ตอน 20

ปีกของไตรสรณ์

คนงานชายสองคน...

....กำลังแขวนรูปขนาดความสูงสองเมตรของนายวิฑูรย์ที่ล่วงลับให้เข้ากับกำแพงด้านซ้ายของห้องโถง  นายห้างวิฑูรย์อยู่ในชุดสูทสีเทายืนเท้าแขนที่เก้าอี้ทำงาน รูปนี้ถูกถ่ายเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เป็นรูปที่ใช้สำหรับประชาสัมพันธ์ในสื่อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตระกูล

มัณฑนา…ลูกสาวคนโต กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมสถานที่เพื่อจัดงานใหญ่ประจำปี… งานครบรอบวันคล้ายวันเกิดของคุณแม่เฉลา

คนงานเหลียวหลังมามองหน้าเจ้านายสาว  มัณฑนาพยักหน้าพอใจกับตำแหน่งของรูปภาพ
หน้าประตูห้องโถงรับแขก สาวในชุดเดรสทำงานสีดำ ถอดรองเท้าส้นสูงแล้วเดินเท้าเปล่าเข้ามาในบ้าน

“คุณมัณฑนาคะ”

เธอหยุดยืนใกล้ ๆ คนที่เธอต้องการมาพบ  แม้ไม่เคยพบกันมาก่อน แต่ใบหน้าของมัณฑนาก็เป็นที่รู้จักดีสำหรับคนในแวดวงผ่านทางสื่อต่าง ๆ
มันฑนาหันมาหาเจ้าของเสียง  สาวในชุดทำงานยกมือไหว้

“สวัสดีค่ะ หนูคือแพทค่ะ จากพ้อยท์ครีเอทค่ะ”

เจ้าของบ้านรับไหว้
“แพท… อือ มาบ้านนี้ครั้งแรกสินะ  หนูเดินไปรอในห้องโน้นก่อน” เธอชี้มือไปยังห้องรับแขกเล็ก 
“เดี๋ยวชั้นตามเข้าไป”  หางเสียงเหมือนกับเป็นคำสั่งกราย ๆ

แพทเดินตรงไปยังห้องรับแขกเล็ก สายตาเหลือบมองความใหญ่โตโอ่อ่าของคฤหาสน์ไตรสรณ์

ห้านาทีถัดมา มัณฑนาเดินตามเข้ามาในห้อง แล้วทรุดตัวลงที่โซฟาตรงข้ามกับแพท

สาวแพทเริ่มต้นคุยงาน  เธอหยิบโบรชัวร์ขนาด A4 ออกมากางที่โต๊ะ  เป็นรูปผังครอบครัวไตรสรณ์ ไล่ลำดับมาตั้งแต่ นายวิฑูรย์ นางเฉลา มาถึงรุ่นลูก และ รุ่นหลาน

“พี่อี๊ดบอกว่า ปีนี้คุณมัณฑนาจะแก้ชาร์ทนี้ แล้วก็ปรับข้อความในหัวข้อแฟมิลี่แบ็คกราวนด์  ไม่ทราบว่ามีสมาชิกใหม่หรือคะ ?”
มัณฑนาไม่ได้มองรายละเอียดในโบรชัวร์ เพราะเธอจำมันได้ขึ้นใจ
“มีคนจะให้เพิ่มในชาร์ท แต่ไม่ใช่สมาชิกใหม่”

แพทขมวดคิ้วเป็นคำถาม
“ไม่ใช่สมาชิกใหม่ ?” เธอทวนคำ

“จ๊ะ เป็นหลานคนโตของคุณพ่อ  เธอเพิ่มลงไปข้างใต้ชื่อของคุณวีระ เขาเป็นลูกชายคุณวีระ  แล้วก็ยังมีคุณธรรม์ซึ่งเป็นผู้บริหารรุ่นที่สามของเรา….”

เธอชะงัก  

“…นี่แพท คุณอี๊ดบอกเธอแล้วใช่มั้ยว่าเรื่องนี้อย่าเพิ่งเผยแพร่ไป ให้คุณแม่ประกาศในวันงานเอง  อย่าเพิ่งให้ข่าวหลุดออกไปก่อน  ชั้นขี้เกียจจะต้องมาตอบคำถามนักข่าว ให้เขารู้พร้อมกันในวันงาน”

แพทพยักหน้ารับรู้
“ทราบค่ะ แต่ถ้าเล่ารายละเอียดเพิ่มให้แพท แพทจะเขียนข้อความปรับใหม่ให้ เพราะคิดว่าเลย์เอ๊าท์เดิมนี้ คงต้องเปลี่ยนใหม่บ้าง ถ้าข้อความเพิ่ม”

มัณฑนายื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เธอ
“นี่ ข้อความทั้งหมดอยู่ในนี้แล้ว  ให้ลงไปตามนี้เลย”

แพทมองในกระดาษคร่าว ๆ เห็นผังใหม่ของครอบครัวไตรสรณ์ มีชื่อสมาชิกใหม่ปรากฏอยู่สองแห่ง  เธอพยักหน้ารับรู้
“ให้ลงตามนี้เลยนะคะ  แพทไม่เปลี่ยนข้อความนะคะ”

มัณฑนาพูดห้วน ๆ
“เธอจะเกลาก็ได้ แต่เนื้อความตามนั้น”

แพทก้มลงมองข้อความในกระดาษบนมือ สำนวนเหล่านี้ถูกเขียนมาไม่คล้องจองกับส่วนอื่น ๆ คงต้องมีการขัดเกลา  แต่เธอไม่คิดจะสอบถามรายละเอียดกับหญิงคนนี้ให้มากความ  ทางเลือกของเธอคือ กลับไปที่ทำงาน แล้วถามเรื่องราวจากพี่อี๊ดดีที่สุด

*************************************************************************************************

 เวลาทุ่มครึ่ง….


