตัวเป็นหลานที่ดี เขาก็คงต้องปรับตัวให้เข้ากับคุณย่าให้ได้

***********************************************************************************

บ่ายสี่โมงกว่า..

รุ่งอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ กำลังเดินจากป้ายรถเมล์เข้าซอยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

จุดหมายคือร้านอาหารกลางซอย

รถยนต์หลายคันขับสวนมา เขาพอจำได้ว่าบางคันเป็นรถของเพื่อนร่วมห้องเรียน แต่ไม่เคยรู้จักชื่อ ความจริง เขาก็ไม่เคยอยากจะรู้จักชื่อของใคร ๆ ในห้องสักเท่าไหร่

นักศึกษาสาวสองคนเดินสวนมา

"อ้าว นี่ เธอ" สาวซ้ายมือทักรุ่ง

รุ่งหยุดเดิน

"หือ ?"

"เธอมาได้ยังไงเนี่ย ? นึกว่าดรอปเรียนไปแล้ว"

รุ่งหัวเราะ แล้วยิ้มให้ สองสาวเดินผ่านไป

เขารำพึงกับตัวเอง

"ใครวะ ? สงสัยอยู่ห้องเดียวกัน"

รุ่งเดินเข้าร้านอาหารที่นัดหมาย วิทย์นั่งอ่านหนังสือพิมพ์รออยู่

เขาเดินเข้าไปที่โต๊ะ ทรุดตัวลงนั่ง

วิทย์ทักขึ้น

"อ้าว มาแล้วเหรอ อ้ายตัวเหี้ย"

รุ่งก้มลงอ่านพาดหัวหนังสือพิมพ์

....ภราดร ศรีชาพันธ์ นักเทนนิสไทยได้ขึ้นเป็นมืออันดับ 9 ของโลก...

เขาอมยิ้ม ข่าวนี้คงเป็นข่าวกีฬาที่ดังไปทั่วโลก

เขาเหลือบดูข้อมือที่ว่างเปล่า ตอนนี้ที่นั่นกี่โมงแล้ว เธอได้ยินข่าวนี้แล้วคงคิดถึงเมืองไทย

วิทย์วางหนังสือพิมพ์ลง

"เฮ่ย ดูโทรทัศน์หรือเปล่า ? ภราดรติดท็อปเทนของโลกแล้ว คงเป็นข่าวที่ดังที่สุดในปีนี้"

รุ่งสั่นหัว

"ไม่ได้ดู ก็เพิ่งเห็นนี่แหละ ปีนี้จะมีข่าวอะไรดังกว่าข่าวกบสุวนันท์กับเขมร"

"โอ้ย... ข่าวกบ โดนข่าวบิ๊กกลบไปตั้งนานแล้ว ปลายปีแล้ว เดี๋ยวคงได้อ่านสรุปข่าวเด่นประจำปีสี่หก นี่ข่าวดาราปีนี้เพียบ ทาทายังเลิกกับภราดร นิโคลหมั้นกับแมว เลสลี่จางโดดตึกตายห่า นัทมีเรียแต่งกับเต๋าสมชาย บิ๊กดีทูบีรถคว่ำ"

รุ่งหัวเราะหึ ๆ

"มึงสนใจข่าวดาราตั้งแต่ไหนกันวะ ?"

วิทย์สั่นหัว

"เปล่าหรอก กูเพิ่งอ่านหน้าสรุปข่าวบันเทิงรอบปีเมื่อกี๊เอง แต่สำหรับมึง ข่าวที่สะเทือนที่สุดคือ นักเทนนิสสาวเชื้อสายไทย-อเมริกันที่มาเข้าถึงรอบชิงเยาวชนนานาชาติที่พัทยา เดินทางกลับประเทศ ทิ้งให้เด็กไทยใจแตก หัวคะมำ จนไม่มีอันจะเรียนหนังสือหนังหา"

"อือ... ตั้งแต่สนิทกับเพื่อนที่มหาลัย รู้สึกมึงประชดประชันเก่งเหลือเกิน ข่าวเศร้าของกูในปีนี้คือ มอริส กิ๊บบ์ ตาย ต่อไปนี้คงไม่เห็นบีจีส์อีก"

วิทย์เริ่มเข้าเรื่องสาระ

"เดี๋ยวหัวหน้ากลุ่มมา จะเอาเท็กซ์บุคมาให้ กูนัดไว้ที่นี่ แล้วมึงจะแปลให้เสร็จคืนนี้ได้เปล่าวะ ?"

