ตอน 21

กรอบที่ต้องฝ่า

โทรศัพท์มือถือของทอมดังขึ้น  เธอมองหน้าจอ แล้วกดปุ่มรับสาย

“ว่าไงคะ แฟนนี่ ? ”

“พี่ทอมคะ สวัสดีค่ะ พี่ทอมว่างอยู่หรือเปล่า ?   แฟนนี่ถามเรื่องประเมินสุขภาพหน่อยได้มั้ยคะ ?”

“ได้จ๊ะ  ประเมินให้ใครล่ะ ?”

“ให้เพื่อนคุณพ่อค่ะ  ตอนนี้คุณอานั่งอยู่ข้าง ๆ นี่  มีอาการปวดไหล่ค่ะ ปวดทุกวัน แต่ก็ไม่มาก”

“แล้วแฟนนี่ถามเรื่องหลัก ๆ หรือยัง ? พยาธิ ไวรัส เชื้อรา กระดูกเคลื่อน ?”

“ค่ะ แฟนนี่ถามแล้ว กระดูกปกติ ไม่มีไวรัส ไม่มีเชื้อรา  มีพยาธิ  แต่พยาธิไม่ได้ทำให้ปวดไหล่ค่ะ”

“พยาธิตัวไหน ?”

“พยาธิไส้เดือนค่ะ”

ทอมฟังแล้วเข้าใจ ตามประสบการณ์ พยาธิจะทำให้อาการปวดที่มีอยู่เดิม เพิ่มมากขึ้น เพราะเลือดน้อยลง  แต่การกำจัดพยาธิอย่างเดียว ก็ยังไม่ได้แก้ต้นเหตุ
“มีไข้ด้วยหรือเปล่า ?”

แฟนนี่หันไปถามเพื่อนคุณพ่อ
“ไม่มีค่ะ”

“โอเค งั้นถามตามนี้นะ  ถามกรดยูริค ถามว่ามีกรดยูริคเกินปกติใช่หรือไม่ ?”

“ค่ะ”  แฟนนี่ จ่อลูกดิ่งที่ฝ่ามือของผู้ป่วย  แล้วตั้งจิตถาม ไม่กี่อึดใจ ลูกดิ่งก็ทำงาน

“ไม่มีค่ะ”

ทอมแนะนำต่อ
“ต่อไป ถามว่า มีสะเก็ดเลือดใช่หรือไม่ ?”

“ค่ะ”  ทันทีที่ตั้งจิตถาม ลูกดิ่งก็แกว่งทันใด

“ใช่คะ มีสะเก็ดเลือด”

“ถามต่อว่า สะเก็ดเลือดนี้ ทำให้ปวดไหล่ใช่หรือไม่ ?”

แฟนนี่ตอบกลับทันที “ใช่ค่ะ”

“อือ ยังดิ่งได้เร็วเหมือนเดิมนะเรา  ถามสูตรว่าใช้สูตร โยเกิร์ตหนึ่งถ้วย น้ำมันงาหนึ่งช้อนโต๊ะ ใช่หรือไม่ ?”

“ใช่ค่ะ”

“โอเค งั้นถามจำนวนวัน ว่าต้องทานกี่วัน ?”

แม่มดน้อยเริ่มถามไล่จำนวนวัน  จนได้คำตอบ
“เจ็ดวันค่ะ”

“อื้อ  เจ็ดวันก็เจ็ดวัน  ก็บอกให้ทำสูตรนี้ โยเกิร์ตรสธรรมดาหนึ่งถ้วย แล้วใส่น้ำมันงาไปหนึ่งช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน แล้วทานให้หมด วันละหนึ่งครั้ง เวลาไหนก็ได้”

“พี่ทอมคะ  สะเก็ดเลือดเกิดจากอะไร ?”

“สะเก็ดเลือด เกิดจากแต่ก่อนเคยกระทบกระแทก หรือ เกิดอุบัติเหตุ เลือดก็จะจับตัวเป็นลิ่ม นาน ๆ เข้าก็ตกผลึกแห้ง เป็นสะเก็ด เมื่อวิ่งไปติดตรงไหน ก็ทำให้อวัยะนั้นมีปัญหา สูตรที่ให้นี้ ช่วยสลายสะเก็ดเลือดได้จ๊ะ”

“ค่ะ ขอบคุณมาก  คิดถึงพี่ทอมกะพี่รุ่งจังเลย  พี่รุ่งรับปากแล้วว่าจะมากินข้าวกับคุณลุง แต่ไม่เห็นบอกวันมาซักที  พี่ทอมถามพี่รุ่งให้หน่อยสิ เมื่อวานแฟนนี่โทรไป พี่รุ่งเอ๋อ ๆ คุยไม่รู้เรื่อง”

“พี่รุ่งเป็นอะไร ?”