รถบีเอ็มดับบลิว 318i สีน้ำเงินมืด ถูกเคลื่อนเข้ามาจอดในโรงรถ

BMW 318i

จ๊อด กับใบหน้าที่แปลกใหม่ ไร้แว่นตา ก้าวลงจากรถ 
จ๊อด
เสียงปิดประตูรถที่เป็นเสียงเอกลัษณ์ของรถบีเอ็มดับบลิว….ดังตามมา…แน่น 

เพียงแค่เสียงปิดประตู ก็บอกถึงคุณภาพคู่ความหรูหราของรถยนต์เยอรมันยี่ห้อนี้

เขาเดินห่างออกมาจากรถสามสี่ก้าว มองไปยังรถยนต์  สิ่งที่เขารักอยู่ตรงหน้าแล้ว  ความไฝ่ฝันว่า สักวันหนึ่ง เขาจะต้องเป็นเจ้าของรถบีเอ็มดับบลิวให้ได้สักคัน วันนี้ มันได้เป็นความจริง

“จ๊อด กลับมาแล้วเหรอ ? เข้ามากินข้าว อามีอะไรจะคุยด้วย”  เสียงของอามัณฑนาดังมาจากในตัวบ้าน

จ๊อดหันหลังไปมอง แล้วพยักหน้า
“ครับ กำลังไปแล้วครับ”

*************************************************************************************************

มัณฑนา กับ ธรรม์ หลานชายของสามี นั่งทานข้าวอยู่ที่โต๊ะอาหาร

 จ๊อดเดินเข้ามายกมือไหว้ญาติผู้พี่
“หวัดดีครับ พี่ธรรม์”

ธรรม์ยกมือรับไหว้
“จ๊อด มา ๆ  มากินข้าวด้วยกัน” ธรรม์กวักมือเรียก  “รถไม่เปลี่ยนแมกซ์เหรอ ? "

จ๊อดสั่นหัว พร้อมกับทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“ไม่เปลี่ยนครับ  ผมชอบแบบเดิม ๆ  ทุกอย่างที่เป็นบีเอ็ม มันมีระดับอยู่แล้ว เปลี่ยนไปแล้วจะเหมือนพวกเล่นรถไม่เป็น  คลาสสิคเดิม ๆ ดูดีที่สุด”
“อือ ๆ  ก็ใช่นะ แต่พี่เองมันทนอุปกรณ์ตบแต่งไม่ไหว  ไปดูซีรี่เจ็ดของพี่สิ วันก่อนเพิ่งลงเครื่องเสียงไฮเอนด์ เป็นเพื่อนสมัยเรียน มาเปิดร้านเครื่องเสียงรถ นี่ขนาดลดราคาให้ ติดไปเสร็จ คิดเงิน หกหมื่นกว่า  แต่เสียงสุดยอด”
มัณฑนาถามขึ้น
“ใช่พวกเด็กเกษตรหรือเปล่า เจ้าของร้านน่ะ ? ”

ธรรม์พยักหน้า
“ใช่ ๆ  อามัณจำได้ด้วยเหรอ ? ไอ้แฮ้งมันเรียนเกษตรกับผม  บอกมันว่าติดอะไรก็ได้ แต่ขอให้ดูไม่เลอะเทอะ  ว่าจะแนะนำลูกค้าให้มันด้วย”  เขาหันหน้ามาทางจ๊อด
“จ๊อด ถ้าสนใจขับรถเข้าไปให้มันดูให้ก็ได้นะ เดี๋ยวพี่บอกมันว่าให้ราคาพิเศษ”

จ๊อดยิ้มมุมปาก เขาพยักหน้ารับรู้ 

เขาไม่เคยมีความคิดจะให้ใครเที่ยวมาปีนป่าย ตอกหมุด รื้อพรมในรถสุดที่รักเพียงเพื่อจะได้ระบบเสียงใหม่ ที่ฟังแล้วก็ไม่ได้ดีกว่าเครื่องเสียงติดรถบีเอ็มที่มีมาอยู่แล้วสักเท่าไหร่

จ๊อดเอื้อมมือหยิบจานอาหารขึ้นตักข้าว

ธรรม์สังเกตุเห็นสิ่งผิดปกติบนใบหน้าจ๊อด
“จ๊อด ไม่ใส่แว่นแล้วเหรอ ?”

เจ้าตัวยิ้ม
“ครับ  ผมทำเลสิคแล้ว เพิ่งทำเมื่ออาทิตย์ก่อน”

ธรรม์พยักหน้ารับรู้
“เป็นไง ทำแล้วดีขึ้นมั้ย ?”
“ชัดเลยครับ ไม่มีปัญหาอะไร”
“ทำที่ไหน ?  ความจริงน่าจะบอกพี่ก่อน พี่มีร้านรู้จักทำเลสิคอยู่ เขาทำให้ระดับพวกดารา”
“ผมทำที่รัตนินครับ คุณแม่เป็นคนพาไป”

จ๊อดเริ่มทานข้าว

อาสาวเริ่มเข้าเรื่อง
“จ๊อด ได้รายชื่อแขกมาครบหรือยัง ?”
“ครับ  ครบตั้งนานแล้ว ผมส่งให้อาคืนนี้”

เธอหยิบกระดาษยื่นให้หลานชาย
“เอ้าจ๊อด อ่านดูก่อน นี่เป็นเรื่องที่อาจะร่างลงในเอกสารแจกคนในงานนี้ มีเพิ่มชื่อใหม่ไปสองคน”

หลานชาย รับแผ่นกระดาษ

จ๊อดพลิกอ่านผังครอบครัว ‘ไตรสรณ์’  เขาเห็น ชื่อ ‘รุ่งโรจน์’ เข้ามาอยู่ในผังตระกูลในฐานะหลานชายคนโต 

.....ในที่สุด ก็มีวันนี้จนได้.....

จ๊อดหลบสายตาจากกระดาษ ใช้มือพับปิดหน้านั้นไว้ แล้วทานข้าวไปตามปกติ

อาสาวถามขึ้น
“เป็นไง อ่านจบแล้วเหรอ ?   มีอะไรจะให้แก้มั้ย ?”

