ตอน 28

เฮือกสุดท้าย...สิงห์ต้าลู่

สิงห์ต้าลู่

ซีฟ่งเพิ่งจบสายโทรศัพท์กับพนักงานที่โรงเรียนสอนภาษา 

เธอรับโทรศัพท์เป็นสายที่สิบกว่าแล้ว 

ทุกคนต้องการเจอตัวแอนดี้ด้วยเหตุผลที่เร่งด่วนต่าง ๆ นานา  เธอตัดสินใจอะไรแทนพี่ชายไม่ได้สักอย่าง เพราะเธอไม่เคยได้รับรู้เรื่องธุรกิจใด ๆ

พี่ชายมีอาการทรงอยู่เท่าเดิมมาหลายวันแล้ว เขานอนหลับไม่ได้เพราะจะมีอาการสะดุ้งทุกครั้งที่เคลิ้ม ทำให้อดนอนติดต่อกันมาเป็นวันที่สี่แล้ว  ทานอาหารได้น้อยเพราะอาหารไม่ย่อย  มีสติสื่อสารเพียงแค่ห้าสิบเปอร์เซนต์

ที่ห้องรับแขก กวงหยู…หนุ่มเชื้อสายมังกรวัยไล่เลี่ยกับแอนดี้ นั่งรออยู่ที่โซฟา

ซีฟ่งเดินลงมาจากบันได สนทนากับแขกเป็นภาษาจีนกลาง
“พี่หยู ทานข้าวมาหรือยัง ?”

“อาฟ่ง  ให้ฉันพบพี่ใหญ่ได้มั้ย ?”

เธอเดินเข้าไปที่ห้องรับแขก ไม่ต้องยิงคำถามกลับ เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่ากวงหยูคงต้องมีธุระสำคัญกับพี่ชายแน่ ๆ   

เธอสูดลมหายใจยาว ๆ  คงไม่มีเหตุผลอะไรอีกที่จะรั้งไม่ให้บริวารทั้งหลายของพี่ชายได้เข้าถึงตัวอีกต่อไป  เพราะต่างคนก็ต่างมีเรื่องเดือดร้อนต้องเอาตัวรอด

เธอพยักหน้า
“ได้  นี่พี่หยูมาคนเดียวใช่มั้ย ?”

“ตอนนี้ ใช่  แต่อีกสักพัก  พวกที่บริษัททัวร์คงมากันอีกสองสามคน  เธอคิดดูสิ อาฟ่ง พวกเขาไม่เห็นพี่ใหญ่มาเกือบสองเดือนแล้ว”

อาฟ่งพยักหน้ารับรู้
“พี่หยู ขอถามนะ ที่บริษัททัวร์นี่ ทางปักกิ่งยังมีหุ้นใหญ่ใช่มั้ย ?”

“ใช่ พวกเขายังถือหุ้นส่วนใหญ่ แต่ทุกคนเชื่อฝีมือพี่ใหญ่ ให้พี่ใหญ่ตัดสินใจเรื่องบริหารทั้งหมด  แต่เมื่อไหร่ถ้าพี่ใหญ่ไม่สามารถบริหารได้…”

“ไม่มีทาง  ถ้าพี่ใหญ่หายดีเป็นปกติ  ไม่มีใครสู้พี่ใหญ่ได้แน่”

“เธอพูดได้ถูกต้อง  ถ้าพี่ใหญ่เป็นปกติ”

คำย้อนของเขาทำให้เธอพอสัมผัสได้ถึงสถานการณ์ที่บริษัททัวร์ ณ ตอนนี้

“พี่ขึ้นไปเถอะ  พี่ใหญ่อยู่ในห้องนอนด้านซ้ายมือ  แต่มีเรื่องนึง ที่พี่ไม่ต้องพูดกับพี่ใหญ่แล้ว คือ การอ้อนวอนให้พี่ใหญ่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล”

กวงหยูพยักหน้า ลุกจากโซฟา แล้วเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน

***********************************************************************************************

ซีฟ่งเดินออกมาที่สนามหญ้าหน้าบ้าน...

...ในมือถือซองบุหรี่ และ ไฟแช็ก

ซีฟ่งบุหรี่มวนที่สองของวัน ทำให้จิตใจเธอได้พักอย่างน้อยก็ชั่วครู่ 

สถานการณ์ของพี่ชายในตอนนี้ให้ความรู้สึกว่าชีวิตเธอไม่ได้มีความมั่นคงใด ๆ เลย  พี่ชายเปรียบเสมือนกำแพงผืนใหญ่ให้เธอได้พิงอันดับหนึ่ง  เธอมีความรู้สึกมาตลอดหลายปีนี้ว่า มีกำแพงอยู่สองชั้น ที่ทำให้เธอมีความรู้สึกเชื่อมั่นในชีวิตตัวเอง 

กำแพงชั้นที่สอง คือ การได้เป็นคนไทย

ซีฟ่งดับบุหรี่แล้วทิ้งลงในถังขยะหน้าบ้าน

เธอเดินกลับเข้าบ้าน ตรงขึ้นไปที่ห้องนอนพี่ชาย  ค่อย ๆ เปิดประตูช้า ๆ เข้าไปในห้อง

พี่ใหญ่นั่งอยู่ปลายเตียง  อาหยูนั่งเก้าอี้หันหน้าคุยกับพี่ใหญ่

ทั้งสองเหลือบมองมาที่อาฟ่ง  แล้วก็สนทนากันต่อ

ซีฟ่งเดินเข้าไปในห้องน้ำของแอนดี้เพื่อจัดของ  เสียงการสนทนาของทั้งคู่ดังพอที่จะให้เธอได้ยินจากในห้องน้ำ

“…สิ่งที่ต้องตัดสินใจคือ จะยกเลิกเซี่ยงไฮ้ แล้วเปลี่ยนไปที่หนานจิงแทน  หรือ จะเหลือแค่เสิ่นเจิ้นกับปักกิ่ง” เสียงกวงหยูเล่าความ

“ไม่ได้  ทุกอย่างต้องเป็นเหมือนเดิม  ต้องไปเซี่ยงไฮ้ ยกเลิกไม่ได้  พรรคพวกเราที่นั่นรอเงินจากพวกเรา หากเรางดทัวร์ที่นั่น พวกเขาก็ตกงาน  แล้วใครเป็นคนเสนอเรื่องหนานจิง ?”

