ตอน 11

ราตรีนี้ยาวนาน (1)

สั่งซื้อ หนังสือนิยาย 'หมอเถื่อน' รวมเล่มฉบับแรก ราคา 380 บาท

วิภวา

วันศุกร์ที่เงินเดือนออก… การจลาจลบนถนนในมหานคร

ซิลเวียกับรุ่ง ยืนรออยู่ที่หน้าตึก 
“พี่หมอมาแล้ว” ซิลเวียพูดกับรุ่ง

คุณหมอหนุ่มอายุสามสิบต้น ๆ ผิวคล้ำ รูปร่างสันทัด ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์เดินมาจากสถานีรถไฟฟ้า  เหงื่อซึมกายเล็กน้อย

รุ่งยกมือไหว้ “หวัดดีครับพี่หมอ”

คุณหมอยกมือรับไหว้ ยิ้มให้

รุ่งแนะนำตัว “ผมรุ่งครับ”

หมอหนุ่มหัวเราะ
“อ้อ รุ่ง  เพิ่งเห็นตัวจริง ซิลเวียเล่าให้ฟังตั้งนานแล้ว  มากันนานหรือยัง ? นี่พี่คิดถูกนะเนี่ย ที่มารถไฟฟ้า ขืนขับรถมาคงถึงสองทุ่ม”  

น้ำเสียงร่าเริง บ่งบอกความเป็นกันเองอย่างเห็นได้ชัด

แฟนสาวชะเง้อมองไปบนถนน  รถติดยาวจนมองไม่เห็นปลายขบวน
“เพย์เดย์ค่ะพี่หมอ ได้เงินมาต้องรีบใช้กัน”

คุณหมอหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อ
“แน่ะ … วันนี้โบนัสเข้าบัญชีแล้วสิ หน้าตาแบบนี้ ท่าทางจะได้เยอะ เราเลี้ยงใช่มั้ยวันนี้ ? ”

เขาหันหน้ามาทางรุ่ง พยักเพยิดให้ช่วยผสมโรง

รุ่งได้ทีก็ช่วยผสม
“เยอะครับ ซิลเวียได้เยอะที่สุดในแผนก เห็นเค้าลือ ๆ กันว่าจะผ่อนบ้านใหม่  หน้าบานตั้งแต่เช้าเลยครับ บานจนไปกระแทกหน้าพี่อดิศร เหอ ๆๆ  กลางวันก็บ่น ๆ ว่าอยากเลี้ยงอาหารญี่ปุ่น แต่บอกจะให้พี่หมอมาเลือกว่าร้านไหน”

หมอหัวเราะที่ได้เพื่อนร่วมแก๊ง “ซิลเวียนี่เหรอ  คงพาเราไปกินเกี๊ยวซ่าข้างถนน งกจะตายไป”

จำเลยยกมือท้าวเอว
“พี่หมอ…  ซิลเวียงกที่ไหน หา ? อยากกินอะไรบอกมา พาไปได้หมด”

รุ่งสวนทันที “พูดได้ดิ เย็นนี้พี่หนูเค้าเลี้ยงแล้วนี่ มาพูดวันนี้ทำไม ? พูดวันอื่นที่ไม่มีใครเลี้ยงดิ”

จำเลยพยักหน้า “ได้ค่ะ ได้ บอกมาเลยอยากกินวันไหน ร้านไหน อยากจะเลี้ยงเธออยู่แล้ว” เธอหันมาทางรุ่ง

รุ่งเลิกคิ้ว “เลี้ยงชั้น ไม่ต้องเลย ถ้าเลี้ยงต้องเลี้ยงตลอดชีวิตนะ”

หมอหัวเราะ “ถ้าเลี้ยงตลอดชีวิตน่ะ เลี้ยงพี่ด้วย จะได้ไม่ต้องเหนื่อยหาเงินเปิดคลินิก ฮ่า ๆๆ”

“ผู้ชายสองคนนี้เป็นอะไรนะ ? โรคเดียวกันละมั้งเนี่ย”

รุ่งพยักหน้า “ขึ้นไปข้างบนเหอะ ยืนตรงนี้ร้อน”

ทั้งสองคนพยักหน้าเห็นด้วย

*************************************************************************

One Voice Pub & Karaoke

หน้าล็อบบี้คับคั่งไปด้วยกลุ่มคนมากมาย  ทั้งหนุ่มสาววัยทำงาน และ วัยรุ่นในชุดลำลอง

มีโซฟายาวรับแขกตั้งขนานสองข้าง ซึ่งเต็มไปด้วยกลุ่มลูกค้าที่มารอใช้บริการนั่งอยู่

ทั้งสามคนเดินขึ้นมาถึงล็อบบี้

รุ่งมองไปรอบ ๆ แล้วพึมพำ
“โอ… ที่นี่เค้าแจกเช็คช่วยชาติหรือไงเนี่ย ? ”

ซิลเวียชะเง้อมองหาพนักงาน 

รุ่งพยักหน้าชวนคุณหมอเดินเข้าไปดูบรรยากาศภายใน  

ผ่านล็อบบี้ แสงไฟเริ่มสลัวลง  ทางเดินกว้างพอที่คนสามคนจะเดินสวนกันได้  ขนาบซ้ายขวาด้วยห้องคาราโอเกะขนาดต่าง ๆ  หน้าห้องแต่ละห้องมีชื่อห้องติดอยู่
เลยส่วนคาราโอเกะไป กลายเป็นส่วนของผับ มีวงดนตรีเล่น

OneVoice Pub

“พี่หมอเคยมาหรือเปล่าครับ ?”
“ไม่เคย แต่เคยได้ยินชื่อ  เพิ่งเปิดได้ไม่นานมั้ง ท่าทางลงทุนเยอะเลยนะเนี่ย”
“อือครับ”

“พี่รุ่ง….”  
เสียงผู้หญิงเรียกดังมาแต่ไกล

รุ่งหันไปทางต้นเสียง
สาววัยรุ่นในชุดเดรสลำลอง วิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา

“กิ๊ว… อ้าว มาอยู่ในนี้ได้ไง ?”