รุ่งพยักหน้า

"ก็... อือ เดี๋ยวขอดูก่อนว่าเยอะขนาดไหน ภาษายากหรือเปล่าก็ไม่รู้"

"มึงนี่ระดับโลกันต์แล้ว นรกส่งมาเกิด ไม่มีคำว่ายากสำหรับมึงหรอก"

สาวนักศึกษาที่ทั้งสองคนรออยู่ เดินเข้าร้านอาหารมา

วิทย์สะกิดรุ่ง

"นั่นไง มาแล้ว"

รุ่งเห็นหน้าก็จำได้

"อ้าว... ไอ้ทอมคนนี้เองเหรอ"

วิทย์ยกมือตบหัวเพื่อน

"ปากระยำ มึงเลิกเรียกเค้าชื่อนี้ เค้าชื่อญา"

รุ่งพูดเบา ๆ

"เรียกญา ไม่เอาโว้ย ชื่อแม่กู แม่กูชื่อจรรยา คนอื่นก็เรียกแม่กูว่ายา ได้อีนี่เป็นแม่ กูไม่เอาหรอก"

วิทย์ทำตาถลึงใส่เพื่อน

หัวหน้ากลุ่มเดินมาถึงโต๊ะ เธอวางเท็กซ์บุคลงบนโต๊ะ แล้วทรุดตัวลงนั่ง

ญามองหน้ารุ่ง

"ว่าไง จำทางมามหาลัยได้ด้วยเหรอ ?"

รุ่งยิ้ม พยักหน้าให้

"หวัดดี เธอ ผมยาวขึ้นเยอะแล้วนะ"

วิทย์กระทืบส้นเท้าลงบนเท้าเพื่อน

"โอ๊ย..." รุ่งร้องขึ้น เข้าใจทันทีว่าเพื่อนไม่อยากให้พูดถึงเรื่องทรงผม

วิทย์เลื่อนหนังสือบนโต๊ะมาที่หน้าเพื่อน

"รีบเปิด ๆ ดูว่า แปลได้หรือเปล่า ?"

รุ่งพลิกดูหนังสือ อ่านผ่าน ๆ เพื่อดูสำนวน และ ศัพท์ เขาพยักหน้า

"อือ... ได้ ๆ ถ้ายังงี้ แปลสดได้เลย หาคอม ฯ ที่ไหนก็ได้ กูแปล แล้วมึงพิมพ์ตาม"

หัวหน้ากลุ่มพยักหน้า

"ร้านเน็ตแถวนี้ก็ได้"

รุ่งสั่นหัว

"ไม่ได้หรอก เรามีนัดสำคัญ ขอหนังสือไว้ เดี๋ยวเรากะวิทย์จัดการให้"

เธอก็สั่นหัว

"ไม่ได้หรอก ให้หนังสือไปไม่ได้"

เธอไม่ไว้ใจในพฤติกรรมของรุ่ง หากเธอให้หนังสือไป แล้วเขาหายตัวไปอย่างที่เป็นมาตลอด เธอคงหมดโอกาสทวงหนังสือคืน

รุ่งเข้าใจดีว่าเธอไม่ไว้ใจที่จะมอบหนังสือให้เขา

"ถ้างั้น เอางี้ เย็นนี้เธอว่างหรือเปล่า ? ชั้นจะจัดการให้เสร็จวันนี้ ถ้าเธอจะไปด้วยกันได้ ชั้นแปลไม่นานหรอก ไอ้วิทย์ก็พิมพ์เร็ว ไม่น่าเกินชั่วโมงก็เสร็จ"

เธอคิดว่าเสียเวลาในเย็นนี้ ยังดีกว่าเสียหนังสือเล่มนี้ไป

"ได้"

รุ่งขอยืมโทรศัพท์มือถือของวิทย์ แล้วเดินออกไปนอกห้องอาหาร

ญาพูดขึ้น

"เพื่อนเธอนี่เก่งภาษาอังกฤษมากเลยเหรอ เปิดดูแค่นี้ก็รู้ว่าแปลได้ ?"

"อือ... มันโตมากับพวกฝรั่ง มันพาฝรั่งเที่ยวได้เลย พูดปะกิตระดับโลกันต์จริง ๆ"

เธอฟังแล้วหัวเราะศัพท์ของวิทย์

"หึ ๆ... ระดับนรกเชียว !"

