ตอน 25

กำลังใจนิรนาม

Sunset Magic

เจ็ดโมงเช้า…

จ๊อดแต่งตัวในชุดทำงานในมือถือซองจดหมาย เดินข้ามสนามหญ้ามาที่หน้าตึกกลาง  ชะเง้อมองหาลูกพี่ลูกน้อง

เสียงเพลงฝรั่งย้อนยุคดังมาจากหน้าต่างชั้นบน    ทุกเช้า  ใครก็ตามที่เดินอยู่ใกล้ตึกกลางจะได้ยินเสียงเพลงประเภทนี้ในเวลาก่อนเจ็ดโมงเช้า  เป็นที่รู้กันดีว่าต้นได้ตื่นนอนแล้ว

จ๊อดเงยหน้ามองขึ้นไปที่หน้าต่างห้องของต้น  ป้องปากตะโกน
“ต้น… ต้นตื่นหรือยัง ?”

“ครับ… พี่จ๊อด” ต้นโผล่หน้ามาที่หน้าต่าง  “ตื่นแล้ว พี่จ๊อดมีอะไร ?”

จ๊อดชูจดหมายที่ถือไว้เหนือหัว
“โทษทีว่ะต้น จดหมายต้น จ่าหน้ามางง ๆ  พี่ดันไปเปิดอ่าน  เดี๋ยวพี่ขึ้นไปหาที่ห้อง”

“ได้ ๆ  พี่จ๊อดขึ้นมาเลย”

จ๊อดเดินเข้าโถง แล้วขึ้นบันไดไปชั้นสอง 

ประตูห้องถูกเปิด  จ๊อดเดินเข้ามาในห้องของลูกพี่ลูกน้อง 

ในห้องไม่มีการตกแต่งใด ๆ ที่เด่นชัด  ดูเรียบ ๆ และ โล่ง  ฝั่งติดกำแพงมีคีย์บอร์ดยามาฮ่าตั้งอยู่  บนแป้นคีย์บอร์ดมีโน๊ตเพลงวางระเกะระกะ

ต้นเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนักศึกษา  เขามองหน้าลูกพี่ แล้วหัวเราะเบา ๆ
“เฮอะ ๆ  ต้นไม่คุ้นเลยเวลาพี่จ๊อดไม่ใส่แว่น”

จ๊อดหัวเราะ
“อือ…เพื่อนพี่หลายคนก็บอกเหมือนกัน  มองทุกวันเดี๋ยวมันก็คุ้นไปเอง แต่ไม่มีแว่นแล้วทำอะไรสะดวกขึ้นเยอะ  อาพลกับน้าเพ็ญไปไหน ? ไม่เห็นใครเลย”

“พ่อไปมาเลย์ แม่ไปค้างบ้านเพื่อน”

จ๊อดพยักหน้ารับรู้  เขาโยนจดหมายที่ถูกฉีกซองแล้วลงบนเตียงของต้น
“เอ้านี่… จดหมาย  จ่าหน้าภาษาอังกฤษถึงมิสเตอร์ไตรสรณ์ เอานามสกุลมาขึ้นก่อน  พี่ไม่รู้ เห็นมาวางอยู่หน้าห้อง นึกว่าของตัวเอง เปิดอ่านแล้วงง  พลิกมาดูหน้าซองอีกที ค่อยเห็นว่าจ่าถึงไตรสรณ์ ต้นตระการ”

ต้นหยิบซองจดหมาย แล้วล้วงจดหมายข้างในออกมาอ่าน

หัวกระดาษเป็นชื่อสถาบัน International Society for Neurofeedback and Research (ISNR)

เขาอมยิ้มทันที

“จดหมายอะไรอะต้น ?  พี่อ่านแล้วไม่รู้เรื่อง เกี่ยวกับหมอเหรอ ?”