จ๊อดสั่นหัว
“ไม่มีครับ  อามัณให้คุณพ่อดูแล้วหรือยังครับ ?”
“ดูหมดแล้ว พ่อเธอดูแล้ว อาพลก็ดูแล้ว”
“ถ้าดูแล้ว ผมก็ไม่มีอะไรแก้ครับ”
บ้ันไดห้องโถง บ้านไตรสรณ์
จ๊อดทานข้าวเสร็จ ขอตัวเดินขึ้นชั้นบน  เขาไม่อยากนั่งนานกว่านี้ ดีไม่ดีคุณย่าอาจจะเดินมาเจอเข้าอีกก็จะเป็นเรื่อง 

เมื่อเดินพ้นจากบันได เหลือบเห็นห้องของน้องสาวเปิดอยู่  เขาเห็นวิใส่ชุดลำลองกำลังอ่านเอกสารแจกในงานอยู่บนเตียง  จ๊อดถือวิสาสะพร้อมทั้งอารมณ์ขุ่นใจ เดินเข้าห้องน้องสาว

พี่ชายหยุดยืนปลายเตียง
“นี่ นังตัวดี”

แค่คำทักทาย ทำให้น้องสาวในสายเลือดเชิดจมูกขึ้นมองอย่างขุ่นเคือง

พี่ชายพูดต่อ
“ไอ้เด็กบ้านนั้นน่ะ ไม่ใช่หลานชายคนโต แกรู้ไว้ซะด้วย”

วิทำหน้าไม่เข้าใจความหมาย  เธอมองหน้า
“พี่จ๊อดเป็นบ้ามาจากที่ไหน ? ยังยอมรับความจริงไม่ได้เหรอไง ? ”

“แกน่ะมันโง่ ใครจะยกย่องมันว่าเป็นหลานชายคนโตก็ช่าง แต่แกน่ะ แกน่าจะรู้ว่าไอ้เด็กบ้านนั้นน่ะ มันไม่ได้โตไปกว่าชั้น  มันเกิดปีเดียวกับชั้น  แกก็รู้ใช่มั้ย หา ?”
“แล้วทำไม ?”

“ทำไมน่ะเหรอ ? … แกนี่มันโง่  ชั้นน่ะเกิดเดือนกุมภาพันธ์ แล้วไอ้เด็กบ้านนั้นมันเกิดเดือนอะไร มันจะไปเกิดก่อนกุมภาหรือไง  รูปที่ลุงใหญ่แต่งงานน่ะ แต่งปีเดียวกับที่ชั้นเกิด  กว่าลุงใหญ่จะมีลูกออกมา  มันก็ต้องปลายปี  ยังไงมันก็ต้องเป็นน้องชายชั้น  ไม่ใช่มาเป็นพี่ใหญ่  เหอ ๆ  นังโง่”

พูดจบเขาก็หันหลังเดินออกไปจากห้อง ทิ้งอารมณ์หงุดหงิดให้กับน้องสาว

วิขยำกระดาษบนเตียง แล้วขว้างตามออกไป

“ไอ้โรคจิต…”
เธอตะโกนไล่หลังออกไป

วิหยิบเอกสารบนเตียงสองสามแผ่น แล้วเดินออกมาจากห้อง ลงบันไดลงมาที่ห้องอาหาร

อาสาวกับธรรม์ยังนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร  วิยกมือไหว้ทั้งคู่
“หวัดดีอามัณ หวัดดีพี่ธรรม์”  วิเดินเข้าไปหาคุณอา นั่งลงที่หัวโต๊ะอาหาร
“คุณอา วิเห็นเอกสารแล้ว ปีนี้ดีจัง มีชื่อพี่รุ่งแล้ว  ตื่นเต้นจังเลย”

คุณอาลูบหัวหลานสาว
“มีชื่อพี่ธรรม์ด้วย ไม่ตื่นเต้นด้วยเหรอ ?”

วิมองหน้าญาติผู้พี่ แล้วหัวเราะ
“โห  อย่างพี่ธรรม์ คนรู้จักทั่วเมืองแล้ว  เหิ่นหลิวสิง”

ญาติผู้พี่หัวเราะ
“เริ่มเก่งแล้วสิ ภาษาจีนน่ะ ไปเที่ยวเมืองจีนคงพูดกับเค้าได้สบาย”

วิพยักหน้า
“อี้เตี๋ยนเตี่ยน อะลิทเติ้ลบิทค่ะ”

วิหันไปพูดกับคุณอา
“อามัณคะ อามัณเคยมีรายชื่อคนในครอบครัวพร้อมวันเกิดใช่มั้ยคะ ?  วิเคยเห็นเป็นตาราง ๆ น่ะค่ะ”

คุณอาพยักหน้าจำได้
“อือ ใช่  ขอจากพี่ธรรม์ พี่ธรรม์เขามีเก็บไว้”

ธรรม์พยักหน้า
“มี มี  น้องวิจะเอาเหรอ พี่ส่งเป็นไฟล์ให้นะ”

วิยกมือขึ้นไหว้
“ขอบคุณค่ะ พี่ธรรม์นี่เหมาะสมเป็นผู้จัดการรุ่นที่สามจริง ๆ  มีครบทุกเรื่อง”

*************************************************************************************************

เสียงเคาะประตูห้องจ๊อดดังขึ้น 

จ๊อดตะโกนเบา ๆ “เข้ามาเลย ไม่ได้ล็อค”

ประตูถูกเปิด 

ต่อ อยู่ในชุดลำลอง เดินถือเอกสารที่จะแจกในงานวันคล้ายวันเกิดคุณย่าเข้ามาในห้อง แล้วปิดประตู  เดินตรงไปหาจ๊อดที่โต๊ะคอมพิวเตอร์

“พี่จ๊อด  ไหนขอมองหน้าชัด ๆ หน่อย”

ต่อทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ข้าง ๆ

จ๊อดยักคิ้วให้ “เป็นไง ?”
“ไม่คุ้นว่ะ เคยเห็นแต่พี่จ๊อดใส่แว่นมาตลอด ถอดแล้วแปลกดี  แล้วพี่จ๊อดรู้สึกไงล่ะ ? มันชัดขึ้นรึเปล่าล่ะ ?”
“ชัดว่ะ ชัดมาก  ต่อไปถ้าโดนคุณพ่อตบอีก จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนแว่น เฮอะ ๆๆๆ”  เขาพูดติดตลก แต่นัยน์ตาแฝงรอยเครียด
ต่อยกเอกสารขึ้นมา

