ตอน 12

ราตรีนี้ยาวนาน 2

ฝน

ฝนเงยหน้าขึ้นมา หยุดเดิน เธอชี้มือไปที่รุ่ง

รุ่งชี้มาที่ตัวเอง
“รุ่งไง… อะไรกัน ลืมแล้วเหรอ ?”

ฝนพยักหน้า
“จำได้สิ เพิ่งเจอกัน ทำไมจะจำไม่ได้ ? มากับใครล่ะ ทำไมมานั่งคนเดียว ?”
“มากับเพื่อนที่บริษัท ฝนล่ะ ?”
“มากับเพื่อนที่บริษัทเหมือนกัน  อยู่ในผับโน่น  แล้วนั่งรออะไร ? รอคนเข้าห้องน้ำเหรอ ?”
“อ๋อ เปล่า นัดคนไว้ที่นี่ พอดีกำลังจะกลับ”
เธอพยักหน้า “อือ เหรอ”

ฝนยืนขวางทางเดิน คนอื่นต้องเบี่ยงตัวเพื่อหลบเธอ ฝนพยายามเบี่ยงตัวหลบ
“คนเยอะมากเลย” ฝนบ่น ๆ
“อือ  ตามสบายเหอะฝน ยืนตรงนี้ไม่สะดวก”
ฝนพยักหน้า เธอโบกมือให้
“อื้อ… ไว้ค่อยเจอกัน”
แล้วปลีกตัวเข้าไปในผับ


******************************************************************************************


รุ่งเห็นกิ๊วเดินจูงมือวิมาแต่ไกล

สองสาวเดินเข้ามา วิเดินโซเซ กิ๊วประคองวิให้นั่งบนเก้าอี้สตูลข้าง ๆ รุ่ง

รุ่งมองหน้าน้องสาว  วิทำหน้ามุ่ย แก้มแดงไปถึงใบหู

“เป็นอะไร ?   น้องวิกินเหล้าเหรอ ?”
กิ๊วสั่นหัว
“ไม่ใช่เหล้าหรอกพี่รุ่ง  วิกินเหล้าไม่เป็น แต่ดันไปสั่งค็อกเทล เค้าไม่เคยกิน ไม่รู้ว่าผสมเหล้า ซดเข้าไปตั้งสองแก้ว ก็มันหวาน ไม่มีกลิ่นเหล้า มารู้อีกที  อ้าว คอพับซะแระ”

วิยกมือกุมขมับ
รุ่งก้มลงมองหน้า
“ปวดหัวเหรอ ? น้องวิ  รู้สึกเป็นไง ?”

น้องสาวค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง
“มา….อาว อะ”

กิ๊วหัวเราะคิกคัก
“ฮ่า ๆๆๆ  ไม่เคยเห็นวิเมาเลยอะ  ตลกจัง”

วิเอื้อมมือไปเกาะคอกิ๊ว  โน้มตัวเข้าหาเพื่อน
“กี..... อี๊ว  นี่ นี่…”  วิชี้มาที่รุ่ง
“นี่…. พี่ชายวิ…”
กิ๊วหัวเราะชอบใจ “ฮ่า ๆๆๆๆ  พี่รุ่ง ไอ้วิเมาอะ เหอ ๆๆ”

รุ่งหัวเราะตาม ยกมือเกาหัว
“แล้วยังไงเนี่ย ? ไหนบอกจะไปกินไอติม มาเมาซะแล้ว”

วิคลายมือจากกิ๊ว หันมาพยักหน้า
“ไป ปาย ปาย…ปายกินไอติม ปายด้าย”

กิ๊วถามขึ้น
“พี่รุ่งไปส่งวิใช่มั้ยคะ ?  เห็นวิบอกงั้น”
“อือ นัดจะไปกินไอติมก่อน แต่ตอนนี้ เอาไงดีหว่า”
“กิ๊วว่า ให้วินั่งรอให้หายเมาที่นี่ก่อนดีกว่า แล้วค่อยออกไป ไม่งั้นอ้วกแตกกลางทางจะทำไง ?”
“แล้วกิ๊วยังไม่กลับเหรอ ?”
“โห่ว…พี่รุ่ง นี่เพิ่งสามทุ่มกว่าเอง  เดี๋ยวเค้าเปลี่ยนวง วงต่อไป สุด ๆ”

กิ๊วมองไป เห็นเพื่อนชายที่กลุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา  เธอหันมาพูดกับรุ่งเบา ๆ
“พี่รุ่ง เดี๋ยวพี่รุ่งบอกว่าเป็นพี่ชายวินะ”
รุ่งเอียงคอ “อ้าว ก็พี่เป็นพี่ชายวิ จะให้บอกอะไร ? ”

หนุ่มเดินเข้ามาที่กิ๊ว เขามองวิ
“กิ๊ว แล้วนี่วิจะทำยังไง ?”
“ไม่ต้องห่วง บอย  นี่พี่ชายเค้ามารับ” กิ๊วหันหน้ามาทางรุ่ง

บอยยกมือไหว้
“หวัดดีครับ”
รุ่งยกมือรับไหว้
บอยทำคิ้วย่น
“พี่ชายวิ ?  พี่จ๊อดมีน้องชายอีกเหรอ ?”
รุ่งหัวเราะ “หน้าพี่อ่อนกว่าจ๊อดอีกเหรอ ?”
กิ๊วตีแขนบอย
“อี๊… ไม่ใช่ นี่พี่ชายพี่จ๊อดอีก เป็นลูกของลุงวิ แต่ปีที่แล้วไม่อยู่ในงานวันเกิดคุณย่า  แต่ปีนี้ ได้เห็นแน่ ๆ”
บอยพยักหน้า

กิ๊วจับแขนบอยแล้วทำท่าจะเดินกลับเข้าไป ดึงแขนบอยไปด้วย
“เรากลับเข้าไปข้างในเหอะ บอย  ไม่ต้องห่วงวิ เค้ากลับกับพี่รุ่ง”
กิ๊วหันมาพยักเพยิด ให้รุ่งพาน้องวิเดินออกไป

รุ่งไม่เข้าใจปูมหลัง แต่เขาเข้าใจว่า กิ๊วไม่อยากให้หนุ่มคนนี้มายุ่มย่าม
รุ่งค่อย ๆ จับแขนวิ ประคอง แล้วเขย่าเบา ๆ
“น้องวิ เดินไหวมั้ย ?   ค่อย ๆ เดินออกไปข้างนอกก่อน”
วิพยักหน้า ค่อย ๆ ลุกจากเก้าอี้ มือเกาะแขนรุ่ง
รุ่งค่อย ๆ เดินช้า ๆ แหวกฝูงคนที่เริ่มหนาแน่นขึ้น เดินออกทางเดิน

กิ๊วฉุดแขนบอยเข้ามาในส่วนผับ  แล้วหยุด
“บอย แกไม่ต้องบอกใครว่าใครมารับวิคืนนี้”
บอยทำตาโต
“อ้าว แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ? ไม่ใช่พี่ชายวิล่ะสิ”
“ใช่ พี่รุ่งเป็นลูกของลุงวิจริง ๆ แต่แกจะบอกพี่จ๊อดไม่ได้เด็ดขาด ถ้าแกบอกพี่จ๊อด นังวิจะเลิกคบแกแน่ ๆ”