“ไม่รู้สิคะ ถามคำตอบคำ เหมือนกับเบลอ ๆ แปลก ๆ  ไม่รู้ว่าเค้ารู้หรือเปล่าว่าแฟนนี่โทรไป” เธอพูดแล้วก็หัวเราะ
ทอมหัวเราะตาม “อะไร ขนาดนั้นเลยเหรอ ?”

“ค่ะ แฟนนี่ ก็บอกว่า นี่แฟนนี่นะ พี่รุ่งก็ไม่ตอบว่าจำได้ค่ะ  เลยบอกพี่รุ่งว่า ไว้วันหลังค่อยโทรไปใหม่”

“สงสัยพยาธิกินอีก” ทอมพึมพำ

“งั้นแฟนนี่ไม่รบกวนพี่ทอมแล้ว ขอบคุณมากนะคะ แฟนนี่รอคำตอบอยู่นะคะ ว่าจะมาทานข้าวกับคุณลุงวันไหน  บ๊ายบายค่ะ”

“จ๊ะ บ๊ายบาย  ฝากสวัสดีคุณพ่อคุณแม่ด้วย”

“ค่ะ ค่ะ บาย”

แฟนนี่ตัดสายไปแล้ว

“ญา คุยกับใครน่ะ ?”  
เสียงคุณพ่อดังขึ้น

ทอมเงยหน้าขึ้น คุณพ่อยืนอยู่ในห้องรับแขกตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอไม่ทันสังเกตุ
“คุยกับแฟนนี่ น้องที่รู้จักค่ะ”
“คุยเรื่องลูกดิ่งอีกแล้วเหรอ ?”
“ญาแค่บอกวิธีตั้งคำถามค่ะ ญาไม่ได้ใช้ลูกดิ่งตรวจให้”

คุณพ่อสั่นหัว “แล้วมันแตกต่างกันตรงไหน ?   วัน ๆ เราก็มีแต่เรื่องลูกดิ่งในสมองเหมือนเดิม”

ทอมนิ่ง ไม่โต้ตอบใด ๆ   ค่อย ๆ ลุกจากเก้าอี้ แล้วเดินออกจากห้องรับแขก
เธอเหลือบมองหน้าคุณแม่ที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะกินข้าว  สายตาของคุณแม่บอกเธอทันทีว่าเข้าใจ   เธอเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน

ภรรยาลุกเดินจากโต๊ะอาหาร มาหาสามีที่ห้องรับแขก
“บ่ายนี้พี่สายมาหาใช่มั้ย ?”
“ใช่” สามีตอบ
“แต่เย็นนี้ คุณไม่ต้องไปกินข้าวกับพี่สายนะ  ฉันขอ”

เขามองหน้าภรรยาด้วยความสงสัย  แต่เธอส่งสายตากลับ บ่งบอกถึงความแน่วแน่ เอาจริง  ทำให้เขาพยักหน้ายอม
ภรรยายิ้มแล้วพยักหน้า

“ดี  เย็นนี้เรามีเรื่องต้องคุยกัน”  เธอพูดจบแล้วเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน

ประโยคนี้ทำให้เขารู้สึกเย็นวาบไปทั่วหลัง

********************************************************************************************

เสียงเคาะประตูดังขึ้น

ทอมขานรับ “ค่ะ เข้ามาได้ค่ะ”

ประตูถูกเปิด  คุณแม่เดินเข้ามาในห้อง แล้วทรุดตัวลงนั่งที่พื้นห้องข้าง ๆ ลูกสาว

ทอมมองหน้าคุณแม่    คุณแม่ยิ้มให้
“ญายังติดต่อกับรุ่งอยู่หรือเปล่า ?”

ลูกสาวสั่นหัว
“เปล่าค่ะ รุ่งโทรมาหาบ้าง แต่ญาไม่ได้รับสาย”

“นี่เป็นเดือนแล้วเหรอ ?”

