![]() |
| ||||||
|
| |||||||
จองหนังสือนิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก กดที่นี่ ทอมกดโทรศัพท์เข้าที่เบอร์บ้าน... ...มั่นใจว่าคุณแม่ต้องเป็นคนรับสาย เหมือนปกติทุกครั้ง “ฮัลโหล” เสียงคุณแม่รับสาย คุณแม่หัวเราะ “อะไรกัน ญา ? นี่มันอะไรกัน ? ทำไมต้องทำขนาดนั้น ? ” “ทอมรู้จักรุ่งดีค่ะ แล้วก็รู้จักป้าดีด้วย ถ้าสองคนนี้ได้เจอกัน เรื่องจะแย่ไปกว่านี้แน่ รุ่งเป็นคนไม่กลัวคน ถ้าเขาไม่ศรัทธาเขาไม่ฟัง แล้วป้าก็เป็นคนชอบสั่งสอนอบรมคนอื่น ถ้าให้ได้เจอกันเดือดร้อนแน่ ถ้าให้รุ่งเข้าบ้านแล้วพ่อมารู้ทีหลังว่าคนที่แนะนำเรื่องลูกดิ่งกับมโนมยิทธิคือรุ่ง คราวนี้บ้านแตกแน่ เหมือนกับว่าญาโกหก ญารับปากไปแล้วว่าจะไม่ติดต่อ แต่รุ่งกลับมาหาถึงที่บ้าน…” “ญา ญา… ฟังก่อน เรื่องไม่น่าจะแย่ขนาดนั้น ก็แค่รุ่งมาหาที่หน้าบ้าน เดี๋ยวแม่จะดักแล้วให้โทรกลับไปหาญา เอางี้ละกัน ไม่ต้องกังวลขนาดนั้น แล้วนี่เราอยู่ถึงไหนกัน ?” “ค่ะ ค่ะ ถ้าเป็นคนอื่น ญาก็พอจะเดาได้ว่าจะเป็นยังไง แต่ไอ้รุ่งนี่ ญาเดาไม่ได้ บทมันจะเรียบร้อยมันก็นิ่งได้ บทมันจะแหกคอก มันก็แหกไม่กลัวใคร มาหาวันไหนไม่มา ดันมาวันที่ญาอยู่นอกบ้าน ไอ้บ้านี่…” “ญา… เราอยู่ที่ไหนล่ะ ?” “แล้วนี่มันจะมาหาญาเรื่องอะไร ญายังไม่รู้เลย…” ทอมเริ่มบ่นต่อด้วยความกระวนกระวาย “ญา เงียบก่อน” คุณแม่ขึ้นเสียงเพื่อเรียกสติลูกสาวกลับมา สติทอมกลับมาด้วยเสียงเตือน “เอ้า…งั้นแค่นี้ แม่วางก่อนล่ะ” คุณแม่วางสาย โชเฟอร์ลดความเร็วลงเล็กน้อย คุณแม่เรียกสติเธอกลับคืนมาได้บ้าง ทอมจินตนาการถึงบุคลิกหลาย ๆ อย่างของรุ่ง ที่คงไม่เป็นที่ถูกใจของคุณป้า ทำไมเธอถึงนึกไปได้ขนาดนั้น ? หากทั้งสองได้เจอกันในเวลาเพียงชั่วครู่ ทำไมจะต้องไปกังวลถึงบุคลิกภาพละเอียดขนาดนั้น ? แต่หากคุณพ่อรู้ความจริงว่ารุ่งคือตัวการทั้งหมด….!!!! ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นให้เธอจำเป็นต้องเลือกระหว่างคุณพ่อ และ เพื่อนคนนี้ ? หากเป็นเพื่อนคนอื่นเธอคงตัดสินใจได้ในทันที ทอมนึกถึงหลวงพ่อ เป็นที่พึ่งที่เธอศรัทธาที่สุดในขณะนี้ ************************************************************************************************ สายเนตรมาถึงบ้านของน้องชายตั้งแต่บ่ายกว่า เธอชอบมาที่บ้านนี้ เพราะได้ความรู้สึกสบายใจทุกครั้ง