ตอน 19

สงเคราะห์น้าจู

ฟอร์จูนเนอร์สีดำวิ่งเข้าถนนนวลจันทร์…

โชเฟอร์หนุ่มวัยเดียวกับทอม ยกข้อมือขึ้นมองนาฬิกา
“นี่ เราคงไปถึงก่อนเวลานะ ญา”

ตุ๊กตาหน้ารถ... ทอม  ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา  เธอพยักหน้า
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวญาโทรหายิ้ม”
เธอกดโทรศัพท์มือถือ
“ยิ้ม ถึงโลตัสหรือยังจ๊ะ…  เหรอ  โอเค  ดีจัง พอดีเราก็มาก่อนเวลา งั้นจะได้เข้าไปที่โลตัสเลย  ได้  ได้”
เธอบอกโชเฟอร์
“รินทร์ ไปที่โลตัสได้เลย”

“ญา แล้วเพื่อนอี๊ผมต้องเตรียมอะไรหรือเปล่า ? ดอกไม้ ธูปเทียน ?”
ทอมสั่นหัว
“ไม่ต้อง  ถ้าต้องมีอะไร เดี๋ยวยิ้มคงบอกเองแหละ  ความจริงญาเองก็ไม่รู้ ไม่เคยรบกวนยิ้มมาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกแหละ อือ”

โชเฟอร์พยักหน้า “อือ ๆ  ไม่เป็นไร ยังไงก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไร  อี๊หลินบอกว่า เพื่อนเค้าคนนี้ไม่มีที่ไปแล้ว คือ เกลียดโรงพยาบาลไปเลย  แล้วอี๊ก็เชียร์ให้มาเจอญา เชียร์มาตั้งนานแล้ว  ตั้งแต่ญาช่วยอี๊ให้หายโรคจิตนั่นน่ะ”

ทอมหัวเราะ หันมามองหน้าเพื่อน
“บ้าหรือไง รินทร์  อี๊เธอไม่ได้เป็นโรคจิต เขาแค่ติดพยาธิตัวตืด”
รินทร์สั่นหัว
“ไม่น่าเชื่อเลย พยาธินี่ทำให้มีอาการขนาดนั้นเลยเหรอ  แล้วหมอทำไมรักษาแค่นี้ไม่ได้  นี่ถ้าไม่ได้เห็นกับตานะ ผมก็คงนึกไม่ถึง”
“เห็นอะไรกับตา ?   เห็นพยาธิกับตาเลยเหรอ ? ” เธอกระเซ้า
“เปล่า ๆ  ผมหมายถึง ผมได้เห็นอี๊หลินมาหายเพราะญาแนะนำ  คือ เป็นพยานเห็น ๆ เลย  งง  ญาเก่งจัง”

“อือ ถ้าเก่งจริง ญาก็คงตรวจเพื่อนอี๊จากรูปได้แล้ว  แต่นี่ญาตรวจไม่ได้ ตรวจยังไงลูกดิ่งก็ไม่ทำงาน  แต่ญาว่ายิ้มต้องช่วยได้  ถ้ายิ้มช่วยได้จริง  ก็ถือว่าเป็นบุญของเพื่อนอี๊เอง เพราะธรรมดายิ้มนี่ ไม่ใช่เพื่อนสนิทของญา  เป็นเพื่อนมหาลัย เพิ่งมาได้เจอกันอีกเมื่อเดือนก่อน  แล้วพอญาตรวจที่รูปเค้าไม่ได้ ใจก็นึกถึงยิ้มขึ้นมา เลยลองโทรไปหา  ยิ้มก็รับปากเลย  ก็แสดงว่าท่านแม่คงช่วยได้”

“ท่านแม่คือใคร ?”
“เป็นเทวดาที่ยิ้มติดต่อ  ต้องถามยิ้มเอง  ญาเองก็รู้แค่นี้”

ฟอร์จูนเนอร์วิ่งมาถึงแยกตัดกับถนนเลียบทางด่วน  โชเฟอร์บังคับรถเลี้ยวซ้ายเข้าถนนใหญ่

“ญา  ถ้าที่เอคอนรับญา ญาจะไปทำหรือเปล่า ?”
เธอนึกถึงการสัมภาษณ์งานที่บริษัทนี้
“ให้เค้ารับก่อนเถอะ ค่อยว่ากัน  ญาอยากได้งานที่ไหนก็ได้ เร็ว ๆ  ที่ไหนรับญา ญาจะทำเลย”
รินทร์หัวเราะ
“ร้อนเงินหรือไง ?  เหอ ๆๆ”
ทอมหัวเราะ
“ร้อนเงินมันยังแก้ง่ายกว่า”