ทอมพยักหน้า “ใช่ค่ะ”

“แล้วทำไมไม่รับสายล่ะ ?”
“ญาไม่รู้จะพูดกับรุ่งว่ายังไง  จะอธิบายยังไงว่าเราไม่ควรติดต่อกัน มันไม่มีเหตุผล”

คุณแม่หัวเราะเบา ๆ
“ใจเย็น ๆ ไว้ก่อน จะชนะใจคนแก่น่ะ ต้องค่อยเป็นค่อยไป”

ลูกสาวพยักหน้า
“ญา บ่ายนี้หาเรื่องไปธุระข้างนอกก่อน”

ทอมเอียงคอ ทำหน้าสงสัย
“หือ ?”

“บ่ายนี้คุณป้าจะมาหา  ญาไม่ต้องอยู่บ้าน เดี๋ยววุ่นวาย  ออกไปข้างนอก ค่ำ ๆ ค่อยกลับมา”

ทอมพยักหน้าเข้าใจ  เธอเองก็ไม่อยากจะอยู่รับหน้าคุณป้าสุดที่รัก
คุณแม่พูดจบ ก็เดินออกไปจากห้อง

ทอมหยิบโทรศัพท์มือถือ กดเบอร์ของวิทย์  สักพักเสียงเพื่อนปากหมาก็ดังขึ้น

“โหล ว่าไง ? มีอะไรพูดมาเร็ว ๆ” เสียงปลายทางจ๊อกแจ๊กจอแจ
“ยุ่งอยู่เหรอ ?   ทำไมหนวกหูจัง ?”
“ยุ่งนิด ๆ  เสือกได้ยินอีก  แกได้ยินเสียงไอ้เครื่องนี่ปะ ?   วี๊ด ๆ เนี่ย ?”
“อือ เสียงอะไรวะ ?”
“อย่ารู้เลย  ไม่รู้จะเรียกแม่งว่าอะไร  แต่มันวี๊ด ๆ  ฮ่า ๆๆๆ   หูกูจะแตกอยู่แล้ว”
“ไม่ให้รู้แล้วเสือกถามทำไมวะ ?”  ทอมพูดแล้วหัวเราะ
“มีอะไรว่ามา เร็ว ๆ”

“แกได้คุยกับรุ่งบ้างหรือเปล่า ?”

เสียงวี๊ดปลายทางดังเข้ามาในสาย 
“อือ มันจะตายห่าแล้วไอ้รุ่ง  ขี้แตกแน่งานนี้”  วิทย์ตะโกนกลับมา

“รุ่งมันเป็นอะไร  วิทย์ ?”  ทอมตะโกนให้ดังขึ้น

เสียงวี๊ดดังขึ้น
“ไม่ได้ยินเว้ย  เฮ่ย…  ทอมแค่นี้ก่อน เดี๋ยวค่อยโทรมาใหม่ คุยไม่รู้เรื่องแล้ว”

วิทย์ตัดสายไปแล้ว

เธอนึกเป็นห่วงเพื่อนทันที  รุ่งไม่ชอบเล่าปัญหาส่วนตัวให้ใครฟัง  เธอรู้ดีว่าคนอย่างรุ่งมีความมั่นใจในตัวเองมาตลอด ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากคนอื่น  แต่ตอนนี้ ความเป็นห่วงที่มากขึ้น มาจากการรู้สึกผิดที่เธอหายเงียบ ไม่ติดต่อกลับหาเพื่อน  บางทีโทรศัพท์ที่รุ่งโทรหานั้น อาจจะต้องการระบายเรื่องราวให้เพื่อนฟัง   ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกอึดอัดในกรอบที่คุณพ่อขีดให้

ทอมกดโทรศัพท์เรียกเบอร์ของรุ่งขึ้นที่หน้าจอ  แต่เธอก็ลังเลที่จะโทรไป… วางโทรศัพท์ลง… เดินไปที่หัวเตียง หยิบรูปถ่ายครั้งที่ไปเที่ยวเชียงใหม่สามคนขึ้นมาดู… วางลงที่เดิม… เดินกลับมาที่โทรศัพท์มือถือ  เรียกเบอร์ของรุ่งมาดู  แต่ไม่กดโทรออก… วางโทรศัพท์ลงอีกครั้ง …..