บอยยกมือท้าวสะเอว
“นี่มันเรื่องอะไรกัน กิ๊ว ?   เราไม่เข้าใจ ทำไมพี่จ๊อดรู้ไม่ได้ ? พี่จ๊อดเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของวินะ”
“ให้วิเล่าเอง แต่ขอแกแค่นี้  ถ้าแกอยากจะคบกับวิต่อไป ขอให้เงียบไว้ก่อน แล้วมีอะไรค่อยถามวิ ให้วิเล่าเอง”
บอยพยักหน้า “เออ ๆ  ได้ แต่เห็นหน้าตาแล้ว ไม่น่าไว้ใจว่ะ”

กิ๊วท้าวสะเอวบ้าง มองหน้าเพื่อน
“หน้าตาแกแหละ ไม่น่าไว้ใจ  ถ้าแกงี่เง่าไปบอกใครนะ นอกจากวิแล้ว ชั้นก็เลิกคบแกด้วย”

พูดแล้วเธอก็เดินผละไป

******************************************************************************************


วิเกาะแขนรุ่งเดินลงมานอกประตูตึก  ฝนกำลังตก

คืนฝนตก

“น้องวิ เดี๋ยวนั่งที่บันไดรอฝนหยุดก่อน  ตกอย่างนี้เดินไปเรียกรถไม่ได้”
วิพยักหน้า ทรุดตัวลงนั่งที่ตีนบันไดหน้าตึก  รุ่งนั่งลงข้าง ๆ
วิเกาะแขนพี่ชาย แล้วซบหัวพิงไหล่เขา
“พี่รุ่ง… ฝนตกดีจาง…วันนี้ดีจังเลย”
“น้องวิ  ทำไมน้องวิไปสั่งค็อกเทลกินล่ะ ? รู้มั้ยว่ามันมีแอลกอฮอลล์ ?”
“ม่ายรู้อะ…อร่อยดี …ร้อนอะ วิร้อนจังเลย”
“อือ… นี่แหละฤทธิ์เหล้า  รู้ไว้ แล้วทีหลังอย่าพลาดอีก”

“รุ่ง ทำไมมานั่งตรงนี้ล่ะ ?”

เขาแหงนหน้าขึ้นมอง  ฝนยืนอยู่ข้าง ๆ เขา
“อ้าว จะกลับแล้วเหรอ ฝน ? ”
เธอพยักหน้า
“แต่ รถจอดที่ลานจอดรถ  คงต้องรอฝนหายก่อน”

เธอพูดห้วน ๆ เป็นปกติ  ฝนมองดูสาวที่นั่งซบแขนรุ่ง
“แฟนเธอท่าจะเมานะ รถจอดที่ไหนล่ะ ?”
“ไม่มีรถหรอก เดี๋ยวว่าจะเรียกแท็กซี่”

ฝนมองออกไปที่ถนนใหญ่
“เธอเรียกตรงนี้ไม่ได้หรอกมั้ง  คงต้องเดินไปเรียกที่โน่น ฝั่งโน้น ต้องรอฝนหยุดแหละ”

รุ่งมองออกไปที่ฝั่งตรงข้าม
“อือ คงงั้น”

ฝนเดินมาข้าง ๆ รุ่ง แล้วค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งที่บันได

วิพูดเสียงยานเหมือนเทปยืด
“พี่รุ่ง… ดีจาง  น่างตงนี้ นาน นาน ได้ป่าว ? ”
ฝนได้ยินเสียงแล้วหัวเราะเบา ๆ
“เฮอะ ๆ อือ เมาหนักเลยนะเนี่ย”
รุ่งสะกิดแขนน้องสาว
“น้องวิ  ไหว้เพื่อนพี่ก่อน นี่พี่ฝน”

วิยกมือไหว้
“หวัดดีค่า พี่โฝน…” แล้วซบหัวลงที่ไหล่ของรุ่งต่อ
“นี่น้องวิ น้องสาว”
ฝนพยักหน้า
“น้องสาว”
เธอทวนคำเหมือนกับย้ำว่า ไม่ต้องมาหลอกกันหรอก

รุ่งหัวเราะ
“น้องสาวจริง ๆ  แต่ไม่ใช่น้องแท้ ๆ  เออ… เธอเคยเจออิทธิพลใช่มั้ย ?”
ฝนพยักหน้า “อือ จำได้”
“นี่แหละน้องสาวของอิทธิพล  เป็นลูกของอา”

เธอเบิกตาโพลง
“อ้าว ถ้างั้นก็น้องสาวจริง ๆ น่ะสิ  โทษที นึกว่าแฟน”

รุ่งยิ้ม
“แล้วพี่ชายภาษาอะไร ให้น้องสาวกินเหล้า ? ”
รุ่งสั่นหัว
“เปล่า เราไม่ได้อยู่ด้วย  น้องวิเค้ามากับเพื่อน ไม่ได้มาด้วยกัน แล้วสั่งค็อกเทลกิน โดยไม่รู้ว่ามีเหล้า”

ฝนพยักหน้า ชะเง้อไปมองหน้าวิ
“นี่ต้องแฮ๊งอีกนานเลยแน่ ๆ”

รุ่งมองสายฝนที่กำลังโปรย
“แล้วจะยังไงเนี่ย หา น้องวิ ? เราอดกินไอติมแน่เลย ถ้าฝนตกทั้งคืนก็นอนบนบันไดนี่แหละ”

วิหัวเราะหึ ๆ
“ดี ๆ  ด้ายอยู่กะพี่รุ่ง ท้างคืน เหอ ๆ”

ฝนเสนอความคิด
“เดี๋ยวฝนเดินไปเอารถมา แล้วเธอกับน้องสาวติดรถขึ้นมาก่อน จะลงไหนค่อยว่ากัน  เธอเรียกรถแท็กซี่จากตรงนี้ไม่ได้อยู่แล้ว”

รุ่งคิดสักอึดใจ  แล้วพยักหน้า
“ได้ ได้ ก็ดีเหมือนกัน  แต่ ฝนเดินไปก็เปียก แล้วก็ใส่ชุดแบบนั้น มันบาง เดี๋ยวเราไปเอารถให้เอามั้ยล่ะ ?   เราวิ่งไปแป๊บเดียว แต่ต้องฝากน้องวิไว้กับฝนก่อน”

ฝนพยักหน้า
“งั้นก็  ได้”
เธอหยิบกุญแจรถ ยื่นให้
“โน่น จอดอยู่ตรงโน้น”  เธอชี้ไปที่ลานจอดรถกลางแจ้ง

รุ่งรับกุญแจรถแล้วสะกิดวิ
“น้องวิ นั่งดี ๆ ก่อน  เดี๋ยวพี่รุ่งไปเอารถมา อยู่กับพี่ฝนนะ  อย่าอ้วกใส่พี่เค้าล่ะ”

รุ่งยืนขึ้น แล้วเดินลงบันไดตึก

ฝนเขยิบมานั่งติดกับวิ
“เป็นไง อยากอาเจียนมั้ย ?”
วิสั่นหัว เงยหน้าขึ้นมอง
“พี่เป็นแฟนพี่รุ่งเหรอ ?   พี่สวยจางเลย”
ฝนหัวเราะ
“เปล่า พี่เป็นเพื่อน”
“พี่รุ่งเป็นพี่ชายน้องวิ น้องวิดีใจที่มีพี่รุ่งเป็นพี่ชาย พี่รุ่งดีที่สูด จาพาไปกินไอติม... ร้อนจางเลย….หนีห่าวมา…”
ฝนหัวเราะ เธอเริ่มฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง

สักพัก รถโตโยต้าโคโรลล่าสีเขียว ก็แล่นมาเทียบ
รุ่งเปิดประตูรถ วิ่งขึ้นบันไดมา
ฝนค่อย ๆ ประคองวิให้ลุกขึ้นยืน  รุ่งเดินเข้ามารับวิต่อ 

ฝนเข้าไปนั่งด้านคนขับ  ร้องบอกรุ่ง
“รุ่ง  นั่งข้างหลังกับน้องเถอะ  ข้างหลังมีถุงพลาสติกใส่ของ เอาของออกแล้วเตรียมไว้ เผื่อน้องจะอาเจียน”


******************************************************************************************

รถแล่นผ่านถนนทองหล่อ

วินั่งด้านหลังคนขับ  รุ่งนั่งด้านซ้าย

ฝนยังคงตกหนาเม็ด

วิลืมตาขึ้น  เธอชี้ไปที่นอกรถ
“น่าน… พี่รุ่ง  ไอซ์เบอรี่  จากินไอติม…”
รุ่งหัวเราะหึ ๆ
“เมาจะตายอยู่แล้ว กินไอติมได้ไง ? ไว้กินวันหลัง”

วิก้มหัวซบลงที่อกของพี่ชาย แล้วเอื้อมมือกอดเอวไว้
“ดีจาง… พี่รุ่ง  พี่รุ่งปายรับน้องวิที่โรงเรียนน้า”
“โรงเรียนไหนกัน ? เราเรียนมหาลัยแล้ว”

ฝนมองกระจกหลัง
“รุ่ง… เธอเปียกขนาดนั้น หนาวมั้ย ? จะเบาแอร์ลง”
“อื้อ  ลดแอร์ก็ดี”

วิเริ่มพึมพำต่อ
“พี่รุ่งเป็นพี่ชายน้องวิ  ดีจางเลย ได้กอดพี่รุ่ง ดีจาง”

ฝนหัวเราะ เธอรู้สึกแปลก ๆ กับพี่น้องคู่นี้  มองผ่านกระจกส่องหลัง หน้าตาของหนุ่มจอมทะเล้น ไม่เหลือร่องรอยความทะลึ่งเหมือนวันก่อน เผ้าผมเปียกมะล่อกมะแล่ก   สีหน้าจริงจัง เหมือนกับพี่ชายที่กำลังกังวลเป็นห่วงน้องสาว

“บ้านเธออยู่ไหน ?” โชเฟอร์ถามขึ้น
“แถวรามคำแหง  ทำไมเหรอ ? ไม่ต้องไปส่งหรอก เดี๋ยวเรียกรถแท็กซี่ได้”
“บ้านชั้นอยู่เพชรบุรีตัดใหม่ ใกล้ ๆ กัน ไปส่งได้  ฝนยังตกอย่างนี้ เธอจะไปเรียกรถที่ไหนได้”
“ไม่เป็นไรหรอก เพราะต้องไปส่งน้องวิที่บ้านก่อน บ้านน้องวิอยู่บางนาตราด”
ฝนพยักหน้า “ได้ บางนาตราดก็ได้ บอกทางมา”
“ไม่ต้องหรอกฝน ส่งตอนนี้ไม่ได้ เมาแบบนี้ เข้าบ้านไม่ได้หรอก”

โชเฟอร์พยักหน้าอีกครั้ง
“งั้นรู้แล้ว ว่าไปไหนดี”

น้องวิยังพึมพำ
“พี่รุ่ง น้องวิคิดถึงน๊า…”
เขาพูดกับน้องสาวด้วยเสียงที่แผ่วเบา
“อื้อ… พูดอะไรพูดไป อย่าอ้วกตรงนี้ก็พอ”
วิเอื้อมมือจับล็อกเก็ตห้อยคอของพี่ชาย
“อาไรอะ ? … มีรูปด้วย คายคะ ?”
“คุณลุง คุณป้าน่ะ”
วิสั่นหัว “ม่ายรู้จาก อะ…”
“ถ้าน้องวิมาเที่ยวตอนกลางคืน ต้องไม่กินเหล้ารู้มั้ย ?   อยู่นอกบ้านกินเหล้าไม่ได้นะ”

น้องสาวพยักหน้า
“อื้อ… ม่ายมีคายบอกน้องวิ แต่ถ้าพี่รุ่งห้าม น้องวิเชื่อ… พี่รุ่งจาห้ามป่าวล่า ?”
“อือ งั้นพี่รุ่งห้าม แล้วบอกเราตอนนี้ เราจะจำได้เหรอ ?”
“แล้วจาห้ามอาไรอีก ? ถ้าพี่รุ้งห้าม น้องวิเชื่อ เชื่อหมดเลย”
“อยู่ต่อหน้าผู้ชาย น้องวิก็กินเหล้าไม่ได้ ไม่ว่าที่ไหน ถ้ามีผู้ชายอยู่ด้วย ห้ามกินเหล้า”
ถึงแม้รุ่งจะพูดเบา ๆ แต่เสียงก็เข้าหูโชเฟอร์  เธอมองกระจกหลังแล้วอมยิ้ม
“ดีจางเลย มีพี่รุ่งสอนวิ ไม่เห็นคายสอนน้องวิเลย ไม่เห็นมีคายพาน้องวิปายกินติม จาปายกินติม”

รถติดเป็นเทือกในซอยทองหล่อ  สมกับวันศุกร์ปลายเดือนที่ฝนกระหน่ำ

ไม่มีการสนทนาใด ๆ จากนั้น  รุ่งไม่ได้ถามโชเฟอร์ว่าจะขับไปไหน   
เขาปล่อยอารมณ์ให้ความคิดอื่นเข้ามาในสมอง  ความคิดเรื่องปัญหาการเงินก็เริ่มกลับเข้ามา  แต่ความเครียดมันดูเบาบางกว่าเมื่อตอนหัวค่ำ  คงเพราะการได้หลั่งเอนโดรฟีนตามที่คุณหมอบอก


******************************************************************************************

ห้าทุ่มกว่า  ฝนยังตกไม่ขาดสาย

คืนฝนตก

รถจอดที่หน้าบ้านเดี่ยว บริเวณใกล้ถนนเอกมัย รามอินทรา

รุ่งถามขึ้น “บ้านใครเหรอ ?”
“บ้านฝนเอง  รอแป๊บ เดี๋ยวลงไปเปิดประตูก่อน”

ฝนกางร่มลงมาไขกุญแจเปิดประตูรั้ว แล้วขับรถเข้าไป

รุ่งกับวิเปิดประตูลงจากรถ
“เข้ามาพักในบ้านก่อน”
“ไม่มีคนอยู่เหรอ ?”
“พ่อกับแม่ คงนอนไปแล้ว เข้ามาเถอะ ไม่เป็นไร”

ฝนไขกุญใจประตูบ้าน แล้วเดินมาจูงมือวิ

เธอเดินนำวิไปที่ห้องรับแขก เปิดไฟ แล้วให้นอนยาวที่โซฟา

ห้องรับแขก

รุ่งยืนเก้ ๆ กัง ๆ ในห้องรับแขก

ฝนหันมาแล้วยิ้ม
“เธอน่ามองตัวเองในกระจกนะ”