“ต้นรอจดหมายนี้อยู่ พี่จ๊อด  เป็นสถาบันไอเอสเอ็นอาร์ เกี่ยวกับเรื่องไบโอฟี๊ดแบ็ค คือการใช้จิตควบคุมพลังต่าง ๆ ของร่างกาย”

จ๊อดสั่นหัว
“พูดภาษาอะไรวะต้น ? ไม่เคยได้ยิน”

“ขอบคุณพี่จ๊อด ดีที่พี่จ๊อดไม่โยนทิ้ง  ไม่งั้นต้นคงรอเก้อ”

จ๊อดทรุดตัวลงนั่งบนเตียง
“จะโยนทิ้งได้ไง ? ชื่อจ่าถึงต้นอยู่นี่ ….” 

ต้นพับจดหมายสอดเก็บเข้าไปในซอง แล้วพับซองใส่กระเป๋ากางเกง เขายังแปลกใจที่ลูกพี่ยังนั่งรอ เหมือนมีเรื่องอื่นจะสนทนาต่อ
“พี่จ๊อดไม่รีบไปทำงานเหรอ ?”

“เดี๋ยวไป  มีเรื่องถามหน่อยต้น  ต้นยังติดต่อกับมิ้นท์อยู่หรือเปล่า ?”

ต้นขมวดคิ้ว
“พี่มิ้นท์เหรอ ?”  เขาเกลือกตา ใช้ความคิด
“เคยอีเมล์คุยกัน เกือบปีแล้ว  ตอนนั้นเห็นว่าพี่มิ้นท์ไปทำงานที่ขอนแก่น  พี่จ๊อดไม่ได้ติดต่อพี่มิ้นท์เลยเหรอ ตั้งแต่กลับมา ?”

“อือ”

ต้นคงไม่ถามเหตุผล เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของพี่ชายกับอดีตแฟน
“ลองถามพี่ต่อดูดิ  พี่ต่ออาจจะติดต่ออยู่ก็ได้นะ”

จ๊อดพยักหน้า
“อือ ๆ”
เขายังนั่งเฉย เหมือนกับในใจยังมีความคิดอื่นแล่นอยู่

“พี่จ๊อดมีอะไรหรือเปล่า ?”

“หือ… เปล่า”
ลูกพี่ปฏิเสธ แต่สีหน้าบ่งบอกว่ายังมีความคิดที่ยังไม่ได้พูด

ต้นเดินไปที่เครื่องเสียงเพื่อปิดเพลง 

เขานึกถึงเวลาสามสี่ปีก่อนที่จ๊อดคบหากับมิ้นท์  ดูท่าทางพี่ชายคนนี้มีความสุขกว่าขณะนี้  แต่ความสัมพันธ์ก็ต้องจบลงก่อนที่จ๊อดจะไปเรียนต่อ  ต้นไม่รู้รายละเอียดว่าเพราะเหตุผลใด  ปัจจัยหนึ่ง อาจจะมาจากการที่อาจิ๋ม … แม่ของจ๊อด ไม่ชอบผู้หญิงคนนี้

ต้นหยิบโทรศัพท์มือถือที่โต๊ะขึ้นมา กดแป้นค้นหาเบอร์โทรศัพท์

จ๊อดลุกขึ้นจากเตียง
“โอเค ไม่มีอะไรแล้ว  พี่ไปทำงานก่อน”

จ๊อดเดินออกไปจากห้อง

ต้นกดปุ่มโทรออก  ไม่นานเสียงปลายทางรับสาย
*****************************************************************************************************

ฮอนด้าซีอาร์วีสีดำจอดรออยู่ที่หน้าตึกใหญ่

วิภวาวิแต่งตัวในชุดนักศึกษาจุฬา ฯ เปิดประตูด้านหลังขึ้นไปนั่ง
“พี่หมาน ต้นยังไม่มาเหรอ ? ”

โชเฟอร์หนุ่มอิสานหันมาตอบ
“ยังครับ คุณวิ แต่เห็นคุณต้นแต่งตัวแล้ว”

ไม่ทันไร ต้นก็วิ่งสะพายกระเป๋าตรงมาที่รถ
วิเอื้อมมือไปเปิดประตูให้ลูกพี่ลูกน้อง  ต้นขึ้นมานั่งแล้วปิดประตู