********************************************************************************************

บ่ายสาม ฮอนด้าซิตี้สีแดง มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองชลบุรี  จุดหมายคือบางแสน

ทอมขับรถไร้จุดหมายมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ออกจากบ้าน  จนรู้ตัวอีกทีเมื่อรถเลยสะพานบางปะกง  เธอจึงวางแผนจะใช้เวลาช่วงเย็นที่บางแสน หาอาหารทะเลทานคนเดียว แล้วค่อยขับกลับบ้าน

ระหว่างทาง จิตใจมีแต่เรื่องของคนสองคน วนเวียนไปมา  คุณพ่อ และ รุ่ง 

คุณพ่อนั้นมีความสำคัญต่อชีวิตเธออย่างไม่ต้องสงสัย  คุณพ่อเป็นผู้ชายที่ซื่อสัตย์ต่อครอบครัว ทุ่มเทจิตใจในการอบรมเลี้ยงดูเธอ  ตั้งแต่เด็ก คุณพ่อไปรับไปส่งเธอจนกระทั่งมัธยมปลาย   คุณพ่อเป็นแบบอย่างของผู้ชายที่มีความซื่อสัตย์ขาวสะอาดที่สุดในใจของเธอ

รุ่ง…  เป็นเพื่อนที่มากกว่าเพื่อน  ชีวิตเธอตั้งแต่เด็ก อยู่ในกรอบของความเรียบง่ายตลอดเวลา  แต่นับตั้งแต่วันที่ได้รู้จักกับเพื่อนคนนี้  เสมือนกรอบต่าง ๆ ของเธอได้ถูกทำลาย  รุ่งทำให้เธอเห็นโลกอีกโลกหนึ่ง ซึ่งไม่มีคำอธิบายใด ๆ จะบรรยายได้ครบถึงความหลากหลายสารพัน ที่รุ่งได้นำมาให้เธอได้สัมผัส 

ครั้งใดที่นึกถึงเพื่อนคนนี้ สิ่งแรกที่แว่บเข้ามาในความคิดทุกครั้งที่นึก คือ ความแปลกใหม่ที่คาดเดาไม่ได้… รุ่งมีให้เธอได้สัมผัสมาตลอด  ความแปลกใหม่ทั้งหมดที่รุ่งนำมา ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ดี ๆ ต่อชีวิตเธอทั้งสิ้น   ยามนี้ เมื่อต้องห่างกันไป แม้เพียงแค่ข้ามเดือน  แต่เธอรู้สึกเหมือนกับชีวิตขาดอะไรไป

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น  หน้าจอขึ้นชื่อของเพื่อนปากหมา

“ฮัลโหล ว่าไงวิทย์ ? ”

“เออ ว่าไงทอม  คุยได้แล้ว  มีอะไรว่ามา ? ”

“จะถามเรื่องไอ้รุ่ง  มันเป็นอะไร ? แกบอกว่ามันจะตาย มันเป็นอะไร ?”

“เดี๋ยวแกก็รู้  มันกำลังไปหาแก  ตอนเที่ยงคุยกับมัน มันบอกว่าโทรไปแกก็ไม่โทรกลับ สงสัยหนีไปมีผัวแล้ว  มันเลยตามไปดูหน้าผัวแก  เหอ ๆๆๆ” 
เสียงหัวเราะร่าดังลอดลำโพง

“ถามจริง มันกำลังมาหาชั้นเหรอ ?”
“เออ… ป่านนี้น่าจะใกล้ถึงแล้วมั้ง  แกอยู่ไหน ? อยู่บ้านหรือเปล่า ?”
“เปล่า ๆ  มันจะมาหาที่บ้านเหรอ ?   มันบอกงั้นเหรอ ?”
“อือ… อ้าว แกไม่ได้อยู่บ้านเหรอ ?”
“เปล่า ๆ   ตายห่า  เดี๋ยวได้โจ๊ะกะคุณป้า  ไม่ได้แล้ว …”

เธอไม่อยากจินตนาการว่า หากรุ่งได้เข้าไปที่บ้านตอนนี้ เรื่องราวจะเป็นยังไง

เธอรีบตัดบทกับวิทย์
“เฮ้ย วิทย์ แค่นี้ก่อน เดี๋ยวโทรไปดักรุ่งก่อน”
เธอกดตัดสาย  แล้วรีบกดโทรศัพท์ไปหารุ่ง

… ติดต่อไม่ได้…

รุ่งไม่ได้เปิดโทรศัพท์มือถือ

เธอพยามโทรติดต่อ  แล้วส่งข้อความ SMS ซ้ำ
********************************************************************************************