รุ่งทำหน้าเหรอ “หา ? …” เขายกมือปัดผม “โทรมมากเลยเหรอ ? ”

“นั่งรอก่อน เดี๋ยวเอาเสื้อน้องชายมาเปลี่ยนให้ก่อน”
เธอพูดจบแล้วเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน

รุ่งพยักหน้า  เขามองดูน้องสาวที่นอนหลับสนิท หากปล่อยให้นอนไปเรื่อย ๆ ตื่นมาจะมีอาการเมาค้างแน่นอน

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือ กดหาทอม
“โหล ทอม นอนยัง ?”
“ยัง มีไร ?”
“มีคนเมา จะทำยังไง ?”
“อย่าไปยุ่งกับเค้าสิ ก็เดินออกห่าง ๆ  แกอยู่ไหนล่ะ ?”
“เปล่า หมายถึง ถ้าจะแก้เมาน่ะ ทำยังไง ? มีสูตรอะไรแก้ได้บ้าง ?”

ทอมเข้าใจ
“ไปซื้อเครื่องดื่มแก้แฮ๊งในร้านเซเว่นน่ะ”
“ไม่สะดวก มีวิธีอื่นอีกปะ ?”
“ก็มี อาจารย์เคยบอกให้เอาพริกบุบ แล้วก็ชงกับน้ำอุ่น ชงแล้วหยิบพริกออก แล้วให้กินแต่น้ำที่ชง”
“อ้อ… พริกเหรอ ?   งั้นก็เอาพริกยัดปากก็ได้ใช่ปะ ?”
“อีบ้า คนเมาเอาพริกยัดปาก ได้ตายห่าพอดี ปากเปิกพอง สำลักตาย  .....ไม่ได้ ชงเอาแค่น้ำ”
“อือ… เข้าใจแระ  โอเค โอเค แค่นี้ก่อน”
“เดี๋ยว… จัดกระดูกหลังกับคอด้วย ถ้าทำได้นะ มันช่วยให้หายเมาได้เร็ว”
“เออ ๆ  แท๊งกิ้ว แค่นี้ก่อน”

เขาตัดสายทันที ไม่อยากเล่าอะไรมากเรื่อง

ฝนเดินลงมาในชุดเสื้อยืด กางเกงขาสั้น ในมือมีเสื้อยืด ยื่นให้ 
รุ่งรบกวนฝนให้หาพริก และ น้ำอุ่นให้
ฝนเตรียมพริกกับน้ำอุ่นพร้อม  เขาจัดการทุบพริกแล้วชงกับน้ำอุ่น ตักพริกทิ้ง แล้วปลุกวิขึ้นมา
“น้องวิ  กินนี่ก่อน จะได้หายเมา”

วิถือแก้ว แล้วยกแก้วกระดกรวดเดียว กลืน แล้วเธอก็สำลัก
“อ๊าก…แค่ก ๆๆๆ  เผ็ดอ้า… เผ็ด”

รุ่งหัวเราะ  เขาให้น้องวินอนราบที่พื้น แล้วจัดการจัดกระดูกหลังให้  เสร็จแล้ว ประคองเธอไปนั่งที่เก้าอี้ แล้วยกคอจัดกระดูกให้

เสร็จแล้วเขาหยิบลูกดิ่งขึ้นมาตรวจที่ฝ่ามือวิ

ฝนยืนดูอย่างสนใจ
“เธอทำอะไรน่ะ ?”
“ตรวจสุขภาพ  ลูกดิ่งนี้ตรวจได้ว่ากระดูกปกติหรือยัง”

เมื่อรู้ว่ากระดูกเป็นปกติ เขาก็เก็บลูกดิ่ง

“ตรวจได้ด้วยเหรอ ? ตรวจยังไง ?”
“ก็ใช้ลูกดิ่งตรวจประจุไฟฟ้าบนฝ่ามือ  แต่ต้องเรียนมา แล้วก็จะรู้ว่าสุขภาพส่วนไหนเป็นยังไง”
“เหรอ… อือ แปลกดี  ทำไมเธอสนใจเรื่องนี้ด้วย ?”
“ก็อยากจะรักษาคนใกล้ตัว เห็นคนป่วยแล้วสงสาร”

วินั่งทำตาสะลึมสะลือ
“ซาบายจัง… แต่เผ็ดอ้า…”

ฝนหัวเราะ ยื่นแก้วน้ำเปล่าให้
“น้องวินั่งพักก่อน”

รุ่งขอตัวเดินไปเข้าห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อ  วิเดินกลับไปที่โซฟา แล้วหลับต่อ

รุ่งเดินออกจากห้องน้ำ

ฝนมองเห็นรอยจ้ำที่ซอกคอเขา
“เอ๊ะ คอเธอไปโดนอะไรมาล่ะ ? เป็นผื่นแดง”
รุ่งเอามือปิดคอ
“เห็นชัดเลยเหรอ ?   ตายห่า” 

เขาเดินกลับไปที่ห้องน้ำ เปิดไฟดู เห็นซอกคอเป็นรอยวงกลมแดงปื้นอย่างชัดเจน ใหญ่ประมาณนิ้วโป้ง
“มันเข้าใจเล่น ไอ้ต้อย” เขาพึมพำ แล้วปิดไฟเดินออกมาจากห้องน้ำ

ฝนชะโงกหน้าเข้าไปดูที่คอเขาใกล้ ๆ
“รุ่ง เธอโดนใครกัดมาหรือเปล่า ?”
“เธอรู้ได้ไง ?”
“ก็มีรอยฟันด้วยนี่ เป็นรอยขบอะ”

ฝนพูดไปหัวเราะไป
“เธอไปทำอะไรมา ?   นี่รอยฟันชัด ๆ”
จำเลยทำหน้าเสีย
“เห็นชัดมากเลยเหรอ ? ”
ฝนพยักหน้า
“อือ ก็ผิวเธอขาว แล้วรอยนี่ก็แดงแป๊ดเลย”

เขาเริ่มเสียความมั่นใจ ทำหน้าเหรอหรา
“เหรอ… อือ มันน่าบ้องหัวจริง ๆ”
“เธอใส่เสื้อคอกลมไม่ได้หลายวันแน่ ใส่เสื้อมีปกปิดซะ”
รุ่งพยักหน้า แล้วตามด้วยสั่นหัว

ฝนมองเสื้อยืดบนตัวรุ่ง
“เธอตัวเล็กกว่าน้องฝนเยอะเลย”
“เหรอ  แต่ก็ใส่พอดี ขอบคุณนะ แล้วน้องฝนไปไหนล่ะ ?”
“อยู่ออสเตรเลีย ไปเรียนน่ะ”

รุ่งสังเกตเห็นว่าฝนได้ล้างหน้า ชำระเครื่องสำอางออกแล้ว ผิวหน้าเรียบใสเป็นธรรมชาติ ผมที่มัดปลายไว้ ถูกปล่อยยาวมาถึงไหล่

“อื้อ… รบกวนฝน  ขอโทษด้วยที่ทำให้ลำบาก”
เธอยักไหล่ “ก็ไม่ลำบาก  เธอไม่ค่อยได้เจอน้องวิเหรอ ดูน้องเค้าคิดถึงเธอมากเลย”