“พี่จ๊อด  เห็นผังใหม่แล้วหรือยัง ?   มีชื่อเด็กบ้านนั้นจนได้”
“อือ รู้อยู่แล้ว ช่างแม่งเหอะ”

ต่อพยักหน้ารับรู้
“อือ ไอ้ชื่อเด็กบ้านนั้นน่ะเรื่องนึง แต่ชื่อพี่ธรรม์นี่  ทำไมต้องมาโผล่ในครอบครัวเราด้วยนะ ? ต่อไม่เข้าใจ อามัณจะลากพี่ธรรม์เข้ามาทำไม ? ”

จ๊อดมองหน้าญาติผู้น้อง
“อะไรของแกวะ ?   ถ้าอามัณตัดสินใจว่าควรเป็นอย่างนั้น ก็ต้องเป็นอย่างนั้นสิ พี่ธรรม์เค้าบริหารกิจการตั้งหลายอย่างให้  ไม่งั้นคุณพ่อ อาพล อามัณ แค่นี้ไม่ไหวหรอก….”
“พี่จ๊อดล่ะ ทำไมไม่รีบกลับเข้ามา แล้วมาค่อย ๆ ฝึกงานในกลุ่มบริษัท ? จะได้ช่วยอาเอกได้ ไม่ต้องไปพึ่งคนนอก”
“แกหมายถึงใครคือคนนอก ?”
“ต่อหมายถึงพี่ธรรม์ เค้าไม่ใช่ไตรสรณ์นะ  เค้าเป็นญาติของอาหมอ ถือว่าญาติห่าง ๆ เลยนะนั่น แล้วนี่ต่อไป ถ้าพวกเราไม่มีใครมาดูแลกิจการเลย ทั้งหมดก็เป็นของพี่ธรรม์แน่ ๆ”

จ๊อดหัวเราะหึ ๆ สั่นหัว
“แกจะบ้าเหรอ  อามัณเค้าให้พี่ธรรม์มาบริหารให้ ก็เพราะจะรอพวกเรานี่แหละ  ถ้าเราพร้อม ก็ค่อย ๆ ไปรับถ่ายทอดมา  ถ้าแกอยากสืบทอด แกก็ตั้งหน้าทำซะ  ตัวพี่เองกำลังเป็นที่โปรดปรานของคุณย่า อยู่ห่าง ๆ ไว้ดีกว่า”
“พี่จ๊อดเป็นคนโตของที่นี่นะ”

จ๊อดขมวดคิ้ว “ยังเป็นอยู่ซะเมื่อไหร่”

ต่อพูดต่อ
“นอกจากพี่จ๊อด ต่อก็ไม่นับใครเหนือพี่จ๊อดอยู่แล้ว  ไม่ใช่เด็กบ้านนั้นแน่ แล้วก็ไม่ใช่พี่ธรรม์  พี่จ๊อดลองคิดดูดี ๆ  กลับเข้ามาทำงานที่บริษัทของเราเหอะ ยังไง พี่จ๊อดก็เป็นหลานอยู่ดี หรือไม่ก็ คุณย่า ก็คงไม่ได้อยู่อีกนานหรอก”

จ๊อดหันขวับมาทันที
“แกพูดอะไร ?”

“เปล่า ต่อหมายถึง คุณย่าแก่แล้ว จะอะไรมากมาย พี่จ๊อดก็ทน ๆ ไป อีกไม่นาน พี่จ๊อดก็ได้บริหารกิจการ  ดีกว่าไปทำงานเป็นลูกจ้างเค้า เหนื่อยตายห่า ต้องไปเอาใจชาวบ้าน”

จ๊อดยักคิ้ว
”อิสระว่ะ  ต่อ  มันไม่เหมือนกัน  ถ้าเป็นสมัยคุณปู่ยังอยู่ พี่ก็คงทำอะไรได้มากกว่านี้  คิดแล้วก็เจ็บใจ  อยู่ดี ๆ ไอ้เด็กบ้านนั้นก็มาทำให้เสียอารมณ์  ใคร ๆ ก็ไปเอาใจคนนอกบ้านกันหมด  โดยเฉพาะคุณพ่อ”

“อือ… ลุงเอกนี่ตัวหลักเลย  อามัณก็พอกัน เป็นผู้จัดการครอบครัวซะจนชิน พยามจะเอาไอ้เด็กบ้านนั้นมาออกงานจนได้ คงตั้งใจเอาใจคุณย่า”

“พูดเรื่องอื่นเหอะ ต่อ  เสียอารมณ์ว่ะ  ศุกร์นี้หาที่เที่ยวดีกว่า เหล้าที่ไปเปิดไว้เหลือตั้งสามสี่ที่ จะไปไหนดี ? ”

“ศุกร์นี้ พัทยาเหอะ พี่จ๊อด  นัดเด็กไว้แล้ว นัดไปเจอกันที่โน่น  ไปเหอะ เอาซีรี่สามไปนี่แหละ เหยียบแป๊บเดียวก็ถึง ชวนพวกสเตซี่ไปด้วยดิ  ท่าทางเซ็กซี่น่าดู ติดถ่ายแบบหรือเปล่า ?”

“อือ ไม่รู้ เดี๋ยวจะลองโทรชวน  ครั้งที่แล้วไม่ไหวว่ะ เมาจนเบลอ พี่ไม่อยากขับรถตอนเมา เสียดายรถ แค่เฉี่ยวนี่ใจก็คงแหว่งไปครึ่งแล้ว  แต่ทำเลสิคแล้วมันก็ชัดขึ้นเยอะ”

สองลูกพี่ลูกน้องนั่งสนทนากันเรื่องเที่ยวราตรีสุดสัปดาห์นี้อย่างสนุกสนาน

*************************************************************************************************

นาฬิกาที่ผนังบอกเวลาสี่ทุ่ม

ไฟเหลืองในห้องรับแขกเล็กชั้นล่างยังถูกเปิดอยู่  วิกำลังใช้คอมพิวเตอร์สั่งพิมพ์งาน  เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ประตูห้องถูกเปิดออก

ต้นโผล่หน้าเข้ามา เขายังอยู่ในชุดนักศึกษา

วิทักขึ้น
“ต้น เพิ่งกลับเหรอ ?”