ทอมจอดรถที่ชายหาดบางแสน 

รุ่งคงปิดโทรศัพท์  หมดความเป็นไปได้ที่จะดักเพื่อนไว้

เธอโทรกลับหาวิทย์
“วิทย์  ชั้นอยู่บางแสน  คงไม่ได้เจอรุ่งวันนี้หรอก  แกเล่าให้ฟังหน่อย รุ่งมันมีอะไร ที่แกบอกว่ามันตายแน่ ๆ ? ”

“อือ… เอายาว ๆ หรือ เอาสั้น ๆ”

“เล่ามาเหอะ ชั้นมีเวลา”

“อ้อ ใช่ดิ  แดกบรรยากาศอยู่ริมทะเล  ติ๊สจริงนะแก  งั้นเอายาว ๆ   แกจำตอนที่ยิ้มบอกว่าไอ้รุ่งเคยเป็นเนื้อคู่กับยิ้มในอดีตได้เปล่า ?”

“โห… ยาวขนาดล่อไปชาติก่อนเลยเหรอวะ  เกิดอะไรขึ้น ไอ้รุ่งกับยิ้ม ?”

วิทย์หัวเราะ
“ไม่ใช่ ๆ  ชั้นแค่ถามว่า แกจำได้เปล่า วันนั้นที่ยิ้มเล่า ?”
“เออ จำได้”
“ก็ยิ้มก็บอกว่า รุ่งมีปัญหาอะไร ยิ้มก็จะมีลางสังหรณ์  หรือ บางครั้งถ้านึกถึงรุ่ง ท่านแม่ก็จะบอกยิ้มว่ารุ่งกำลังเป็นไง…”
“อือ” ทอมกำลังตั้งใจฟัง

“… วันศุกร์ ยิ้มก็บอกว่า รู้สึกสังหรณ์ใจว่ารุ่งกำลังมีปัญหา  ให้ชั้นโทรหา  ชั้นก็โทรหามัน  มันรับสาย แล้วก็พูดเหมือนกับคนเพิ่งตื่นนอน  ถามว่าเป็นอะไร มันก็ไม่ตอบ  บ่น ๆ ว่า จะเอายังไงกับชีวิตดีวะ  ผิดสังเกตุ  ชั้นกับยิ้มก็เลยไปหามันที่บ้าน”

“เหรอ มีเรื่องอะไร ?”

“ก็เรื่องงาน  มันคงช็อคเล็กน้อย  แต่ว่า  เออ… คิดดูอีกทีก็ไม่เล็กเหมือนกัน ถ้าสถานการณ์แบบมัน ก็จู๋แน่ ๆ งานนี้”

“งานมันเป็นอะไร ?”

“เย็นวันศุกร์ พี่ปีเตอร์บอกจะเลี้ยงข้าวมัน  สองต่อสองเลย  เซอร์ไพร๊ส์  นึกว่ามีข่าวดี  ข่าวนี้ ได้ยินแล้วมันแดกข้าวไม่ลงเลย  คือต่อไป เค้าไม่ให้ไอ้รุ่งรายงานตรงกับผู้จัดการ แต่ต้องไปรายงานกับหัวหน้าอีกคนนึง ซึ่งหัวหน้าคนนี้จะรายงานตรงกับผู้จัดการอีกที แล้วก็ไม่ใช่พี่ปีเตอร์”

“อ้าว… ซวยล่ะสิ  ทำไมถึงเป็นงั้นวะ ? ”

“เค้าจะลดบทบาทของไอ้รุ่งไง”

“แล้วรู้เปล่า ใครที่จะมาเป็นหัวหน้าไอ้รุ่ง ? คนใหม่เหรอ ?”

“เปล่า ไม่ใช่คนใหม่  แกเดาไม่ถูกหรอก เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่มันช็อค”

“ใครอะ ?   อย่าบอกนะว่าเป็นซิลเวีย เหอ ๆ”  ทอมพูดประชด

ใช่  ซิลเวีย !!!  ไอ้รุ่งต้องเป็นลูกน้องซิลเวีย ! นี่แกเดาให้มันถากหน่อยไม่ได้เหรอไง เสือกเดาถูกอีก ”

“หา !!!  ซิลเวียจริง ๆ   เฮ่ย วิทย์ ถามจริง ?   ชั้นเดาเล่น ๆ ไปยังงั้น  ถามจริงว่าเป็นซิลเวียจริง ๆ อะ ?”