รุ่งมองออกไปนอกบ้าน
“ข้างนอกยุงเยอะหรือเปล่า ? ไปคุยข้างนอกได้มั้ย ? จะเล่าให้ฟัง”
 เขาไม่อยากเล่าอะไร ๆ ให้น้องวิได้ยิน
“ได้ วันนี้ไม่น่าเยอะ เพราะมีลม อากาศเย็น ไปสิ”

ทั้งสองเดินมานั่งม้าหินยาว ที่ชานบ้าน มีไฟสีเหลืองส่อง
รั้วบ้านมีมุมปลูกต้นไม้เล็ก ๆ ดูน่ารัก มีเก้าอี้ไม้ตั้งอยู่

มุมต้นไม้บ้านฝน

หน้าบ้านมีต้นมะม่วงสองต้นสูงใหญ่  เสียงฝนตกเปาะแปะลงบนใบไม้

รุ่งนั่งมองน้ำฝนที่โปรยลงมาที่ต้นมะม่วง
“ขอบคุณนะ ฝน ที่พามาบ้านก่อน ไม่งั้นก็ไม่รู้จะพาน้องวิไปแกร่วที่ไหน”

ฝนหันมามอง “เธอขอบคุณฝนสองครั้งแล้ว”
“อือ… ก็ จะให้พูดอะไรล่ะ ?”
ฝนหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ
“ตลกอะไร ?” รุ่งถาม
“อือ… ก็ เวลานึกถึงเธอวันนั้น กับวันนี้ เหมือนกับคนละคน เหอ ๆ”
“วันนั้น เราเป็นไงเหรอ ?”
“ก็ไม่เหมือนวันนี้ บอกตรง ๆ ว่าฝนไม่ชอบ แต่วันนี้เธอดูเงียบ ๆ แล้วก็สุภาพ เจี๋ยมเจี้ยมเลย หรือว่า เพราะอยู่กับน้องสาว  แต่พอเธอสุภาพ เธอก็เป็นคนใช้ได้นะ ดูเธอดูแลน้องสาวแล้ว ก็ น่ารักดี”

รุ่งหัวเราะเบา ๆ
“เหรอ… เธอก็ไม่เหมือนเดิม  เพราะวันนั้น เธอพูดห้วน ๆ ชั้นก็ไม่ชอบ  แต่วันนี้ เธอมีน้ำใจ  ถึงขนาดจะขับรถไปบางนา ชั้นเซอร์ไพร๊ส์มาก แต่เธอก็พูดห้วนเหมือนเดิม แต่ชั้นก็เข้าใจแล้วว่าเธอเป็นอย่างนี้   แล้วก็วันนี้เธอก็เรียกตัวเองว่าฝน”

ฝนหัวเราะ
“เอ๊ะ… สังเกตขนาดนั้นเหรอ ?   ก็ฝนไม่ค่อยมีเพื่อนใหม่เยอะนัก เวลาเจอกันใหม่ ๆ ฝนก็ไม่รู้จะเรียกตัวเองว่ายังไง  เรียกว่าชั้นบ้าง เรียกว่าฝนบ้าง  เธอเองก็เหมือนกัน วันนั้นเธอก็เรียกตัวเองว่าผม”

รุ่งยิ้ม “อือ… เหรอ  ไม่ได้จำเหมือนกัน แต่เราไม่เคยเรียกตัวเองว่ารุ่ง ยกเว้นคุยกับที่บ้าน  ส่วนใหญ่ ก็จะเรียกตัวเองว่า ชั้น ผม กู  เรา อะไรอย่างเงี้ย”

ฝนพยักหน้าเข้าใจ
“ถามอีกเรื่องนึง… ฝนเป็นคนตรง ๆ”
รุ่งพยักหน้า “อือ … ว่ามา”

“รุ่ง จะจีบฝนเหรอ ?”

เขาหัวเราะทันที
“เราเหมือนกับผู้ชายที่จะจีบฝนเหรอ ?” เขาย้อนกลับด้วยคำถามที่ฉลาด
ฝนกลับต้องเป็นฝ่ายตอบ
“คิดว่าไม่ ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ  ฝนรู้สึกว่ารุ่งไม่ค่อยชอบฝน แต่ที่ถามขึ้นมา เพราะฝนเข้าใจว่ายิ้ม กำลังเชียร์  ก็ ประมาณนั้น”

รุ่งพยักหน้าหงึก ๆ
“อือ ๆ… ขอโทษด้วยนะ ที่ทำให้เข้าใจผิด เรื่องมันมาจากไอ้วิทย์กับยิ้มคุยกัน ทั้งสองคนเข้าใจผิด ก็เลยออกมาแบบนั้น  เราไม่เคยคิดเลย ให้ตายเถอะ…”  เขาพูดแล้วก็หยุด
“โอ๊ะ… เอ่อ  เราหมายถึง ไม่ใช่ว่าเรารังเกียจ แต่… คือ เราไม่ได้มองฝนแบบนั้น…”

“เข้าใจ เข้าใจ  เธอเป็นคนไม่เหมือนคนอื่น เจอกันครั้งแรกก็รู้สึกได้  นาน ๆ ฝนก็จะเจอคนที่ไม่บ้าผู้หญิง  แต่ฝนก็ไม่ชอบคนที่พูดจาไม่รู้เรื่อง แล้วก็พูดวกวน ยังไม่สนิทก็กวนแบบนั้น ไม่ชอบ  แล้วรุ่งพูดกับยิ้มแบบนึง พูดกับฝนแบบนึง  ฝนจับได้เลยว่าคนนี้ไม่ชอบเรา  ถ้าไม่ชอบเรา เราก็ไม่จำเป็นต้องคุยด้วย”

เธอพูดได้ตรงจริง ๆ  ไม่ต้องเสแสร้ง

“อือ.. ก็ขอโทษอีกครั้ง” เขาก้มหัวเล็กน้อย
“ยกโทษไปแล้วเรื่องนั้น แต่มีอีกเรื่องนึง”
เธอพูดแล้ว ก็ยกมือตบหัวรุ่งแรงพอสมควร

พั๊วะ!

รุ่งหันไปมองหน้า หัวเราะหึ ๆ
“อารมณ์ไรของเธออะ ? ฝน ยกโทษแล้วมีบ้องหัวกันอีก”
“ไอ้นี่สำหรับที่เธอวิ่งมากอดชั้น วันแข่งวอลเล่ย์”

รุ่งหัวเราะ
“โห… ยังจำได้อีก  เหอ ๆๆ  เราไม่ได้ตั้งใจกอดเธอ เรากอดไม่เลือกหรอก ใครว่าง ก็กอดหมด ตอนนั้น เหอ ๆ”

ฝนหัวเราะไปด้วย “เธอนี่มันบ้า โรคจิต… แล้วเรื่องน้องวิล่ะ ที่บอกจะเล่า ? ”

รุ่งเริ่มเรียบเรียบเรื่องในหัว

“เราไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับน้องวิ  คือจริง ๆ ตั้งแต่เกิดเลย เราไม่เคยรู้จักคุณปู่คุณย่า แล้วก็ไม่เคยรู้จักญาติทางฝ่ายพ่อเลย  เพราะตอนที่พ่อจะแต่งกับแม่  คุณปู่ไม่เห็นด้วย ก็มีเรื่องกันรุนแรง  พ่อก็เลยออกจากบ้าน แต่งแล้วก็ไม่พาแม่เข้าบ้าน  คุณปู่ก็ตัดเลย ห้ามคนที่บ้านติดต่อกับพ่ออีก”