ต้นพยักหน้า
“อือ ทำไมบ้านต้นปิดไฟกันหมด ? เค้าไปไหนกัน ?”

วิสั่นหัว
“วิไม่รู้ มัวแต่ทำรายงานนี่แหละ  เพิ่งกลับเหรอ ? ไปไหนมา ?”
“ซ้อมดนตรี”
“แขนต้นโอเคแล้วเหรอ ? ”

“อือ คีย์บอร์ด ไม่ใช่ตีกลอง พอไหว”  ต้นเดินเข้ามาที่โต๊ะ หยิบเอกสารโบรชัวร์ขึ้นมาอ่าน

“เออ ต้น นั่นเป็นร่างกระดาษที่จะแจกในงานปีนี้ เห็นเปล่า ? ปีนี้มีชื่อพี่รุ่งกับพี่ธรรม์ด้วย”

ต้นมองผ่าน ๆ แล้วก็วางเอกสารลง  เขาสั่นหัวแล้วหัวเราะหึ ๆ

วิหันหน้ามามอง
“หัวเราะไร ?”
“วิ… เธอว่าบ้านเรามันเว่อหรือเปล่า ? ไอ้แค่งานเลี้ยงวันเกิดคุณย่า ทำไมต้องทำให้มันเรื่องมากขนาดนี้ ?”

“อ้าว  ก็บ้านเรายังต้องอยู่ในสังคม พึ่งพาสังคม ต้องทำธุรกิจ เคยจัดมาทุกปี ก็สนุกดี  แต่ก่อนเรายังวิ่งเล่นกันในงานสนุกจะตาย จำไม่ได้แล้วเหรอ หรือว่าโตแล้วก็ลืมครอบครัว?”

ต้นหัวเราะ
“ไม่มีงาน เราก็วิ่งเล่นกันเองได้มั้ง ไม่ต้องอ้างงานหรอก วิน่ะเดี๋ยวนี้เหรอจะกล้าวิ่ง ไม่อายไอ้บอยมันเหรอ ? ”

ญาติสาวทำจมูกหึ่ง
“ไปเกี่ยวอะไรกับไอ้บอยมัน ? วิไม่ได้คิดอะไรกับมันแม้ซักนิด เรื่องมาจากไอ้พี่จ๊อดกะพี่ต่อ สนิทกันดีนัก เที่ยวด้วยกันบ่อย ๆ ป่านนี้มันคงเป็นเพื่อนพี่จ๊อดกะพี่ต่อไปแล้ว แต่วิไม่ชอบนิสัยมัน”

ต้นพยักหน้า
“อือ  ดูก็รู้ เธอก็ไม่น่าจะเข้ากับมันได้”
“เพื่อนมหาลัยนี่ไม่สนิทเหมือนมัธยมเลย ต้นว่าปะ ? ”
ต้นสั่นหัว“ไม่นิ… ต้นก็สนิทเท่ากันหมด  ไอ้กิ๊วล่ะ ?”
“แหม ก็ไอ้กิ๊วคนเดียวแหละที่วิสนิทจริง ๆ”
“ขึ้นอยู่กับตัวเราน่ะแหละ ถ้าตัวเราสนุก อยู่ที่ไหนก็สนุกได้ อยู่คนเดียวก็สนุกได้”

วิรับฟังแล้วพยักหน้า

ต้นหันหลังกลับจะเดินออกไป พูดเปรย ๆ
“บ้านนี้มีกับข้าวอะไรเหลือ ?  เอ้อ… แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวต้นทำกินเองดีกว่า”

ต้นกำลังก้าวจะพ้นห้อง เสียงวิตะโกนตามหลัง
“ต้นจะทำเหรอ ? วิไปกินด้วย ทำมาม่าผัดดิ ไปด้วย รอเดี๋ยว”
“อยากกินก็ตามมา”  ต้นพูดโดยไม่หันหลัง

สิบห้านาทีถัดมา ต้นและวิ กำลังนั่งทะเลาะกับมาม่าผัดที่ตั้งอยู่ตรงหน้า

“เฮ้ย ต้น มาม่าผัดของต้นนี่สุดยอดว่ะ เคยไปกินของที่มหาลัยทำไม่ได้ครึ่ง ต้นใส่อะไรไปบ้าง ?   บอกวิหน่อยดิ”

ต้นหัวเราะหึ ๆ
“โห่ว… ไอ้แค่มาม่าผัด ถ้าทำไม่อร่อยก็เลิกทำกับข้าวได้แล้ว”
“จริง ๆ นะ วิกินของใครก็สู้ของต้นไม่ได้ ต้นทำอาหารอร่อยว่ะ ทำอะไรก็อร่อย”

ต้นยืน ใช้ตะเกียบคีบมาม่าเข้าปาก เคี้ยวไปพูดไป
“มะเขือเทศหั่นชิ้นเล็ก มันจะให้รสอีกแบบนึง เวลาวิไปกินที่ร้าน เข้าจะหั่นชิ้นใหญ่ใช่ปะ  นี่ต้นหั่นเล็ก แล้วต้นหอมนี่ต้นใส่เยอะหน่อย  แต่ผักกว้างตุ้งนี่ต้องต้มนานเลยกว่าจะได้แบบนี้  แล้วซ๊อสน่ะ…เดาดิ ต้นใส่อะไรไปด้วย ? ”

“ซ๊อสมะเขือเทศ…  ใช่ปะ ?”

พ่อครัวพยักหน้า
“อือ แต่เหยาะนิดเดียวนะ  ที่เหลือก็ใช้ผงซุปนั่นแหละ มันก็เลยได้รสแบบนี้  อินเลยปะ ?”

