ตอน 33 (หน้า 1/2)

เราสู้

สั่งซื้อ หนังสือนิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก ราคา 380 บาท

ซีฟ่งนอนอยู่บนเตียงในห้องเดี่ยว ชั้นสี่ของโรงพยาบาล

อาการปวดท้องรอบเดือนครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งใด ๆ

เธอจำได้ว่าเมื่อเย็นวานในร้านอาหาร เธอปวดท้องจนเกร็งไปหมดทั้งตัว มือเธอบีบแขนก้องแน่น เหงื่อออกจนเสื้อเปียกโชก อาการปวดเริ่มบั่นทอนสติจนแทบจะครองไม่อยู่ ก้องต้องรีบนำตัวเธอเข้าโรงพยาบาล

ซีฟ่งเลือกที่จะเข้าแอดมิสโรงพยาบาลเดียวกับพี่ชาย ถึงแม้ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าโรงพยาบาลทั่วไป อย่างน้อยเธอก็ยังรู้สึกว่า ได้อยู่ใกล้พี่ชายตลอดเวลา

สภาพอาการที่เธอต้องปวดทุรนทุรายเมื่อเย็นวานนี้ ประทับลงในความทรงจำไว้แน่นว่า โรคที่เธอเป็นอยู่นี้ ไม่ใช่แค่อาการปวดรอบเดือนปกติแน่นอน แม้หมอทุกคนที่เธอเคยฝากไข้ จะบอกว่ามันเป็นเพียงแค่โรค PMMD

เธอได้รับการฉีดยาไปสองครั้ง น้ำเกลือขวดแรกกำลังจะหมด อาการปวดทุเลาขึ้นมาก คงเหลือแต่อาการเพลีย

หงส์น้อยมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอยังจำครั้งที่เธอเข้าแอดมิสที่โรงพยาบาลในเมืองไทยครั้งแรกได้ อาหลงเฝ้าเธออยู่ไม่ยอมห่าง ทั้ง ๆ ที่เขาสื่อสารภาษาไทยกับหมอ และ พยาบาลได้ไม่ดีนัก แต่เขาก็พยายามอย่างที่สุด ทุกครั้งที่เธอหันไปเจอหน้าเขา จะมีรอยยิ้มส่งกลับมาให้เธอทุกครั้ง

'ฝากพี่หลงดูแลพี่ใหญ่ด้วยนะ ! พี่ใหญ่อยู่ห่างฉันไปแค่สองชั้น แต่ฉันก็ไม่มีแรงไปดูแลได้ กลับต้องมาล้มป่วยซะเอง ช่างน่าละอายใจจริง ๆ !'

ซีฟ่งสื่อสารในใจกับสหายที่จากไป

'พี่หลง ! ถ้าชาติก่อนมีจริงอย่างที่พี่หลงเชื่อเสมอมา ชาติก่อนฉันทำเรื่องเลวร้ายอะไรไว้เหรอ ชาตินี้ฉันถึงต้องทรมานด้วยอาการแบบนี้ ?'

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ประตูถูกเปิดออก

เป็นอาเจิ้น... หนุ่มแดนมังกรหน้าเหี้ยม เดินเข้ามาในห้อง

"อาฟ่ง ! เธอเป็นยังไงบ้าง ?" เขาทักทายด้วยภาษาจีนกลาง

"พี่เจิ้น ! อาการดีขึ้นแล้ว แต่เมื่อวานสิ แย่มาก แย่กว่าทุกครั้ง"

อาเจิ้นเดินมาข้างเตียง มองดูขวดน้ำเกลือ
"น้ำเกลือกำลังจะหมดขวดแล้ว หน้าเธอซีดจังเลย แปลกจัง ! พี่น้องเข้าโรงพยาบาลเดียวกันพร้อมกัน"

"จริงสิ พี่เจิ้นไปเยี่ยมพี่ใหญ่มาหรือยัง ?"