“ขนาดนั้นเลยเหรอ ?”
“อือ… เห็นคนอื่นเล่าว่า คุณปู่เป็นคนที่มีอำนาจ ชอบใช้อำนาจ แล้วก็ขี้โมโห  พอหลายปีก่อน คุณปู่เสีย  คุณย่าก็เลยเรียกเราไปงานศพ  ก็ตอนนั้นก็ได้รู้จักคุณย่าของตัวเองครั้งแรก  แล้วก็รู้จักน้องวิ น้องวิเป็นลูกของอา น้องชายพ่อ”

“ตอนนั้นก็โต ๆ กันแล้วสิ ?”
“อือ เราก็ประมาณยี่สิบ  น้องวิก็ซักสิบสี่ สิบห้ามั้ง”
“ก็เลยติดพี่เลย ? ”
“ก็นาน ๆ จะเจอกันที”
“เธอก็มีนิสัยไม่เหมือนอิทธิพล”
“เหรอ…  นิสัยจ๊อดเป็นไง ?”

ฝนยักไหล่
“ก็ไม่เป็นไง แต่วันนี้สังเกตุว่า เธอคนละอย่างกับเค้า”
“อือ เธอสังเกตุเยอะจัง”
“ก็ อือ…  ชั้นพูดไม่เก่ง แต่ก็ดูคนออก  ชอบดูคนมากกว่าพูด”
“แต่วันนี้ เธอก็พูดเยอะขึ้น”
“ก็ถ้าเธอไม่กวนประสาทเหมือนวันนั้น ฝนก็พูดเยอะได้”

เสียงประตูเปิด ….

เป็นวิ ที่สร่างเมาแล้วเดินออกมา
ทั้งสองคนหันมามอง
“อ้าว น้องวิ หายเมาหรือยัง ?”  พี่ชายถาม
“ดีขึ้นแล้วค่ะ”
วิยกมือไหว้ฝน “หวัดดีค่ะ”
ฝนรับไหว้ แล้วหัวเราะ
“ท่าทางจะจำไม่ได้  น้องไหว้พี่แล้ว”
“อ๊ะ… เหรอคะ ?   ขอโทษค่ะ”
“ไป งั้นเรากลับได้” 
รุ่งพยักหน้าให้น้องสาว  เขายกนาฬิกาข้อมือที่เพิ่งได้มาขึ้นดูเวลา  เที่ยงคืนกว่า 

ไฟในบ้านถูกเปิดสว่างขึ้น 

ฝนอุทานขึ้น
“โอ๊ะ… สงสัยคุณพ่อหรือคุณแม่ตื่นลงมา”
รุ่งทำท่าตกใจ
“แล้วต้องทำยังไงล่ะ?”
“ไม่ต้องทำยังไงหรอก ไม่เป็นไร เข้ามาสวัสดีแล้วกัน”
รุ่งพยักหน้ากับวิ

เสียงคุณพ่อฝนตะโกนจากข้างใน
“ฝนหรือเปล่า ? ฝนกลับมาแล้วใช่มั้ย ?”
“ค่า… ฝนอยู่ข้างนอกนี่”

เธอเดินนำสองพี่น้องเข้าบ้าน

คุณพ่ออยู่ในชุดนอน ยืนที่ตีนบันได

รุ่งกับวิยกมือไหว้  ฝนแนะนำ
“นี่เพื่อนฝนค่ะ รุ่ง แล้วก็น้องวิ น้องสาวรุ่ง”
คุณพ่อรับไหว้ ส่งยิ้มให้
“เอ้อ…กลับมาแล้วเหรอ ? พ่อได้ยินเสียงคนคุยกัน ก็สงสัยเลยลงมาดู”
“แล้วทำไมพ่อยังไม่หลับล่ะ ? เสียงคุยกันก็ไม่ดังขนาดนั้นนี่”

พ่อสั่นหัว
“อือ… วันนี้นอนไม่ค่อยหลับ มึนหัว เวียนหัวตั้งแต่บ่าย ๆ  แม่เค้าชงยาหอมให้กิน ก็ดีขึ้นบ้าง  แต่ตอนเย็นก็เหมือนโลกหมุน  ก็เลยเข้านอนแต่หัวค่ำ  หลับได้แป๊บเดียว ตื่นมาอีกแล้ว ตื่นมาแล้วก็มึน ๆ หัว”
“ความดันขึ้นแน่ ๆ เลย” ฝนสงสัย
วิสะกิดรุ่ง “พี่รุ่ง ตรวจให้คุณลุงสิ”
ฝนหันมา “เธอตรวจได้ ?”

รุ่งถามกลับ “เธอไว้ใจหรือเปล่าล่ะ ?” 
เขาตอบด้วยความมั่นใจ ไม่มีรอยยิ้ม

ฝนมองหน้าเขาแล้วก็เข้าใจอารมณ์  เธอหันไปทางคุณพ่อ

“คุณพ่อนั่งที่โต๊ะกินข้าวนี่ก่อน เดี๋ยวเพื่อนฝนเขาตรวจอะไรให้ เขาเรียนตรวจสุขภาพมา”

คุณพ่อพยักหน้าหงึก ๆ จะทำอะไรก็ทำ ยังไงก็ดีกว่าอยู่เฉย ๆ หัวหมุนไปเรื่อย ๆ  เขานั่งลงที่เก้าอี้ รุ่งขอมือซ้ายให้วางพาดบนโต๊ะ

หมอเถื่อนหยิบลูกดิ่งมาจ่อบนฝ่ามือ  ลูกดิ่งทำงาน หมุนบ้าง ดูดบ้าง
คุณพ่อนั่งจ้องลูกดิ่ง ไม่ได้พูดจาอะไร  ฝนกับวิยืนดูอยู่ใกล้ ๆ

รุ่งเริ่มถาม
“คุณพ่อมีน้ำตาลในเลือดสูง เคยตรวจเบาหวานมั้ยครับ ?”
ฝนตอบแทน
“ใช่ ๆ  คุณพ่อเป็นเบาหวาน”
คุณพ่อพยักหน้า “อือ เก่งจัง แค่นี้รู้เลยเหรอ ? เร็วจังเลย”

“แต่เบาหวานนี้ไม่ใช่เบาหวานแท้ คือ ตับอ่อนมันผิดปกติชั่วคราว ต้นเหตุของตับอ่อนผิดปกติ คือ มีอุจจาระตกค้างไปเบียดมัน มันเลยผลิตอินซูลินผิดปกติไปด้วย  แต่ต้นเหตุของอุจจาระตกค้างนี่ มาจากกระดูกคอเคลื่อน ทำให้ขับถ่ายไม่คล่อง”

ฝนเอียงคอ “กระดูกคอ ไปเกี่ยวกับการขับถ่ายได้ยังไง ?”