“อือว่ะ ต้น  เฮ้ย ถ้าต้นมีหัวทางทำอาหารนะ น่าจะไปเรียนพวกทำอาหาร หรือ เปิดร้านอาหาร  ชิวดีว่ะ ไอ้หมี่กระเทียมโซยุที่ต้นคิดนั่นน่ะ  สุดโคตรแล้ว”

ต้นหัวเราะ นึกถึงตำรับอาหารญี่ปุ่นที่เขาคิดค้นมาลองทำกิน
“อือ ไอ้นั่นง่ายเลย แต่ต้องใส่วาซาบิเยอะ ๆ  พูดแล้ว  พรุ่งนี้ทำกินดีกว่า”

“เอาดิ เดี๋ยววิช่วยเตรียม มีอะไรบ้าง หมี่เขียว กระเทียมเจียว โซยุ วาซาบิ สาหร่ายวากาเหมะ แค่นี้เองนิ เจ๋ง ๆๆ  ดีนะที่แขนหายเร็ว”

“อือ ตอนเข้าเฝือกอยู่ ทรมานตาย คันก็คัน”

วิดึงกระดาษซับหน้าขึ้นซับปาก แล้วเรอออกมาเสียงดัง  ทั้งตัวเองและพ่อครัวหัวเราะลั่น

“ต้น ต้นไม่ได้เล่าเรื่องไปฝึกพลังที่แขนให้อาเพ็ญฟังเหรอ ?”

ต้นสั่นหัว “อื้อ… ไม่ต้องให้แม่รู้หรอก แค่รู้ว่ามันหายเร็วก็พอแล้ว”

วิพยักหน้า เธอรู้ว่าต้นชอบทดลองอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ เสมอ  ที่สำคัญเธอรู้สึกสบายใจที่ต้นยังไว้ใจในตัวเธอ เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตให้เธอฟังได้หมด  ตอนเด็กถูกเลี้ยงด้วยกันมายังไง ต้นก็ยังเป็นอย่างนั้นสม่ำเสมอ ไม่เปลี่ยนไป
แต่ถ้าเหตุการณ์จะกลับมาเป็นเหมือนสมัยเมื่อสิบปีที่แล้ว ก็คงดีกว่านี้ 

ครั้งสุดท้ายที่สี่พี่น้อง …จ๊อด ต่อ ต้น วิ… ได้เที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน คือ การไปเที่ยวระยอง สมัยที่คุณปู่ยังมีชีวิต  วินึกถึงบรรยากาศครั้งนั้น…ยังฝังอยู่ในความทรงจำ

“พี่จ๊อด เปลี่ยนไปเยอะเนอะ ต้น”

 “อือ…” ต้นกำลังยืนล้างจานที่อ่างน้ำ “พี่ต่อก็เปลี่ยน  ปกติของคนเรา โตแล้วก็เปลี่ยน”

วิเดินเข้ามาข้าง ๆ ต้น
“มา ส่งจานมา เดี๋ยววิช่วยเช็ด”

ต้นยื่นจานที่ล้างเสร็จให้  หันมาทำตาสะลืมสะลือ
“อิ่มแล้วง่วงว่ะ วิ  ต้นไปอาบน้ำนอนก่อน”

*************************************************************************************************

สายวันรุ่งขึ้น…..

…แพทนั่งเอนหลัง ไขว่ห้างที่โซฟา  มองออกนอกกระจกใส ท้องฟ้าดูอึมครึม

สักพักอี๊ด… ไดเร็คเตอร์หนุ่มใหญ่ใส่แว่นบูติค เดินถือถ้วยกาแฟมา ทรุดตัวลงนั่ง

แพทส่งยิ้มให้
“พี่อี๊ด เปลี่ยนยี่ห้อกาแฟเหรอ ? เมดชงให้เมื่อเช้า รสเปลี่ยนไป”

ไดเร็คเตอร์มองลอดแว่น แล้วยิ้ม
“จมูกไว พันธ์อะไรเนี่ย ?   คอกาแฟเหรอ แพท ?”
“ค่ะ ลดต้นทุนเหรอ ?”
“เปล่านะ ระดับพอกันนะ ถ้าซื้อก็คงราคาเท่ากัน แต่นี่ของฟรี ลูกค้าให้มา เพียบเลย เลยไว้ใช้เสริฟกันในออฟฟิศ  รสชาติไม่ได้เรื่องเหรอ ?”
“เปล่า พี่  ก็ใช้ได้ เพียงแต่แพทรู้ว่ามันไม่ใช่ยี่ห้อเดิม”

อี๊ดเริ่มกางแผนผังครอบครัวไตรสรณ์ออกมาวางบนโต๊ะเตี้ย  เขาชี้มือไปที่บนสุดของชาร์ท

ผังครอบครัวไตรสรณ์

“เอ้า เริ่มที่นี่ก่อน คุณวิฑูรย์  ภรรยาชื่อคุณเฉลา วันนั้นแพทไป ได้เจอคุณย่าหรือเปล่า ?”

แพทสั่นหัว

อี๊ดพยักหน้ารับรู้ เริ่มเล่าต่อ
“สองท่านนี้ มีลูกห้าคน  คนโตเป็นผู้ชาย ชื่อวีระ ส่วนดอทไลน์ชื่อรุ่งโรจน์นี้ เอาไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยเล่า  คือ ก่อนปีนี้ ไม่มีชื่อรุ่งโรจน์ในชาร์ท  เริ่มที่คุณวีระก่อน เป็นคนที่คุณวิฑูรย์กับคุณเฉลารักมาก แต่ไป ๆ มา ๆ ไม่ถูกกับพ่อเพราะไปได้เมียคนจีน พ่อไม่ชอบ กินไม่อร่อย …”

แพทหัวเราะ
“อะไรพี่อี๊ด ? กินไม่อร่อย เกี่ยวไร ?”