กิ๊วยกมือขึ้นไหว้
“กิ๊วมากับเพื่อน   ดีใจจังเลย ได้เจอพี่รุ่ง”
“เราเข้ามาในนี้ได้แล้วเหรอ ? อายุเท่าไหร่แล้ว ?”
“โห่ว… โตเป็นสาวแล้วเหอะ  ยี่สิบแล่วเน้อ”

รุ่งยกมือเกาหัว
“อะไรกัน ? แป๊บเดียวยี่สิบแระ เออ..ใช่ เรียนมหาลัยมันก็ต้องมากกว่าสิบแปด”
“พี่รุ่ง วิก็มาด้วย แต่ยังไม่ถึง สงสัยรถติด  พี่รุ่งนั่งที่ผับหรือในห้องคาราโอเกะคะ?”
“คาราโอเกะ แต่ห้องไหนยังไม่รู้”

กิ๊วพยักหน้า  “ไม่เป็นไร เดี๋ยววิมาให้วิโทรหาพี่รุ่งอีกที  แต่กิ๊วกับเพื่อนอยู่ในผับ  เอ่อ… แล้ว… แล้ว พี่รุ่งมากับแฟนเหรอ ?”
เธอถามอย่างไม่มีความเขินให้เห็นสักนิด

รุ่งชี้มือมาทางคุณหมอที่ยืนอยู่ห่าง ๆ
“โน่นไง แฟนพี่  เจ๋งปะ ? เป็นหมอเชียวนะ”

กิ๊วหัวเราะคิกคัก
“โอว… เปลี่ยนป่าแล้วเหรอคะ น่าเสียดาย แต่ก็ดี พี่รุ่งก็เป็นแฟนกับหมอไปก่อน รอกิ๊วพร้อมก่อนนะ แล้วเราค่อยมาเป็นแฟนกัน”

รุ่งหัวเราะชอบใจ “ได้ ได้ รีบ ๆ พร้อมละกัน เดี๋ยวเอดส์จะกินพี่ซะก่อน”

“ฮ่า ๆๆๆ  เดี๋ยวกิ๊วไปหาเพื่อนก่อน เปิดมือถือไว้นะพี่รุ่ง  เดี๋ยวโทรหาใหม่”

กิ๊วเดินผละออกมา ผ่านคุณหมอ เธอยกมือไหว้  คุณหมอยกมือรับไหว้แล้วยิ้มให้
“เพื่อนน้องสาวครับ” รุ่งเดินมาบอกหมอ
หมอพยักหน้ารับรู้ “อื้อ”
“ผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนครับ”

*************************************************************************

รุ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ 

เสียงเพลงจากวงดนตรีสด เล่นเพลง That’s When I Love You  เสียงร้องของนักร้องนำสาวเป็นที่สะดุดหู


เขาเดินตรงไปยังส่วนของผับ หยุดยืนอยู่ห่างจากบาร์เครื่องดื่ม แล้วมองไปบนเวทีดนตรี  ปล่อยความคิดไปเรื่อย ๆ

ตัวเลขในบัญชีธนาคารกลับมารบกวนจิตใจ  เงินที่มีเหลืออยู่ในบัญชีจะทำให้พอใช้จ่ายได้แค่เพียงครึ่งเดือนเท่านั้น เพราะภาระหลายอย่างที่จำเป็นต้องใช้จ่ายในสัปดาห์หน้า เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เขานึกถึงพฤติกรรมการใช้เงินที่ผ่านมา  ทบทวนอย่างไร ก็ไม่เห็นว่ามีสิ่งที่ผิดปกติ เขาไม่ได้ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่สมควร  ไม่ยุ่งเกี่ยวอบายมุขทุกชนิด ไม่ใช้ของฟุ่มเฟือย  ปัญหาไม่ได้เกิดจากการใช้เงินผิดวิธี แต่ปัญหาคือรายได้ต่างหาก 

ถ้าจะคิดเรื่องเหตุ และ ผล  ไม่มีเหตุผลใดเลยที่เขาต้องถูกพิพากษาแบบนั้น  แต่การสู้ด้วยวิธีใดถึงจะบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ  เขาไม่ใช่คนที่กลัวใคร  แต่ถ้าสู้ด้วยการทำให้เกิดความฉิบหาย เรื่องราวจะใหญ่โตบานปลายออกไปแน่ ๆ

แต่ถ้าอยู่เฉย ๆ ปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามลมพัด จะพัดพาชะตาเขาไปทางไหน ก็แล้วแต่ลม ชีวิตเขาคงหยุดอยู่แค่นี้  ถ้าจะสู้ขึ้นมา เขารู้วิธีจะทำให้เรื่องนี้ถึงที่สุด และ มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะคิดไม่ถึงแน่ ว่าเขามีจินตนาการในการโต้ตอบได้ซับซ้อนขนาดไหน

คิดแล้ว ความสับสนก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ไม่กี่วินาทีผ่านไป เขาเริ่มหายใจถี่ขึ้น  ความคิดอื่น ๆ พุ่งเข้ามาหาทีละช็อตอย่างรวดเร็ว จนอยากจะตะโกน….