รุ่งตอบ “สำหรับคุณพ่อฝนน่ะ เกี่ยว  เพราะกระดูกคอข้อที่เคลื่อนมันไปทับเส้นประสาทที่ควบคุมระบบการขับถ่าย ซึ่งเส้นนี้มันวิ่งจากคอลงมาถึงลำไส้เลย  พอกระดูกคอไปทับเส้น มันก็ทำให้ลำไส้ไม่บีบรัด ถ่ายไม่หมด  อุจจาระก็ค้างจนโตไปเบียดตับอ่อน ทำให้เป็นเบาหวาน”

ฝนทำตาโต “โห… เธอตรวจได้ขนาดนี้เลยเหรอ ?”

รุ่งหันมาถามคุณพ่อ “งั้นผมถามก่อนว่า คุณพ่อมีปัญหาเรื่องขับถ่ายหรือเปล่า ?”

คุณพ่อหัวเราะ “ใช่ พ่อเป็นริดสีดวงอยู่”
รุ่งยิ้ม “งั้นก็จบเคส  ถูกต้องทุกอย่าง กระดูกคอเคลื่อนก็เป็นต้นเหตุของริดสีดวงได้  มันเป็นปลายเหตุ  รักษาริดสีดวงยังไงก็ไม่หาย ถ้าไม่จัดการเรื่องกระดูกคอก่อน แล้วที่มึน ๆ นี่ มาจากกระดูกคอเคลื่อนเหมือนกัน ”

รุ่งลุกขึ้นยืน
“เดี๋ยวผมขออนุญาตจัดกระดูกคอให้คุณพ่อ คุณพ่อหนังหลังพิงเก้าอี้ก่อน ผมจะยกคอให้ ไม่เจ็บนะครับ”

รุ่งเดินเข้าไปข้างหลังคุณพ่อฝน ย่อเข่า แล้วใช้สองมือจับที่สันกระโหลก
“คุณพ่อทำคอสบาย ๆ อย่าเกร็งนะครับ”

รุ่งยกตัวขึ้นพร้อมกับเกร็งแขนกระตุกคอคุณพ่อ เสียงดัง ‘กรึ๊บ’ ดังออกมาจากบริเวณคอ
น้องวิหัวเราะ “ได้ยินเสียงเลย”

รุ่งยกคอซ้ำอีกสองครั้ง  แล้วใช้หัวแม่มือกดที่ศูนย์รวมประสาทเหนือท้ายทอยของคุณพ่อฝน  สักพัก เขาก็คลายมือออก
“คุณพ่อลองยืนขึ้นนะครับ แล้วดูซิว่ายังมึนหัวอยู่หรือเปล่า ?”

คุณพ่อค่อย ๆ ยืนขึ้น  แล้วหมุนคอไปมา  พยักหน้า
“อือ ๆ โล่งเลย หายใจโล่งเลย  ไม่มึนแล้ว หายเลย” เขามองหน้าลูกสาว “หายจริง ๆ นะฝน  โล่งเลย”

น้องวิปรบมือสองสามครั้ง  “ดีจัง พี่รุ่งเก่งอีกแล้ว”
“ดีใจด้วยครับ  งั้นคุณพ่อนั่งลงก่อน เดี๋ยวผมอธิบายซ้ำ แต่ให้ฝนฟังด้วย จะได้ช่วยจำ”

คุณพ่อฝนนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม

รุ่งเริ่มอธิบาย
“คุณพ่อมีต้นเหตุอย่างเดียวคือกระดูกคอเคลื่อน สาเหตุมาจากไหน ยังไม่รู้ชัด ๆ แต่อาจมาจากการนั่ง หรือ นอนผิดท่า หรือ นั่งสัปหงกก็เป็นไปได้ สาเหตุมีเยอะมาก อันนี้ผมไม่รู้จริง ๆ   พอกระดูกคอเคลื่อนแล้วมันไปทับเส้นประสาทที่ควบคุมการขับถ่าย ทำให้เป็นริดสีดวง แล้ว มีอึตกค้าง อึตกค้างไปเบียดตับอ่อน ทำให้น้ำตาลขึ้นสูงชั่วคราว  ฉะนั้นวิธีแก้ต้นเหตุคือ จัดกระดูกคอ จบเลย”
กระดูกกับเส้นประสาทต่าง ๆ
ฝนรู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก เธอลากเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ รุ่ง
“ถามจริง นี่เธอเรียนมาขนาดนี้เลยเหรอ ?”
“เรียนขนาดไหนกัน แค่นี้คือห่วยที่สุดของกลุ่มแล้ว คนอื่นเค้าใช้เวลาตรวจไม่ถึงสิบห้าวินาทีก็รู้ผล  เราต้องใช้นาทีกว่า”
คุณพ่อหัวเราะ “สิบห้าวินาที  อือ…มหัศจรรย์มาก”

ฝนถามขึ้น “แล้วยกคอแบบนี้ ทำกันเองได้หรือเปล่า หรือต้องให้เธอทำให้เท่านั้น ? ”
รุ่งพยักหน้า “ได้ เดี๋ยวจะสอนฝนให้  มาสิ”

รุ่งจัดแจงสาธิตวิธียกคอให้ แล้วฝนก็ลองทำตาม  วิก็ช่วยแนะนำตามที่เธอพอเข้าใจมาบ้าง
“นี่ พี่ฝนต้องย่อเข่าแบบนี้.. ค่ะ ใช่ แล้วมือวางอย่าให้โดนหู …ค่ะ ๆ”
รุ่งผลักหัววิเบา ๆ “ตาสว่างแล้วเหรอ หา ? ”

วิพยักหน้า เธอมองเห็นรอยจ้ำบนคอพี่ชาย

"พี่รุ่ง คอไปโดนอะไรมาเป็นรอยแดง ? " เธอยื่นหน้ามามองใกล้ ๆ "เป็นรอยกัดด้วย"

รุ่งสั่นหัว “อี๊… เค้าไม่ได้กัด เค้าแค่ขบ”
ฝนหัวเราะ “แน่ะ ยอมรับล่ะสิ ไปให้ใครขบมา ?”
รุ่งยิ้ม ๆ ไม่ตอบ

ฝนลองฝึกยกคอให้คุณพ่อ สองสามครั้ง  รุ่งพยักหน้าว่าใช้ได้
“ทุกวันฝนก็ยกคอให้คุณพ่อวันละครั้ง หรือ สองครั้งก็ได้ เช้า เย็น คุณพ่อก็จะถ่ายสะดวกขึ้น”

คุณพ่อหัวเราะชอบใจ
“เอ้อ… ดี ดี  โชคดีนะเนี่ยตื่นลงมากลางดึก  ได้มาเจอเรา  เออ… อายุเท่าไหร่เนี่ย รุ่งน่ะ ? ”
“ผมยี่สิบหกครับ”
“อ้า…เท่ากับฝนเลยสิ”
“ครับ เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันที่มหาลัยครับ”

ฝนมองหน้ารุ่ง เธอคิดว่าเพื่อนใหม่คนนี้ มีอะไร ๆ ไม่ธรรมดามากกว่าที่เคยคิด

******************************************************************************************

ตีหนึ่งแล้ว………..