หากเธอได้งาน หาเงินเองได้ คุณพ่อน่าจะเห็นเธอเป็นผู้ใหญ่ขึ้นบ้าง

โทรศัพท์มือถือดังขึ้น  ทอมยกหน้าจอขึ้นดู  แสดงชื่อของเพื่อนปากหมา เธอกดรับสาย

“ว่าไง ? ดมกลิ่นได้เร็วจริงนะ ไอ้หมาวัด” น้ำเสียงเธอเปลี่ยนเป็นทอมบอย
“นังลักเพศ หัวแกยังอยู่เหรอวะ หา..?”  วิทย์ตอบกลับเสียงดัง
ทอมหัวเราะ “หัวไร ?”
“หายหัวไปไหนวะ ? เรียนจบแล้วไม่ใช่เหรอ หรือ มีผัวแล้ว ? เงียบห่าไปเลย”

เสียงลอดลำโพงออกมา  ทำให้โชเฟอร์ยิ้ม

“เฮ้ย พูดเบา ๆ หน่อย เสียงแกมันดังออกมาคนอื่นได้ยินหมด”
“แกอยู่กับใคร ?   ใครดูดตูดแกอยู่เหรอ ?   ทำเป็นอาย อีนี่”
“จมูกไว โทรมาทำไม ?   ยิ้มรายงานแกหรือไง ?”
“เออ”
“ไม่เลว ท่าทางคงดูดติดแล้วดิ แล้วนี่จะมาด้วยกันหรือเปล่า ?”
“ไม่อะ คืนนี้มีประชุมอีก  แม่งประชุมทั้งวัน นั่งจนหำเปียกหมด วัน ๆ ไม่ได้ทำงานเลย เอาแต่ประชุม”
“แหม ประชุมก็คืองานไม่ใช่เหรอวะ ? ”
“ อือ… ทอม เสาร์อาทิตย์หน้าแกว่างป่าววะ ? จะชวนไปหัวหิน  ชั้นได้รางวัลจากบริษัท เป็นที่พักที่หัวหิน ว่าจะชวนไอ้รุ่งไปด้วย”

ทอมนึกสักอึดใจ แล้วตอบกลับ
“ไม่แน่  ไว้อาทิตย์หน้าค่อยว่ากันอีกที”
“อือ ได้  ทอมฝากอะไรหน่อยดิ”
“หือ… ฝากอะไร ?”
“ฝากดูแลยิ้มด้วย ถ้ายิ้มจะแบบ… องค์ลง อะไรยังงี้ คือ จะมีสั่น ๆ หรืออะไรหรือเปล่าชั้นก็ไม่รู้  ไม่เคยเห็น  แต่แกก็ช่วยดู ๆ หน่อยแล้วกัน”

เพื่อนสาวหัวเราะ
“บ้าเหรอ ไอ้วิทย์  แกก็เห็นอยู่ว่ายิ้มไม่ใช่เป็นพวกคนทรง  เค้าไม่ได้ต้องอาศัยร่าง แค่ได้ยินเสียงเอง  ไม่เห็นต้องกลัวขนาดนั้น  … อือ… นี่แกชอบยิ้มจริง ๆ ใช่มั้ยเนี่ย หา ?”

“เออ” เสียงตอบกลับแบบมั่นใจ  “ชั้นว่าจะพาไปหาเตี่ยเร็ว ๆ นี้  เตี่ยต้องชอบแน่  แต่เรื่องติดต่อกับเทวดานี่ เตี่ยคงไม่เข้าใจหรอก แต่ก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องเล่าก็ได้”
“เออ… เตี่ยแกคงไม่สนใจเรื่องส่วนตัวขนาดนั้นหรอก  ดี แกจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาซะที มีที่พึ่งเป็นหลักแหล่ง”  เธอพูดแล้วหัวเราะ
วิทย์หัวเราะตาม
“เหอ ๆๆๆ   พูดยังกะกูเป็นลูกมึงแน่ะ เออ…ไม่มีอะไรแล้ว เดี๋ยวไว้คุยกันอีกทีเรื่องหัวหิน แค่นี้ก่อน”
ทอมกดตัดสาย

****************************************************************************************************

รถฟอร์จูนเนอร์จอดเทียบ เพื่อรับหมวยที่น่ารัก

ยิ้มอยู่ในเสื้อยืดคอปก กางเกงทำงานขายาว

ประตูหลังถูกปิด  รถเคลื่อนตัวออกจากโลตัส

ทอมแนะนำ ยิ้ม และ รินทร์ให้รู้จักกัน  รินทร์เป็นเพื่อนเรียนปริญญาโทนิด้าของทอม 
เธอเล่าเรื่องอาอี๊ของรินทร์ ซึ่งมีอาการป่วย หวาดระแวง วิตกจริต ไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนเป็นเวลา 4-5 เดือน  เธอได้ประเมินสุขภาพให้ด้วยลูกดิ่ง ก็พบเหตุหลักคือ มีพยาธิตัวตืด  กินเลือด แล้วขับถ่ายเป็นสารพิษหมุนเวียนในเลือด  ภายหลังจากถ่ายพยาธิแล้ว อาการก็กลับมาเป็นปกติภายใน 7 วัน