“จะเปลี่ยนมานั่งผับมั้ยล่ะ ?”

รุ่งหันมา
“อ้าวพี่หมอ”
“ชอบดนตรีสดมากกว่าเหรอ ?”
“เอ่อ  ก็…ครับ”
“คิดอะไรเครียดอยู่หรือเปล่า ? หน้าตาไม่ค่อยสบาย”

รุ่งหัวเราะเบา ๆ
“แหม เป็นหมอดูด้วยเหรอครับ ? ก็มีเรื่องยุ่ง ๆ ให้คิดหน่อยครับ”

“นี่สิ ถ้าไม่สบายใจนะ ทำให้เอนโดรฟินหลั่ง แล้วเดี๋ยวสบายใจ จะคิดอะไรได้ออก”

รุ่งเลิกคิ้ว  “เหรอครับ ? ทำยังไงครับ ?”

“ทำอะไรก็ได้ ให้เหนื่อย หัวใจเต้นแรง ระบายเหงื่อ  ร่างกายจะหลั่งสารเอนโดรฟีน ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง แต่ต้องให้หัวใจเต้นเร็วเกินสิบห้านาทีนะ เอนโตรฟีนถึงหลั่ง  แล้วปัญหาที่มีก็จะดูว่ามันเล็กลง หรือ เราอาจจะคิดวิธีออกได้  จริงนะ  เวลาพี่เครียด ๆ ก็ออกไปวิ่งสิบห้านาที กลับมาสบายตัว สบายใจ”

“เหรอครับ ? …อือ  ผมไม่เคยลองเลย น่าจะลองดูบ้าง ถ้ามันอยู่เฉย ๆ เมื่อไหร่ มันก็ต้องคิด ห้ามไม่ได้” 

เขามองไปที่วงดนตรี

“ดูดนตรีเล่นสดแล้วคิดถึงสมัยก่อน เคยเล่นดนตรีกับรุ่นพี่ สนุกมาก ป่านนี้เค้าเป็นนักดนตรีอาชีพไปแล้ว เหอ ๆ  นักร้องคนนี้เสียงดีจังเลย”

“แล้วทำไมรุ่งไม่เป็นนักดนตรีด้วยซะล่ะ ?”

เขาสั่นหัว
“คงเครียดนะครับ ต้องเล่นดนตรีเพื่อได้เงิน อะไรก็ตามที่ต้องทำตามกำหนดเวลา ทำทุกวัน มันคงไม่สนุกหรอก แล้วผมไม่อยากทำงานที่ต้องนอนสลับเวลากับชาวบ้าน  มันคบกับใครไม่ได้ เพื่อน ๆ เค้ามีชีวิตตอนกลางวัน เจอกันตอนเย็น ๆ ค่ำ ๆ ดึก ๆ ก็กลับบ้านนอน  แต่ชีวิตเราตื่นนอนตอนบ่าย แล้วทำงานตอนเย็น ๆ ค่ำ ๆ  ยังงี้จะไปมีสังคมอะไรได้ ก็นอกจากคบกับพวกคนกลางคืนด้วยกัน”

หมอหนุ่มพยักหน้า “อือ  จริงเหมือนกัน  คนพวกนี้น่ะ แก่แล้วตับทรุดทุกคน เพราะนอนไม่เป็นเวลา แล้วก็กินเหล้า”

รุ่งพยักหน้า “เหรอครับ ? น่ากลัว”

“รุ่งรู้จักเรื่องเมลาโทนินมั้ย ?”
“ไม่รู้จักครับ อะไรเหรอครับ ?”

“เมลาโทนินเป็นสารที่สมองส่วนไฮโปธาลามัสสั่งให้หลั่ง  มันใช้ควบคุมเรื่องการนอนหลับของคน แล้วก็มีผลต่อฮอร์โมนตัวอื่น ๆ  แล้วก็มีผลต่อเรื่องการสร้างเซล  ที่เค้าเรียกว่าเซลรีโปรดั๊กชั่น”

รุ่งพยักหน้ารับฟัง

“ไอ้สารนี้เนี่ย มันจะหลั่งเวลาที่คนเราอยู่ในความมืด ความสงบ พอหลั่งแล้ว จะทำให้สบายนอนหลับได้ แล้วกระบวนการสร้างเซลต่าง ๆ ในร่างกาย ก็ทำงานสมบูรณ์  แต่เดี๋ยวนี้เนี่ย ความมืดมันไม่ค่อยมีแล้ว เพราะคนนอนดึก มีทีวีดู มีอินเตอร์เน็ตเล่น  กว่าจะปิดไฟนอนก็เที่ยงคืน  เมลาโทนินก็ไม่หลั่งเหมือนปกติ มันทำให้แก่เร็ว จะสังเกตว่า เด็กผู้หญิงสมัยนี้โตเร็ว  อายุไม่เท่าไหร่มีหน้าอก แล้วก็มีความรู้สึกทางเพศตั้งแต่อายุน้อย ๆ  ซึ่งมันผิดธรรมชาติ แล้วเดี๋ยวก็จะแก่เร็ว  เพราะมันมีสิ่งยั่วยุทำให้เรานอนดึก”

รุ่งพยักหน้า
“ใช่  ๆ  สมัยก่อนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ พอทุ่มกว่ากินข้าวเสร็จก็คงมืดตื๋อ  จุดตะเกียงคุยกันเดี๋ยวก็หลับ”

“ใช่ครับ เด็กสาวสมัยก่อนก็เลยดูตัวเล็ก ผอม ๆ  แต่แข็งแรง ขี้อาย แล้วก็ไม่แก่เร็ว  เมลาโทนินนี่ยังมีผลต่อการหลั่งเอนโดรฟีน คือ ถ้าเมลาโทนินทำงานผิดปกติ เราก็จะหลั่งเอนโดรฟีนได้ยากขึ้น  เราก็จะเห็นคนหน้าด้าน แล้วก็อารมณ์เสียได้ทั่วไป เพราะแต่ละคนก็นอนกันเกินสี่ทุ่ม  ใช่มั้ย ?”

