ตอน 23

สามเกลอชายทะเล

ห้าทุ่มกว่า…

รุ่งอยู่ในชุดเสื้อฮาวายแขนสั้นพับแขน กางเกงขาสั้น นั่งเล่นอยู่ริมระเบียงห้องพัก  มองไปไกลข้างหน้าคือท้องทะเลที่มืดมิด  คืนนี้มีเมฆฝนกระจาย มองไม่เห็นดวงดาว แต่ก็ยังเห็นดวงจันทร์เด่นสาดแสงลงที่พื้นน้ำ

หัวหิน

ข้าง ๆ มีโต๊ะเล็กวางเครื่องเล่นเอ็มพีสามพร้อมลำโพง  เสียงเพลง ‘I’m Nothing Without You’ ดังแผ่ว ๆ

ทอมอยู่ในชุดเสื้อยืดคอกลมกางเกงวอร์มเปิดประตูกระจกออกมา ถือนมกล่องติดมือมาด้วย เธอนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ

ทอมหยิบหลอดออกมากำลังจะเจาะรู

รุ่งยกมือห้าม
“เดี๋ยว”Hawaiian Pattern

เธอเลิกคิ้วเป็นคำถาม
เพื่อนยื่นมือมาบีบที่กล่องนม แล้วเขาก็ชักมือกลับ

ทอมหัวเราะหึ ๆ 
“แกทำอะไร ?”
“จับนมแกไง” แล้วเขาก็หัวเราะ
เพื่อนสาวสั่นหัว
“วัน ๆ มึงคิดได้แต่เรื่องนี้ใช่มั้ย ?”

รุ่งหัวเราะหึ ๆ  ยกมือขึ้นพาดไว้ที่หัวเก้าอี้ในท่าเอกเขนก

เพื่อนสาวดูดนมในกล่องสองสามอึก
“รุ่ง ตัดสินใจได้หรือยังจะเอายังไงกับงาน ?”
 
“ได้แระ”
เขาพูดทั้ง ๆ ที่สายตายังมองไปที่ท้องทะเลข้างหน้า

“จะให้ชั้นเดามั้ยว่า แกตัดสินใจยังไง ?”

รุ่งหัวเราะหึ ๆ
“แกอย่าเดาเลย เดาทีไร ไม่เคยถาก ถูกเป้ง ๆ ทุกที”

ประตูกระจกถูกเปิดออกอีกครั้ง  วิทย์ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้น เดินถือแว่นออกมา นั่งลงที่เก้าอี้ตัวที่เหลือ วางแว่นไว้ที่โต๊ะเล็ก

เขาเหลือบมาเห็นกล่องนมที่ทอมถืออยู่  เอื้อมมือมาบีบกล่องนม

เพื่อนสาวยกมือตี ‘เพี๊ยะ’
“อ้ายเชี่ย  สันดานพอกันเลย มึงสองตัว”

รุ่งหัวเราะดังลั่น
วิทย์หันไปมองหน้า ก็แปลความออก หัวเราะลั่นตาม

รุ่งตะโกน
“มะกี๊ กูบีบไปเป็นคนแรกแล้ว”

“อ้อ มิน่ามันแฟ่บ” วิทย์พูดแล้วหัวเราะต่อ

ทอมพูดขึ้น
“ให้ไอ้วิทย์ลองเดาว่าไอ้รุ่งตัดสินใจยังไงเรื่องงาน”

วิทย์มองหน้ารุ่ง
“อ้ายห่านี่เหรอ  ถ้ามึงลาออก แสดงว่ามึงยึดติดกับคน ไม่ได้ยึดงาน  ถ้าจะทำงานแบบมืออาชีพ มันต้องไม่ยึดติดกับคน  ใครจะไปใครจะมา ต้องไม่เขวไปตามเค้า  มีปํญหาก็แก้ไป ไม่ใช่วิ่งหนี  บริษัทกูเจอแต่คนมีปัญหาทั้งนั้น ค่อย ๆ แก้ไปมันก็หมดไปทีละเรื่อง”

ทอมพยักหน้า
“แสดงว่า แกเดาว่า มันตัดสินใจจะสู้ต่อ ?”