“ใช่  ไอ้รุ่งมันถึงช็อคไง”

ทอมแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง 

“เป็นไปไม่ได้  ซิลเวียไม่มีทางทำงานดีไปกว่าไอ้รุ่งแน่ ๆ  ใคร ๆ ก็น่าจะมองออก  แล้วพี่ปีเตอร์ไปไหน ซิลเวียถึงมาคุมไอ้รุ่งได้ ?”

“อือ… เรื่องนี้ ช็อคกว่าเรื่องแรกอีก  ก็ที่เค้าให้ซิลเวียมาเป็นหัวหน้าไอ้รุ่งได้เพราะ พี่ปีเตอร์ลาออกแล้ว !!!” 

“พี่ปีเตอร์ลาออก ?”
ทอมทวนคำ

“อือ เค้าคงสมัครงานไว้ตั้งนานแล้ว  ตอนนี้ได้งานใหม่แล้ว ก็ลาออก  แกก็รู้ว่าไอ้รุ่งมันทำงานที่นี่ได้เพราะพี่ปีเตอร์  ถ้าไม่มีพี่ปีเตอร์ ไอ้รุ่งตายแน่  ที่พี่ปีเตอร์เรียกมันมาเลี้ยงข้าวเพราะจะบอกเรื่องลาออกนี่แหละ”

“โธ่ มาถึงวันนี้จนได้”

ทอมถอนหายใจ นึกถึงสถานการณ์ที่เพื่อนเผชิญอยู่  เธอเคยนึกอยู่ในใจเสมอว่า ทำไมพี่ปีเตอร์ซึ่งมีความรู้ความสามารถดี จึงต้องทนอยู่กับเจ้านายที่ไม่มีความเป็นธรรม ทำไมไม่ลาออกไปหางานใหม่ ?  วันนั้นก็มาถึงจนได้

“ไม่เป็นไรหรอกทอม ชั้นว่ามันผ่านไปได้น่ะ ไอ้รุ่งมันมีความสามารถเยอะ มีเพียงแต่ไอ้ควายโง่ ๆ นั่นตัวเดียวที่มองไม่เห็น บอกมันแล้วให้ลาออกมาเลย เดี๋ยวชั้นช่วยมันหางานใหม่เงินเดือนมันยังไม่มากหางานไม่ยากหรอก ให้แม่งลาออกมาเลย อยู่ทำเหี้ยอะไร”

"ต้องหางานก่อน ไอ้รุ่งมันตกงานไม่ได้ มันต้องใช้เงิน"

ทอมถอนหายใจ   ถึงแม้เชื่อมั่นว่า อุปสรรคนี้ ไม่เกินไปกว่าที่เพื่อนจะฝ่าฟันไปได้  แต่เธอก็เป็นห่วง อยากให้กำลังใจเพื่อน  ดีกว่าการมาหลบหน้าเพราะกรอบที่คุณพ่อขีดให้ 

…ยิ่งคิดยิ่งอึดอัดใจ…

“วิทย์  ชั้นขับรถกลับบ้านดีกว่าว่ะ อยากเจอมัน”

“อือ… ก็ดี  ขับดี ๆ  อย่าขับเร็วนัก  เดี๋ยวได้ไปเชงเม้งแกที่ชลบุรี”

“ไอ้ห่า… ปากหมา”

ทอมตัดสายเพื่อน แล้วรีบสตาร์ทรถ  มุ่งเข้าสู่กรุงเทพ ฯ

รุ่งจะเลือกเดินในกรอบที่พี่อดิศรขีดไว้ หรือ เลือกทางของตัวเอง ?

แต่สำหรับตัวเเธอ กรอบที่คุณพ่อวางไว้ให้ ครั้งนี้เธอคงต้องฝืนเสียแล้ว

__________________________________________________________________________________________

โดย วีรยาติ

กลับขึ้นด้านบน

นิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก เปิดให้จองแล้ว กดที่นี่

 

อ่านตอนต่อไป
อ่านตอนอื่น

1. สมัครสมาชิก เว๊บบอร์ดที่นี่ (หากไม่สมัครสมาชิก จะโหวต หรือ แสดงความคิดเห็นไม่ได้) และ

2. แสดงความคิดเห็น หรือ โหวต

- ชอบตัวละคร ขอเชิญโหวตได้ที่นี่

- อ่าน หรือ แสดงความคิดเห็นที่นี่

เชิญเยี่ยม Facebook หมอเถื่อน

(ให้กำลังใจโดยเข้าไป แล้วกด Like หรือ เขียนคำวิจารณ์)

Free website counter