เหตุนี้ ทำให้อาอี๊ และ ตัวรินทร์เอง ศรัทธาในตัวทอมเป็นอย่างมาก  ต่อมาอาอี๊จึงแนะนำให้เพื่อนซึ่งป่วยเป็นมะเร็งลองมาขอคำแนะนำจากทอมโดยการตรวจจากรูปถ่าย ซึ่งเป็นปกติของนักเพนดูลั่มที่มีความสามารถตรวจผ่านรูปถ่าย แต่ความแม่นยำจะลดลง  แต่ทอมไม่สามารถตรวจเพื่อนอี๊ผ่านรูปถ่ายได้เลย ไม่แม้กระทั่งคำถามเดียว

****************************************************************************************************

บ้านเดี่ยวในซอย บนถนนวิภาวดี….

หลิน…. เจ้าของบ้านวัยห้าสิบปีแต่งตัวในชุดลำลอง เสื้อยืดกางเกงขาก๊วย ยืนต้อนรับอยู่หน้าตัวบ้าน

“อ้า… ญา เข้ามา  เข้ามา”
ทอมยกมือไหว้  ยิ้มยกมือไหว้ตาม
“อี๊หลินคะ  นี่ยิ้มค่ะ เพื่อนของญา”
อาอี๊ผงกหัว อ้าแขนต้อนรับ
รินทร์ยื่นถุงใส่ของให้อาอี๊
“อี๊หลิน ม๊าฝากมาให้ อะไรบ้างก็ไม่รู้ โทรคุยกับม๊าเองละกัน”
อาอี๊รับถุง แล้วผงกหัวเชิญแขกเข้าบ้าน

ยิ้มหันมาถามทอม
“ทำไมอาอี๊เรียกทอมว่าญาล่ะคะ ?”
ทอมหัวเราะ
“ก็ชื่อเราน่ะ ฐิติชญา เราไม่ได้ชื่อทอมนะ”
ยิ้มทำหน้าเหรอ มองลอดแว่น
“อ้าว”
ทอมยิ้ม
“ทอม น่ะเป็นชื่อที่เพื่อนที่หอการค้าเรียก เพราะไอ้รุ่งเป็นคนตั้งให้ แต่คนข้างนอกเราจะให้เรียกว่าญา  ใครจะบ้าให้คนอื่นเรียกว่าทอม เสียหมด”
ยิ้มหัวเราะคิกคัก

ที่ห้องรับแขก  สาวกลางคนรูปร่างสันทัดวัยเดียวกับอาอี๊นั่งรออยู่ เธอมีผมสั้นเต่อเกือบติดหนังหัว หน้าตาเหมือนจะเป็นรุ่นพี่อาอี๊มากกว่าเป็นรุ่นเดียวกัน  เพราะฤทธิ์ของโรคร้ายทำให้เธอดูแก่กว่าวัย

อาอี๊แนะนำเพื่อนให้ทุกคนรู้จัก
“นี่ น้าจู”
ทุกคนยกมือไหว้ แล้วแนะนำตัวเอง 

อี๊หลินเดินเลี่ยงเข้าไปในครัวเพื่อหยิบน้ำมาบริการ  รินทร์เดินเข้าไปช่วย
“อี๊ ๆ  นี่เพื่อนอี๊เหรอ หรือว่ารุ่นพี่ ?”
อาอี๊ยกมือตีแขนหลาน
“เพื่อนสิ รุ่นเดียวกัน อย่าพูดต่อหน้าเค้านะ  ก็คนป่วย เธอจะให้สดชื่นได้ยังไง  อายุอาจูน้อยกว่าอี๊อีก”

รินทร์ถอนหายใจ
“โห…  คนเป็นมะเร็งนี่โทรมเห็น ๆ เลยนะ”

****************************************************************************************************

สิบนาทีต่อมา  ทุกคนพร้อม

รินทร์ขอตัว แยกไปดูโทรทัศน์อีกห้อง เพราะเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว หากเขาอยู่ด้วยคงไม่เป็นการสมควร

หลินนั่งข้าง ๆ เพื่อน  ทอมนั่งเก้าอี้ถัดมาทางด้านขวา  ส่วนยิ้มนั่งตรงข้ามกับคนป่วย
ทอมหยิบลูกดิ่งมาจากถุง  เธอขอมือข้างซ้ายของคนป่วย