ฝนอาสาขับรถไปส่งทุกคน  หลังจากถกเถียงกันเป็นเวลาพอสมควร  คุณพ่อฝนก็สรุปว่า เป็นคำสั่งของคุณพ่อให้ฝนขับรถไปส่งทั้งสองคน   รุ่งจึงขอออกค่าน้ำมันให้

วินั่งหน้าคู่กับโชเฟอร์  รุ่งนั่งข้างหลัง

“น้องวิขอโทษพี่ฝนนะคะ ที่ทำให้ลำบาก น้องวิไม่เคยกินค็อกเทล เพื่อนสั่งให้ อร่อยมาก  พอกินไปหมดแก้ว วิก็สั่งซ้ำอีก”
รุ่งถามขึ้น “เพื่อนผู้ชายหรือผู้หญิง  ที่สั่งแก้วแรกให้ ?”
“ผู้ชายค่ะ”

ไม่มีเสียงตอบจากรุ่ง  ฝนเดาว่า รุ่งคงรู้สึกไม่พอใจอยู่จึงเงียบ

สักพัก เสียงจากคนนั่งหลังก็พูดขึ้นอย่างเรียบ ๆ
“ก็เป็นบทเรียนแล้วกัน น้องวิ  ระหว่างยังเรียนไม่จบ น้องวิไม่ควรทานเหล้านอกบ้านเลย  แล้วก็ไม่ควรให้ผู้ชายสั่งเครื่องดื่มอะไรให้ทั้งนั้น”

เสียงเขาราบเรียบ ไม่ได้แสดงอาการไม่พอใจ  ฝนรู้สึกว่ารุ่งเป็นคนที่อารมณ์เย็นกว่าคนวัยเดียวกัน

“ค่ะ ปกติวิไม่ทานเหล้าเลย เบียร์ก็ไม่ดื่มด้วย แต่วันนี้ไม่รู้จริง ๆ”
“น้องวิ จำที่เราคุยกันในรถขามาได้มั้ย ว่าพี่รุ่งห้ามอะไร ?”
“ค่ะ จำได้  ห้ามกินเหล้าต่อหน้าผู้ชาย ห้ามกินเหล้านอกบ้าน”

ฝนถามขึ้น “แล้ววิมีพี่ชายจริง ๆ กี่คน ?”
“มีคนเดียว พี่จ๊อด แต่ในบ้านยังมีพี่ต่อ เป็นลูกชายของคุณอาที่อายุมากกว่าอีกคนนึง”
“ถ้ารวมพี่รุ่ง ก็แสดงว่ามีพี่ชายสามคน ?”

วิหันมายิ้ม
“ถ้ามีพี่รุ่ง ไม่ต้องมีอีกสองคน ก็ได้ค่ะ”

ฝนอึ้งในคำตอบ  เด็กคนนี้มีความศรัทธาในตัวญาติผู้พี่อย่างมาก  คำตอบนี้บอกได้อย่างชัดเจน ถ้ารุ่งได้ยินคงภูมิใจ 

เธอเอื้อมมือเปิดไฟที่เพดานรถ  เห็นรุ่งนั่งหลับตาอยู่ด้านหลัง

ฝนหัวเราะเบา ๆ
“พี่รุ่งของน้องวิ เสร็จไปแล้ว”
วิเอี้ยวตัวหันไปมอง แล้วหัวเราะคิกคัก เธอมองอยู่สักพัก แล้วหันกลับมา

“น้องวิไม่เคยเห็นพี่รุ่งนอนหลับเลย พี่รุ่งน่ารักจัง”

ฝนหัวเราะ ถ้ารุ่งไม่บอกว่าวิเป็นญาติ  ใคร ๆ ก็ต้องเข้าใจว่าวิเป็นแฟนเขาแน่นอน

“ทำไมน้องวิ ชื่นชมพี่รุ่งจังเลย ?”

วิยิ้มกว้าง  ทุกครั้งที่มีใครถามถึงพี่ชายคนนี้ หัวใจเธอจะรู้สึกถึงความอบอุ่นที่อยู่ในใจลึก ๆ  เธอจะนึกไปถึงวันแรกที่ได้รู้จักพี่ชาย

“พี่รุ่งไม่ได้โตมาที่บ้านน้องวิ  คุณย่าพาพี่รุ่งมาให้รู้จักตอนงานศพคุณปู่  น้องวิกลับมาจากโรงเรียน ก็เห็นพี่รุ่งนั่งอยู่ในห้องรับแขก  พี่รุ่งน่ารัก ตัวผอม ๆ สูง ๆ แล้วก็หน้าตาเหวอ ๆ”

โชเฟอร์หัวเราะ “อะไรอะ ? เหวอ ๆ เป็นยังไง ?”
“เหมือนกับพี่รุ่งไม่คุ้นกับบ้านน้องวิ ก็นั่งมองโน่นมองนี่ มองเพดาน นั่งเรียบร้อย  แล้วคุณพ่อก็ให้น้องวิไปไหว้  แต่ก็ยังไม่ได้คุยกัน….
… จนตอนเย็นที่งานศพ  ก็น้องวิคิดถึงคุณปู่ ก็นั่งร้องไห้คนเดียวที่ข้าง ๆ ศาลา  พี่รุ่งก็เดินมา ถามว่าคิดถึงคุณปู่เหรอ  น้องวิก็ตอบว่าค่ะ  พี่รุ่งก็ถามว่า คิดถึงคุณปู่ตอนไหน  น้องวิก็บอกว่า คิดถึงตอนที่คุณปู่ชอบเอามือมาลูบหัวน้องวิ  คุณปู่เป็นคนเดียวที่ชอบลูบหัวน้องวิ   แล้วพี่รุ่งก็เลยเอามือมาลูบหัวน้องวิ  แล้วพี่รุ่งก็บอกว่า คุณปู่ไม่ได้ไปไหน ถ้าน้องวิคิดถึงคุณปู่ หลับตาแล้วก็จะเห็นคุณปู่  น้องวิไม่ได้เสียอะไรไปซักหน่อย  คุณปู่หายไปจากที่บ้าน แต่เข้ามาอยู่ในใจน้องวิแทน  น้องวิไม่ได้เสียอะไรเลย แล้วยังได้พี่ชายมาอีกคนนึง”

เธอพูดด้วยน้ำตาคลอเบ้า
“น้องวิจำคำพูดพี่รุ่งได้ตลอด  วันนั้น น้องวิก็ได้พี่ชายที่ดีที่สุดมาแทนคุณปู่”

วิมองไปบนถนน ยังมีรอยยิ้มค้างอยู่ไม่เลือน

ฝนจินตนาการถึงรุ่ง เขาพูดประโยคเหล่านั้น ด้วยวัยเพียงแค่ยิบสิบปี  นับว่าเป็นคนที่ละเอียดอ่อน แล้ว ก็มีวุฒิภาวะเกินวัย

__________________________________________________________________________________________

โดย วีรยาติ

กลับขึ้นด้านบน

นิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก เปิดให้จองแล้ว กดที่นี่

 

อ่านตอนต่อไป
อ่านตอนอื่น

1. สมัครสมาชิก เว๊บบอร์ดที่นี่ (หากไม่สมัครสมาชิก จะโหวต หรือ แสดงความคิดเห็นไม่ได้) และ

2. แสดงความคิดเห็น หรือ โหวต

- ชอบตัวละคร ขอเชิญโหวตได้ที่นี่

- อ่าน หรือ แสดงความคิดเห็นที่นี่

เชิญเยี่ยม Facebook หมอเถื่อน

(ให้กำลังใจโดยเข้าไป แล้วกด Like หรือ เขียนคำวิจารณ์)

Free counters