“ทางปักกิ่ง  เขาเป็นคนเสนอ เพราะเห็นว่าปัญหาเรื่องเอเย่นต์ในเซี่ยงไฮ้ไม่มีใครแก้ซักที  แต่พวกเราก็บอกทางปักกิ่งไม่ได้ว่า พี่ใหญ่ป่วยหนัก  ถ้าบอกไป เขาต้องส่งวิลเลียมเฉินมาวุ่นวายที่นี่แน่ ๆ   แล้วมันก็เริ่มวุ่นแล้ว เพราะตอนนี้ วิลเลียมอยู่ที่กรุงเทพ ฯ  เขามาโดยไม่บอกล่วงหน้า  แล้วนัดให้พวกเราไปเจอกันที่โรงแรมเชอราตันสุขุมวิทตอนเย็น  เขาคิดว่าจะได้เจอพี่ใหญ่  ถ้าพี่ใหญ่ไปให้ความมั่นใจ เรื่องก็คงจบ”

ถึงแม้สติจะมีเพียงแค่ครึ่ง แต่แอนดี้ก็เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างดี

“อาฉีคงไม่พอใจฉันล่ะสิ ?”  แอนดี้ถามถึงคนสำคัญในบริษัททัวร์ที่มีเชื้อสายไต้หวัน

อาหยูพยักหน้า
อาฉีไม่ชอบหน้าวิลเลียมอยู่แล้ว เขาไม่อยากให้พวกปักกิ่งมาวุ่นวายที่กรุงเทพ ฯ  แต่ทั้งหมดที่เรื่องมันค้างคามา เพราะพี่ใหญ่ป่วยอยู่  ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร แต่ฉันสังเกตว่าอาฉีหงุดหงิดมานานแล้ว  เขาเคยบ่น ๆ ว่า ต้องทำอะไรซักอย่าง หากพี่ใหญ่ยังป่วยแล้วตัดสินใจอะไรไม่ได้แบบนี้  ไม่ใช่เฉพาะอาฉี แต่คนที่บริษัททัวร์หลายคนก็ไม่เข้าใจว่า พี่ใหญ่เป็นอะไร  ทำไมไม่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล  ทำให้ทุกคนสงสัยว่าพี่ใหญ่จะหายหรือไม่  เพราะเกือบสองเดือนมานี้ ไม่มีใครได้พบพี่ใหญ่เลย

กวงหยูจับแขนแอนดี้
พี่ใหญ่  พี่คือคนสำคัญ  เย็นนี้ คงมีพี่คนเดียวที่สามารถไปคุยกับวิลเลียมได้  พี่จะให้พวกฉันช่วยอะไรก็บอก  ฉันจะรับพี่ไปเอง  เพียงแค่ใช้เวลาชั่วโมงเดียวก็น่าจะพอ

แอนดี้เหลือบไปมองใบหน้าตัวเองในกระจกด้านหน้าตู้เสื้อผ้า
“ดูสภาพฉันสิ  ถ้าฉันไปในสภาพนี้ให้วิลเลียมเห็น มันก็คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ทุกอย่างคงแย่ลง  แต่ถึงฉันจะไปได้ ฉันก็อาจจะไม่มีสติจะพูดอะไรเป็นเรื่องเป็นราวได้มากนัก”  เขาพูดแล้วถอนหายใจ

อาหยูก้มหน้า ถอนหายใจเหมือนกัน

อาหยู  ฉันมีทางเลือกอะไรบ้างนะ ตอนนี้ ?”

“ก็… ทางที่ดีที่สุด คือ พวกเราอยากให้พี่ใหญ่ไปรับหน้าวิลเลียมเอง  แต่ถ้าพี่ใหญ่ไปไม่ได้  ก็คงต้องให้อาฉีไปแทน เพราะถือว่าอาวุโสรองจากพี่ใหญ่ แต่ ถ้าให้อาฉีไป ก็ต้องจัดการเรื่องเอเย่นต์ในเซี่ยงไฮ้ให้จบก่อน  ถ้าไม่จัดการเรื่องนั้นอาฉีก็คงไม่ยอมไปแน่ ๆ  ถ้าไป ก็เท่ากับไปให้วิลเลียมเชือด”

แอนดี้ พยักหน้าเข้าใจ

อาหยูพูดเตือน
“พี่ใหญ่  อาฉียังไงก็ไม่ใช่คนต้าลู่  พวกเรายังเชื่อพี่ใหญ่ที่สุดนะ”
(ต้าลู่ หมายถึง จีนแผ่นดินใหญ่)

แต่อาฉีก็มีอาวุโสที่สุด  อายุเขามากกว่าฉันสี่ปี  นับว่ามีประสบการณ์ทีเดียว”

“ฉันก็ไม่รู้นะ แต่ถ้าพี่ใหญ่ไม่ไปวันนี้ แล้วไม่จัดการเรื่องเอเย่นต์เซี่ยงไฮ้  คนที่บริษัททัวร์เขาก็คงต้องจัดการอะไรซักอย่างแล้ว  ฉันพูดตรง ๆ นะ ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะทนได้แล้วนะ กับการที่พี่ใหญ่ไม่ไปทำงานเลยเกือบสองเดือน แล้วต้องให้ทุกคนวิ่งแก้ปัญหาที่ตามมา”

ซีฟ่งยืนนิ่งอยู่ในห้องน้ำ  คำพูดของกวงหยูนับว่าเป็นคำพูดที่แรงที่สุดตั้งแต่เคยรู้จักกันมา เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินว่าคนในปกครองของพี่ชายพูดถึงพี่ชายของเธอในด้านลบ 

เธอค่อย  ๆ ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นห้องน้ำ   พี่ชายที่เคยแต่เป็นผู้ให้กับคนอื่นมาตลอด  แต่วันนี้ กลับต้องเป็นฝ่ายถูกกดดันโดยเหล่าคนที่ตัวเองเคยช่วยเหลือ

“เอาล่ะ ฉันเข้าใจแล้ว  กลับไปก่อนเถอะ บอกคนที่จะตามมาว่าไม่ต้องมา เย็นนี้ฉันจะไปเอง”

***********************************************************************************************

แอนดี้ดูมือของตัวเองที่สั่นเทาจากอาการที่เป็นอยู่ 

เขาจะมีแรงคุยโทรศัพท์สายนี้จนจบก่อนจะเป็นลมหรือไม่ก็ยังไม่รู้

เสียงปลายทางรับสาย
เหวย” เป็นเสียงหญิงวัยกลางคน

แอนดี้สนทนาด้วยภาษาจีนกลาง
น้าหลิว  ฉันเอง แอนดี้ จากกรุงเทพ ฯ”

“อ้อ… แอนดี้  สบายดีหรือเปล่า ?  วันนี้โทรมาเองเลยเหรอ เมื่อไหร่จะมาเซี่ยงไฮ้ จะทำกับข้าวให้กิน”

“ยังไม่มีโอกาสเลย ถ้ามีโอกาสต้องไปแน่ ๆ น้าหลิวสบายดีนะ ฉันก็คิดถึงขนมชงโหยวปิ่ง  คงไม่มีใครทำได้อร่อยเท่ากับน้าหลิวแล้ว”

ขนมชงโหยวปิ่งน้าหลิวหัวเราะ
ฉันก็ไม่ได้ทำชงโหยวปิ่งมาตั้งนานแล้ว เดี๋ยวนี้อาหมิงก็ไม่ค่อยกลับมากินข้าวที่บ้าน  เขาไป ๆ มา ๆ ระหว่างที่บ้านนี่กับที่ซินเทียนตี้”

“เหรอ แต่ถ้าฉันไปกินข้าวที่บ้านน้าหลิว อาหมิงต้องกลับบ้านมากินด้วยแน่ ๆ ใช่มั้ย ?”