อาเจิ้นพยักหน้า
"ไปมาแล้ว พี่ใหญ่หลับอยู่ ท่าทางค่าใช้จ่ายที่นี่คงแพงน่าดูนะ โรงพยาบาลนี้ คนไม่มีเงินจริง ๆ ไม่กล้าเข้ามาหรอก"

อาฟ่งพยักหน้า
"ใช่ ! แพงมาก ! พี่ใหญ่เข้ามาที่นี่สี่วัน ค่าใช้จ่ายแสนกว่าบาทแล้ว แต่สำหรับพี่ใหญ่แล้ว ฉันต้องการมั่นใจว่าได้รับการรักษาที่ดีที่สุด ถ้ามีสุขภาพดีเหมือนเดิม เงินหาเมื่อไหร่ก็ได้"

"อาฟ่ง ! ฉันมาคิดดูเรื่องที่เธออยากให้ฉันช่วย ฉันจะช่วยเธอเท่าที่จะช่วยได้ ให้เธอหายป่วยออกจากโรงพยาบาลเสียก่อน ฉันจะพาเธอไปรู้จักคนของพี่ใหญ่ เท่าที่ฉันรู้จักให้มากที่สุด เธอก็รู้ว่าฉันน่ะไม่ถนัดเรื่องใช้สมองมากนัก ถ้าเธอจะเป็นคนคิด แต่ฉันจะช่วยเธอทำ แค่นี้ก็คงจะช่วยคลี่คลายอะไรหลาย ๆ อย่างได้"

"แน่นอน ! ฉันต้องการให้พี่เจิ้นช่วย ฉันไม่รู้ว่าคนของพี่ใหญ่ใครบ้างที่ไว้ใจได้ พี่ใหญ่รักพี่เจิ้นเพราะพี่เจิ้นเป็นคนที่ซื่อสัตย์ ไว้ใจได้มาตลอด ฉันก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน หากฉันเพียงแค่ปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ ได้บ้าง ฉันย่อมเจอหนทางที่จะเอาตัวรอดได้ ที่ฉันประหลาดใจอย่างมากคือ หากไม่นับเงินที่พี่ใหญ่กันไว้เพื่อส่งให้แม่แล้ว จำนวนเงิน และ ทรัพย์สินที่พี่ใหญ่มีทั้งหมดนั้น มันน่าสงสัยมาก"

อาเจิ้นขมวดคิ้ว
"สงสัยว่าอย่างไร ?"

"มันน้อยมาก ! ถึงฉันไม่รู้ว่าพี่ใหญ่มีรายได้เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่มีเหลือเพียงเท่านั้น"

อาเจิ้นพยักหน้า แล้วถอนหายใจ เขาเดินไปนั่งที่โซฟายาว
"พี่ใหญ่ช่วยคนเยอะมากนะ"

"ฉันรู้ ระหว่างที่พี่ใหญ่ป่วย ฉันจะเป็นคนดูแลเงินทั้งหมดของพี่ใหญ่"

"อือ... ดี ! เธอมีสติปัญญาที่ดี คงรู้วิธีใช้จ่ายให้เงินหมดลงอย่างช้าที่สุด"

"หมดช้าที่สุดเหรอ ? ฉันคงไม่ทำอย่างนั้นหรอก ฉันจะทำให้มันเพิ่มขึ้นต่างหาก เริ่มต้นด้วยการคุยกับไดสุเกะ"

คำพูดนี้ทำให้อาเจิ้นฉงน จ้องมาที่หน้าหงส์น้อยบนเตียง
"หา... !!! ไดสุเกะอีสเทิร์นมอลล์ ? เธอกล้าทำอย่างนั้นจริง ๆ เหรอ ?"

"มันจะเป็นอีสเทิร์นมอลล์เฉย ๆ ไม่มีคำว่าไดสุเกะหรอก ถ้าฉันทำสำเร็จ"
หน้าตาของเธอจริงจัง

อาเจิ้นมองหน้าเธออีกสักอึดใจ เมื่อเห็นถึงความแน่วแน่ที่แสดงออกมาทางสีหน้า เขาก็หัวเราะ
"ฮ่า ๆๆๆ อาฟ่ง ! เธอนี่มีความคิดที่โตกว่าอายุมากทีเดียว"

"พี่ใหญ่ทำทุกอย่างเพื่อฉันสองคนมาตลอดชีวิต เมื่อพี่ใหญ่ฟื้นตัวกลับมา ฉันอยากให้พี่ใหญ่เห็นสิ่งที่ฉันทำเพื่อพี่ใหญ่บ้าง"

อาเจิ้นฟังแล้วชอบใจ ปรบมือสองสามครั้ง
"ดี ๆ"

...ขอบคุณสำหรับเปลือกมะนาวในถังขยะ ที่ทำให้ฉันมีกำลังใจจะลุกขึ้นสู้ เพื่อพี่ใหญ่... เธอคิด