รุ่งเดินกลับเข้ามาในร้านอาหาร

"หาที่ได้แล้ว ว่าแต่ใครมีรถหรือเปล่า ?"

ญาพยักหน้า

"มี ชั้นมีรถ ไปรถชั้นก็ได้ ไกลหรือเปล่า ?"

รุ่งพยักหน้า

"ก็พอสมควรนะ แถวบางนา แต่จากนี่ ขึ้นทางด่วนไปแป๊บเดียวก็ถึง ไหวมั้ย ?"

เธอพยักหน้า

"อือ ๆ ได้"

ทั้งสามลุกจากโต๊ะอาหาร

หนุ่ม...เพื่อนร่วมชั้น เดินสวนเข้ามาในร้าน

"อ้าว ทอม ยังไม่กลับเหรอ จะไปไหนกัน ?"

วิทย์สวนกลับ

"อย่าเสือก เรื่องของพวกกู จะแดกข้าวก็รีบไปแดก"

รุ่งหัวเราะคำตอบของวิทย์ ทั้งสามเดินออกจากร้าน

รุ่งมองหน้าญา แล้วอมยิ้ม

วิทย์ถามขึ้น

"มึงยิ้มอะไร ?"

รุ่งสั่นหัว

"เปล่านิ"

"ชั้นรู้ ว่าเพื่อนเธอยิ้มอะไร" ญาพูดขึ้นแทน

วิทย์ถามอีกครั้ง

"ยิ้มอะไร ?"

"เธอได้ยินหนุ่มมั้ย ว่าเค้าเรียกชั้นว่าอะไร ?"

วิทย์นึกแล้ว ก็หัวเราะ

"เพื่อนชั้นเรียกชั้นด้วยชื่อนี้กันเกือบหมดห้องแล้ว"

เธอสั่นหัว แล้วเดินนำอีกสองคนไปที่รถ

*******************************************************************************

ความใหญ่โตของบ้านไตรสรณ์ ทำให้เพื่อนทั้งสองคนตะลึง

ทั้งสามคนเปิดประตูลงจากรถ

โชเฟอร์สาวเหลียวมองไปทั่วบริเวณเขตบ้าน เธอเห็นสนามหญ้าขนาดใหญ่ และ บ้านอีกสองหลังในเขตรั้วเดียวกัน

วิทย์แหงนหน้ามองตึกหลังใหญ่ทรงยุโรปที่มีความหรูหราไม่เป็นรองคฤหาสน์หลังใด ๆ ที่เขาเคยเห็นมาก่อน

สาวน้อยวัยย่างสิบห้าปี ใส่ชุดลำลอง เสื้อยืดกางเกงขาสั้น เดินมารับแขกถึงโรงจอดรถ

"สวัสดีค่ะ พี่รุ่ง" น้องวิยกมือไหว้

รุ่งแนะนำเพื่อนทั้งสอง

"หวัดดีน้องวิ นี่พี่วิทย์ กับ พี่ทอม เพื่อนพี่"

คนถูกเรียกว่า 'ทอม' หันขวับมามองหน้า

รุ่งนึกขึ้นได้

"โอ๊ว... ขอโทษ พี่คนนี้ชื่อจริงว่า ญา"

วิยกมือไหว้

"หวัดดีค่ะ พี่วิทย์ พี่ทอม"

สาวน้อยเดินเข้าไปหาญา

"เรียกพี่ทอมดีกว่าค่ะ เพราะเข้ากับตัวจริง ผมทรงนี้น่ารักจัง"

ญายิ้มให้สาวน้อย แล้วหันมาเหล่มองรุ่ง

รุ่งยักไหล่ให้

น้องวิเดินมาเกาะแขนรุ่ง

"พี่รุ่ง น้องวิเตรียมคอม ฯ ให้แล้ว ใช้ได้ตามสบายเลย วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้านเลย"

วิทย์พยักหน้า

"ดี ๆ จัดปาร์ตี้เลยดีกว่า"

น้องวิหัวเราะ เธอเดินนำแขกทั้งสามเข้าตัวบ้าน

ญาเดินเข้าไปใกล้วิทย์ แล้วสะกิดแขน

"วิทย์ ครอบครัวเพื่อนเธอนี่ค้ายาหรือเปล่า ? บ้านยังกะวัง"

วิทย์หัวเราะ

"สงสัยจะจริง ท่าทางมันเลยเมายาทั้งวัน ไม่ยอมมาเรียน เธอไม่เคยได้ยินนามสกุลไตรสรณ์เหรอ ?"