อี๊ดหัวเราะ เล่าต่อตามสไตล์

“นั่นน่ะสิ ลูกจะมีเมีย พ่อไปเกี่ยวอะไรด้วย เหอ ๆๆๆ   เอ้าต่อ… ตอนนั้นมีเรื่องใหญ่โต คุณวีระนี่ก็ไม่พาเมียเข้าบ้าน แต่งนอกบ้านเลย แล้วไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการครอบครัว ก็เงียบหายไป….”
“…ต่อมา ลูกคนที่สองชื่อเอกฤทธิ์ แต่งงานกะคุณจิ๋ม คุณจิ๋มรัญชนีนี่ทางพ่อก็โคตรรวยอยู่แล้ว งานแต่งนี้ก็สะใจ ทอล์คออฟเดอะทาวน์ เหมือนกับจะจัดให้สมแค้น แบบว่าลูกชายคนโตจัดงานแต่งไม่ได้ คนนี้ก็เลยกลายเป็นคนที่เด่นที่สุด  ตอนนั้นจัดที่เอราวัณ แกรนด์ฮอลล์ รถติดยาวเฟื้อย  คุณเอกนี่ นิสัยดีนะ ซื่อ ๆ แล้วก็คล้าย ๆ พี่ชาย บุคลิกคล้ายกัน แต่อาจจะเนิบ ๆ กว่า  คุณวีระจะดูฉลาดกล้าตัดสินใจกว่า”

แพทพยักหน้า
“แหงล่ะ พี่อี๊ด ลองขนาดกล้าหักกับพ่อได้นี่ แสดงว่าต้องกล้ามาก ๆ”
“คุณเอกนี่ ก็มารับช่วงกิจการต่อ แต่ว่าด้วยความที่ซื่อ ๆ กิจการที่ดูแลก็ไปได้เรื่อย ๆ ไม่ได้ดีอะไรมากมาย  บางอย่างก็ปิดไป บางอันก็ไปร่วมทุนกับชาวบ้าน บางอันรอด เหอ ๆๆๆ”

“ตลกอะไรอะ ?”
“ก็ตลก ที่รอดมาได้  พี่ว่าบางกิจการน่าจะปิดไปได้ตั้งนานแล้ว”

แพทยกมือตีลูกพี่
“นี่… ลูกค้านะ  เอ้อ…  เล่าต่อเหอะ”
“คุณเอกมีลูกสองคน คนโตชื่ออิทธิพล ชื่อเล่นจ๊อด  ดูแค่ชื่อจริงก็รู้ว่าใครตั้ง  คุณปู่ตั้ง เพราะบ้าอำนาจ อยากให้หลานชายคนโตคนนี้ เป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดในอนาคต”

แพทขมวดคิ้ว
“คนโตได้ยังไง ? ก็มีรุ่งโรจน์คนแรกไม่ใช่เหรอ ?”
“ก็ตอนนั้นยังไม่รู้ไง คือ ทางนี้ก็ไปแต่งนอกบ้าน คลอดลูกเมื่อไหร่ ไม่มีใครรู้  เค้าก็รับรู้เฉพาะจ๊อดนี่แหละ ว่าเป็นหลานคนแรก”

“อือ”

“ต่อจากอิทธิพล ก็มีลูกสาวอีกคน ชื่อ วิภวา ห่างกันสี่ห้าปี ชื่อเล่น วิ”

“หน้าตาน่ารักดี จากรูปน่ะ” แพทชี้ไปที่รูป

“หมดครอบครัวนี้ ต่อมาก็เป็น ลูกชายคนที่สองของคุณวิฑูรย์ ชื่อพลฤทธิ์ แต่งงานกับคุณวันเพ็ญ ปากกาด้ามเดียว”

แพทหัวเราะหึ ๆ

อี๊ดเล่าต่อ
“พลฤทธิ์นี่สุดเพลย์บอย มั่วไปหมด  ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร เจ๊งหมด ถ้าไม่ได้พวกนักการเมืองช่วยไว้นะ ป่านนี้ถังแตก หนี้สินล้นพ้น  เพลย์บอยไม่พอ เสือกเล่นการพนันอีก เคยไปมาเก๊ากะเฮียต๊ะ หมดเงินไปสิบสองล้าน  แค่สามวันนะ  เรื่องของคนนี้ถ้าจะลากไส้ เยอะมาก  ในแวดวงมีแต่ข่าวทุกวัน  อยากรู้ให้ถามเฮียต๊ะ รู้ไส้รู้พุงหมด”

แพททำปากแหย เมื่อได้ยินชื่อเฮียต๊ะ
“เฮียต๊ะเองก็ใช่ย่อย แพทไม่ค่อยอยากจะคุยด้วยเท่าไหร่ มือไม้ถึงประจำ”

อี๊ดเล่าต่อ
“ครอบครัวนี้มีลูกชายชื่อ สุดฤกษ์ ชื่อเล่นต่อ อายุน้อยกว่าอิทธิพลปีนึง เพิ่งจบจากนอกกลับมา ทำงานที่บริษัทคุณพลฤทธิ์   ลูกชายอีกคนชื่อต้นตระการ ชื่อผ่าเหล่าเลย ชื่อเล่นว่าต้น คนนี้อายุเท่ากับวิ เกิดปีเดียวกัน  ต้นยังเรียนอยู่ที่มอเกษตร  อ้อ…วินี่เรียนที่จุฬา   ลูกชายพี่ที่เรียนเกษตรก็รู้จักกับต้น นิสัยไม่เหมือนพี่ชาย ต้นนี่ออกเป็นศิลปิน พูดน้อย คิดเยอะ  ต่อนี่ออกจะเก่งสังคม คิดเก่ง พูดเก่ง”
“ต่อมา… ลูกสาวคนโตของคุณวิฑูรย์ ชื่อคุณมัณฑนา คนนี้ดังที่สุด เพราะทำงานเก่งมาก เก่งกว่าชาย เลยกลายเป็นผู้จัดการธุรกิจของตระกูล  คือตระกูลนี้ ถ้าไม่ได้ลูกสาวคนนี้  พับไปนานแล้ว ถูกพวกกลุ่มอื่นกลืนไปหมด  แพทไปเจอมาแล้วสิเมื่อวาน ?”