น้าจูมองที่หินลูกดิ่ง เธอได้รู้เรื่องลูกดิ่งนี้จากเพื่อนเธอมานานพอสมควรแล้ว แต่ไม่เคยเห็นหน้าตาจริง ๆ ของลูกดิ่งซักที  ตอนนี้เธอจ้องมันอย่างสนใจ
ลูกดิ่งลอยเหนือฝ่ามือน้าจู  แต่นิ่ง ไม่มีปฏิกิริยา

ทอมสั่นหัว หันมาทางยิ้ม
“เราตรวจไม่ได้จริง ๆ แหละ  ตรวจผ่านรูปไม่ได้  ตรวจกับมือก็ยังไม่ได้”

ยิ้มพยักหน้ารับรู้

ทอมเก็บลูกดิ่งลงในถุง

ยิ้มนั่งมองหน้าผู้ป่วยซักพัก
“น้าจูคะ น้าจูเคยทำแท้งมาก่อนหรือเปล่า ?”
คนป่วยสั่นหัว
“ไม่เคยนะ ไม่เคยทำแท้ง แท้งเองก็ไม่เคย”

อาอี๊สั่นหัว ยืนยันด้วย เพราะเธอรู้จักเพื่อนรักคนนี้ดี ไม่มีประวัติเคยยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายมาก่อน

ยิ้มพยักหน้ารับรู้
“แล้ว เคยให้เงินคนอื่นไปทำแท๊ง มีหรือเปล่าคะ ?”
น้าจูสั่นหัวทันที
“ไม่มี เรื่องอะไรจะให้เงินคนอื่นไปทำแท๊ง บาปจะตาย ไม่เคยค่ะ”

ยิ้มถามต่อ
“แล้วน้าจูเคยให้เงินคนอื่นยืมแล้วเค้าไม่ได้บอกว่าจะยืมไปทำอะไรเคยหรือเปล่าคะ ?”

หลินหันมาจับแขนเพื่อน
“เออ  เธอลองคิดให้ดีนะ คนมายืมเงิน บางทีเค้าก็ไม่บอกว่ายืมไปทำอะไร”
น้าจู ไม่ต้องใช้เวลานึกนาน  เธอพยักหน้า
“อือ มี  มีคนขอเงิน น้าก็ให้ไป แต่เค้าก็ไม่ได้บอกว่าจะใช้เงินไปทำอะไร”

เธอนึกถึงเหตุการณ์นั้นได้ แล้วเริ่มปะติดปะต่อ  เธอพูดขึ้น
“น่าจะเป็นไปได้นะ”

หลินถอนหายใจ
“น่านไง มันเป็นไปได้นะ เรื่องแบบนี้ เราให้เงินคนอื่น เราจะไปรู้เหรอว่าเขาจะไปทำอะไร เนอะ”

หันมาพยักหน้ากับทอม
ทอมพยักหน้าตาม

น้าจูพยักหน้าอีกครั้ง เธอมั่นใจต้องเป็นหลานสาวเธอแน่ ๆ
“เป็นไปได้ แล้วต้องทำยังไงล่ะ หน ?ู”

ยิ้มพูดต่อ
“การที่น้าจูไปยุ่งเกี่ยวกับการทำแท๊ง มันเป็นเหตุให้มดลูกของน้าจูมีปัญหา หากไม่แก้ที่จุดนี้ก่อน รักษาไปก็จะไม่หาย  น้าจูจะแก้ปัญหานี้ก่อนได้มั้ยคะ ?”

“ได้สิ แก้ยังไง ว่ามาเลย ยังไงก็ดีกว่ากลับไปรักษาที่โรงพยาบาล น้าเข็ดแล้ว ถ้าต้องไปฉายแสงอีก น้าขอตายดีกว่า”
เธอนึกถึงสภาพตัวเองที่ต้องรับผลข้างเคียงจากการฉายรังสี  แทบจะไม่เหลือร่องรอยของสาวสวยเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว

“น้าจูเตรียมกระดาษมาจดดีกว่านะคะ”
อี๊หลินอาสาไปหยิบกระดาษกับปากกามา 

ยิ้มสื่อสารกับท่านแม่ด้วยจิต แล้วค่อย ๆ บอกวิธีแก้
“ให้น้าจูทำสังฆทานเก้าวัด ด้วยเครื่องสังฆทานอะไรก็ได้แล้วแต่สะดวก แต่ต้องมียาถวายไปด้วย ยาอะไรก็ได้…”
อาอี๊ถามขึ้น “งั้นก็เป็นชุดสังฆทานยา ที่มีขายในห้าง ก็ได้ใช่มั้ย ?”
“ได้ค่ะ…  แล้วก็ใส่บาตรเป็นประจำด้วยข้าวของอาหารอะไรก็ได้ตามสะดวก…”

อาอี๊จดตาม พร้อมทวนคำ

“ทุกครั้งที่ทำสังฆทาน เวลากรวดน้ำ ขอให้ตั้งจิต อุทิศให้กับเด็กในท้องแต่ผู้เดียวเท่านั้นนะคะ ขอให้เขารับส่วนกุศล แล้วปลดปล่อยให้น้าจูมีหนทางการรักษาให้หาย  แล้วตอนใส่บาตรเสร็จทุกครั้ง ก็ขอให้กรวดน้ำ ตั้งจิตเหมือนกัน  จดทันมั้ยคะ ?”