เสียงปลายทางหัวเราะร่วน
ใช่ ๆ  อาหมิงน่ะ เขารักเธอมากกว่าน้องชายเขาเองเสียอีก  แอนดี้ ถ้าอยู่ที่เมืองไทยไม่สะดวก ก็มาอยู่กับเราที่นี่นะ  พวกเรามีที่ทางให้เธอกับอาฟ่งอยู่ได้”
 
“ขอบคุณน้าหลิว น้าหลิวดีกับฉันมาก”

“คนกันเองน่ะ แอนดี้  แล้วอาหลงสบายดีหรือเปล่า เขาได้สัญชาติไทยหรือยัง ?”

“ฉันมีเรื่องเล่าเยอะแยะ ไว้เมื่อไหร่มีโอกาส ฉันจะไปหาน้าหลิวแน่นอน คงมีเรื่องคุยกันเยอะ  แต่ตอนนี้ อาหมิงอยู่ที่นั่นหรือเปล่า ?”

“อยู่ ๆ  เดี๋ยวฉันเรียกให้นะ”

เสียงปลายทางของน้าหลิวตะโกนเรียกลูกชายดังเข้ามาในสาย
“หมิง หมิง  แอนดี้โทรมาจากกรุงเทพ ฯ  มาคุยหน่อย”

เธอพูดคั่นเวลา
“อาฟ่งโตเป็นสาวแล้วสิ ตัวสูงขนาดไหนแล้วนี่  สวยสมกับเป็นหงส์หรือเปล่านะ ?”

“ครับ อาฟ่งสูงกว่าตอนนั้นมาก”ภาพวาด

“คงสูงกว่าอาหลงแล้วสิ ?”

“ครับ ใช่”

เสียงลูกชายดังขึ้น
“แม่  ไหน ๆ  แอนดี้โทรมาเหรอ ?”

น้าหลิวยื่นโทรศัพท์ให้ลูกชาย
สิงห์ต้าลู่  ว่ายังไง เป็นสิงห์เมืองไทยแล้วคงลืมพี่ชายคนนี้ไปแล้ว”

“ไม่ลืม พี่หมิง ฉันจะพูดสั้น ๆ นะ ฉันมีเรื่องให้พี่ช่วย  ตอนนี้ฉันป่วยหนัก”

“หา ?  แอนดี้  แกเป็นอะไร ?”  เสียงอาหมิงแสดงถึงอาการตกใจได้อย่างชัดแจ้ง

พี่หมิงพูดเบา ๆ  ฉันไม่อยากให้น้าหลิวเป็นห่วง”

“ได้ ๆ  แกบอกมาแกเป็นอะไร ?”

“ฉันไม่มีแรงที่จะพูดอะไรมากในตอนนี้ แต่อยากให้พี่หมิงช่วยฉันเรื่องนึง พี่ช่วยเตรียมกระดาษจดได้มั้ย ?
เสียงของแอนดี้เริ่มแผ่วเบา  เสียงหายใจฟืดฟาดดังเข้าไปในสาย

เสียงแกแย่มากเลย แอนดี้  แกพูดมาเถอะ จะให้ฉันช่วยอะไร ฉันมีกระดาษปากกาอยู่ใกล้ ๆ นี้ ?”

“ฉันอยากให้พี่หมิงทำใบเสนอราคากรุ๊ปทัวร์ในเมือง  ในนามของโกลเด้นซีไซด์เอเยนซี่ พักที่ฮอลิเดย์อินสองคืน ไปหอไข่มุกหาดเซี่ยงไฮ้ ถนนคนเดิน สวนอี้หยวน วัดพระหยกขาว ในราคาสามพันหกร้อยหยวน แล้วส่งใบเสนอราคาไปที่สำนักงานใหญ่ของฉันในปักกิ่ง”

“เดี๋ยวนะ ฉันกำลังจดอยู่  สามพันหกร้อยหยวนเหรอ แล้วไงต่อ ?”

“ส่งเป็นแฟกซ์ไปที่ ไชน่าแกรนด์ทราเวล ถึงคนชื่อหวังลี่เสียน”

“อือ ได้ แล้วราคานี้ เกิดสำนักงานใหญ่เขาตกลงขึ้นมา แกจะหาเอเย่นต์มารับได้เหรอ ?”

“เขาไม่ตกลงหรอก  ฉันจะให้พี่หมิงช่วยบลั๊ฟราคาเอเย่นต์ของฉันที่มันมีปัญหาอยู่  แฟกซ์นี้จะไปถึงคนที่แผนกบัญชีของสำนักงานใหญ่ที่ปักกิ่ง เขาจะส่งข้อมูลนี้ให้เอเย่นต์ของฉัน เพราะเขาสองคนนั้นสนิทกัน  เมื่อเอเย่นต์ของฉันรู้ว่า มีบริษัทอื่นส่งราคาได้ถูกกว่า เขาจะลงราคามาเอง  นิสัยมันเป็นแบบนี้”

“ได้  เข้าใจละ  งานเซี่ยงไฮ้เอ็กซ์โปปีหน้าล่ะสิ ที่ทำให้เอเย่นต์ของแกเริ่มเล่นตัว  ใคร ๆ ก็อยากมางานนี้กัน  พวกเอเย่นต์ก็มีงานล้นมือ”

แอนดี้ไม่ตอบคำถาม แต่เสียงหายใจฟืดฟาด ทำให้อาหมิงไม่คาดคั้นใด ๆ ต่อ

แอนดี้ วางใจ  ฉันทำส่งให้ได้ภายในหนึ่งชั่วโมง  ขอให้งานแกสำเร็จนะ”

“ขอบคุณมาก พี่หมิง ฉันต้องวางสายก่อนแล้วนะ”

ทันทีที่แอนดี้กดปุ่มตัดสาย เขาต้องล้มตัวลงนอนยาว เพราะอาการหน้ามืดจู่โจมทันที  แขนและขาเริ่มชา 

วินาทีนั้น จิตของเขาพุ่งไปอยู่ที่น้องสาว   ความไม่แน่นอนของร่างกายเขาเริ่มเด่นชัดขึ้นมาแล้ว

***********************************************************************************************

ซีพ่งยืนมองพี่ชายแต่งตัวอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า...