“อื้อ ค่ะ… ท่าทางก็น่าเป็นงั้น มาดเฉียบมาก”

“อือ ดี  ได้เจอคนดังเลยนะ เธอทำงานเก่ง คิดเร็ว คิดลึก กล้าตัดสินใจ  คุณมัณแต่งงานกับหมอ ชื่อด๊อกเตอร์ระชด ก็ถือว่ามีชื่อเสียงในสังคมไฮโซนะ หมอคนนี้ แต่ต้องถือว่าคุณมัณเธอเฉียบ เธอจีบหมอติดได้อยู่หมัด”

แพทหัวเราะหึ ๆ
“คุณมัณนี่จีบคุณหมอเหรอคะ ?”

“อือ ใช่  ใคร ๆ ก็รู้  แต่ก็ถือว่าเธอเก่งนะ เธอไม่ใช่พวกคนรวยสมองกลวงเที่ยวยั่วผู้ชาย  แต่เธอใช้ความเฉียบ ฉลาด มัดแล้วตายคาที่  เหอ ๆๆๆ  แต่คู่นี้แต่งแล้วไม่มีลูก  นี่เป็นที่มาว่า ทำไมถึงมีชื่อคุณธรรม์มาโผล่ในนี้”

“ชื่อนี้ อ่านว่า ทัน หรือ ทำคะ ?”

“อ่านว่า ทัน  มอม้ามีการันต์ ต้องอ่านว่าทัน นอหนูน่ะ ไม่ใช่ออกเสียงมอม้า”
“ค่ะ”

“แพทคิดดู ผู้ชายสองคนของตระกูลนะ คนนึงก็ซื่อ ๆ  อีกคนก็โคตรจะเหลวไหล ถ้าไม่ได้ผู้หญิงอย่างคุณมัณ ธุรกิจกงสีชิบหายหมดแล้ว”

“อ้าว… แล้วคนสุดท้องนี่ล่ะค่ะ ?”

“ลูกสาวคนสุดท้องของคุณวิฑูรย์นี่… ชื่อชูจิต นี่เป็นครูไปเลย  ออกนอกวงโคจร แล้วแต่งงานกับครูด้วยกันเองซะอีก ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวธุรกิจครอบครัวเลย จัดว่าโลว์โปรไฟล์  มีลูกสาวคนนึงชื่อว่าน ยังเล็กอยู่มั้ง น่าจะไม่ถึงสิบขวบ คุณชูจิตก็ย้ายออกไปอยู่กับสามี ไม่ได้อยู่รวมกันในบ้านไตรสรณ์”

แพทเริ่มพยักหน้า
“อือ… งั้นคุณมัณก็คงต้องลุยงานหนัก  เลยต้องไปดึงคุณธรรม์มาช่วย”

“ใช่  คุณธรรม์นี่เป็นหลานของด๊อกเตอร์ระชด จบนอก ความรู้ดี ทำงานเก่ง ตอนนั้นจะปรับปรุงกิจการ ปรับหุ้น เพิ่มทุน ก็ได้คุณธรรม์นี่แหละที่เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่เข้ามาช่วย  คุณธรรม์นี่ตอนนี้อายุประมาณสามสิบห้า ก็ถือว่ายังเด็กนะ  แต่ฝีมือถือว่ายอมรับได้  ก็คงเป็นผู้นำของรุ่นที่สาม”

“ผู้นำของรุ่นที่สาม แต่ตัวเองไม่ใช่คนนามสกุลไตรสรณ์ ?  อือ…แต่สมัยนี้ แพทว่าระดับมืออาชีพก็ต้องเข้าใจนะ ว่าเราก็ควรจะจ้างมืออาชีพมาทำงาน ถ้าคนในครอบครัวไม่เวิร์ค ก็ต้องเปิดโอกาสให้คนทำงานเป็นมาทำ”

อี๊ดเอนหลังพิงพนัก
“อือ… เรื่องนี้ตอบยากนะ  ตอนนี้ทุกอย่างยังไม่มีปัญหา  คุณธรรม์ก็ช่วยงานได้เยอะมาก แล้วก็ได้รับการยอมรับจากคนในกลุ่มบริษัทมากขึ้น  แต่ไตรสรณ์เองเค้าก็มีจ๊อด ต่อ ต้น ซึ่งเป็นหลานชายอยู่ ก็อาจจะขึ้นมาแทนได้  แต่เรื่องที่ยังไม่แน่ คือ คุณมัณจะวางคุณธรรม์ให้มอบงานต่อให้ใคร  อันนี้เดาไม่ได้”

แพทพยักหน้าคิดตาม
“ก็ใช่นะ  นี่เรายังไม่ได้พูดถึงรุ่งโรจน์นะ ซึ่งความจริงเป็นหลานคนโต”

“ใช่ ๆ  คุณมัณน่ะ เค้ารักพี่ชายคนโตมากนะ  คือ คุณวีระนี่ เป็นที่รักของน้อง ๆ ทุกคน เพราะเป็นพี่ชายที่มีแต่ให้  พี่ก็เดาไม่ถูกว่า คุณมัณอาจจะให้คุณธรรม์บริหารไปก่อน แล้วรอให้รุ่งโรจน์มารับ หรือ จะให้จ๊อดกับต่อในอนาคต  แต่ไม่มีใครมารับไม่ได้ เพราะขาดคนสานต่อ  คุณธรรม์เองรับมากกว่านี้ก็ไม่ไหว ยังไงก็ต้องมีใครมาช่วยดูต่อ”

“แล้วคุณวีระไปอยู่ไหนแล้ว ตอนนี้ ?”

__________________________________________________________________________________________

โดย วีรยาติ

กลับขึ้นด้านบน

นิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก เปิดให้จองแล้ว กดที่นี่

 

อ่านตอนต่อไป
อ่านตอนอื่น

1. สมัครสมาชิก เว๊บบอร์ดที่นี่ (หากไม่สมัครสมาชิก จะโหวต หรือ แสดงความคิดเห็นไม่ได้) และ

2. แสดงความคิดเห็น หรือ โหวต

- ชอบตัวละคร ขอเชิญโหวตได้ที่นี่

- อ่าน หรือ แสดงความคิดเห็นที่นี่

เชิญเยี่ยม Facebook หมอเถื่อน

(ให้กำลังใจโดยเข้าไป แล้วกด Like หรือ เขียนคำวิจารณ์)

Blog counters