คนจดพยักหน้า

ยิ้มพูดต่อ
“ต่อมา ขอให้แบ่งเงินไปทำบุญที่โบสถ์คริสต์  ที่ไหนก็ได้ เป็นเงินเท่าไหร่ก็ได้ แต่ขอให้ลงท้ายด้วยเจ็ด  เช่นหนึ่งร้อยเจ็ดบาท”

ทอมเอียงคอถาม
“ทำไมต้องโบสถ์คริสต์ด้วยล่ะ ?”

“เด็กคนนี้ ถ้าเกิดมา จะนับถือศาสนาคริสต์  เธอผูกพันกับศาสนาคริสต์มาก่อน”

น้าจูยกมือขึ้นทาบอก เขย่าแขนเพื่อน หลินหันมามองหน้า  เธอรู้ทันทีว่าต้นเหตุคือใคร

“จู… อะไร ใช่จริง ๆ เหรอ ? ใช่เหมี่ยวเหรอ ?   จริงเหรอจู ? ”

เพื่อนพยักหน้า
“ฟังแล้วขนลุกเลย เธอ  เหมี่ยวนับถือคริสต์  ใช่”

อาอี๊สั่นหัว จุ๊ปาก
“จุ๊ ๆ… ว้า  ยัยเหมี่ยว  ตาย ตาย  นี่เป็นยัยเหมี่ยวเหรอ  โธ่  อุ้มมาตั้งแต่เด็ก  ทำไมล่ะ ? ทำไม ?  มันไปยุ่งกะใครหา ?  ไม่น่าเลย  ตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้ว ? ยี่สิบแล้วสิ”

น้าจูพยักหน้า “อือ ยี่สิบเอ็ดปีนี้ ยังเรียนมหาลัยอยู่”
“แล้วนี่แม่เค้ารู้หรือเปล่านี่  ตาย ตาย  เด็กสมัยนี้  เฮ้อ…” อาอี๊ถอนหายใจ  เธอนึกถึงหลานรักของเพื่อน  สมัยก่อน จูเคยพาหลานสาวชื่อเหมี่ยวมาเที่ยวที่บ้าน  เป็นเด็กน้อยน่ารัก เรียบร้อย ภาพใบหน้าใส ๆ ของเหมี่ยวยังติดตาเธออยู่

ทอมนั่งฟัง  เธอมีมารยาทพอที่จะไม่ถามเรื่องราวใด ๆ ให้ลึกไปกว่านั้น 

น้าจูหันมาพูดกับยิ้ม
“ขนลุกจริง ๆ นะ หนู  ยิ่งพอหนูพูดถึงเรื่องเด็กเกิดมาต้องนับถือคริสต์ ก็เลยยิ่งมั่นใจว่าเป็นหลานสาวคนนี้แน่ ๆ  เพราะสองปีที่แล้วมาขอเงิน แล้วท่าทางเหม่อ ๆ ลอย ๆ เหมือนกับมีปัญหา  น้าก็ให้ไป แต่ไม่ได้ถามว่าไปทำอะไร  แต่หลังจากนั้น เค้าก็เอาเงินมาคืนนะ”

ยิ้มพยักหน้ารับฟัง
“เหรอคะ  ผู้หญิงคนนี้ ตอนนั้น ถ้าน้าจูไม่ให้เงินเค้า  เด็กอาจจะรอด ได้เกิด เพราะฝ่ายผู้ชายจะมีการตกลงกันได้ ภายหลัง”

น้าจูสั่นหัว
“โถ่  นึกไม่ถึง  ฝ่ายผู้ชาย ก็ไม่ต้องเดาเลยว่าใคร”  เธอหันหน้ามาทางเพื่อน “ก็ไอ้สุดฤทธิ์สุดเดชที่ชั้นเคยเล่าให้เธอฟังไง หลิน  เห็นหน้ามันก็แทบจะทนไม่ไหว เอาปืนมายิง”

อาอี๊สำทับ
“ไอ้พวกลูกคนรวย ทำไมระยำอย่างนี้วะ  แฉแม่งกับหนังสือพิมพ์ซะเลย ตระกูลดังซะด้วย อย่างงี้นักข่าวชอบนัก  ไอ้ห่า…”  อาอี๊พูดด้วยอารมณ์ แล้วหันมาทางสองสาว  “ขอโทษนะ ไอ้คนรวยระยำอย่างนี้ ต้องด่า  มันชื่ออะไร สุดฤทธิ์ หรือ สุดอะไรนะ ?”