ญาทำตาโต

"หา... รุ่งนี่เหรอ นามสกุลไตรสรณ์ ? ชื่อที่จดมาให้เป็นนามสกุลอื่นนี่"

"อือ เรื่องซับซ้อน ไว้ให้มันเล่าเองละกัน"

*******************************************************************************

วิจัดให้ทั้งสามคน ใช้คอมพิวเตอร์อยู่ในห้องรับแขกเล็ก

คุณย่าค่อย ๆ ก้าวลงบันได วิเห็นคุณย่า จึงรีบออกจากห้อง วิ่งขึ้นบันไดไปช่วยพยุง

วิเปิดประตูห้องรับแขก พาคุณย่าเข้ามาในห้อง

ทั้งสามคนยกมือไหว้

"คุณย่าครับ นี่เพื่อนผม พอดีผมมีรายงานที่ต้องทำด่วน เลยมารบกวนน้องวิ ขอใช้คอมพิวเตอร์ที่นี่ทำรายงานไปด้วย คนนี้ชื่อวิทย์ครับ"

รุ่งแนะนำวิทย์ แล้วชี้มาที่ญา

"คนนี้ชื่อ เอ่อ...."

เขาชะงัก ไม่รู้จะเรียกเพื่อนสาวคนนี้ว่าอย่างไรดี

วิรีบแนะนำแทน ชี้มือมาที่ญา

"คนนี้ชื่อพี่ทอมค่ะ"

วิทย์หัวเราะ

"เอ้า... น่าน ทอมกันหมด"

คุณย่ายิ้มแล้วยกมือรับไหว้ ค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้โซฟา ท่านหายใจแรง คล้ายอาการของคนเป็นหอบ

"ดี ๆ ตามสบายเถอะ เราเป็นเพื่อนรุ่งที่โรงเรียนใช่มั้ย ?"

"ค่ะ" "ใช่ครับ"

คุณย่าพยักหน้าช้า ๆ

"ดีแล้วที่พาเพื่อนมา วันนี้จะได้ไม่เหงา คนอื่นเขาไปเที่ยวกันหมด เหลือเพ็ญกับวินี่แหละ อยู่เฝ้ายาม ค่ำนี้ ถ้าไม่มีนัด เราออกไปด้วยกันนะ อย่าเพิ่งรีบกลับ"

ทั้งสามคนรับฟัง ไม่มีใครซักถามใด ๆ ว่าจะไปที่ไหน อย่างไร

รุ่งพูดขึ้น

"เดี๋ยวผมคุยกับคุณย่าก่อนครับ แล้วค่อยทำรายงานก็ได้ คุณย่าสะดวกคุยที่ไหนครับ ?"

"ได้ รุ่ง พาย่าเดินไปที่ห้องเก็บของ ย่ามีอะไรให้ดู"

รุ่งพยุงคุณย่าลุกขึ้น แล้วค่อย ๆ เดินออกไปจากห้อง

ญาหันมาถามวิ

"น้องวิ คุณย่าป่วยเหรอ ? ท่าทางเหมือนกับหายใจลำบาก"

วิพยักหน้า

"ค่ะ คุณย่าเป็นโรคหัวใจ สองสามวันก็กำเริบทีนึงค่ะ เวลาเดินมาก ๆ ก็จะเหนื่อย เหมือนหายใจไม่ทัน"

******************************************************************************************

คุณย่าเดินเกาะแขนหลานชาย

หลานชายยังรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ที่ต้องมาอยู่ใกล้ชิดกับคุณย่า แต่ด้วยความที่สถานการณ์ในตอนนี้ ไม่มีผู้คนมากมายล้อมรอบ ทำให้เขาลดความเกร็งลงได้มาก

สองย่าหลาน เดินสุดทางห้องโถงรับแขก มาที่หน้าห้องเก็บของ

คุณย่าหยิบกุญแจที่วางอยู่ในกล่องบนเคาน์เตอร์ แล้วไขห้องเก็บของเข้าไป เปิดสวิทช์ไฟ