ลักษณ์เป็นคนเรียบร้อย ใจเย็น ละเอียด แต่ก็มีความแข็งแกร่งอยู่ภายใน เธอพอจะดูน้องสะใภ้คนนี้ออก เหมาะสมที่จะดูแลน้องชาย น้องชายเธอออกจะหัวอ่อน จิตอ่อน ด้วยความที่เขามีจิตที่ซื่อบริสุทธิ์ หากได้ผู้หญิงที่มีจิตที่อ่อนกว่ามาดูแล ก็จะขาดความสมดุล เมื่อยามที่ครอบครัวต้องการความแข็งแกร่งและเด็ดขาด น้องสะใภ้เธอคนนี้สามารถจะเป็นจุดยึดของครอบครัวไว้ได้ ตั้งแต่น้องชายยังเป็นเด็ก เขาเป็นน้องชายที่เคารพเชื่อฟังเธอตลอด ค่อนข้างจะติดพี่สาว ยิ่งบุคลิก แล ะจิตใจของเธอค่อนไปทางผู้ชาย มั่นใจ แข็งแกร่ง จึงเป็นที่ศรัทธาของน้องชายมาตลอด ด้วยวัยห้าสิบกลาง ๆ มีผมหงอกแซมเล็กน้อย แต่งตัวทะมัดทะแมงเหมือนกับผู้หญิงทำงานทำให้บุคลิกของสายเนตรยังดูสาวกว่าวัยมากนัก หรือ บางทีอาจจะดูอ่อนวัยกว่าน้องชายเสียด้วยซ้ำไป บุคลิกและสภาพจิตใจที่ดี เป็นผลพวงมาจากการศึกษาปฏิบัติธรรมของเธอ สายเนตรกำลังสนทนากับน้องชาย ถึงพ๊อกเก๊ตบุ๊คเกี่ยวกับธรรมะที่เธอเป็นผู้แต่ง เพิ่งออกวางจำหน่ายไม่กี่วัน เสียงออดประตูบ้านดังขึ้น สายเนตร และ น้องชาย เดินมาชะเง้อดูที่หน้าห้องรับแขก ไม่ทันที่จะเอ่ยคำ น้องสะใภ้ก็แทรกตัวมาจากด้านหลัง “ไม่เป็นไรค่ะ พี่สาย เดี๋ยวลักษณ์ออกไปเอง เขามาหาลักษณ์เองค่ะ” คุณแม่ทอมรีบเดินออกมาที่รั้วบ้าน มองเห็นรุ่งแต่งกายด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขายาว สะพายเป้ รุ่งพยักหน้าซ้ำ ๆ ทำหน้างง ๆ เขาค่อย ๆ ถอดเป้ที่สะพายอยู่ออกมา สองพี่น้องยังชะเง้อมองอยู่ที่ในห้องรับแขก แปลกใจว่าทำไมถึงไม่เชิญแขกเข้ามาในบ้านก่อน รุ่งควานหาโทรศัพท์จนเจอ เขาหยิบโทรศัพท์แล้วลุกขึ้นยืน เสียงในบ้านดังลอดออกมา รุ่งชะโงกหน้าหาต้นเสียง ‘พาราเซตบอย’… ชื่อนี้ไม่มีใครเรียกเขามาตั้งหลายปีแล้ว ต้นเสียงอยู่ในบ้าน เขาชะเง้อมองเข้าไป เห็นหญิงวัยกลางคนยืนโบกมืออยู่หน้าประตูบ้าน รุ่งจำได้ทันที เขาโบกมือกลับ น้าเนตรของรุ่ง ยกมือชี้หน้า น้องสะใภ้ยืนงงอยู่หน้าประตู สายเนตรเดินมาถึงประตูรั้ว ประตูถูกเปิดออก รุ่งยืนชี้มือมาที่สหายเก่า สหายวัยห้าสิบกว่าปี หัวเราะร่า อ้าแขนรับ เธอจับแขนสองข้างของรุ่ง กึ่ง ๆ กอดหลวม ๆ “ตาย ๆ พาราเซตบอย นี่ตัวหนาขึ้นหรือเปล่านี่ ? ” รุ่งยกมือขึ้นไหว้ สาวเซ็กซี่หัวเราะ ยกมือตีแขนหนุ่มปากหวาน รุ่งจับข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่น แล้วเขย่า “เอ้า… งั้นเชิญสองคนเข้าไปคุยในบ้านดีกว่าค่ะ จะได้แนะนำกันว่าใครเป็นใคร มาทำอะไรกัน ไปค่ะ พี่สาย รุ่ง เข้าไปในบ้านก่อน” คุณพ่อทอมยืนหัวเราะอยู่หน้าประตูบ้าน รีบจัดแจงเปิดประตูไว้รอ คุณพ่อรับไหว้ รุ่งถูกสหายต่างวัยจูงแขนเข้ามาในบ้าน ดูออกชัดแจ้งว่าทั้งคู่คงเคยสนิทสนมกันอย่างดีมาก่อนแล้ว ถึงกลางห้องรับแขก สายเนตรจับข้อมือรุ่งขึ้นมาดู รุ่งสั่นหัว เธอมองตาของสหายหนุ่ม คุณพ่อทอมเดินไปเปิดพัดลม เขาหันหน้าไปถามภรรยา “สักพักคงกลับมาค่ะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม สองสหายเก่า …รุ่ง กับ คุณน้าสายเนตร… นั่งลงที่ห้องรับแขก ไต่ถามทุกข์สุขประสาคนสนิทที่ห่างหายกันไปนาน โดยมีคุณพ่อของทอมนั่งเป็นผู้สัมภาษณ์เรื่องราวต่าง ๆ คุณแม่ทอมเดินอมยิ้มเข้ามาในห้องครัว เพื่อเตรียมน้ำสมุนไพรต้อนรับแขกที่ไม่คาดคิด ************************************************************************************************ ฮอนด้าซิตี้เริ่มแล่นเข้ามาในเขตกรุงเทพ ฯ ทอมพยายามโทรหารุ่งอีกหลายครั้ง แต่ไม่เป็นผล เธอจึงตัดสินใจโทรเข้าบ้านอีกครั้ง ทอมถลึงตาโต อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด… เธอพยายามตั้งสติ รวบรวมสมาธิ สูดหายใจช้า ๆ “หลวงพ่อ อยู่กับหนูนะคะ หนูขออาราธนาบารมีหลวงพ่อ อย่าให้หนูต้องมีเรื่องขัดใจกับที่บ้านเลยนะคะ” ************************************************************************************************ ทอมจอดรถที่หน้าบ้าน เปิดประตูรั้วเดินเข้ามาในบ้าน “ยัง ยัง พวกเค้าอยู่ในครัว ทำของกินกัน” แม่พูดด้วยรอยยิ้ม ลูกสาวขมวดคิ้ว ทอมเดินตรงไปที่ห้องกินข้าว มองเข้าไปในห้องครัว รุ่งกำลังยืนอยู่หน้าเตากับคุณป้า มีคุณพ่อเป็นลูกมือคอยส่งเครื่องให้ เธอค่อย ๆ เดินเข้าไปช้า ๆ ในใจเกิดความประหลาดใจกับภาพที่เห็น รุ่งกำลังทำกับข้าว มีคุณป้ายืนข้าง ๆ จับแขนข้างหนึ่งของรุ่งไว้ พูดคุยกันอย่างสนิทสนม กลิ่นกระเทียมในกระทะโชยออกมาจากห้องครัว “เหลืองพอแล้วหรือยัง ?” ผู้ช่วยกุ๊ก ถามพ่อครัว “ยัง ๆ อย่าใจร้อน ถ้าอยากกินแบบที่ผมเคยทำให้ อย่าทำตัววัยรุ่นนัก” คุณพ่อยืนเท้าเอวมองอยู่ ถามขึ้นบ้าง “ไม่ได้ครับ ไฟแรงกว่านี้กระเทียมจะไหม้ครับ แหม ใจร้อนกันทั้งพี่ทั้งน้อง วัยรุ่นกว่าลูกสาวซะอีก เหอ ๆๆๆ” คุณพ่อหัวเราะ รุ่งหันมาหาตอบ คุณพ่อพยักหน้า “แกะไม่อยากหรอกครับ กระเทียมกลีบเล็กน่ะ อยากใช้เท่าไหร่ก็มาวางบนเขียง แล้วตบ พอมันแตกแล้วค่อยแกะเปลือกทีหลังครับ ง่ายกว่า แต่ส่วนใหญ่ถ้าผมทำข้าวผัดกระเทียมกินเองที่บ้าน ผมไม่แกะเปลือก ก็ใส่ ๆ ลงไปเจียวเลย” คุณพ่อหัวเราะ “เหรอ เออ ๆ คนที่เค้าทำกับข้าวเป็นเค้าก็รู้วิธี เราเองก็เป็นแต่ซื้อ คนลงมือก็โน่น… แม่บ้าน อือ.. กลิ่นหอมจัง” ทอมยืนอยู่ห่าง ๆ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเธอ สร้างความอัศจรรย์ใจเป็นล้นพ้น กระเทียมในกระทะมีสีเหลืองเข้มขึ้น รุ่งหรี่ไฟในเตา คุณแม่เดินเข้ามาข้างหลังเธอ คณะพรรคในครัวทั้งหมด หันหลังมา คุณพ่อวางจานหอมซอย กวักมือเรียกลูกสาว คุณป้ายิ้มให้ แล้วกวักมือ ทอมยกมือขึ้นไหว้คุณป้า คุณป้าหันกลับไปช่วยพ่อครัว พ่อครัวหันหน้ามามองเพื่อน ยักคิ้วให้ แล้วหันกลับไปผัดข้าวต่อ ทอมทำหน้างง ๆ เหมือนกับนี่ไม่ใช่บ้านตัวเอง เธอค่อย ๆ เดินขึ้นไปบนห้อง ในใจยังฉงนกับเหตุการณ์ที่ได้พบเห็นข้างล่าง แต่อย่างน้อยก็ทำให้โล่งใจได้ว่า ไม่ได้เป็นเรื่องร้าย เธอคงจะได้รู้เหตุผลเมื่อกลับลงไปข้างล่างอีกครั้ง ************************************************************************************************ ห้องอาหาร และ ห้องรับแขกว่างเปล่า ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากนอกบ้าน เธอเดินไปตามเสียงที่ได้ยิน โต๊ะกลมพลาสติคที่เคยตั้งไว้ในโรงรถ ถูกกางที่สนามหญ้า มีเก้าอี้ตั้งอยู่ล้อมรอบ คุณพ่อ คุณแม่ คุณป้า รุ่ง นั่งล้อมโต๊ะ เหลือเก้าอี้ว่างไว้หนึ่งที่ บนโต๊ะมีข้าวผัดกระเทียมจานใหญ่ น้ำแกงสาหร่ายหนึ่งโถ และ สลัดจานใหญ่อีกหนึ่งจาน วงสนทนากำลังคุยกันอย่างออกรส ทุกคนเห็นทอม ก็กวักมือเรียก “มา ญา… มานั่งกับรุ่งตรงนี้มา” คุณพ่อกวักมือ รอยยิ้มเริ่มปรากฏบนสีหน้าของทอม เธอทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ รุ่ง อีกข้างคือคุณพ่อ คุณป้าพูดขึ้น รุ่งหัวเราะหึ ๆ หลานสาวมีสีหน้างง ๆ เล็กน้อย แต่ปนด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้อง ชั้นเล่าเอง เธอไม่อยากฟังไม่ต้องฟัง จะเล่าให้หลานฟัง” น้ำเสียงเหมือนสาววัยรุ่น ทอมรู้สึกแปลกใจ เธอไม่เคยเห็นอารมณ์มุมนี้ของคุณป้ามาก่อน “สมัยที่ป้าบริหารเอเคโฮสเทลแอนด์เทนนิสคอร์ท ตอนนั้นน่าจะซักห้าหกปีก่อน