สมานเริ่มออกรถ

เขามองหน้าวิ
“ไม่สายใช่ปะ ? ” แล้วก็มองนาฬิกาข้อมือตัวเอง  “ใช่ ๆ ยังไม่สาย”

“ยัง ๆ  แต่ถ้าเป็นวันจันทร์ต้องออกเช้ากว่านี้  ทำไมต้นไม่ติดรถพี่ต่อไปล่ะ ? พี่ต่อออกสายกว่านี้นิดนึง ก็พอดีส่งต้นได้”

“ไม่อะ  วันนี้ต้นไปที่อื่นก่อน ค่อยเข้ามหาลัยก่อนเที่ยง’”

“อ้าว… แล้วต้นจะไปไหน ?”

“จะไปบ้านอาจารย์ ที่สอนวิชาพลังรักษาแขนให้ ต้นกับอาจารย์จะทำวิจัยเรื่องนี้กับต่างประเทศ”

ญาติสาวเบิกตาโพลง
“หา… ขนาดนั้นเลย ?   ต้นทำวิจัยอะไรอะ ? พลังพวกนี้ฝรั่งเค้ารู้จักด้วยเหรอ ?”

ต้นควักซองจดหมายออกมาจากกระเป๋ากางเกง
“รู้จักดิ  นี่จดหมายตอบกลับ  ฝรั่งเค้าเรียกว่าไบโอฟี๊ดแบ็ค”

วิหยิบจดหมายไปอ่าน
“อินเตอร์แนชั่นแนล โซไซตี้ฟอร์ นิวโรฟี๊ดแบ็ค แอนด์ รีเสิร์ช  ไอเอสเอ็นอาร์… นี่มันเขียนนิวโรฟี๊ดแบ๊คนิ่”

“ใช่ ๆ  นิวโรฟี๊ดแบ็คกับไบโอฟี๊ดแบ็คเป็นเรื่องเดียวกัน”

“ไม่มีชื่อภาษาไทยเหรอ ?”

ต้นหัวเราะ
“เหอ ๆ … มีดิ  แต่ฟังแล้วคนละเรื่องเลย  ชื่อภาษาไทยชื่อ กายทิพย์”

วิหัวเราะตาม
“อือ… ท่าทางจะเหาะได้  ไม่ได้เข้ากับชื่อฝรั่งเลย  ใครเป็นคนคิดค้นอะ คนไทยเหรอ ?”

“ใครคิดไม่รู้เหมือนกัน  แต่ต้นเรียนมาจากอาจารย์ที่เกษตร ฯ  อาจารย์เค้าเป็นลูกศิษย์คุณย่าเยาวเรศ คนไทยนี่แหละ แต่ส่วนใหญ่คนเรียกว่าพลังจักรวาล”

“พลังจักรวาล ! อือ ๆ ฟังแล้วมันน่าจะเหาะได้  แล้วต้นเรียนแล้วมาสอนวิได้ป่าว ?”

ต้นเหล่ตามองญาติ แล้วหัวเราะหึ ๆ
“ตอนแรกบอกจะหัดคีย์บอร์ด แล้วก็ไม่ได้เรื่อง”

“พอ ๆ  ทุกทีเลย  จะให้สอนอะไรก็จะอ้างเรื่องเรียนคีย์บอร์ด  แล้วต้นเอาเพลงอะไรมาสอนวิ ? เพลงบ้าอะไร ใครจะไปฟังเพลงพวกนั้น ? ”

ต้นหัวเราะชอบใจ
“เพลงบ้า…เหอ ๆ  ฟังไม่เป็นแล้วมาว่า”

วิยอมจำนน ไม่ต่อล้อต่อเถียงกับจอมเล่นตัว

ต้นเก็บจดหมายใส่ในกระเป๋ากางเกง
“วิ  เช้านี้ต้นได้คุยกับพี่มิ้นท์”

วิหันมาด้วยความประหลาดใจ
“พี่มิ้นท์เหรอ ? ทำไมอะต้น ? พี่มิ้นท์โทรมาเหรอ ?”
“เปล่า ต้นโทรหาพี่มิ้นท์เอง  เมื่อเช้าพี่จ๊อดมาหาต้นที่ห้อง แล้วถามถึงพี่มิ้นท์  ต้นคิดว่าพี่จ๊อดยังคิดถึงพี่มิ้นท์  วิว่าไง ?”