... ด้วยเสื้อยืดคอปกสีน้ำเงิน กางเกงสแล็คขายาวสีน้ำตาล

“พี่ใหญ่  กางเกงตัวนี้เล็กที่สุดในตู้เสื้อผ้าแล้วใช่มั้ย ?”

พี่ชายพยักหน้า
ใช่  ถึงแม้เล็กที่สุดแล้ว มันก็ยังหลวมโครกอยู่ดี  เอวฉันคงหายไปสักสองสามนิ้วได้”

“ใส่เสื้อกล้ามข้างในอีกชั้นเถอะ  เสื้อจะได้หนาขึ้น คงจะถอยรูเข็มขัดออกมาได้อีกรูนึง  พี่ใหญ่ใส่แบบนี้แล้วดูไม่ดีเลย”

เธอเดินเข้าไปหาพี่ชาย แล้วช่วยถอดเข็มขัดออก  เมื่อเธอดึงเข็มขัดเบา ๆ ก็ทำให้ตัวพี่ชายเซไปได้เล็กน้อย  เขาต้องยื่นมือมาจับบ่าน้องสาว

หงส์น้อยจับแขนเขาไว้ เพื่อให้พี่ชายยืนได้มั่นคง
ขอโทษ  พี่ใหญ่เกาะฉันไว้ก่อนนะ ฉันจะช่วยปลดเข็มขัดให้  ดูสิ แรงจะยืนพี่แทบจะไม่มีแล้ว พี่จะออกไปคุยกับเขารู้เรื่องเหรอนี่ ?”

แอนดี้ไม่ตอบ

ซีฟ่ง ก้มลงหาเสื้อกล้ามตัวที่ค่อนข้างหนา  แล้วหยิบขึ้นมาให้พี่ชาย

“ใส่ตัวนี้ไว้ข้างในเถอะ แล้วค่อยใส่เสื้อยืดทับนะ  จะได้ดูดีขึ้น”

พี่ชายพยักหน้า  ค่อย ๆ ถอดเสื้อออก ตัวก็เซไปมา  ซีฟ่งต้องยื่นมือไปประคอง

อาฟ่ง ถ้าฉันกลับมา  เธอจะอ่านหนังสือที่อาหลงทิ้งไว้ให้ฉันฟังได้มั้ย ?”

ซีฟ่งยืนมองหน้าพี่ชายในระยะใกล้  คำพูดนี้คงมีความหมายหลาย ๆ อย่าง  แต่ ณ สถานการณ์นี้  มันเป็นสัญญานที่ทำให้เธอสับสน  สิ่งที่งี่เง่าที่สุดในเวลานี้ คือ ความคิดที่จะพูดออกมาว่า ‘ขอร้อง เย็นนี้อย่าไปได้มั้ย ?’  

น้ำตาเริ่มเอ่อรอบดวงตา

 แอนดี้สวมเสื้อทับเรียบร้อย  ซีฟ่งค่อย ๆ เดินเข้าไปกอดพี่ชาย
พี่ใหญ่ ฉันจะขับรถไปส่ง แล้วฉันจะรอที่ล็อบบี้  พี่ใหญ่ทำหน้าที่ที่พี่ต้องทำเถอะ คนพวกนั้นเขาต้องการพี่  เสร็จแล้ว กลับมาบ้าน คืนนี้ฉันจะอ่านหนังสือเล่มนั้นให้พี่ฟังนะ”

น้ำตาเธอไหลลงอาบแก้ม

แอนดี้ยกมือขึ้นลูบหัวน้องสาว อีกมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง แล้วหยิบกระดาษขึ้นมาหนึ่งแผ่น

อาฟ่ง เก็บกระดาษแผ่นนี้ไว้  ว่างแล้วค่อยอ่านนะ”

เธอพยักหน้า หยิบกระดาษมากำไว้ในมือ

***********************************************************************************************

แอนดี้เดินเกาะแขนน้องสาว เข้ามาในล็อบบี้โรงแรม

แอนดี้ชะเง้อหาพรรคพวกที่บริษัท  เขาเห็นกวงหยู อาฉี นั่งคุยกันอยู่ที่เก้าอี้

ทั้งสองมองเห็นแอนดี้ รีบลุกจากเก้าอี้ เดินเข้ามาหา

กวงหยูอยู่ในชุดทำงาน  ส่วนอาฉีใส่เสื้อสูทไม่ผูกไท

สีหน้าของอาฉีเมื่อเห็นแอนดี้ใกล้ ๆ ตกใจจนซ่อนอารมณ์ไว้ไม่อยู่
พี่ใหญ่เป็นอะไรกันแน่ ทำไมผอมแล้วโทรมขนาดนี้ ?

กวงหยูชี้มือกลับไปที่อีกฟากของล็อบบี้
“อาฉี พาพี่ใหญ่ไปนั่งตรงโน้นก่อนเถอะ”

อาฟ่งพูดกับพี่ชาย
พี่ใหญ่ ฉันไปหามื้อเย็นกินแถวนี้ก่อนนะ  แล้วฉันจะกลับมารอพี่ที่ล็อบบี้” แล้วเธอก็ผละจากไป

ทั้งสาม นั่งลงที่เก้าอี้โซฟา มุมหนึ่งของล็อบบี้

Lobbyแอนดี้เริ่มพูด
เดี๋ยวขอให้เราทั้งสองคน อยู่กับฉัน  เราจะคุยกับวิลเลียมด้วยกัน

กวงหยูทำหน้าเลิ่กลั่ก
เอ่อ…  เอายังงั้นเหรอ พี่ใหญ่”


“ใช่  อยู่คุยด้วยกัน  ตอนนี้วิลเลียมอยู่ไหนแล้วล่ะ
?”