เราได้ส้มหล่นจากกรุ๊ปโค้ชและนักกีฬาเทนนิสที่มาแข่ง ที่ไปมีเรื่องกับโรงแรมที่เคยจอง ก็เลยเปลี่ยนมาพักที่โฮสเทลของป้า เพราะมีสนามเทนนิสพร้อมอยู่แล้ว ได้มาสี่กรุ๊ป รวม ๆ แล้วก็น่าจะสามสิบกว่าคน รวมทั้งโค้ชทั้งนักกีฬา ก็เป็นต่างชาติทั้งนั้น ก็เลยต้องหาเด็กที่พูดภาษาอังกฤษได้มาช่วยประสานงาน” “แล้วรุ่งสมัครไปหรือคะ ?” ทอมเดา “เปล่า ไม่ได้สมัคร น้าของรุ่งพาฝรั่งมาพักที่โฮสเทลเป็นประจำ พอรู้ว่าที่นั่นรับพนักงานชั่วคราวที่ได้ภาษาอังกฤษ ก็แนะนำรุ่งให้มาทำ” “อ้าว แล้วไม่ต้องเรียนหนังสือหรือไงตอนนั้น ?” เธอหันหน้าไปถามเพื่อน “ก็ตอนปีหนึ่ง แกเคยเห็นชั้นไปมหาลัยเหรอ ? น่าเบื่อจะตาย คุยกะใครก็ไม่รู้เรื่อง ไปทำงานหาเงินดีกว่า” ทอมหัวเราะหึ ๆ “อ้อ ตอนปีหนึ่งนี่เอง ใช่ ๆ ตอนนั้นแกไม่น่าคุยกับใครได้ แล้วแกต้องทำอะไรบ้างล่ะ พนักงานชั่วคราว ?” “ทำมันทุกอย่างเลย ทั้งวางแผนการเดินทาง พาไปช็อปปิ้ง แล้วบางวันต้องไปช่วยโค้ช เป็นเด็กเก็บลูก ฝรั่งมันใช้คุ้มจริง ๆ นะ แต่ก็จ่ายดี” ทอมหัวเราะ คุณป้าหัวเราะตาม “ทำไมเรียกพาราเซตบอยคะ ?” ทอมถาม คุณป้าเล่า ทอมทำหน้าไม่เข้าใจ รุ่งอธิบาย ทอมหัวเราะ รุ่งทำสีหน้าเจื่อน ๆ เหลือบมองที่ข้อมือตัวเอง คุณป้าจับต้นแขนรุ่ง รุ่งทำหน้าไม่ถูก กลอกตาไปมา แล้วพักสายตาที่หน้าของคุณแม่ทอม สีหน้าของรุ่งเปลี่ยนไปจริง ๆ คุณพ่อพอจะจับอารมณ์ได้ ชวนเปลี่ยนบรรยากาศ คุณพ่อ คุณแม่ลุกจากเก้าอี้ ทอมลุกตามไป เหลือสองสหายต่างวัย นั่งอยู่ที่โต๊ะ เขายิ้มเจื่อน ๆ “มีอะไรเปลี่ยนเธอได้ด้วยเหรอ ? เธอเป็นคนมีความสามารถหลายอย่าง สนุกสนาน มั่นใจในตัวเอง ไปอยู่ที่ไหนใคร ๆ ก็รัก” รุ่งหัวเราะเบา ๆ “ใช่ มันไม่ง่ายหรอก ใครน่ะที่มีปัญหากับเธอ ? เจ้านายเหรอ ?” เขาพยักหน้า “ดี” รุ่งหรี่ตา แล้วมองสหายอาวุโสด้วยหางตา เขาหัวเราะหึ ๆ “ดีสิ มันต้องเจอบทเรียนชีวิตแบบนี้ ต้องเจอความไม่ชอบใจ ไม่พอใจ ถูกกดขี่ ข่มเหง เจอความไม่ยุติธรรม กำลังเจออยู่ใช่มั้ยล่ะ ?” แค่ขึ้นต้น รุ่งก็รู้ทันทีว่า สหายอาวุโสกำลังให้คำแนะนำที่มีค่าอีกแล้ว เขาพยักหน้ารับฟัง เธอแนะนำต่อ รุ่งขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอหัวเราะ รุ่งทำตาโต “คุณแป้นน่ะเป็นคนน่ารักจริง แต่ภาษาอังกฤษอ่อน เรื่องนี้ชั้นก็รู้อยู่ คุณแป้นเก่งเรื่องบัญชี แต่อ่อนการเงิน ซึ่งความจริงโฮสเทลของเราไม่จำเป็นต้องการคนที่เก่งการเงินขนาดนั้น