เธอเค้นหัวเราะ
“เฮอะ ๆๆ สมน้ำหน้า  ผู้หญิงดี ๆ ก็ดันไปเลิกกับเค้า”

“พี่จ๊อดเป็นคนเลิกกับพี่มิ้นท์เหรอ ?”

“วิไม่รู้หรอกว่าใครเลิกใครก่อน แต่พี่มิ้นท์ก็สมควรจะมีแฟนที่ดีกว่าพี่จ๊อด”

ต้นสั่นหัว หันหน้ากลับไปแล้วพูดพึมพำ
“ทำไมชอบว่าพี่ชายตัวเอง ? ”

“ว่าได้สิ เพราะวิรู้จักพี่จ๊อด  พี่จ๊อดเป็นเด็กไม่รู้จักโต  พี่จ๊อดน่ะเก็บเอาความคับแค้นบ้าอะไรก็ไม่รู้ที่มีต่อคน ๆ เดียว ทำให้นิสัยพี่จ๊อดเปลี่ยนไปหมด  จนวันนี้ วิไม่รู้ว่าพี่จ๊อดยังเหลือสภาพของคน ๆ เดิมอยู่หรือเปล่า ถ้าวิเป็นพี่มิ้นท์  วิก็ต้องเลิก”

ต้นไม่ต่อล้อต่อเถียง  เขาไม่ชอบคุยกับผู้หญิงที่กำลังใช้อารมณ์

วิระบายต่อ
“ตอนนี้ก็เครียดบ้าบออะไรไม่รู้  กะอีแค่คุณย่าจะประกาศว่าพี่รุ่งเป็นหลานคนโตของบ้าน  เรื่องนี้มันเป็นเรื่องจริง  ปากก็บอกว่ายังไงก็ได้ แต่จิตก็เก็บไปคิด จนสีหน้าท่าทางกลายเป็นหมาบ้า  วันก่อนวิฟังท่านวอ วชิรเมธี ท่านเทศน์เรื่องการสำคัญตัวตน ยึดมั่นว่าตัวเองเคยใหญ่โต แล้วพอสถานะเปลี่ยนไป  ตัวเองก็รับไม่ได้  อยากจะให้พี่จ๊อดฟังกับหู”

ไม่มีเสียงโต้ตอบจากต้น  วิเริ่มรู้ตัวว่าระบายมากเกินไป  เธอหันไปหา

“แล้วพี่มิ้นท์เป็นไงบ้างล่ะต้น ? ตอนนี้อยู่ที่ไหน ?”

“พี่มิ้นท์ทำงานอยู่ขอนแก่น   วิจำน้องสาวพี่มิ้นท์ได้ใช่หรือเปล่า ?”

วิหัวเราะเบา ๆ
“ได้ ๆ  ทำไม ติดใจเหรอ ?  แหม น่ารักซะขนาดนั้น”

“เปล่าติดใจ  แต่ต้นว่าน้องสาวพี่มิ้นท์น่าจะเกี่ยวข้องด้วยกับที่เค้าเลิกกัน”

“หา…  อื๋อ… เกี่ยวยังไงอะ ?   หรือว่า พี่จ๊อดไปจีบน้องสาวพี่มิ้นท์ แต่ไม่น่าใช่นะ พี่จ๊อดไม่ได้เป็นคนแบบนั้น  ต้นรู้มาได้ไง ?”