วิทย์สั่นหัว
“ปล่าว  ชั้นว่ามันไม่อยู่หรอก  เพราะมันยึดพี่ปีเตอร์ หมดพี่ปีเตอร์ มันจะอยู่ทำไม หรือ มึงอยากเป็นใหญ่ในบริษัทนี้ ?” เขาหันมามองหน้าเพื่อน

ทอมหัวเราะ
“แกตอบได้กวนตีนดี  ขึ้นต้นแนะนำซะดี สรุปสุดท้ายอีกอย่าง คุยกับแกแล้วปวดหัว”

“แล้วแกว่าไง ทอม ?” วิทย์ถามกลับ

“ชั้นว่ามันไม่อยู่  นิสัยอย่างมัน โดนแบบนี้ ทนไปทำไม ?”

ทั้งสองหันมามองหน้าจำเลย เพื่อรอคำตอบ

รุ่งมองเพื่อนแล้วยิ้ม
“ไอ้สองตัวนี้ เคยเป็นพ่อแม่ หรือ เป็นลูกกูมาก่อนวะเนี่ย ?   จะรู้ใจกันมากไปหน่อย….”  เขายังนั่งเอกเขนกท่าเดิม
“…. วันนี้ตลกว่ะ  แกสองตัว  แล้วตอนเย็นก็น้าเนตร  ตอนบ่ายก่อนออกจากบ้านเลย โน่น…แม่”

วิทย์ถาม
“แม่รู้แล้วเหรอ ?   แม่ว่าไง ?”

“แม่บอก ทำไมใช้ชีวิตให้มันลำบากขนาดนั้น”

วิทย์มองหน้าทอม
“แล้วหมายความว่าอะไรวะ ?”

รุ่งหัวเราะหึ ๆ
“กูรู้ของกูก็แล้วกัน”

วิทย์เกาหัว
“อ้ายห่า แล้วเสือกเล่ามาทำไม ? เล่าแล้วมึงเข้าใจเองคนเดียว วันหลังไม่ต้องเล่า”

พูดจบเขาก็เอื้อมือมาดึงหลอดจากกล่องนม แล้วไปแซะเล็บเท้า  ทอมยกเท้าถีบแขนเพื่อนอย่างแรง

“อ้ายระยำ ชั้นยังแดกไม่หมด…”

รุ่งหัวเราะลั่น

วิทย์มองหน้าคนถีบ
“อ้าว… กูจะไปรู้เหรอ นึกว่าแดกหมดแล้ว” พูดจบเขาก็เอื้อมมือ ทำท่าจะเสียบหลอดกลับไปที่กล่อง
ทอมร้องเสียงหลง
“อ้ายเชี่ยนี่  เอาไปโดนตีนแล้วเสือกจะเอามาคืน”
รุ่งหัวเราะอย่างไม่ต้องยั้ง

วิทย์หัวเราะ แล้วโยนหลอดทิ้งไป  หันมามองหน้าทอม  เธอทำหน้าบึ้ง

วิทย์พยักหน้า
“เออ… ไปหยิบหลอดใหม่มาให้ก็ได้วะ”  พูดจบก็ลุก เปิดประตูกระจกเข้าห้องไป

ทอมหันมามองหน้ารุ่ง
“วันนี้ผ่านด่านสำคัญไปแล้ว แกเล่ามาได้แล้ว เรื่องที่บอกจะเล่า จำได้ป่าว ?”

“ได้”

เธอยิ้มมุมปาก เชิดหน้าถาม
“ได้อะไร ?  แกจำอะไรได้ ? ชั้นยังพูดไม่หมด”

รุ่งเปลี่ยนจากท่าเอกเขนกมาเป็นนั่งหลังตรง
“โธ่ มันไม่ใช่แกฝ่ายเดียวที่มารู้ใจชั้น ชั้นว่าชั้นก็เดาใจแกได้”

เธอกลอกตาไปมา กำลังนึกว่า นี่กำลังถูกเพื่อนอำ
“แกเดาว่าชั้นจะให้แกเล่าอะไร ?”

รุ่งหรี่ตา ยิ้มมุมปาก

อีกฝ่ายหัวเราะหึ ๆ
“ทำไมแกทำหน้าเจ้าเล่ห์วะ ?”
เพื่อนเจ้าเล่ห์จ้องหน้ากลับ
“ถ้าอยากจะให้ชั้นเล่า  แกหลับตา”

ทอมขมวดคิ้ว เธอชักไม่แน่ใจ 

“หลับตาดิ จะฟังหรือไม่ฟัง ?  ไม่ฟัง กูไม่เล่า”

ทอมหลับตา

เสียงรุ่งพูด
“ตอนแกหลับตา แกไม่เห็นอะไรใช่รึเปล่า ?”