กวงหยูตอบ
คงอยู่บนห้อง  เขาบอกว่าถ้ามาแล้วให้โทรขึ้นไปเรียกเขาที่ห้อง

แอนดี้พยักหน้า
งั้น อาหยู ช่วยไปบอกเขาให้ลงมาได้แล้ว

กวงหยูพยักหน้า ลุกจากเก้าอี้ เดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

แอนดี้พูดกับอาฉี

อาฉี  เดี๋ยวเมื่อวิลเลียมมา ฉันจะบอกว่าฉันป่วยหนัก   ให้นายบอกวิลเลียมว่าเรื่องราวทั้งหมดนายเป็นคนจัดการเรียบร้อย”

“หา !!!” อาฉีทำหน้าตกใจ “เรื่องทั้งหมด เรื่องอะไร ฉันจะตอบยังไงล่ะ ?”

แอนดี้หัวเราะปนด้วยเสียงไอ

อาฉีเอื้อมมือมาจับแขน
พี่ใหญ่  ไหวหรือเปล่า ? ฉันเริ่มรู้สึกผิดเสียแล้ว ฉันไม่คิดว่าจะเจอพี่ใหญ่ในสภาพขนาดนี้  ฉันต้องขอโทษ”

“ฟังนะ มีอยู่เรื่องเดียวเท่านั้น ที่วิลเลียมอยากได้ยิน  คือ เรื่องเอเย่นต์ที่เซี่ยงไฮ้  ขอให้นายบอกวิลเลียมว่า  เอเย่นต์ที่เซี่ยงไฮ้จะตกลงเงื่อนไขกับพวกเราได้ภายในสามวัน  แต่หากไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เพราะนายได้ติดต่อกับเอเย่นต์ใหม่ชื่อโกลเด้นซีไซด์ไว้แล้ว”

อาฉีขมวดคิ้ว
มันจะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ  วิลเลียมเป็นคนฉลาด เขาคงต้องโทรกลับไปถามข้อมูลพวกนี้ที่ปักกิ่งแน่นอน”

“แน่นอน วิลเลียมจะโทรกลับไปที่ปักกิ่ง เขารู้ว่าโทรหาใครแล้วจะได้ข้อมูลที่เร็วที่สุด  แล้วเขาก็จะรู้ข้อมูลนี้นี่แหละ ที่ฉันบอกนายอยู่”

“หา… แสดงว่า พี่ใหญ่จัดการไว้แล้วเหรอ ?  แต่วิลเลียมจะโทรไปเช็คกับใครล่ะ ถึงได้ข้อมูลที่ตรงกัน”

“ตอนนี้นายไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอก ฉันยังบอกนายไม่ได้ว่าเป็นใคร ไว้ให้ถึงเวลา ฉันจะเล่าให้นายฟังหลาย ๆ อย่างในออฟฟิศที่ปักกิ่งที่นายควรรู้”

อาฉีพยักหน้า
ใช่ ๆ  ตอนนี้ฉันรู้แค่นี้ก็พอแล้ว  ฉันไม่อยากรู้อะไรมากกว่านี้หรอก”

“ไม่  นายคงต้องรู้มากกว่านี้แล้ว  ถึงเวลาแล้วที่นายต้องรู้”

อาฉีไม่เข้าใจความหมาย   ในใจมีแต่ความฉงน และ แปลกใจที่แอนดี้มอบหมายให้เขาทำหน้าที่นี้  คงเป็นเพราะอาการป่วยที่แอนดี้ประสบอยู่

อาฉี  เรื่องที่สอง  เป็นเรื่องที่วิลเลียมไม่ได้คาดคิด  แต่เขาจะประหลาดใจถ้าได้ยิน  คือ เรื่องรูทเสฉวน ที่เขาพยายามปั้นมาให้ที่กรุงเทพฯ ขายให้ได้ แต่ฉันก็ค้านมาตลอด  ทำให้ฉันกับวิลเลียมเป็นไม้เบื่อไม้เมามานาน  เรื่องนี้ ขอให้นายบอกวิลเลียมว่า นายได้จัดการ และ ตกลงว่า จะเพิ่มรูทนี้เริ่มออกขายภายในหนึ่งเดือน”

อาฉีทำตาโตแทบทะลัก
พี่ใหญ่  นี่หมายความว่ายังไง ?   พี่ค้านเขา แต่ฉันกลับมาเข้าข้างเขา ต่อหน้าพี่ใหญ่น่ะเหรอ ?

แอนดี้พยักหน้า
ใช่  นี่คือเวลาของนายแล้ว อาฉี  นายเคยบอกฉันว่าหากเปิดรูทเสฉวน นายมั่นใจว่านายทำได้  นายเคยทะเลาะกับฉันเรื่องนี้ ไม่ใช่เหรอ?”

“ใช่”

“วันนี้โอกาสมาถึงนายแล้ว  แล้วฉันก็เชื่อว่านายทำได้แน่ เพราะความมั่นใจที่นายแสดงออกมาตลอด  ฉันขอถามนายว่า ที่นายเคยพูดว่า มั่นใจกับรูทเสฉวน นายยังมั่นใจอยู่หรือไม่ ?”

อาฉีพยักหน้า โดยไม่ลังเล
มั่นใจ พี่ใหญ่ก็รู้ ถึงฉันตัดสินใจช้า ไม่รวดเร็วเหมือนพี่ใหญ่ แต่ถ้าฉันพูดว่าฉันทำได้ แปลว่า ฉันทำได้แน่นอน”

“ดี  วันนี้เป็นโอกาสของนาย  หากเปิดรูทเสฉวน นายต้องการให้ปักกิ่งช่วยเหลืออะไรบ้าง ขอให้บอกวิลเลียมในวันนี้เลย  เชื่อแน่ว่า เขาจะสนับสนุนนายทุกอย่าง

อาฉีเริ่มสงสัย
พี่ใหญ่ทำอย่างนี้ทำไม ?  ทำอย่างนี้เครดิตของพี่จะลดลงนะ  ต่อหน้าอาหยูด้วย”

“คิดไกลกว่านั้นอีกนิดนึงสิ  เครดิตของพวกเรากลับจะมากขึ้น  ที่นี่ จะมีตัวตายตัวแทน  วิลเลียมจะไว้ใจคนของเรามากขึ้นหนึ่งคน คือนาย   สิ่งที่เขาเข้าใจว่าการบริหารจัดการของที่นี่นั้นง่ายดายเพราะฉันเท่านั้นเป็นคนกำหนด ก็จะผิดคาด  เขาจะเห็นความซับซ้อนมากขึ้น  มันไม่ง่ายแล้วที่จะเข้ามายุ่มย่ามกับที่นี่ เพราะเขาคาดเดาไม่ได้อีกแล้ว ว่าเกิดอะไรขึ้นในที่ทำงานเรา  แต่เขาก็จะไม่เป็นปฏิปักษ์กับนายแน่นอน เพราะนายได้ทำตามสิ่งที่เขาต้องการ
ส่วนอาหยูนั้น  วันนี้แหละ ที่เขาจะเห็นว่านายนั้นเป็นที่ยอมรับของวิลเลียม  กลับไป อาหยูก็จะให้ความมั่นใจกับพนักงานคนอื่น ๆ”

อาฉีนั่งคิดตามไปด้วย  เขาเห็นภาพที่แอนดี้กำลังอธิบาย
พี่ใหญ่ นี่คงไม่ได้หมายความว่า พี่ใหญ่จะลดบทบาทลงใช่มั้ย ?”