***********************************************************************************

...แอนดี้จับหัวไหล่สองข้างของท่านลุง

"ท่านพาผมมาพบกับคนที่เคยรู้จักกันมานาน เพื่อให้ผมดูคนชื่อช้อยถูกรังแก ผมคงทนไม่ได้ หน้าตาเธอเหมือนกับอาฟ่งไม่มีผิด ผมจะเข้าไปช่วยเธอ บอกสิ ! ผมทำยังไงได้บ้าง ? ท่านมีฤทธิ์ มีอภินิหารอะไรให้ผมช่วยเธอได้บ้าง ?"

ท่านลุงหัวเราะ

"แกดูหนังไซไฟมากไปหรือเปล่า ? ไม่ใช่ทวิภพนะเว้ย ! เหอ ๆๆ อ้ายลูกแมวเอ๊ย !... นี่เราระลึกมาเห็นภาพในอดีตเท่านั้น มันเป็นแค่ภาพที่เคยเกิดขึ้น แกไปเปลี่ยนอะไรได้ซะที่ไหน ? การย้อนอดีตไปแก้สิ่งที่เคยทำไปแล้วน่ะ มันไม่มีใครทำได้หรอก ถ้าทำได้ก็ต้องเรียกว่า เก่งกว่าพระพุทธเจ้าล้านเท่า สิ่งที่ผ่านไปแล้ว มันกลายเป็นกรรมไปแล้ว กลับไปแก้ไม่ได้ แต่เราระลึกถึงภาพเหล่านั้นได้"

แอนดี้เป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่เข้าใจเรื่องกรรมในอดีตชาติเท่าไหร่ แต่การที่จะเห็นคนที่เคยผูกพันถูกรังแกนั้น ไม่ใช่วิสัยของเขาที่จะอยู่เฉยได้

ท่านลุงเห็นสีหน้าของแอนดี้ จึงพูดให้คลายกังวล

"เอาน่ะ ! แกไม่ต้องทำใจไปเกี่ยวพันมากนัก เรื่องมันเป็นอดีตไปแล้ว ทำใจเป็นกลางแล้วดูต่อไป แกจะค่อย ๆ เข้าใจเรื่องในอดีต"

"ครับ ! งั้นเล่าให้ผมฟังถึงประวัติชาวลั๊วะสั้น ๆ เถอะ ไม่งั้นผมคงยิ่งสงสัยไปกันใหญ่ พวกเขาเป็นคนไทยหรือยังไง ? พวกเขาเป็นทาสขอมดำหรือว่าแค่เป็นเมืองขึ้น ? แล้วใครปกครองพวกเขา ? ชาวลั๊วะมีผู้นำหรือเปล่า ? แล้วผู้นำคิดจะสู้เพื่อเป็นอิสระบ้างหรือเปล่า ?"

ท่านลุงเลิกคิ้ว

"อือ... มันมาเป็นชุดเลยเว้ย ! ไอ้นี่ ! เกิดกี่ชาติ แกก็มีเลือดนักสู้แบบนี้มาตลอด ก็ไอ้ที่ชั้นจะเล่าเรื่องพระเจ้าพังคราชนั่นไง คือ ประวัติของที่นี่ แกเสือกมาหยุดชั้น ชั้นก็ไม่เล่า"

"เอ้า ! ตอนนี้ได้เวลาแล้วก็รีบเล่าเสียสิ อย่าเสียเวลาคุยเรื่องไม่เป็นเรื่องเลยครับ"

ท่านลุงท้าวสะเอว

"ไอ้ชิบหาย ! เรื่องอะไรที่ไม่เป็นเรื่อง หา...? ไอ้ที่ทำมาทั้งหมดก็เพื่อแก แกเห็นว่าตรงไหนที่ไม่เป็นเรื่อง ไหนบอกมาซิ ? "

แอนดี้หัวเราะ "ท่านลุงทำไมขี้โมโหจังเลย ? ป่านนี้อายุท่านเหลือเท่าไหร่แล้วนี่ ?"

พรหมขี้โมโหนึกได้ก็รีบระงับคำพูด ถอนหายใจหนึ่งเฮือก นึกในใจว่าเหนื่อยเหลือเกินที่ต้องปะทะคารมกับสหายเก่าคนนี้

****************************************************************************************

อ่านหน้าต่อไป >