“สุดฤกษ์” น้าจูตอบ
“อือ…สุดฤกษ์ ไตรสรณ์ ใช่มั้ย ? มึงมาทำหลานกู กูจะเอาให้มึงหมดฤกษ์”

ทอมหันขวับมามองหน้าอี๊หลิน
คำว่า ‘ไตรสรณ์’ สะดุดหูเธอแน่นอน

น้าจูหัวเราะเพื่อน ยื่นมือไปแตะแขน
“หลิน พอเถอะ นี่ชั้นมารักษาตัวชั้นเอง  อย่าไปหาเรื่องชาวบ้านเลย  เรื่องมันผ่านไปแล้ว”

ยิ้มพูดต่อ
“ถ้างั้น น้าจูตกลงที่จะทำตามนี้ใช่มั้ยคะ ?”
น้าจูพยักหน้า  เธอเริ่มศรัทธามากยิ่งขึ้นเมื่อยิ้มทักเรื่องหลานสาวได้ตรง
“ได้จ๊ะ น้าทำได้ เรื่องไม่ยากเลย”
“ค่ะ ถ้าน้ารับปาก ก็ผ่านขั้นตอนนี้  เพราะตอนนี้ วิญญาณเด็กคนนั้นก็มาอยู่ที่นี่ เพื่อฟังว่าน้าจูจะตกลงในสิ่งที่เขาขอหรือไม่”

น้าจูพยักหน้าซ้ำ  อี๊หลินทำตาโต
“เหรอ วิญญาณมาอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ ? ”
ยิ้มพยักหน้า
“ค่ะ พอเค้ารู้ว่ายิ้มจะมา เค้าก็มารอค่ะ เพื่อจะได้เจรจาต่อรอง ถ้ายอมความกันได้เรื่องทุกอย่างก็จะเบาลง  จากวันนี้ไปหนึ่งเดือน อาการของน้าจูจะเริ่มมีสัญญาณว่าดีขึ้น  แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสิ่งที่น้าจูรับปากด้วยนะคะ  แล้วอีกอย่างนึง คือ ถ้าน้าจูนั่งสมาธิได้ อุทิศส่วนกุศลให้เค้าด้วย ก็จะเร็วขึ้น”

น้าจูพยักหน้า “ได้ ได้ นั่งสมาธิ ได้”

ยิ้มหันมาหาทอม  ทอมกำลังขมวดคิ้วนึกถึงคนในตระกูลไตรสรณ์
“ทอม ลองตรวจให้น้าจูใหม่สิ”
ทอมพยักหน้า “ได้เหรอ ? จะให้ลองใหม่เหรอ ?”  
เธอหยิบลูกดิ่งออกมาจากถุง  แล้วขอมือน้าจู เริ่มตรวจ

เพียงไม่กี่วินาที  ลูกดิ่งเริ่มขยับ ทำงานตามคำถามที่เธอตั้ง  เธอยิ้ม พยักหน้ากับตัวเอง  คำถามเป็นชุด ๆ  ถูกสื่อสารไปหาลูกดิ่ง  ได้รับคำตอบในเวลาอันรวดเร็วเช่นที่เธอเคยทำได้
 
ทอมเงยหน้าขึ้นมาทางอี๊หลิน
“อี๊หลินคะ  จดนะคะ….  น้ำต้มเห็ดสามอย่าง ทานแทนน้ำเปล่า วันละหนึ่งลิตร  เพื่อไปล้างเซลมะเร็ง  ทานขมิ้นชันสี่แคปซูลทุก ๆ สองชั่วโมง ถ้าลืมก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องไปทานชดเชยนะคะ  แต่ช่วงบ่ายสามถึงห้าโมงเย็น ให้ทานสิบแคปซูล อันนี้จะช่วยเรื่องระบบเพศ  น้าจูทำน้ำกระชายปั่นได้มั้ยคะ ?”

อี๊หลินออกความเห็น
“บอกมาก่อนแล้วกันนะญา  ว่ามีสูตรไหนแทนสูตรไหน  จะได้เลือกได้”

ทอมพยักหน้า
“ถ้ามีเงินพอซื้อมุกสกัด ให้ทานมุกสกัดตอนช่วงบ่ายสามถึงห้าโมงเย็นสองเม็ด   มุกสกัดจะไปเพิ่มเอสโตรเจนให้เร็วที่สุด เพราะน้าจูขาดเอสโตรเจนมาก  มีสูตรแทนได้คือ น้ำกระชายปั่นผสมใบบัวบก แล้วก็ผสมมะม่วงสุกปั่น ทานสองสามแก้วในระหว่างเวลานี้  น้ำกระชายจะไปช่วยบำรุงมดลูก  มะม่วงสุกปั่นจะไปเพิ่มเอสโตรเจน  ทั้งหมดนี้ ให้ทำไปก่อนหนึ่งเดือน แล้วหลังจากนั้น ค่อยมาตรวจใหม่”

****************************************************************************************************

ฟอร์จูนเนอร์สีดำ มุ่งหน้าไปยังเซ็นทรัลลาดพร้าว

โชเฟอร์มองกระจกหลัง
“ยิ้ม ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยน้าจู  อย่างนี้ต้องถือว่ามีบุญร่วมกันมาหรือเปล่า ?”