“ต้นคุยกับพี่มิ้นท์เมื่อเช้า คุยนานเหมือนกัน  พี่มิ้นท์พูดเหมือนกับใครมีปัญหากับน้องสาว หรือ น้องสาวไปมีปัญหากับพี่จ๊อด อะไรทำนองนี้  แต่ต้นไม่ได้ถามรายละเอียด  พี่มิ้นท์ก็ยังคุยสนุก น่ารักเหมือนเดิม”

วิขมวดคิ้ว เธอนึกถึงเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เจอกับมิ้นท์แล้วก็น้องสาวที่มีหน้าตาสวยคมที่ร้านอาหาร  ดูท่าทางทั้งสามคน …จ๊อด มิ้นท์ และ น้องสาว ก็สนิทสนมกันดี  ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

“ต้น… น้องสาวพี่มิ้นท์ชื่ออะไร ? วิลืมไปแล้ว”

“ชื่อ พี่ม้วน”

วิหัวเราะ
“บ้า ไม่ใช่ คนอะไรชื่อม้วน   ชื่ออะไร ? ต้น บอกมา  ติดอยู่แค่นี้ ทำไมคิดไม่ออกว้า ? ”

“งั้น ชื่อ พี่ม้าน”

“ฮ่า ๆๆๆ   ไม่ใช่ ไม่ใช่  ต้นบอกมาดิ อย่าแกล้ง  เอ..ทำไมมันนึกไม่ออกนะ ? รู้แต่ว่ามีมอม้าเหมือนกัน”

“งั้น ก็ พี่ม่อย”

วิไม่หัวเราะแล้ว  เธอกำลังนั่งนึกถึงชื่อของน้องสาวแสนสวยของมิ้นท์

ต้นเริ่มพักสายตา แล้วเริ่มเดินปราณรับพลังคอสมิคตามที่ได้เรียนมา 

ต้นได้ใช้วิชาเท่าที่ได้เรียนรู้ต่อมาจากอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย เพื่อรักษากระดูกแขน  ในสองสามวันแรกที่เขาเริ่มฝึก เขารู้สึกถึงพลังที่สัมผัสได้อย่างมหัศจรรย์ราวกับว่า พลังเหล่านั้นแทบจะเป็นรูปธรรม และ จับต้องได้สำหรับตัวเขา  ซึ่งไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่คนทั่วไปจะรับสัมผัสเหล่านี้ได้รวดเร็ว และ ง่ายดายปานนั้น

ความปิติที่ได้จากการสัมผัสพลัง ทำให้ต้นมีแรงบันดาลใจที่จะเป็นผู้ช่วยอาจารย์ที่สอนเขาเพื่อศึกษาค้นคว้าต่อ  จนทั้งสองได้มาเจอสถาบัน ISNR ซึ่งเป็นสถาบันที่วิจัยค้นคว้าในเรื่องเดียวกัน

จากวันที่เขาใช้พลังเริ่มรักษาอาการบาดเจ็บที่แขน  กระดูกประสานเชื่อมกันได้เร็วมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้ยาใด ๆ ช่วย

เปลือกตาที่ปิดพอแน่นของเขา เริ่มรู้สึกความอุ่นของดวงตา  ปลายนิ้วทั้งสิบประกบเข้าหากัน  จิตเริ่มจับจักระที่แกนกลางของร่างกาย  เขาทำทุกอย่างเท่าที่เรียนมาได้อย่างรวดเร็ว  รวดเร็วจนผู้ที่สอนเองยังประหลาดใจ

ทันใดนั้น… เสียงตะโกนของน้องวิ ก็ดังลั่นรถ 

“เยส เยส  นึกออกแล้ว !!!”

ทำให้ต้นสะดุ้งสุดตัว

วิหันมากำมือชูขึ้น เหมือนกับนักฟุตบอลศูนย์หน้าที่เพิ่งทำประตูได้

“น้องพี่มิ้นท์ ชื่อ พี่เหมี่ยว

****************************************************************************************************

ฝนเริ่มปรอยลงมาอีกครั้ง หลังจากหยุดไปได้พักใหญ่

Women in the Rain by Maria Kouznetsovaหงส์น้อยทอดตัวลงนอนยาวพักสายตาที่โซฟาชั้นล่าง  บนโต๊ะเตี้ยข้างหน้ามีจดหมายภาษาอังกฤษจากไดสุเกะซังที่เธอเพิ่งพิมพ์ออกมาจากอีเมล์วางอยู่