“อือ จริงครับ  นั่นสิ  แล้วเด็กสมัยนี้มันไม่ปิดไฟนอนด้วย บางทีเปิดทีวีทิ้งไว้ทั้งคืน”

“ไอ้พวกนั้นแหละหนักเลย เค้าไม่รู้ตัวว่าจะมีผลตอนอายุมากขึ้น เขาจะแก่เร็วกว่าปกติ อวัยวะทรุดโทรม  แล้วฟื้นยาก”

รุ่งพยักหน้าตาม
“อือ… เหรอครับ ?  นี่ถ้าบอกให้เด็กอนุบาลเปิดไฟนอนก็ดี จะได้ไม่ต้องกินนม โตเร็ว ๆ ซะ ประหยัดเงินพ่อแม่ เหอ ๆๆ”

คุณหมอหัวเราะ “ฮ่า ๆๆๆ”
“เป็นความรู้ใหม่ครับ ผมจะได้เอาไปช่วยคนอื่น”
“ดีแล้วรุ่ง  พี่ได้ยินซิลเวียเล่าเรื่องลูกดิ่ง น่าสนใจ  ซิลเวียบอกให้พี่กินเม็ดแมงลักทุกคืน  เหอ ๆๆ  แต่รุ่งก็ดีนะ เปิดกว้างฟังความรู้ไปเรื่อย ๆ  เราก็จะเก่งขึ้น”

“ครับ พี่หมอ  ผมเปิดอยู่แล้ว เพราะไม่ได้เรียนหมอมา ยังไงความรู้ก็สู้หมอไม่ได้”

“แต่เราอีโก้จะน้อยกว่าหมอไง  นี่พี่เป็นหมอเองนะ พี่ยังว่าหมอน่ะยึดมั่นในตัวตนสูงมาก  ไม่ใช่อาชีพเดียวนะ พวกวิศวกร กับ อาจารย์  พวกนี้ถือว่าตัวเองรู้ดีซะหมด ใครพูดอะไรมาก็ไม่เชื่อ”

“อือ ครับ อาชีพหมอนี่คงเครียดเหมือนกันหรือเปล่า พี่หมอ ?”

“อือ ก็ หมอก็มนุษย์เนอะ ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพเหมือนกัน มีความรัก มีความหวัง มีผิดหวัง เหมือนคนทั่วไป  บางทีตัวเองป่วยเอง ก็ยังช่วยตัวเองไม่ได้ เรื่องนี้ไม่แปลกนะ”

“ครับ ผมเข้าใจ ทุกอาชีพก็มีสุขมีทุกข์เหมือนกันหมด ….”

*************************************************************************

เวลาทุ่มครึ่ง คณะทั้งหมดก็มาครบ

ห้องคาราโอเกะดูเล็กลงไปเมื่อมีสมาชิกมาพร้อม  หนู ต้อย กับ วิน มีนักศึกษาฝึกงานหญิงอีกหนึ่ง  กับชายอีกหนึ่งของแผนกบุคคล   ทั้งหมดเปลี่ยนจากเสื้อนักศึกษาเป็นเสื้อยืดลำลอง 

ซิลเวีย คุณหมอ และ รุ่ง นั่งติดกัน

รุ่งโทรตามปีเตอร์ เขาอ้างว่าไม่สะดวก แต่รุ่งพอจะเดาได้ว่าเพราะพี่ปีเตอร์ไม่ค่อยสนิทกับซิลเวีย จึงเลือกที่จะปฏิเสธ

“นี่ อาหารชั้นจัดการเองนะ จะสั่งให้พอกับงบบริษัท จะได้ไม่ต้องออกเงินกันเพิ่ม  ส่วนพวกเธอก็เลือกเพลงไปละกัน” 
หนูจีบปากจีบคอพูด มือไม้ก็กรีดกรายตามประสา

“อีรุ่ง… มานั่งนี่ อย่าไปนั่งใกล้คุณหมอ เดี๋ยวจะเกิดมลทิน มา…นั่งใกล้ ๆ ชั้นดีกว่า”

ทุกคนหัวเราะ
รุ่งสั่นหัว “มลทินไม่กลัว กลัวมนต์ดำของพี่มากกว่า นั่งนี่แหละปลอดภัย”
หนูตะโกนข้ามมา “ชั้นไม่ได้หมายความว่าให้เธอกลัวหมอ แต่ชั้นหมายความว่าให้หมอน่ะ กลัวมลทินจากเธอย่ะ”

รุ่งสั่นหัว หันไปคุยซุบซิบกับหมอ

เพลงเริ่มเปิด

ไมค์สองตัวเริ่มทำหน้าที่ แผดเสียงออกมาแข่งกับคนในห้องที่คุยกัน

เด็กฝึกงานผลัดกันแสดงเสียงร้องอย่างไม่ต้องอายใคร   คนที่ไม่ได้ร้องก็หาเมนูเพลง แย่งกันกดรีโมทคอนโทรลเป็นที่สนุกสนาน
รุ่งถูกยื้อให้ไปนั่งตรงโน้นบ้าง ไปนั่งตรงนี้บ้าง  คุณหมอเห็นแล้วก็หัวเราะตาม

