![]() |
| ||||||
|
| |||||||
รถโตโยต้าไฮลักซ์ จอดหน้าบ้านเดี่ยว อาฟ่งหันมาถามพี่ชายด้วยภาษาจีนกลาง “พี่ใหญ่ พี่จำได้แน่เหรอว่าใช่บ้านนี้ ?” แอนดี้พยักหน้า เขามีสีหน้าซีดเซียว ขอบตาเป็นสีเขียวคล้ำ “สิงห์ต้าลู่… ความจำดีมากนะ”เธอพูดแล้วยิ้ม ทุกครั้งที่อาฟ่งมองหน้าพี่ชาย เธอแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ในความทรงจำของเธอ ไม่เคยมีภาพพี่ชายที่กำลังอ่อนแอ เหนื่อยหน่าย หรือ ทรุดโทรม ให้เธอได้บันทึกไว้ในสมองแม้แต่เพียงครั้งเดียว… ไม่เคยมี แต่ขณะนี้ ภาพที่เธอได้เห็นอยู่ตอนนี้ ทำให้จิตใจเธอห่อเหี่ยวเกินอธิบาย แอนดี้เดินนำเข้าไปในบ้าน อาฟ่งเดินตาม เธอสังเกตุเห็นรูปร่างของพี่ชายดูซูบผอมไปกว่าเมื่อวานนี้ สาววัยเดียวกับแอนดี้ ผมยาว ผิวคล้ำ ใส่ชุดขาว เดินลงมาจากบันไดชั้นบน แอนดี้ยกมือขึ้นไหว้ แอนดี้ พูดภาษาจีนกลางกับอาฟ่ง เธอหันไปมองโซฟารับแขก แล้วพยักหน้า อาฟ่งทรุดตัวลงนั่งที่โซฟารับแขก แอนดี้ค่อย ๆ เดินเข้าไปในห้อง เธอสังเกตุพี่ชายก้าวอย่างช้า ๆ มือจับขอบประตูเพื่อประคองกาย แว่บหนึ่งของภาพนี้ ทำให้กำลงใจของเธอตกวูบ พี่ชายคือที่พึ่งพิงที่แข็งแกร่งและมั่นคงที่สุดของเธอมาตลอด นงเดินลงมาจากบันได เธอส่งยิ้มให้อาฟ่ง แล้วเดินเข้าห้อง ปิดประตู แอนดี้นั่งอยู่บนพื้นห้อง หายใจดังฟืดฟาด แอนดี้ยิ้ม รับฟัง เขาจรดธูปที่หน้าผาก ครั้งนี้เขาอธิษฐาน ครั้งสุดท้ายที่เขาเคยอธิษฐานขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็นตัวตน ให้ช่วยเหลือเกื้อกูล… นั่นเป็นเวลาสิบกว่าปีได้แล้ว หลังจากนั้น เขาไม่เคยพึ่งพา ไม่เคยศรัทธาในสิ่งอื่นใดนอกจากตัวเอง แอนดี้คลานนำธูปไปปักไว้นอกประตูหลัง แล้วคลานกลับมา สาวร่างทรง เริ่มพนมมือ นั่งหลับตา สักพัก จึงเริ่มเจรจา “ผมอยากรู้เรื่องคนที่ตายไปแล้ว ท่านช่วยได้หรือไม่ครับ ?” “เหตุใดท่านจึงต้องการรู้เรื่องคนที่อยู่คนละภพกับท่าน ? การรู้เรื่องของเขา จะช่วยท่านได้อย่างไร ?” แอนดี้นิ่งเงียบ ไม่ตอบคำถาม ร่างก็เงียบไป รอฟังคำตอบ ความเงียบงัน ทำให้แอนดี้เริ่มเปลี่ยนความคิด หากเขาไม่พูดในสิ่งที่ต้องการ เท่ากับเสียเวลาการเดินทางมาที่นี่ “ผมมีเรื่องติดในใจ แต่คิดว่าท่านน่าจะรู้ดีที่สุด เพราะ คนที่ตายไปแล้วเป็นลูกศิษย์ท่าน ผมอยากจะรู้ว่า ทำไมเขาต้องตายแทนผม” ร่างพยักหน้าช้า ๆ แอนดี้ขมวดคิ้ว ร่างยิ้ม แอนดี้พอเข้าใจในความหมาย เขาไม่ได้ตอบอะไร ร่างพูดต่อ แอนดี้พยักหน้า แอนดี้พยักหน้า ร่างทรงยิ้ม เขารับฟัง ความร้อนวิ่งขึ้นที่ใบหน้า อาการอิดโรยเริ่มทวีความรุนแรง แอนดี้ต้องเอามือทั้งสองยันพื้นไว้เพื่อประคองกาย ร่างทรงยกนิ้วชี้ขึ้น ความเหนื่อยล้าอ่อนแรง ทำให้แอนดี้ไม่มีจิตใจที่จะโต้เถียง เพียงแค่คำว่า ‘บริวาร’ คำเดียว ใบหน้าของอาฟ่ง ก็ปรากฏในจิตทันที “มีคำถามอื่น ขอถามครับ” “คำตอบนี้ จำเป็นสำหรับท่านมากนักรึ ?” แอนดี้พยักหน้า เขาจำคำนี้ได้ “คำกล่าวนั่น เรามิได้มีเจตนากล่าวกับท่าน แต่เรากล่าวกับเจ้ากรรมนายเวรของเพื่อนท่าน เพื่อให้เขาเปิดโอกาสให้เพื่อนท่าน ถามคำถาม แต่เจ้ากรรมนายเวรเหล่านั้น ไม่ยอมเปิดทาง ปิดความนึกคิดของเพื่อนท่านไว้หมด เขาจึงมิได้นึกถึงคำถามใด ๆ ที่ถามเพื่อตัวเขาเองเลย หากเจ้ากรรมนายเวร เปิดโอกาสให้เขาถาม เราก็จะช่วยแก้ไข เจรจากับเจ้ากรรมนายเวร เพื่อต่อรองหาวิธีอื่นชดใช้ เพื่อรักษาชีวิต” น้ำตาเริ่มไหลออกมาล้นขอบตา แอนดี้ขยับตัวหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกง ออกมาซับน้ำตา ถึงแม้ร่างกาย และ จิตใจจะอ่อนแอกว่าปกติมากนัก แต่ปัญญาก็ยังหลงเหลืออยู่พอที่จะตั้งคำถามที่สำคัญที่สุด แอนดี้ยังนิ่งเงียบ ถ้าเขาอยากรู้เรื่องอะไร เขาต้องรู้ให้ได้ในเวลาเร็วที่สุด ยิ่งคิดอาการเจ็บแปล๊บก็วิ่งขึ้นมาที่หน้าอก “หากท่านยังมิได้รับการเยียวยา ณ ตอนนี้ ท่านจะทรุดหนักลงอีก ขอให้ท่านตัดสินใจเลือกเองว่าจะทำการอย่างไร แต่ด้วยพลังของท่าน ณ ตอนนี้ ไม่เหมาะที่ท่านจะสนทนากับเราต่อไป เพราะหัวใจท่านกำลังจะขาดเลือด หากท่านสนทนาต่อ ก็เป็นอันตรายกับชีวิตท่าน” แอนดี้รู้สึกว่าอากาศในห้องร้อนอบอ้าว เขารู้สึกเหมือนกำลังจะเป็นลม เขาทำตามทุกอย่าง ลมหายใจของเขาร้อนที่ปลายจมูก ร่างทรงยังนั่งหลับตาอยู่กับที่ “ขอให้ท่านกางขาทั้งสองข้างออกจากกัน” “ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง ตอนนี้ ?” “เช่นนั้น ขอให้ท่านนึกถึงอดีต ณ สถานที่แดนไกล ท่านเคยละเมิดสัตว์ชนิดหนึ่ง ขอให้ท่านนึกว่าเป็นสัตว์ชนิดใด ขอให้ท่านหลับตา มิต้องลืมตา” เมื่อแอนดี้ระลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ ภาพนั้นกลับติดตาเหมือนกับเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ “ตอนนี้ ท่านคงรู้แล้วว่า การหายใจขัดนั้น มีอาการเป็นอย่างไร ?” เขาเพิ่งเข้าใจว่านี่คือผลที่ตอบสนองจากที่เขาได้ทำกับหนูตัวนั้น มันคือความจริงหรือ ที่เหตุการณ์นั้นเป็นต้นเหตุให้เขาต้องรับสภาพแบบนี้ ? ร่างพูดต่อ “ไม่ทราบเหมือนกันครับ รู้แต่ว่า ไม่อยากอาหาร พอทานเข้าไปอาหารก็ไม่ย่อย เจ็บหน้าอกมาก แล้วก็หายใจไม่ออก” แอนดี้เห็นภาพตามที่ร่างทรงบอก ภาพหนูที่หายใจรวยรินในถังขยะ มันไม่ต่างกับอาการที่เขาเป็นอยู่ ณ ขณะนี้ “ท่านมีสิ่งใด จะกล่าวกับหนูตัวนั้นหรือไม่ ?” ความสำนึกผิด แล่นเข้ามาในจิตอย่างฉับพลันโดยไม่มีแรงต้าน จิตใจของเขาอ่อน และไร้พลังเกินกว่าจะคิดถึงเหตุผล และ ความเป็นไปได้ ไม่มีความคิดอื่นใดในจิตอีก นอกจากการสำนึกผิดที่ได้ทำลงไป “ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว” เสียงนี้ออกมาจากปากของแอนดี้ ในขณะที่เขาหลับตา นอนแผ่ร่างที่แทบจะไร้กำลัง “หนูตัวนั้นพยามหายใจเพื่อเอาชีวิตรอดต่อไป เหมือนกับที่ท่านพยามมีชีวิตอยู่ต่อ ท่านคงเข้าใจดีแล้วว่า ความทุกข์ทรมานนั้นเป็นอย่างไร ท่านยินดีชดใช้สิ่งที่ท่านได้ทำไปหรือไม่ ?” “ยินดีครับ” “เช่นนั้น จงตั้งใจฟัง ขอให้ท่านใส่บาตรพระด้วยข้าวสาร อาหาร ตามแต่ท่านเห็นสมควร ใส่เป็นจำนวนกี่องค์ก็ได้ แต่ภายในหนึ่งสัปดาห์ ท่านต้องใส่บาตรไม่น้อยกว่าห้าวัน เมื่อใส่บาตรแล้ว ตั้งจิตอุทิศส่วนกุศลให้เฉพาะหนูตัวนั้น เมื่อครบหนึ่งสัปดาห์ ขอให้ท่านกลับมารับสูตรยารักษาที่นี่ ท่านทำได้หรือไม่ ?” “ได้ครับ” “ขณะนี้ อาการของท่าน เบาขึ้นรึยัง ?” “เบาขึ้นบ้างครับ เริ่มหายใจได้ดีขึ้น” “ท่านจำเป็นต้องอดทน ระหว่างกำลังเยียวยาแก้ไข เราต้องการให้ท่านมีกำลังใจเป็นสำคัญ สิ่งที่ท่านกำลังประสบนี้ มิใช่เล็กน้อย แต่ขอให้มั่นใจว่า ท่านจะผ่านพ้นมันไปได้ ขอให้ท่านนึกถึงบริวารของท่าน ที่กำลังรอท่านอยู่ ในอนาคต หากท่านลุล่วงเคราะห์ครั้งนี้ไป ท่านจะเป็นคนใหม่ กลับไปเป็นที่พึ่งของบริวารที่แข็งแกร่งกว่าเดิม และ มีบริวารเพิ่มอีกนับไม่ถ้วน แต่ขอให้ท่านตั้งจิต มีสมาธิ มีกำลังใจในการเยียวยาตัวเอง ท่านเข้าใจหรือไม่ ?” แอนดี้พยักหน้า “เพลาเช่นนี้ เหมาะสมแล้วสำหรับท่าน ที่จะศึกษาเรื่องที่ท่านสงสัย” “เรื่องอะไรครับ ?” “เรื่องเจ้ากรรมนายเวร…. … เนื่องด้วยจิตใจท่านอ่อนลงแล้ว เริ่มต้นด้วยการสำนึกผิด จิตของท่านกลับมาจดจ่อกับความเจ็บป่วยของร่างกาย แทนที่จะไปสนใจเรื่องราวของเพื่อนที่จากไป เราเรียกภาวะของท่านนี้ว่า