เธอจำเป็นต้องรวบรวมสติ จัดการกับสถานการณ์เฉพาะหน้าในระหว่างที่พี่ชายป่วยหนักอยู่ขณะนี้  สิ่งที่เธอเป็นกังวลอย่างมากคือ เธอได้รับรู้เรื่องราวธุรกิจต่าง ๆ จากพี่ชายเพียงแค่สิบเปอร์เซนต์  ที่เหลือ เธอจินตนาการไม่ได้เลยว่า พี่ชายไปลงทุน หรือ เกี่ยวข้องกับธุรกิจอื่นใดที่ไหนอีก  แต่มั่นใจว่า คงต้องมีธุรกิจอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่เธอไม่ได้รับรู้ 

เดิมที อาหลงเป็นคนที่พอจะรู้เกี่ยวกับธุรกิจของพี่ใหญ่บ้าง แต่ก็ไม่ทั้งหมด  อาหลงเคยเล่าให้ฟังว่าพี่ใหญ่มีคนไว้ใจที่ใช้งานได้อยู่หลายคน  แต่เธอไม่เคยซักไซร้ว่าคนเหล่านั้นเป็นใครบ้าง

สิ่งที่น่าเครียดมากกว่าเรื่องธุรกิจของพี่ชาย คือ สุขภาพ  พี่ใหญ่เริ่มมีอาการที่ทรุดลงไปเรื่อย ๆ   บางครั้งเขาพูดกับเธอเหมือนกับครองสติไม่อยู่ บางครั้งก็เพ้อ

ความเหนื่อยของจิตที่คิดวน ๆ อยู่กับเรื่องไม่กี่เรื่อง  สุขภาพของพี่ชาย… ธุรกิจของพี่ชาย… ทำให้เธอรู้สึกอ่อนล้าทั้งกายและใจ  อยากจะหลับพักจิตจากโลกแห่งความเป็นจริง

สำเนียงปักกิ่งของผู้ชายที่คุ้นเคย ดังขึ้นข้าง ๆ หู
อาฟ่ง …ทำไมมานอนตรงโซฟานี้ ?”

เธอลืมตา… ใบหน้าที่สะอาดสะอ้านของพี่ชายตัวเตี้ย ปรากฏต่อหน้าเธอ
พี่หลง… พี่มาหาฉันเหรอ ? วันก่อนพี่หลงมาหาพี่ใหญ่ใช่มั้ย ?  พี่ทิ้งของไว้ในถังขยะให้ฉันรู้  ใช่มั้ย ?”

มีแต่รอยยิ้มจากอาหลงที่ส่งให้เธอ  แต่ไม่มีคำพูดใด ๆ ตอบมาอีก

ลมเย็นจากสายฝนกรรโชกเข้ามากระทบโซฟา ทำให้เธอรู้สึกตัวตื่นขึ้น

… ไม่มีภาพอาหลงปรากฏให้เห็นในโลกแห่งความเป็นจริง…

เป็นเพียงแค่ฝันไปชั่วครู่เท่านั้น

****************************************************************************************************

ซีฟ่งเปิดประตูห้องนอนพี่ชาย

พี่ชายนอนอยู่บนเตียง หน้าตาเป็นสีคล้ำ  ขอบตาเป็นสีเขียว  เขากลอกตามองน้องสาว
เธอคุกเข่าข้าง ๆ เตียง  ตั้งแต่พี่ชายป่วยหนัก ทุกครั้งที่เธอมองหน้าพี่ชาย  น้ำตาเธอจะออกมาคลอหน่วย เตรียมพร้อมที่จะหลั่งมาได้ทุกขณะ

พี่ใหญ่… นอนไม่หลับเหรอ ?ร้อนมั้ย ? ฉันปิดแอร์ไป เพราะเห็นว่าฝนตก อากาศข้างนอกเย็น” เธอพูดด้วยภาษาจีนกลาง

แอนดี้สั่นหัว

น้องสาวแตะมือที่ซอกคอของพี่ชาย  ความรู้สึกที่หลังมือบอกว่าความร้อนของร่างกายพี่ชายได้ลดลงไปกว่าเมื่อวานนี้อย่างเห็นได้ชัด

พี่ใหญ่… เมื่อวานที่พี่เล่าว่าพี่หลงมาหา พี่หลงพูดว่ายังไงบ้าง ?