เพราะยังไงชั้นก็เป็นคนดูแลเรื่องการลงทุน ต้องผ่านชั้นอยู่ดี แต่วีพีเขาต้องการคนที่เก่งการเงินเข้ามาดูแล ก็เลยเล่นงานเรื่องนี้ เรียกคุณแป้นไปเตือนเรื่องภาษาอังกฤษ แล้วก็เรียกไปต่อว่าเรื่องงบการเงินหลายครั้ง สุดท้ายทนไม่ไหวก็ลาออกเอง” รุ่งพยักหน้าช้า ๆ “ต่อมา วีพีก็เอาคนของเค้า เข้ามาทำแทนคุณแป้น แต่ให้ตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน คือตำแหน่งเท่ากับชั้น เพราะชั้นตำแหน่งผู้อำนวยการ เดิมทีคุณแป้นตำแหน่งผู้จัดการ อย่างนี้ชั้นก็รู้ความหมายแล้วว่าคืออะไร” “จะบีบน้าแน่นอน ตำแหน่งเท่ากัน แล้วยังคุมการเงิน” “ใช่ ตำแหน่งนั้นเป็นคนสุดท้ายที่เซ็นอนุมัติเกือบทุกอย่าง ชั้นจะทำอะไรก็ต้องผ่านให้การเงินเซ็น ก็แปลว่าตำแหน่งเท่ากัน แต่มีอำนาจมากกว่าชั้น” รุ่งพยักหน้าเข้าใจ “ตอนแรก ๆ ก็เครียดมาก คิดอยู่นานว่าจะสู้ยังไง จะยอมปรับตัว หรือจะเอาชนะ คิดอยู่แค่สองอย่าง แต่วันนึงได้ไปทำบุญที่วัดกับเพื่อน ได้หนังสือธรรมะกลับมาอ่าน มันก็รือฟื้นความรู้ธรรมะเก่า ๆ เดิมทีชั้นชอบอ่านหนังสือธรรมะมาก ๆ สมัยก่อนก็เคยนั่งวิปัสสนา แต่พองานหนัก ก็หยุดไป แต่วันนั้น เหมือนกับตาสว่างอีกครั้ง กลับไปค้นหนังสือธรรมะเก่า ๆ ออกมาอ่าน แล้วใช้วันหยุดเสาร์อาทิตย์ปฏิบัติกรรมฐานเองที่บ้าน” “แล้วยังไงครับ ? น้าค้นพบวิธีเอาชนะใจวีพีได้ ?” เธอหัวเราะ “ยอมเค้าได้หมดเลยหรือครับ หลังจากค้นพบตัวเอง ?” เสียงหัวเราะดังขึ้น รุ่งอ้าปากค้าง “ก็มันคิดออกแล้ว ว่าเราต่อสู้กับอะไร ชั้นต่อสู้กับความยึดมั่น ยึดว่างานคือสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีค่า ยึดจนปล่อยไม่ได้ จึงทุกข์ไปเป็นปี ปีกว่าที่เสียไปคือสุขภาพ ทั้งกายทั้งจิต พอปฏิบัติกรรมฐานแล้ว มันเห็นชัดเลยว่า ก็แค่ปล่อย หากไม่ได้ทำงานที่นี่ ตัวชั้นเองหมดค่าลงไปเลยหรือยังไง ? เพื่อนฝูง ญาติมิตรจะดูถูกเหยียดหยามว่าไร้ค่าหรือยังไง ถ้าไม่ได้ทำงานที่นี่ ? ชั้นไปยึดกับอะไรนี่ ? ยึดกับสิ่งที่มันไม่คงทนถาวร มีใครบ้างที่ทำงานไม่เคยเปลี่ยน ? ชั้นเองก็เปลี่ยนงานมาหลายที่ ตอนเข้าไปทำงานที่ไหน ชั้นก็พยามเปลี่ยนที่นั่นให้เป็นแบบอย่างที่ถูกต้อง นี่ก็เป็นปกติ ฉะนั้น วีพีใหม่ เขาก็ต้องมาเปลี่ยนให้ที่นี่ถูกต้องตามที่เขาคิด แล้วชั้นยึดมั่นกับอะไรอยู่ ถึงไม่ยอมปล่อยวางซักอย่าง ? ”
|
|||||||