“อือ ไม่เห็น”

“ให้แกจำไว้ เวลาตอนนั้น แกก็จะไม่เห็นอะไรทางตา อย่าพยายามเพ่งอะไรทางตา เพราะมันผิดอารมณ์  คนที่ฝึกผิดวิธีตั้งแต่ต้น มันก็จะไม่ได้อะไร แต่อารมณ์ที่ฝึก มันคืออารมณ์นึก”

ทอมยิ้ม  เธอรู้ทันทีว่ารุ่งเข้าใจถูกต้อง  รุ่งกำลังสอนอารมณ์ในการฝึกมโนมยิทธิให้เธอ  เป็นสิ่งที่เธอถามค้างไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว  รุ่งเดาใจเธอได้ถูกต้องอย่างน่าประหลาดใจ

รุ่งพูดต่อ
“คราวนี้ แกลองนึก จำได้มั้ยชั้นใส่เสื้อสีอะไรตอนนี้ ?”
“จำได้ แกใส่เสื้อแขนสั้นสีฟ้ามีลาย”

“อือ แกจำได้ แต่แกไม่เห็นภาพใช่มั้ย ?”
ทอมพยักหน้า
“คราวนี้ แกลองนึกว่าชั้นใส่กางเกงในสีอะไร ?”

ทอมหัวเราะ ลืมตา
“แกจะบ้าเหรอ ? ชั้นจะไปรู้ได้ไง ?”

รุ่งยิ้ม
“แกลืมตาทำไม ? ชั้นบอกให้แกหลับตา แล้วฟังตามที่ชั้นพูด”

ทอมเข้าใจแล้ว ว่ารุ่งพูดจริง  เธอหลับตาตามเดิม

รุ่งพูดต่อ
“เวลาชั้นถาม แกก็นึก  นึกอะไรได้ให้ตอบอย่างนั้นเลย  ให้แกนึกว่าชั้นใส่กางเกงในสีอะไร ?”

ทอมตอบ
“สีขาว”
“โอเค  ใช่ไม่ใช่ อย่าเพิ่งอยากรู้ตอนนี้ ให้นึกต่อไป แล้วในกระเป๋ากางเกงชั้น มีเงินอยู่เท่าไหร่  นึกอะไรได้ ให้ตอบมาเลย”
“สองพันสี่สิบบาท”
“ดี ดี นึกอะไรได้ให้ตอบมาเลย ไม่ต้องยั้ง  แล้วในกระเป๋าเสื้อผ้าชั้น มีอะไรบ้าง ?”

“เสื้อสองตัว กางเกงขายาวตัวนึง … ผ้าเช็ดหน้าผืนนึง น้ำหอมขวดนึง…อือ… นึกได้แค่นี้”

รุ่งพยักหน้า
“อือ… ได้แค่นั้น ก็แค่นั้น   ลืมตาได้แล้ว”

เพื่อนลืมตา
“นี่เหรอ ใช้นึกง่าย ๆ อย่างนี้เหรอ  ถามจริง ?”

“เออ… คนที่ฝึกไม่ได้เพราะเขาตั้งใจคิด แล้วพยายามเพ่งให้เห็นทางตา ซึ่งมันไม่ใช่  มโนมยิทธิมันคืออารมณ์นึก ไม่ใช่อารมณ์คิด  แต่มันจะมีความเป็นทิพย์อยู่ โดยเราไม่รู้ตัว  แกจำไม่ได้เหรอ ตอนที่แกด้นสอนน้องแฟนนี่ ? แกให้แฟนนี่นึก แฟนนี่นึกแล้วก็ตอบมาเลย  มันเป็นทิพย์เพราะเริ่มต้นด้วยสมาทานพระกรรมฐานก่อน แล้วตัดนิวรณ์ห้าโดยการให้แฟนนี่ตั้งใจฟังแต่เสียงของแก  แกจำได้เปล่า ?  ชั้นถึงสงสัยมากว่า แกสอนอย่างนั้นได้ยังไง  เพราะแกมีของเก่าไง  แกสอนให้แฟนนี่ตัดนิวรณ์ห้าได้อย่างง่าย  ทั้ง ๆ ที่คนทั่วไป เวลาจะอธิบายให้ตัดนิวรณ์ห้า ต้องร่ายยาว  พิจารณาร่างกายอีกหลายนาที  แต่แกสอนแฟนนี่เพียงแค่ไม่กี่ประโยค  แกบอกว่า ให้แฟนนี่ตั้งใจฟังเสียงแก แล้วตัดเสียงอื่น ๆ ไปให้หมด  แกจำได้หรือเปล่า ?”