พี่ชายหายใจฟืดฟาด ค่อย ๆ เล่า
อาหลงปลุกฉันตื่น แล้วทำน้ำมะนาวมาให้กิน  แล้วทำกายภาพบำบัดให้ฉัน…” น้ำเสียงแผ่วเบาเพราะความเหนื่อย
“… ฉันรู้สึกหายใจได้ดีขึ้นมาก  ฉันถามว่าเขาสบายดีหรือ อาหลงบอกว่าสบายดี  อาหลงคงอยู่บนสวรรค์แน่ ๆ  เขาพูดภาษาไทยได้ชัดมาก  ฉันขอโทษที่ฉันยังไม่ได้อ่านหนังสือธรรมะที่เขาให้มา แต่ฉันก็อยากรู้ว่าพระพุทธเจ้าสามารถช่วยฉันได้หรือ  ถ้าฉันรับเชื่อ…”

เขาหยุดพัก เพื่อหายใจ แล้วพยายามเล่าต่อ
“… อาหลงบอกว่า พระพุทธเจ้าไม่ใช่พระเจ้า  ไม่ต้องมีการรับเชื่อ ท่านเพียงแต่สอนกฏแห่งกรรม หากเชื่อกฏแห่งกรรม ให้ปฏิบัติตามนั้น จะรอดพ้นจากความทุกข์ทุกอย่าง  ฉันถามว่า จะพ้นจากเจ้ากรรมนายเวรด้วยหรือ  อาหลงบอกว่า เจ้ากรรมนายเวร เกิดขึ้นเพราะเราไม่รู้จักกฏแห่งกรรม เราจึงไปล่วงเกินเขา  แต่เราสามารถรู้จักวิธีชดใช้ได้ จะเสียหายน้อยกว่ารอเขามาทวง”

น้องสาวฟังด้วยความประหลาดใจ ถ้าไม่นับเสียงที่แผ่วเบากับลมหายใจที่ติดขัดแล้ว  เธอคิดว่าสติของพี่ชายในขณะนั้นยังมีครบเกือบสมบูรณ์ ถึงได้จดจำคำพูดได้ดีถึงขนาดนี้

อาฟ่ง… ฉันจะไม่ยอมแพ้นะ อาหลงมาเป็นกำลังใจให้ฉัน

พี่ชายจับมือน้องสาวขึ้นมากุม  พูดด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบจับใจความไม่ได้

อาฟ่งเงี่ยหูเข้าใกล้ เพื่อฟังให้ชัดขึ้น
พี่ใหญ่  พูดอีกทีสิ ฉันไม่ได้ยิน”

“อ่าฟ่ง… อาหลงสูงขึ้นแล้วนะ”

เธอได้ยินชัดเจน น้ำตาที่คลออยู่ไหลออกมาจากเบ้าตาทันที  เธอซบหน้าลงที่หน้าอกของพี่ชาย
ค่ะ !…พี่หลงคงได้ทุกอย่างตามที่ต้องการแล้ว  ต้าเกอ เจียโหยว

ขณะนี้ เธออยากให้เวลาเดินให้เร็วกว่านี้ เพื่อที่พี่ชายจะได้ผ่านพ้นความทุกข์ครั้งนี้ได้อย่างรวดเร็ว
... บางครั้ง เธอก็อยากให้เวลาหยุดนิ่ง
… บางครั้ง เธอก็อยากให้เวลาเดินช้า ๆ
… บางครั้ง เธออยากจะให้จักรวาลนี้ปราศจาก ‘เวลา’

****************************************************************************************************

ซีฟ่ง กดโทรศัพท์เข้าไปที่สถาบันสอนภาษา เพื่อคุยกับเล็ก

“พี่เล็ก เมื่อวานช่วงบ่ายต้น ๆ พี่เล็กอยู่ออฟฟิศหรือเปล่าคะ ?”