รุ่งชะโงกหน้ามาหาคุณหมอ
“พี่หมอ ผมรู้วิธีทำให้เอนโดรฟีนหลั่งแล้ว เดี๋ยวเรามาหลั่งด้วยกัน”

พูดจบเขาก็คว้าเมนูเพลงมาพลิกดู
“เดี๋ยวเลือกเพลงมันส์โคตร ๆ  แล้วมาดิ้นพราด ๆ กัน”

น้อง ๆ พยักหน้าเห็นด้วย

ไม่นานนัก อาหารก็เริ่มมาเสิร์ฟ

หนูขอตัวเดินออกไปเข้าห้องน้ำ พยักหน้าชวนซิลเวียออกไปด้วย

ทั้งสองคนเดินออกจากห้องคาราโอเกะ
“เป็นไง ซิลเวีย ได้โบนัสเป็นที่พอใจมั้ย ?”
ซิลเวียพยักหน้า “อือ ค่ะ  พอใจนะ ดีกว่าที่คิดไว้เยอะ”
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ  เศรษฐกิจอย่างนี้ แค่ประกาศว่าจะจ่ายโบนัส พนักงานก็เฮกันแล้ว”
“ค่ะ ใช่เลยพี่หนู ซิลเวียก็ไม่ได้หวังว่าจะได้มากน้อย แค่ประกาศว่าจะแจกก็ดีใจแล้ว”

ทั้งสองคนหยุดมาถึงทางแยกระหว่างส่วนผับ กับ ห้องน้ำ  มีเก้าอี้สตูลให้นั่ง  หนูเดินนำมานั่ง

“ซิลเวีย รู้เรื่องรุ่งหรือเปล่า ?”
ซิลเวียนั่งเก้าอี้อีกตัวหนึ่งติดกัน
“เรื่องอะไร พี่หนู ?”
“รุ่งมีปัญหากับเจ้านายเธอ แล้วเมื่อวานประกาศโบนัส รุ่งเล่าหรือเปล่า ?”

ซิลเวียขมวดคิ้ว
“เอ… ไม่ได้เล่า รุ่งเค้าไม่ใช่คนชอบเล่าเรื่องส่วนตัว  เรื่องอะไรพี่หนู ?   บอกซิลเวียหน่อยสิ”

หนูกรีดมือมาจับแก้มตัวเอง แล้วถอนหายใจ
“ก็ก่อนหน้านี้มีการประเมินผลงานครึ่งปีของพนักงาน  เอ่อ…นี่ ชั้นเล่าเรื่องที่ไม่สมควรเล่า แต่มันอัดอั้นว่ะ เล่าให้เธอฟังแล้วก็ไม่ต้องบอกใคร...”

ซิลเวียพยักหน้า

“…. เจ้านายเธอส่งผลประเมินมาให้ที่แผนกบุคคล แต่ในฟอร์มประเมินของรุ่ง ไม่มีลายเซ็นรุ่ง  เหมือนกับให้คะแนนฝ่ายเดียวแล้วไอ้รุ่งไม่ได้รับรู้  พี่ติ่งก็บอกให้ชั้นส่งกลับไปให้นายเธอใหม่ เพื่อให้รุ่งเซ็น  แล้วก็หายไปเลย คือ ไม่ได้ส่งกลับมา”

ซิลเวียพยักหน้ารับฟัง

“พอตอนทำเรื่องโบนัส  เธอรู้ธรรมเนียมใช่ป่าว ? ว่าผู้จัดการแผนกจะได้ยอดรวมไป เช่น ปีนี้ประกาศจ่ายโบนัสเฉลี่ยสองเดือน  แปลว่าทางไฟแนนซ์จะเอาเงินเดือนของทุกคนในแผนกแล้วคูณสอง เป็นเงินรวม ตั้งเป็นยอดจ่ายโบนัสให้กับแผนกเธอ  แล้วผู้จัดการเป็นคนแบ่งเองตามผลงาน  ใครจะได้กี่เดือนมากน้อย แล้วแต่เจ้านายเธอเป็นคนแบ่ง  แต่เงินรวมทั้งหมดที่จ่ายต้องไม่เกินยอดรวมที่ได้ไป”

ซิลเวียพยักหน้า เธอคิดตาม
“เข้าใจค่ะ  ก็หมายถึง มีเงินมาก้อนนึง ไปเกลี่ยกันเอง ถ้าพี่อดิศรจ่ายโบนัสให้กับใครคนนึงมากกว่าสองเดือน แปลว่าต้องมีใครอย่างน้อยสักคนนึง ได้โบนัสน้อยกว่าสองเดือน เพราะมันต้องเฉลี่ยกัน เหมือนซีโร่ซัมเกมส์”

หนูพยักหน้า
“อ้า…ใช่  ปกตินะ ถ้าคนทำงานพอใช้ได้ ก็ควรได้รับโบนัสเท่ากับค่าเฉลี่ย คือ ก็ได้ประมาณสองเดือน มากกว่าน้อยกว่านิดหน่อย ก็ถือว่าไม่เป็นไร  ส่วนคนที่ได้มากกว่าสองเดือนมากๆ เช่นสามเดือน นี่แสดงว่าผลงานโดดเด่นมาก  แล้วไอ้คนที่ได้แค่เดือนเดียวเนี่ย ก็เป็นการเตือนว่า ผลงานไม่เข้าตา”

“อื้อ… ค่ะ”

“มีพี่ติ่งเท่านั้นที่รู้ว่าใครได้โบนัสเท่าไหร่ เพราะผู้จัดการแต่ละแผนก ก็จะส่งตัวเลขโบนัสที่ผ่านจีเอ็มเซ็นมาให้พี่ติ่ง  ธรรมดาพี่ติ่งก็ไม่คอมเม้นท์อะไรนะ คือ ถ้าตัวเลขออกมาไม่เกินงบที่ให้ค่าเฉลี่ยไป  พี่ติ่งก็จะไม่ยุ่ง  แต่คราวนี้ พี่ติ่งเห็นการแบ่งโบนัสแผนกเธอ  ร้องออกมาเลย”

“เกิดอะไรอะ พี่หนู ?”