แอนดี้พยายามหายใจช้า ๆ ลึก ๆ  ความอิดโรยเริ่มแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

กวงหยู เดินนำหน้าชายหนุ่มวัยเดียวกับแอนดี้ เขาใส่เสื้อเชิ๊ตสีขาวลำลอง กางกางขายาวลำลอง  รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาสะอาดสะอ้าน ผิวสองสี  

ทั้งสองเดินมาถึงที่เก้าอี้โซฟา

แอนดี้ และ อาฉี ลุกขึ้นทักทาย

แอนดี้ยื่นมือให้วิลเลียมจับ
สวัสดี วิลเลียม สบายดี ?”

ชายหนุ่มร่างใหญ่ทักทายกลับ
สวัสดี แอนดี้  เกิดอะไรขึ้น ?  นายผอมลงมากเลยนะ

แอนดี้ พยักหน้า
ใช่ ฉันป่วยอยู่”

วิลเลียมหันไปจับมือกับอาฉี
สวัสดี คุณฉี”

“สวัสดี วิลเลียม”

ทั้งสี่คน ค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งที่โซฟา

วิลเลียมจ้องไปที่หน้าแอนดี้
แอนดี้  นายป่วยเป็นอะไร  นายได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลหรือเปล่า ?”

“มีคนดูแลฉันอยู่  ไม่ต้องห่วงหรอก  ฉันอาจจะต้องไปพักร้อนที่ไหนสักพัก”

วิลเลียมพยักหน้า
อือ  ดี ดี  นายทำงานหนักมากนะ ฉันรู้  ถ้ามีเวลาพักบ้างก็ดี  แต่ถ้าขาดนายไปนาน งานก็คงแย่เหมือนกัน  นายน่ะ ทำงานได้เก่งมาก  รีบ ๆ พัก รีบ ๆ กลับมาแล้วกัน”

“ขาดฉันก็ไม่แย่หรอก  อาฉีจัดการทุกอย่างได้”

วิลเลียมหันมาหาอาฉี  แล้วส่งยิ้มให้

แอนดี้ถามขึ้น
นายมาพักร้อนเหรอ ?  ไม่เห็นมีใครบอกว่านายจะมา”

“ก็ใช่ มาพักร้อน ก็เลยถือโอกาสแวะมาเยี่ยมพวกนายด้วย  เผื่อจะมีอะไรที่ฉันช่วยพวกนายได้  เรื่องที่เซี่ยงไฮ้น่ะ  นายจะให้ฉันช่วยอะไรมั้ย ?”

“เรื่องเซี่ยงไฮ้  คงต้องถามอาฉี”  แอนดี้หันไปทางหนุ่มไต้หวัน

อาฉีตอบ
ทางเซี่ยงไฮ้ไม่ต้องห่วง  เอเย่นต์ที่นั่นจะตกลงกับพวกเราได้ในสองสามวันนี้ แล้วคงจะส่งเอกสารยืนยันเงื่อนไขไปทางปักกิ่ง

วิลเลียมเลิกคิ้ว
หือ.. เหรอ  แต่เมื่อวานนี้ ก่อนฉันจะมา  เขาบอกว่าเรื่องยังไม่เรียบร้อย ยังยืดเยื้อกันอยู่ ตกลงกันไม่ได้  เรื่องนี้สำคัญนะ  ถ้าตกลงไม่ได้ภายในเจ็ดวัน คงต้องยกเลิกรูทนี้ชั่วคราว   คุณฉีจัดการเรียบร้อยแล้วเหรอ ?”

อาฉีพยักหน้า

กวงหยูนั่งมองด้วยความประหลาดใจ ที่แอนดี้ปล่อยให้อาฉีเป็นคนรับหน้า

วิลเลียมหัวเราะ
ดี ดี  เดี๋ยวฉันต้องเช็คทางปักกิ่งก่อน  เรื่องนี้สำคัญ  ถ้าตกลงกันได้ ฉันจะได้งดแผนสำรอง  ไม่งั้นเดี๋ยวไปตกลงซ้อนกัน ยุ่งตาย

พูดจบเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดโทรออก

อาฉีมองหน้าแอนดี้  อีกฝ่ายหรี่ตา เป็นสัญญาณว่า ไม่ต้องห่วง

เสียงปลายทางรับสาย  วิลเลียมพูดทักทาย
สวัสดี อาเฟย  รบกวนหน่อย กลับถึงบ้านหรือยัง ?  นี่วิลเลียมนะ  เรื่องเอเย่นต์ที่เซี่ยงไฮ้ เป็นยังไงบ้าง ?”

กวงหยูนั่งประสานมือสองข้างเข้าด้วยกัน บีบมือแน่นเพราะความกังวล  ทุกครั้งที่เขาได้พบกับวิลเลียม เขารู้สึกถึงความเก่ง และ ความฉลาดอย่างเหนือชั้น  ยังไม่รวมถึงตำแหน่งผู้บริหารประจำภูมิภาคที่ช่วยเสริมบารมีให้ดูน่าเกรงขาม  เขาเคยเข้าประชุมในที่ประชุมที่มีวิลเลียมไล่ถามคำถาม จนคนตอบไม่ได้   คงมีเพียงแอนดี้เท่านั้น ที่มีชั้นเชิงและความฉลาดสูสีกับหนุ่มแผ่นดินใหญ่คนนี้

วิลเลียมตัดสายแล้ว

อือ ข่าวดีนี่  เอเย่นต์ที่เซี่ยงไฮ้คงส่งสัญญาให้ที่ปักกิ่งภายในวันพรุ่งนี้
เขาหันหน้าไปทางอาฉี
“เยี่ยมมากนะ คุณฉี ราคากับเงื่อนไข ได้ตามที่เราต้องการ