“เปล่า จ้ะ ! พี่ไปแจกใบปลิวที่พระโขนง กลับมาบ่ายสี่โมง”

“อ๋อ ค่ะ  แล้วตอนที่พี่เล็กกลับมาดูพี่แอนดี้ พี่แอนดี้ก็เล่าเรื่องพี่หลงให้ฟังใช่มั้ยคะ ?”

“ใช่จ้ะ”
“แล้วตอนที่พี่เล็กไม่อยู่ มีคนอื่นอยู่ที่เคาน์เตอร์ข้างหน้าแทนใช่มั้ยคะ ?”

“จ้ะ มีน้องบุ๋มเฝ้าเคาน์เตอร์  ทำไมหรือน้องฟ่ง ?”

“คือ… ฟ่งฟังเรื่องที่พี่แอนดี้เล่าว่าพี่หลงมาหา ฟ่งชักไม่แน่ใจแล้วว่าพี่แอนดี้เพ้อ หรือว่า ไม่ได้เพ้อ เพราะสิ่งที่พี่หลงพูดกับพี่แอนดี้ มันเหมือนไม่ใช่ฝันเพ้อเจ้อ มันฟังแล้วมีสาระเกินกว่าเป็นความฝัน”

“เหรอ… ถ้าไม่ได้เพ้อ แล้วจะเป็นอะไรล่ะ ? หรือเป็นวิญญานจริง ๆ ?”

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ  แต่มีอีกอย่างนึง ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกันมั้ย  เมื่อวานตอนที่พี่เล็กกลับไปแล้ว  ฟ่งเดินเข้าห้องครัวชงกาแฟ ฟ่งเห็นว่ามีเปลือกมะนาวสี่ซีกทิ้งอยู่ในถังขยะ”

“หา… จริงเหรอ ?  แปลว่ามีคนมาชงน้ำมะนาวให้พี่แอนดี้จริง ๆ เหรอ ?  อือ… ขนลุกเลย”

อาฟ่งหัวเราะ
“ขนลุกทำไมคะ ? ถ้ามีจริง ก็ไม่ต้องกลัวค่ะ คงไม่ใช่ผีแล้ว   พี่เล็กคิดว่าจะถามใครได้บ้างว่า ตอนที่พี่เล็กไม่อยู่ มีใครเข้ามาในห้องพี่แอนดี้บ้าง ? ”

“อือ… ช่วงนั้นมีนักเรียนมาเรียนคลาสนึง  เฉินเหล่าซือก็คงสอนอยู่  ก็อาจมีน้องบุ๋ม  เดี๋ยวพี่รอน้องบุ๋มมาเวรบ่าย แล้วพี่จะลองถามให้”

“ค่ะ ๆ  ขอบคุณค่ะ พี่เล็ก”

หงส์น้อยตัดสาย  แล้วเดินไปริมผนังกระจก มองออกไปนอกห้องรับแขก ดูสายฝนที่ตกพรำยามสาย 
ซีฟ่ง

...พี่หลงมาให้กำลังใจพี่ใหญ่ กับ ฉัน ใช่มั้ย ?...

ไม่ว่าจะเป็น วิญญานอาหลง หรือ จะเป็นบุคคลนิรนามก็ตามที่บังเอิญมาช่วยทำให้กำลังใจของพี่ชายเธอดีขึ้น  เธอก็ต้องขอขอบคุณอย่างจริงใจ

__________________________________________________________________________________________

โดย วีรยาติ

กลับขึ้นด้านบน

นิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก เปิดให้จองแล้ว กดที่นี่

 

อ่านตอนต่อไป
อ่านตอนอื่น

1. สมัครสมาชิก เว๊บบอร์ดที่นี่ (หากไม่สมัครสมาชิก จะโหวต หรือ แสดงความคิดเห็นไม่ได้) และ

2. แสดงความคิดเห็น หรือ โหวต

- ชอบตัวละคร ขอเชิญโหวตได้ที่นี่

- อ่าน หรือ แสดงความคิดเห็นที่นี่

เชิญเยี่ยม Facebook หมอเถื่อน

(ให้กำลังใจโดยเข้าไป แล้วกด Like หรือ เขียนคำวิจารณ์)

Free hit counters