ไอ้รุ่ง ไม่ได้โบนัสเลย

“หา !!!”

หนูพยักหน้าซ้ำ
“พี่ติ่งดูในโพยที่ส่งมา แล้วร้องออกมาเลยว่า น่าเกลียดมาก  คือ ทุกคนในแผนกบุคคลได้ยินเลยว่า พี่ติ่งโวยว่า ทำไมไอ้รุ่งไม่ได้โบนัสเลย  แล้วพี่ติ่งก็ยกหูโทรไปคุยกะจีเอ็ม”

“แล้วผลเป็นยังไง พี่หนู ?” ซิลเวียจับแขนเขาเขย่า

“ก็จีเอ็ม ก็บอกให้ดำเนินการตามนั้นไปก่อน เพราะเบื้องต้นผู้จัดการตัดสินใจแล้ว จีเอ็มก็จะไม่ยุ่ง  แต่พี่ติ่งก็ท้วงไปว่า ต้องให้ความยุติธรรมด้วย คือ ถ้าผลงานรุ่งไม่มี  ต้องเรียกมาเตือนเป็นเรื่องเป็นราว แล้วถ้าไม่ปรับปรุง ก็ต้องให้ออก  แต่จู่ ๆ ไม่จ่ายโบนัสเลย โดยไม่มีเหตุผล มันผิดปกติมาก  แล้วไอ้รุ่งมันทำงาน ใคร ๆ ก็เห็นว่ามันทำงาน”

ซิลเวียนั่งอึ้ง

หนูพูดต่อ
“สรุป เมื่อวานเจ้านายเธอก็เรียกรุ่งไปประกาศผลโบนัส  ตอนเย็นพี่ติ่งเดินออกไปนอกออฟฟิศ เห็นไอ้รุ่งนั่งเหม่ออยู่ที่ข้างนอก  กลับเข้าห้องมา พี่ติ่งบ่น ๆ ๆ ๆ  สงสารเด็กมัน”

“มีทางช่วยอะไรได้บ้าง พี่หนู?”

“ร้องเรียนไง รุ่งต้องมาร้องเรียนกับแผนกบุคคล แล้วเราก็ทำเรื่องให้จีเอ็มสอบสวน  แต่ไอ้รุ่งมันจะทำเรอะ ? ”

“หมายความว่าไงคะ ถ้ารุ่งไม่ร้องเรียน ก็ถือว่ายอมรับ จีเอ็มก็คงไม่ลงมายุ่งเหรอ พี่หนู ?”
“อือ ประมาณนั้นแหละ  แต่ถ้ามันร้องเรียนนะ ก็คือเปิดฉากทะเลาะกับนายเธอ  อยู่ลำบากแน่  นายเธอไม่เอาไว้หรอก คนนี้ชั้นรู้จักดี มันไม่ชอบใครนะ มันเอาจนออกจนได้”

ซิลเวียขมวดคิ้วตลอด ความรู้สึกไม่สบายใจเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

หนูก้มหน้า ถอนหายใจยาว ๆ อีก  ซิลเวียรู้ดีว่าหนูมีความสนิทสนมกับรุ่งมาตลอด แต่เมื่อพูดถึงรุ่งแล้ว ทุกคนในบริษัทก็จะให้ความเป็นกันเองกับเขาอยู่แล้ว  ผู้จัดการแผนกอื่น ๆ ก็เอ็นดูรุ่งทั้งนั้น

หนูลุกขึ้น
“เอาน่า ถ้ารุ่งไม่ได้คุยกับเธอ ก็แล้วไป แต่ถ้าคุยกันเรื่องนี้ เธอก็ช่วยให้คำปรึกษา หรือไม่ก็ให้กำลังใจไปแล้วกัน  ชั้นล่ะเซ็งเก็งกองจริง ๆ  อยากมาระบ๊ายระบาย … อยากที่สุดนะ อยากจะขึ้นไปฉี่รดบนหัวเจ้านายเธอ แล้วเอาตีนละเลง..พูดแล้วมีรม… ไปห้องน้ำก่อนดีกว่า”

เขาสะบัดหน้าเดินผละออกไป ปล่อยซิลเวียนั่งขยายความคิดไปเรื่อย ๆ

นี่คือการบีบคนออกอย่างชัดแจ้ง 

เธอนึกถึงตั้งแต่ช่วงแรกที่เธอเข้ามาทำงานที่บริษัทนี้ 
รุ่งเป็นพนักงานรุ่นเดียวกับเธอ มีความสามารถใกล้เคียงกัน  เธอมีความตั้งใจที่จะทำงานให้โดดเด่นกว่ารุ่งเสมอ  ไม่ว่าเรื่องไหนที่รุ่งทำได้ เธอจะพยามทำให้ดีกว่าเขามาตลอด และ พี่อดิศร ก็แสดงออกว่าชอบผลงานเธอมากกว่ารุ่งมาตลอด 