อาฉีไม่สามารถกลั้นยิ้มไว้ได้  ใบหน้าเริ่มมีสีแดงเพราะเลือดฝาดมาเยือน

กวงหยูเขย่ามือตัวเองเบา ๆ  ความกดดัน ความกังวล หายไปราวกับปลิดทิ้ง

หนุ่มไต้หวันหายใจได้โล่งขึ้น ความฮึกเหิมเข้ามาอยู่เต็มหัวใจ
อ้อ วิลเลียม มีอีกเรื่องนึงที่ฉันตัดสินใจ  ฉันจะเปิดรูทที่เสฉวนตามที่คุณแนะนำ เพราะฉันมั่นใจว่า เราทำได้  แต่ฉันจะขอให้คุณช่วย  ไม่ใช่เรื่องยาก คุณช่วยได้แน่ ๆ”

วิลเลียมหัวเราะเสียงดัง
ฮ่า ๆๆๆ  ไม่เสียแรงเลย  ครั้งนี้  ฉันมาได้รับแต่ข่าวดี  ดี ๆ  ว่ามาเลยคุณฉี”

“ฉันคงต้องขอให้สนับสนุนเรื่อง กลุ่มทัวร์สำรวจรูทนี้  ซึ่งทางปักกิ่งต้องออกค่าใช้จ่ายให้  จะมีเจ้าหน้าที่ของเราส่วนหนึ่ง และ อีกส่วนเป็นกลุ่มพาร์ทเนอร์ เช่น ผู้บริหารโรงเรียน แล้วก็สื่อมวลชนที่เราติดต่ออยู่”

วิลเลียมพยักหน้า
“เข้าใจ  ดี ๆ  เห็นด้วยนะ  ฉันจะจัดการเรื่องนี้ แล้วจะแจ้งมาที่แอนดี้แล้วกัน”

แอนดี้ยกมือขึ้นห้าม
“ไม่ต้อง วิลเลียม ให้บอกมาที่อาฉีเลย  ต่อไป อาฉีจะดูแลเรื่องนี้

กวงหยูพยักหน้ารับรู้ไปด้วย  ไม่มีท่าทีต่อต้านใด ๆ

แอนดี้หันมาพูดกับพรรคพวกทั้งสอง

อาฉี อาหยู  เดี๋ยวนายสองคนไปเตรียมหาโต๊ะบุฟเฟ่ต์ข้างบน  เรียบร้อยแล้ว ลงมาตามแล้วกัน”

ทั้งสองคนพยักหน้า แล้วลุกจากเก้าอี้ไป

แอนดี้พูดกับวิลเลียม
ฉันอยากพัก ฉันคงต้องพักยาว  จะมีเบอร์หนึ่งมารับตำแหน่งของฉันเร็ว ๆ นี้  ฉันแจ้งคุณหญิงแล้ว  ฉันเอง คงต้องไปพักผ่อน

อีกฝ่ายทำหน้าประหลาดใจ
“หา…  หมายความว่า นายจะลาออก หรือยังไง ?”

“ใช่  ฉันจำเป็นต้องพัก” แอนดี้ถอนหายใจ เขายิ้ม  “นายรู้จักเรื่องความไม่แน่นอนมั้ย  ? ฉันเริ่มจะเข้าใจมันมากขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้

วิลเลียมมองหน้าแอนดี้  เขายังไม่คลายความประหลาดใจที่ได้ยินเรื่องนี้  แต่คำพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังของแอนดี้ คงไม่ใช่เรื่องที่หลุดปากจากความคิดชั่วแล่น 

เขาพยักหน้าซ้ำ ๆ เพื่อย้ำในความจริงที่ได้รับฟัง
ถ้านายตัดสินใจแล้ว ฉันก็เชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริงจังที่นายคิดดีแล้ว  ใจหายนะ ! เราสองคนเคยต่อสู้ด้วยความคิดกันมานาน แต่ต้องบอกเลยว่าฉันยกย่อง ใครก็เทียบนายได้ยาก ฉันยังคิดตั้งแต่ก่อนมานี่เลยว่า ครั้งนี้ ฉันจะเอาอะไรมาสู้กับนาย เราจะถกเถียงกันนานขนาดไหนกว่าจะได้ข้อสรุป  ใช่จริง ๆ     ความไม่แน่นอน  ถ้านายตัดสินใจเลือกสุขภาพ  ฉันก็ขออวยพรให้สุขภาพนายดีขึ้นเรื่อย ๆ  แล้วขอให้นายกลับมาใหม่อีกครั้ง

วิลเลียมยื่นมือให้แอนดี้จับ  แอนดี้ยื่นมือมาจับแล้วเขย่า
ฉันฝากเบอร์หนึ่งคนต่อไปด้วยนะ  นายอย่าเข้มมาก เขาจะกลัว

สิงห์ต้าลู่วิลเลียมหัวเราะดังลั่น
ได้ ได้  ฉันไม่เคยเชื่อมือใครเท่านายมาก่อน  เบอร์หนึ่งที่ฟิลลิปปินส์ลาออกไปเลย เพราะเจอฉันอัดติดกันหลายครั้ง  มีนายคนเดียวที่อัดฉันกลับได้  ขอให้นายโชคดีนะ  แล้วนายกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ  ฉันจะอยู่กินข้าวคุยกับสองคนนี้เองก็ได้  เท่าที่นายอุตส่าห์มาหาฉันด้วยสภาพแบบนี้ ฉันก็ซาบซึ้งแล้ว  ใจนายมันสู้จริง ๆ นะ  สมกับชื่อสิงห์แห่งแผ่นดินใหญ่”


แอนดี้พยักหน้า

กวงหยูเดินกลับมาหาทั้งสองคน

ได้ที่นั่งแล้ว พี่ใหญ่”

วิลเลียมลุกขึ้นยืน
ดี ๆ  ฉันขอตัวโทรศัพท์หาที่บ้านก่อน เดี๋ยวไปเจอกันที่โต๊ะอาหารเลย
เขาเดินผละจากไป

อาหยูทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาเพื่อพูดกับแอนดี้
พี่ใหญ่  วันนี้ผิดคาดมากเลย บรรยากาศดีมาก  อาฉีทำได้ดีเลยนะ

แอนดี้ยิ้ม
“อาหยู  เดี๋ยวช่วยเรียกอาฉีมาเจอฉันที่นี่ได้มั้ย ?  ฉันมีเรื่องพูดกับเขาสักหน่อย

อาหยูพยักหน้า แล้วเดินกลับไป

แอนดี้ลุกขึ้นยืน 

มุมอีกฟากหนึ่งของล็อบบี้  เขามองเห็นซีฟ่งนั่งรออยู่ที่โซฟา  จิตใจที่อ่อนล้าจนแทบจะหมดพลังไปในเสี้ยววินาทีนี้ กลับมีพลังเฮือกน้อย ๆ เพิ่มขึ้นมา  เพราะได้เห็นน้องสาวอยู่ ณ ที่นี้  … ซีฟ่ง รอฉันอีกหน่อยนะ

อาฉีเดินเข้ามาหา  สังเกตร่างของแอนดี้เริ่มเซ เขารีบเดินเข้ามาประคอง
“พี่ใหญ่  ไม่ไหวแล้วมั้งเนี่ย  พี่รีบกลับไปเถอะ”

แอนดี้ยังมีแรงหัวเราะ แต่เสียงเริ่มแผ่วลง
นายอายุมากกว่าฉัน ต่อไปนี้ ไม่ต้องเรียกฉันว่าพี่ใหญ่แล้ว”

“ไม่หรอก  ฉันเรียกยังไง ฉันก็จะเรียกอย่างนั้น”

“อาฉี  ฉันมีคำถาม  นายทำงานเพื่ออะไร ?  เพื่อคุณหญิง ? เพื่อบริษัท ? เพื่อฉัน ?  อะไรคือเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในการทำงาน ?”