สาวนั่งหลังส่งรอยยิ้มให้ผ่านกระจกมองหลัง
“ค่ะ ก็น่าจะเป็นงั้น  คงต้องมีบุญร่วมกันมา  แต่ยิ้มไม่รู้หรอกค่ะ ยกเว้นบางรายที่ท่านบอกว่าเคยผูกพันเป็นอะไรกันมาก่อน  ส่วนทั่ว ๆ ไป ท่านก็ไม่ได้บอกหรอกค่ะ  แต่ถ้าช่วยใครได้ ก็ต้องช่วยอยู่แล้ว”

“อือ… ผมก็เริ่มจะสนใจเรื่องพวกนี้  แต่ก่อนไม่เคยเจอ ไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้ พวกเวรกรรมอะไรเนี่ย แต่วันนี้ ต้องถือว่าเจอกับตัวเองอีกเคสแล้ว  เฮอะ ๆๆ”

รินทร์หันไปหาเพื่อน
“ญา  สอนวิชาลูกดิ่งให้หน่อยได้ป่าว ?”

ทอมมองหน้า
“อึ๊… จะเรียนไปทำไม  สนใจเหรอ ?”
“อ้าว ก็บอกอยู่นี่แล้ว”
ทอมสั่นหัว
“ไม่เอา สอนไม่เป็น  ไปเรียนกับอาจารย์เถอะ  เราเองก็ไม่รู้จะได้ใช้ลูกดิ่งอีกนานแค่ไหน  ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ”

เพื่อนเลิกคิ้ว
“อะไรนะ หลบ ๆ ซ่อน ๆ ?”

“เปล่า ไม่มีอะไร พูดเล่นน่ะ”

ใบหน้าคุณพ่อปรากฏในใจของทอมทันที  ความหงุดหงิดแล่นเข้ามาแทนที่  เธอถอนหายใจยาว ๆ แล้วปล่อยให้สายตาพักผ่อนไปกับทัศนียภาพข้างทาง

****************************************************************************************************
 
ฟอร์จูนเนอร์ส่งทอม และ ยิ้มลงที่ตึกเอสพลานาด รัชดา ฯ

สองสาวเดินเข้ามาในตัวตึก
“ทอม มีเรื่องอะไรจะเตือนนะ ถือว่าเป็นการแนะนำจากท่านแม่ ทอมคงไม่ว่าอะไรนะคะ”
ทอมหันมา หยุดเดิน ทำสีหน้าจริงจัง
“หือ…  ได้สิ ได้  บอกมาเลยจ๊ะ”
“ถ้าทอมคิดว่าวิชาลูกดิ่งนี้ เป็นวิชาที่มีค่า แล้วก็มีครู  ยิ้มหมายถึง คงต้องมีเทวดาช่วย อย่างน้องก็เทวดาประจำตัวทอมน่ะ… น่าจะมี ?”
ทอมพยักหน้า
“ใช่ ๆ  ต้องอาศัยเทวดา”
“อือ…  ถ้างั้น เราก็ไม่ควรไปตรวจใครถึงที่ แต่เขาต้องมาหาเราแทน  เราควรจะบอกคนที่สนใจให้มาหาเรา  เป็นการทดสอบศรัทธาก่อนนะ  ถ้าเขาไม่สะดวก แสดงว่าเวลาเขายังไม่ถึงนะคะ  เขายังไม่พร้อม  แต่ถ้าเราไปบริการเขาถึงที่บ้านนี่  ความมีค่าของเราก็หมดไป”
ทอมคิดตาม  แล้วพยักหน้า
“อือ  เราลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย”

“ทอมรู้มั้ยคะ ว่าทำไมลูกดิ่งของทอมไม่ทำงานตอนตรวจให้น้าจูตั้งแต่แรก ?”

“เพราะน้าจูติดเจ้ากรรมนายเวร”

“ไม่ใช่นะ นั่นเป็นเรื่องนึง  แต่อีกเรื่องนึงคือ วันที่ทอมตรวจผ่านรูปให้น่ะ ทอมตรวจให้ที่ไหน สถานที่ของใคร ?”