แต่เมื่อเวลาผ่านไป… เธอกลับรู้สึกว่า รุ่งไม่ได้คิดแบบเดียวกับเธอเลย รุ่งไม่เคยคิดเลยว่าเธอเป็นคู่แข่ง  รุ่งไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเธอคิดแบบนั้น  แต่รุ่งกลับเห็นเธอเป็นเพื่อนร่วมงาน ช่วยเหลือในทุก ๆ เรื่องที่พอจะทำได้

ทำไมโลกนี้ไม่มีความยุติธรรม  ถ้าคนที่มีใจเป็นธรรมสักนิด ก็จะเห็นว่ารุ่งมีความสามารถไม่น้อยกว่าเธอ หรือ อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำในหลาย ๆ เรื่อง  … แล้วการตัดสินแบบนี้  มันสมควรแล้วหรือ ? …

“ซิลเวีย ….”  เสียงของหมอดังขึ้น
เธอสะดุ้งเล็กน้อย ดึงความคิดกลับมา

“มานั่งทำอะไรอยู่ที่นี่  เป็นอะไรเหรอ ?”

เธอสั่นหัว

คุณหมอยิ้ม
“ในห้องมันส์มาก รุ่งเลือกเพลงเต้น ลุกขึ้นเต้นกันทั้งห้อง  เฮ่อ ๆๆ  รุ่งนี่เค้าน่ารักดีเนอะ พี่ชอบนิสัยเค้า”

ซิลเวียได้ยินประโยคนี้  เรียกน้ำตาเธอออกมาคลอได้ทันที  น้ำตาที่ไม่เคยหลั่งมานาน จนเธอจำไม่ได้ว่าเป็นเวลานานเท่าไหร่  บัดนี้ได้มีแววว่าจะล้นออกมาจากเบ้าตา  เธอรีบคว้ากระดาษในแก้วบนโต๊ะขึ้นมาซับ

หมอหนุ่ม ตกใจ
“ซิลเวีย เป็นอะไร ?”

 คุณหมอยื่นมือหยิบแก้ว แล้วค่อย ๆ ยื่นกระดาษแผ่นใหม่ให้
“เป็นอะไรหา ? เล่าให้พี่ฟังซิ เกิดอะไรขึ้น  ได้โบนัสมากไปหรือไง หา.. ?”
เขาล้อเธอเล่นเพื่อให้เปลี่ยนบรรยากาศ

ซิลเวียยิ้ม

หมอนั่งลงบนเก้าอี้สตูลข้าง ๆ
ซิลเวียเริ่มระบายความในใจ

“พี่หมอ ซิลเวียรู้สึกกิลตี้  มาก ๆ  ไม่เคยรู้สึกแย่ขนาดนี้มาก่อน”

พูดแล้วน้ำตาก็เริ่มซึมออกมาคลอเบ้า
“กิลตี้เรื่องอะไร ? ค่อย ๆ เล่ามา พี่ฟังอยู่”
“เรื่องรุ่ง  พี่หนูเล่าให้ฟังว่า รุ่งไม่ได้โบนัสเลย”
“อ้าว ไหงเป็นงั้นล่ะ ?”
“รุ่งไม่ค่อยถูกกับพี่อดิศรค่ะ ตั้งแต่แรกที่ซิลเวียเข้ามา ก็รู้แล้วว่าพี่อดิศรไม่ค่อยชอบรุ่ง เพราะรุ่งสนิทกับพี่ปีเตอร์”

หมอพยักหน้า “อือ… แล้วมันเกี่ยวอะไรกับซิลเวียล่ะ ?”

“ก็รุ่ง เป็นคนที่ซิลเวียอยากเอาชนะมาตลอด  เคยเล่าให้พี่หมอฟังตั้งแต่แรก ว่าซิลเวียไม่ชอบรุ่งเลย แล้วอยากเอาชนะให้ได้ เพราะซิลเวียมั่นใจว่ามีความสามารถไม่แพ้รุ่ง  งานที่รุ่งทำ เป็นงานที่ซิลเวียอยากทำ แล้วซิลเวียก็ค่อย ๆ ได้งานของรุ่งมาเรื่อย ๆ
งานที่มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นโปรเจ็คท์ที่สำคัญมากของบริษัท รุ่งทำอยู่ตอนนั้น  อาจารย์ที่เป็นคนตัดสินใจเลือกทั้งหมด รุ่งเป็นคนเข้าไปหาตั้งแต่ต้น แล้วอาจารย์ก็ชอบรุ่ง  ยังไงโปรเจ็คท์นี้มหาลัยก็ต้องซื้อกับเราอยู่แล้วเพราะรุ่ง  แต่พอซิลเวียไปบอกพี่อดิศรว่าซิลเวียอยากทำ  พี่อดิศรก็ดึงมาให้ซิลเวียเลย…”

“อือ…” หมอรับฟัง

“แต่พอซิลเวียไปรับงานต่อ มันมีเรื่องยุ่ง ๆ เยอะมากที่ซิลเวียไม่เคยรับรู้  อาจารย์หาคำตอบจากซิลเวียไม่ได้ ก็โทรหารุ่ง  แล้วรุ่งก็นั่งรถไปชลบุรี เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ อยู่ที่นั่นสองวัน  จนมหาลัยเซ็นสัญญาให้กับซิลเวีย  โดยที่รุ่งไม่ได้ดูแลโปรเจ็คท์นั้นแล้ว แต่รุ่งก็ทำให้…”