มีสมาธิ หากแต่เดิมนั้น ท่านเป็นคนที่เชื่อถือตัวเองเป็นหลัก เมื่อมีร่างกายสมบูรณ์ ยากนักที่ท่านจะคิดเสาะหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ เพราะความสำเร็จที่มีอยู่ต่อหน้าสะสมเป็นเหมือนต้อบังตา มิอาจมีใครสอนสั่งท่านได้ เพลานี้ เมื่อท่านกำลังจะหมดสิ้นทุกอย่าง เพื่อนที่รักที่สุดจากท่านไป บัดนี้ ร่างกายอันเป็นที่รักของท่าน ก็หาพึ่งพาได้ไม่ หากท่านใช้เวลาที่ไร้ที่พึ่งอื่นใดนี้ มองหาความจริงของชีวิต ศึกษาเพื่อเป็นบทเรียน อย่าปล่อยให้เวลานี้สูญเปล่า ท่านจะพบสัจธรรมบางอย่าง ที่ทำให้ท่านพบความสุขได้”
เบาะนั่งของแอนดี้ถูกปรับเอนเล็กน้อย เขานั่งหายใจอย่างแผ่วเบา เพราะความอ่อนเพลียอิดโรย “พี่ใหญ่ พี่สบายใจขึ้นบ้างหรือเปล่า ? พี่เล่าอะไรให้ฉันฟังบ้างสิ” แอนดี้เปลี่ยนมาพูดภาษาไทย น้องสาวนึก แล้วพยักหน้า แอนดี้พยักหน้ารับรู้ แล้วหลับตา เขาพูดต่อด้วยภาษาจีนกลาง โชเฟอร์สาวรู้ดีว่าพี่ชายเป็นคนที่มีความทะนงเพราะความแข็งแกร่งที่มีมาตลอด เธอรู้สึกเป็นกังวลว่าพี่ชายจะดื้อรั้น ไม่ยอมรับว่าตัวเองป่วย ไม่ยอมให้เธอช่วยเหลืองาน “พี่ใหญ่ ไปรักษาที่โรงพยาบาลเถอะ” พี่ชายนิ่งเงียบ “วันนี้ไปเอ็มบีเคมาหรือยัง ?” เธอขึ้นเสียงดังกว่าปกติ เสียงโทรศัพท์มือถืออาฟ่งดังขึ้น เธอหยิบหูฟังขึ้นเสียบ แล้วกดรับ “พี่ใหญ่ เดี๋ยวฉันจะซื้ออาหารอร่อย ๆ ไปกิน พี่จะได้กินเยอะ ๆ น้ำหนักจะได้เพิ่มขึ้นนะ พี่ใหญ่กินอาหารอร่อย ๆ สักสองสามวัน น้ำหนักพี่ก็กลับมาเท่าเดิมแล้วล่ะ เชื่อฉันสิ” แอนดี้ พยักหน้า เขารู้อยู่ว่าความอยากอาหารได้หายไปจากตัวเขามานานเป็นเดือนแล้ว อาหารทุกมื้อที่พยามกล้ำกลืนฝืนกิน ก็เพื่อความอยู่รอดเท่านั้น ไม่มีแม้แต่ความอร่อยแม้สักคำเดียว อาหารมื้อสุดท้าย ที่มีรสชาติของความสุข คือ สุกี้ในคืนวันนั้น __________________________________________________________________________________________ โดย วีรยาติ นิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก เปิดให้จองแล้ว กดที่นี่ 1. สมัครสมาชิก เว๊บบอร์ดที่นี่ (หากไม่สมัครสมาชิก จะโหวต หรือ แสดงความคิดเห็นไม่ได้) และ 2. แสดงความคิดเห็น หรือ โหวต - ชอบตัวละคร ขอเชิญโหวตได้ที่นี่ - อ่าน หรือ แสดงความคิดเห็นที่นี่ เชิญเยี่ยม Facebook หมอเถื่อน (ให้กำลังใจโดยเข้าไป แล้วกด Like หรือ เขียนคำวิจารณ์)
|
|||||||