รุ่งเดินตามเข้ามา

ห้องเก็บของถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ มีตู้เก็บของหลายใบ มีตู้โชว์กระจกวางรูปภาพต่าง ๆ แต่รูปที่เด่น และ มีขนาดใหญ่ที่สุด คือ รูปถ่ายบ่าวสาวในงานแต่งงาน

รุ่งมองแล้วจำได้ทันที นั่นคือรูปถ่ายงานแต่งงานระหว่าง คุณพ่อ และ คุณแม่ ของเขาเอง

รอบห้องมีรูปถ่ายของคุณพ่อประดับเต็มไปหมด

คุณย่าเดินเข้ามาจับแขนสองข้างของหลาน

"รุ่ง พ่อของเราน่ะ ยังมีชีวิตอยู่นะ"

คำพูดของคุณย่าทำให้เขาประหลาดใจจนแทบจะหยุดหายใจ

เขาจับข้อมือทั้งสองข้างของคุณย่าไว้แน่น

"คุณย่า จริงเหรอครับ ?"

รุ่งมองหน้าคุณย่า เขามองเข้าไปในตา ดวงตาของคุณย่ามีน้ำตาคลอ แล้วค่อย ๆ รินลงมา

เขามองไปรอบห้อง

.... รูปถ่าย และ ข้าวของเครื่องใช้ในห้องนี้ ....เป็นของคุณพ่ออย่างแน่นอน

น้ำตาของเขาก็เริ่มเอ่อท้น เมื่อเขาหันกลับมามองที่ตาคุณย่าอีกครั้ง

คุณย่าดึงหลานชายเข้าไปกอด

รุ่งกอดคุณย่าแน่น แล้วเริ่มร้องไห้

ไม่มีคำสนทนาใด ๆ ออกจากปากย่าหลาน ต่างฝ่ายต่างกอดกันแน่น ความอบอุ่นในสายเลือดได้ถ่ายเทเข้าหากันและกันเป็นครั้งแรก

เป็นฝ่ายคุณย่า ที่เริ่มเขย่าแขนของรุ่ง

รุ่งเริ่มผละออกจากคุณย่า

คุณย่าเอื้อมมือขึ้นลูบหน้าหลานชายเพื่อเช็ดน้ำตา

"รุ่ง วันหนึ่ง ย่าจะพาเราไปพบพ่อนะ ย่าให้สัญญา ขอให้หลานอดทนนะ เราเป็นลูกผู้ชาย ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ความอดทนจะทำให้เราไปถึงจุดหมาย"

รุ่งพยักหน้า

"ครับ"

"ไม่ต้องตั้งคำถามนะ ขอเพียงให้รุ่งอดทน"

รุ่งพยักหน้าซ้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้ง

"วันนี้ ย่ามีของอยู่กล่องหนึ่ง เป็นของที่คุณพ่อรุ่ง ทิ้งไว้ให้ หลานเอามันกลับไปที่บ้าน ค่อย ๆ เปิดดู บางเรื่องเห็นแล้วก็จะเข้าใจ บางเรื่องก็อาจมีคำถาม ที่ไม่มีคำตอบ แต่ขอให้อดทน คำตอบไม่ได้มีพร้อมให้เราในวันนี้ ต้องเข้าใจนะ ขอให้อดทน"

คุณย่าเดินมาที่กล่องสีกรมท่า ชี้มือมาที่กล่อง หน้ากล่องมีสติ๊กเกอร์อักษร R M A

"กล่องนี้แหละ รุ่ง"

รุ่งเห็นตัวอักษร RMA เขายังจำได้ดีว่า คุณพ่อมีเสื้อยืดอยู่หลายตัวที่ปักอักษร RMA ที่หน้าอก

รุ่งก้มลงเปิดฝากล่อง

ข้างในมีหนังสือหลายเล่ม ทั้งหนังสือเพลง หนังสือธรรมะ เทปคาสเซ็ท แผ่นเสียง จดหมาย รูปถ่าย

คุณย่าพูดขึ้น

"รุ่ง หลานเอาไปที่เปิดดูที่บ้านเถอะ"

รุ่งพยักหน้า แล้วลุกขึ้นยืน

คุณย่าจับแขนรุ่งอีกครั้ง

"อดทนนะ แล้วย่าจะพาหลานไปพบพ่อ"

******************************************************************************************

 

อ่านหน้าต่อไป >