ทอมขนลุกซู่ เมื่อนึกถึงหตุการณ์ที่โรงพยาบาลวันนั้น  เธอทำอะไรอย่างนั้นไปได้อย่างไร ?  ไม่มีคำอธิบายว่าทำไมเธอถึงสอนแฟนนี่ให้ใช้มโนมิยิทธิอย่างฉุกเฉินได้

“รุ่ง  ถ้ายังงั้น น้องแฟนนี่ก็ต้องมีของเก่าติดมาด้วยสิ”

“ใช่  น้องแฟนนี่นี่ไม่ต้องพูดเลย อาจารย์เองก็เคยบอกว่าแฟนนี่เล่นอภิญญามาตั้งแต่ชาติที่แล้ว ถึงเป็นเซียนลูกดิ่งได้ตั้งแต่อายุแค่นี้”

ประตูกระจกถูกเปิด  วิทย์เดินถือหลอดออกมา แล้วยื่นให้ทอม

รุ่งพูดต่อ
“วันที่แกไปฝึก ขอให้แกใช้อารมณ์นี้ แล้วแกจะฝึกได้ตั้งแต่วันแรก”
พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืน
“ทอม ต่อมา สิ่งที่แกต้องเห็น จะได้นอนหลับ”  เขาปลดตะขอกางเกง รูดซิปกางเกงออกจนสุด

เพื่อนสาวร้องขึ้น
“อ้ายบ้า แกจะทำอะไร ?  อ้ายบ้านี่… จะทำอะไร”

วิทย์ร้องห้าม
“เฮ้ย… รุ่ง มึงทำอะไร ? โรคจิตหรือไงวะ ?”

รุ่งแบะกางเกงให้ทอมเห็นกางเกงในสีขาว

ทอมมองเห็นชัด  เธอหยุดร้อง แล้วอมยิ้ม

รุ่งรูดซิป ปิด ใส่ตะขอ แล้วยักคิ้วให้เพื่อน
“เป็นไง นอนหลับแล้วสิ ? ”  แล้วเขาก็เดินเปิดประตูกระจกเข้าไปในห้อง

วิทย์มองหน้าทอมที่กำลังอมยิ้ม  เขากำลังงงกับสิ่งที่ไม่มีใครอธิบาย
“ไอ้ทอม แกเป็นโรคจิตเหรอวะ ?   อยากดูของไอ้รุ่งมากเหรอ ?   อีห่านี่ โรคจิต  ดูแล้วอมยิ้มด้วย  มึงเป็นงี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ?”

วิทย์ลุกยืน  เขาปลดตะขอกางเกงบ้าง
“เอ้า… อีนี่  อยากดู มีงดูของกูบ้าง”

ทอมนั่งถลึงตา หยิบกล่องนม แล้วทุบไปที่เป้าของเพื่อน ‘พั๊วะ !’
“โอ๊ย ! ” เสียงวิทย์ร้องดังลั่น เพราะความจุก
น้ำนมหกเลอะกางเกง

“อ้ายซ่งเอ๊ย  ทำไมมึงมันลามกนักวะ ? ”

พูดแล้วเธอก็ลุกขึ้นยืนหัวเราะ เปิดประตูเดินเข้าห้อง  ปล่อยให้เพื่อนนั่งกุมของลับโอดโอยด้วยความเจ็บปวดอยู่ที่ระเบียง

__________________________________________________________________________________________

โดย วีรยาติ

<อ่านหน้าแรก

กลับขึ้นด้านบน

นิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก เปิดให้จองแล้ว กดที่นี่

 

อ่านตอนต่อไป
อ่านตอนอื่น

1. สมัครสมาชิก เว๊บบอร์ดที่นี่ (หากไม่สมัครสมาชิก จะโหวต หรือ แสดงความคิดเห็นไม่ได้) และ

2. แสดงความคิดเห็น หรือ โหวต

- ชอบตัวละคร ขอเชิญโหวตได้ที่นี่

- อ่าน หรือ แสดงความคิดเห็นที่นี่

เชิญเยี่ยม Facebook หมอเถื่อน

(ให้กำลังใจโดยเข้าไป แล้วกด Like หรือ เขียนคำวิจารณ์)

Free hit counters