น้ำตาเริ่มปริ่มที่ขอบตา เมื่อนึกถึงความเขลาในอดีต
“… แต่ซิลเวีย… แทนที่ซิลเวียจะขอบคุณ  ซิลเวียกลับนึกดูถูกว่ารุ่งฉลาดน้อย  เหนื่อยมาตั้งแต่ต้น แต่กลับมาเสียโปรเจ็คท์ให้กับซิลเวียซึ่งไม่ต้องทำอะไรก็ได้สัญญากลับมา แล้วก็รู้สึกสะใจที่เอาชนะรุ่งได้ ซิลเวียกลับรู้สึกแบบนั้น…”

เธอเริ่มเกลือกตาขึ้นลง พยามเก็บน้ำตาไม่ให้รินออกมา

หมอเริ่มจำความได้
“อือ… พี่พอจำได้แล้ว  ครั้งนั้นซิลเวียบอกให้รุ่งนั่งรถทัวร์กลับเอง แล้วอ้างว่าซิลเวียจะไปต่อที่พัทยา  ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ ก็จะกลับกรุงเทพ ฯ แต่ไม่อยากให้รุ่งติดรถกลับด้วย”

เธอพยักหน้า
“รุ่งไม่เคยแสดงออกว่าเสียดายในโปรเจ็คท์นั้นเลย  แต่กลับพูดว่าดีแล้วที่ซิลเวียได้มา ดีกว่าให้คู่แข่งได้ไป…”

หมอเอื้อมมือไปจับที่ต้นแขนเธอ แล้วบีบเบา ๆ
“อือ… เอาน่า เรื่องมันผ่านไปแล้ว นะ หายใจช้า ๆ ลึก ๆ ก่อน ”

“ยังมีอีกหลาย ๆ เรื่องที่รุ่งช่วยซิลเวียมาตลอด  ยิ่งตั้งแต่ต้นปีนี้ ซิลเวียเริ่มสนิทกับรุ่งมากขึ้น รุ่งก็ช่วยซิลเวียมากขึ้น  งานของซิลเวียก็มีผลงานดีขึ้นมาก  พี่หมอ… ซิลเวียได้โบนัสสามเดือนครึ่ง ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยเยอะมาก เพราะค่าเฉลี่ยคือสองเดือน  แต่รุ่งไม่ได้โบนัสเลย  แปลว่าเงินโบนัสของรุ่ง มาอยู่ที่ซิลเวีย”

คุณหมอทำตาโต
“อือ… แตกต่างกันขนาดนั้นเลยเหรอ ?”

เขาเข้าใจความรู้สึกของซิลเวีย  เธอกำลังรู้สึกผิด  ยิ่งพักหลัง ๆ เขาได้ยินซิลเวียเล่าเรื่องรุ่งในทางที่ดีบ่อยขึ้น เธอคงรู้ตัวว่าได้ปฏิบัติกับรุ่งด้วยความคิดตื้น ๆ มาตลอด

“ซิลเวียควรจะทำยังไงดี ?  รู้สึกแย่มาก พี่หมอ”

คุณหมอพยักหน้าช้า ๆ
“เราก็เป็นเพื่อนที่ดีกับเค้าสิ เค้าก็คงต้องการแค่นี้  พี่ว่าเค้าไม่คิดเล็กคิดน้อยเรื่องที่เราทำหรอก แต่เค้าคงคิดว่าทำไมเจ้านายไม่ให้ความยุติธรรม  แล้วถ้าเค้าไม่เล่า ไม่ระบายให้ฟัง เราก็ต้องเข้าใจ เพราะผู้ชายส่วนใหญ่ ก็อยากจะตัดสินใจด้วยตัวเอง  ดีที่สุด คือ เราก็มีน้ำใจตอบกลับเค้า เนอะ”

เธอพยักหน้า “ค่ะ  ซิลเวียไม่หวังว่ารุ่งจะเล่าอะไรเรื่องพวกนี้ให้ฟังหรอก เพราะซิลเวียไม่ได้สนิทกับรุ่งขนาดนั้น  แล้วรุ่งก็เป็นคนที่ดูยากในบางครั้ง”

“ให้พี่เดานะ รุ่งเป็นคนที่คิดมากกว่าพูด บางเรื่องไม่ควรพูด เค้าก็เงียบ  พี่ว่าพี่ดูออกนะ”

เธอพยักหน้า “ใช่ ๆ  รุ่งเป็นคนแบบนี้  คล้ายกับพี่หมอ แต่ไม่เหมือนกันตรงที่ พี่หมอยังเล่าอะไร ๆ มากกว่า”

“ก็เล่าให้ซิลเวียฟัง พี่ถึงเล่า ถ้าให้เล่าให้คนอื่น พี่ก็คงไม่เล่า  เราค่อย ๆ ดูว่าจะช่วยอะไรเค้าได้บ้าง แต่อย่าไปถามตรง ๆ อย่าไปบอกว่าเรารู้อะไรมา เค้าไม่ยอมรับความช่วยเหลือเราแน่”
“เข้าใจค่ะ ซิลเวียเข้าใจ”

“ทำใจให้สบายก่อน อย่างน้อยเราได้เพื่อนที่จริงใจมาคนนึง เราจะไม่เสียเค้าไปง่าย ๆ หรอก ถ้าเรารู้ตั้งแต่วันนี้ว่าเค้ามีค่า  เดี๋ยวไปเข้าห้องน้ำแล้วเช็ดหน้าตาซะ  เดินกลับเข้าไปอายเค้า  เค้าจะนึกว่าเราเดินออกมาทะเลาะกัน”

ซิลเวียหัวเราะเบา ๆ
“ดีจัง มีพี่หมออยู่ด้วย”  เธอสูดหายใจยาว ๆ แล้วลุกเดินออกไปทางห้องน้ำ

อ่านหน้าต่อไป >