“บ้านรินทร์  ทอมไปหารินทร์ที่บ้าน”

“นั่นคือเหตุผลนะคะ ทอม  ถ้าทอมให้รินทร์มาหาทอมที่บ้านเอง ลูกดิ่งก็จะใช้ได้  เทวดาของทอมน่ะ ท่านเป็นพรหมเลยนะ  องค์นี้ท่านถือตัวพอสมควร ที่ยิ้มมาวันนี้ ก็จะมาเตือนทอมเรื่องนี้  วันนี้ท่านแม่ได้เจรจากับเทวดาของทอม จึงทำให้ทอมตรวจน้าจูได้  แต่เทวดาของทอม ก็บอกท่านแม่ว่า ให้เตือนทอมเรื่องนี้ด้วย ถ้าเคารพศรัทธาในท่าน  ทอมก็ต้องไม่ไปเที่ยวเสนอตรวจให้ใคร ๆ ถึงบ้านเขานะ  แต่ถ้าเขาเห็นค่า ให้เขามาหาเราในที่ของเรา  ไม่งั้นต่อไป ท่านก็จะไม่ช่วยทอมแล้วนะคะ”

ทอมทำตาโต
“โห… ยิ้ม ขอบคุณมาก  ขอบคุณมาก  ขอบคุณท่านแม่ด้วย  นี่ถ้าไม่บอกเรานะ เราคงไม่มีทางรู้  อือ… เราไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยนะ ยิ้ม  ความจริงเที่ยวเร่ไปตรวจใครต่อใคร มันก็ไม่ใช่เรื่องเนอะ”

เพื่อนส่งยิ้มให้แทนคำตอบ

ทอมจับแขนยิ้ม
“เดี๋ยววันนี้ทอมไปส่งยิ้มที่บ้านนะ”
เธอเดินฉุดแขนยิ้มเบา ๆ ให้เดินตาม อีกมือกดโทรศัพท์หาเพื่อนปากหมา

“ว่าไงทอม ?   เสร็จแล้วเหรอ  หำกูแม่งเน่าแน่  แกมียาแก้หำเน่าปล่าววะ ?   แม่งประชุมยังไม่เสร็จเลย  โคตรพ่อโคตรแม่….”
“เฮ่ย….  หุบปากก่อน  รับสายปั๊บก็ด่าเลย ไอ้ห่านี่  วิทย์ถามอะไรแกหน่อยดิ”
“ถามไร ? ว่ามา”
“แกรู้จักญาติไอ้รุ่งบ้านนั้นป่าว ?   ใครวะชื่อสุดฤกษ์ ?”
“บ้านไหน  บ้านคุณย่าเหรอ ?”
“อือ… แกรู้จักป่าว ?”

“สุดเลอะ ?”

“เลอะเตี่ยแกอะดิ  สุดฤกษ์เว้ย”
“อือ อีห่า เล่นเตี่ยกูเลยเหรอ… เดี๋ยว ระดับนี้แล้ว  รอแป๊บ  พอดีอยู่หน้าคอม”
“ทำอะไรกะคอมวะ ?”
“ไอ้พวกชื่อคนตระกูลดัง ๆ น่ะ  แกคีย์ชื่อในกูเกิ้ล มันก็ขึ้นมาเพียบ   น่านไง  โห… มีรูปด้วย   สุดฤกษ์ ไตรสรณ์…. คนไหนวะ ?   ที่สองจากซ้าย   เฮ่ย… ชั้นเห็นรูปโคตรของไอ้รุ่งเลยว่ะ  มีครบโคตรเลย   เอ…ไอ้นี่มัน”

“ใช่จ๊อดรึเปล่า ?”
“ไม่ใช่  จ๊อดชื่ออิทธิพล”
“อือ  แกรู้ดีนี่หว่า”

วิทย์ใช้คำสั่งขยายรูปบนหน้าจอให้ใหญ่ขึ้น

“เห็นหน้าชัด ๆ แระ….  สุดฤกษ์  อ้อ…  นี่มัน จำได้แล้ว  ลูกพี่ลูกน้องจ๊อด  ชื่อ ต่อ

__________________________________________________________________________________________

โดย วีรยาติ

กลับขึ้นด้านบน

นิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก เปิดให้จองแล้ว กดที่นี่

 

อ่านตอนต่อไป
อ่านตอนอื่น

1. สมัครสมาชิก เว๊บบอร์ดที่นี่ (หากไม่สมัครสมาชิก จะโหวต หรือ แสดงความคิดเห็นไม่ได้) และ

2. แสดงความคิดเห็น หรือ โหวต

- ชอบตัวละคร ขอเชิญโหวตได้ที่นี่

- อ่าน หรือ แสดงความคิดเห็นที่นี่

เชิญเยี่ยม Facebook หมอเถื่อน

(ให้กำลังใจโดยเข้าไป แล้วกด Like หรือ เขียนคำวิจารณ์)

Free counter