“ฉันตอบตรง ๆ  ฉันทำเพื่อคุณหญิง  บริษัทนี้หากไม่ใช่คุณหญิงมีหุ้นใหญ่ ฉันก็ไม่ทุ่มเทเท่านี้  คุณหญิงมีบุญคุณต่อฉันมาก  ถึงไม่ทำงานที่นี่ ฉันก็อยากทำงานให้คุณหญิงในด้านอื่น ๆ”

แอนดี้พยักหน้ารับรู้
ฉันดูคนไม่ผิด  ฉันเรียกนายมาเพื่อถามแค่นี้แหละ  ฉันกลับก่อนนะ ไม่ต้องส่ง อาฟ่งรออยู่ตรงโน้นเอง

อาฉีเขย่าแขนสองข้างของแอนดี้
“พี่ใหญ่ พักผ่อนให้เต็มที่นะ  พี่ต้องหายในเร็ว ๆ นี้  แล้วเจอกันใหม่”

“แล้วเจอกันใหม่”  แอนดี้เดินผละจากไป  เขาเดินไปสองสามก้าว แล้วหันกลับมา

อาฉี  พรุ่งนี้นายเป็นเบอร์หนึ่งแล้วนะ จดหมายแต่งตั้งนายคุณหญิงเซ็นแล้ว คงจะถึงนายภายในเที่ยงวันพรุ่งนี้”
พูดจบเขาก็หันกลับ แล้วเดินไปทางอีกฝั่งหนึ่งของล็อบบี้

อาฉียืนตะลึงกับคำพูดส่งท้ายของแอนดี้

***********************************************************************************************

แอนดี้หลับตั้งแต่ขึ้นไปบนรถ

ซีฟ่งค่อย ๆ ประคองพี่ชายลงจากรถ แล้วพาขึ้นห้องนอน

สิ่งสุดท้ายที่เขาพยายามทำด้วยตัวเองคือ การถอดเสื้อผ้า แล้วเปลี่ยนเป็นชุดลำลอง

เขานอนบนเตียงหายใจอย่างรวยริน  น้องสาวกำลังจัดการปิดหน้าต่าง เพื่อเปิดแอร์

อาฟ่ง  ช่วยหยิบหนังสือเล่มนั้นให้ฉันหน่อย” 
เสียงที่แผ่วเบาถูกเค้นมาจากลำคอ เขาชี้มือไปที่หนังสือธรรมะที่อาหลงทิ้งไว้ให้บนชั้นวางเครื่องเสียง

น้องสาวรีบเดินไปหยิบ แล้วเดินมายื่นให้

แอนดี้วางไว้บนเตียงข้าง ๆ ตัว
อาฟ่ง คืนนี้ไม่ต้องอ่านให้ฉันฟังนะ ฉันคงฟังไม่ไหว ขอให้ฉันพักผ่อนแล้วกัน

น้องสาวพยักหน้า  เธอก้มลงข้างเตียง ใช้มือทั้งสองลูบหน้าของพี่ชาย
นอนเสียเถอะ พี่ใหญ่  พรุ่งนี้ฉันจะอ่านให้พี่ฟังนะ

เธอจับมือทั้งสองข้างของพี่ชายมากุมไว้   สายตาเธอจ้องมองใบหน้าที่ไร้พลังชีวิตของแอนดี้  อีกไม่กี่วินาที น้ำตาคงต้องเล็ดออกมาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

แล้วเธอก็ค่อย ๆ ปล่อยมือ  ลุกขึ้นเดินไปปิดไฟ เหลือเพียงไฟเหลืองสลัว ๆ ปลายเตียงที่เปิดทิ้งไว้  แล้วเธอก็เปิดประตูออกจากห้อง

เหลือเพียงแอนดี้ กับความเงียบ

อาการชาเริ่มขึ้นที่ปลายเท้าทั้งสองข้าง ลามขึ้นมาถึงต้นขา ไม่กี่วินาที เขาก็ไร้ความรู้สึกที่ขาทั้งสองข้าง  ความเย็นแล่นจากปลายเท้าขึ้นมาถึงท้องน้อย  อาการชาตามขึ้นมาเป็นลำดับ

เขาเอื้อมมือมาวางที่ท้องน้อย แต่คลำแล้วก็ไม่มีความรู้สึกใดเกิดขึ้น  ความชาพร้อมกับความเย็นเฉียบ วิ่งขึ้นมาถึงหน้าอก  มือทั้งสองข้างตะกายบนเตียงข้างลำตัว  มือขวาหยิบติดหนังสือธรรมะเล่มนั้นขึ้นมา  หน้าปกเป็นภาพพระพุทธรูป 

แสงจากไฟเหลืองที่พอเห็นสลัว ๆ กลับสว่างวาบไปหมด ความเย็นเฉียบพลันแล่นทาบทั่วตัวของเขา

...แล้วลมหายใจสุดท้ายของเขาก็สิ้นสุดลง

แอนดี้

__________________________________________________________________________________________

โดย วีรยาติ

กลับขึ้นด้านบน

นิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก เปิดให้จองแล้ว กดที่นี่

 

อ่านตอนต่อไป
อ่านตอนอื่น

1. สมัครสมาชิก เว๊บบอร์ดที่นี่ (หากไม่สมัครสมาชิก จะโหวต หรือ แสดงความคิดเห็นไม่ได้) และ

2. แสดงความคิดเห็น หรือ โหวต

- ชอบตัวละคร ขอเชิญโหวตได้ที่นี่

- อ่าน หรือ แสดงความคิดเห็นที่นี่

เชิญเยี่ยม Facebook หมอเถื่อน

(ให้กำลังใจโดยเข้าไป แล้วกด Like หรือ เขียนคำวิจารณ์)

Blog counter